ขอบคุณที่สนับสนุนเซบาสเตียรกับนิคาซิโอ้นะ #พ่อบ้านของนิค #NicBastian Thank you ❤️

ชื่อตอน : Butler Chapter 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 23:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Butler Chapter 4
แบบอักษร

**แก้ไข 29/01/60

4

“อะไรนะ?”นิคาซิโอ้หันมองคนใต้ร่างที่ตอนนี้ทำท่าอยากจะออกไปพบมิคาเอลเต็มทน ทีกับเขาล่ะไล่ที่มิคาเอล กลับอยากออกไปหา หรือสองคนนี้จะมีซัมติงกัน

ก๊อกๆ

“นิค ฉันรู้ว่าบาสเตียนอยู่ในนั้น ให้เขามาพบฉัน” เสียงเคาะประตูดังอีกครั้งตามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มตามแบบฉบับของนักธุรกิจหนุ่มผู้นิ่งขรึม

“ไอ้บ้าเอ้ย!” นิคาซิโอ้ ยอมลุกออกจากตัวเซบาสเตียนและปลดเข็มขัดที่รัดมือออกให้

เซบาสเตียนเด้งตัวขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว จัดการเสื้อผ้าและทรงผมให้เรียบร้อยก่อนจะโค้งตัวให้เขาทีหนึ่งแล้วรีบออกไปโดยไม่รอฟังคำอนุญาต

มิคาเอลสำคัญมากสินะ สำคัญกว่านายจ้างอีก

“ไมค์” เซบาสเตียนร้องเรียกเมื่อเดินลงมาเจอมิคาเอลนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สูงกว่าเซบาสเตียนเกือบสิบเซนติเมตรได้ ทรงผมเรียบแปล้ถูกเสยไปด้านหลัง มิคาเอลมีดวงตาสีเขียวสวยงามและดูมีเสน่ห์ ยิ่งอยู่ในชุดสูทเรียบร้อยแบบนี้ยิ่งดูมีเสน่ห์มากกว่าเดิม

“ออกไปคุยข้างนอกกัน” มิคาเอลโอบหลังเซบาสเตียนแล้วออกแรงผลักเบาๆให้เซบาสเตียนเดิน ทั้งคู่ออกมาคุยกันที่สวนข้างบ้าน มันถูกจัดและดูแลอย่างสวยงาม มีม้านั่งอยู่สองตัวที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นสนสูงเตี้ย

“ฉันเอาเสื้อมาให้นาย” มิคาเอลหันมาพูดกับเซบาสเตียน พวกเขาไม่ได้นั่งลงกับม้านั่งแค่มาเดินดูบรรยากาศรอบๆเท่านั้น

“ทำไมถึงต้องมาเอง”

“ก็อยากมาดูด้วยว่านายยังอยู่ดีไหม ทำได้แล้วนะ” มิคาเอลยิ้มบางๆให้ รู้สึกภูมิใจนิดๆที่เซบาสเตียนเป็นคนเดียวที่ถูกส่งมาแล้วอยู่ได้เกินหนึ่งวัน

“ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน” เซบาสเตียนหน้ามุ่ยอย่างที่ไม่เคยทำให้ใครเห็นมาก่อน เขากอดอกแล้วสะบัดหน้าหนีอย่างหงุดหงิด ตอนนั้นเองที่ทำให้มิคาเอลสังเกตเห็นบางอย่าง

“บาสเตียน” มิคาเอลเรียกเบาๆแล้วเอื้อมมือไปเลิกคอเสื้อเซบาสเตียนออกเล็กน้อยพอให้เห็นได้ถนัด เซบาสเตียนสะดุ้งโหยงถอยออกห่างจากมิคาเอลแล้วกระชับคอเสื้อให้มิดชิดกว่าเดิม รู้สึกกังวลกลัวว่ามิคาเอลจะเห็นรอยติสมาร์คที่นิคาซิโอ้ทำไว้เมื่อกี้

มิคาเอลแค่มองดูพฤติกรรมของเซบาสเตียนก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เขาภาวนาให้นิคาซิโอ้แค่ทำรอยไว้เฉยๆ ไม่ได้ทำอย่างอื่นมากกว่านั้น ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นไปมองที่ชั้นสอง ตรงหน้าต่างห้องของนิคาซิโอ้ เจ้าของห้องกอดอกมองดูการสนทนาของมิคาเอลและเซบาสเตียนตั้งแต่แรกแล้ว พอเห็นมิคาเอลมองมาก็ไม่ได้คิดจะหลบสายตาเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าทนไม่ได้ก็กลับ ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเอง”

“ไม่มีทาง! นายกำลังดูถูกฉันนะไมค์”เซบาสเตียนจ้องคู่สนทนาโกรธๆ คนที่ได้ชื่อว่านิ่งและหน้าตายอย่างเซบาสเตียน พอมาเจอมิคาเอลแล้วเขาถือว่ายังอ่อนหัดมาก มิคาเอลเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์และเลือกด้านที่จะแสดงออกได้ดีมาก ไม่มีทางที่คนอื่นจะรู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เพราะอย่างนี้เขาถึงเป็นที่เกรงกลัวในวงการธุรกิจแม้จะอายุไม่มากก็ตาม

“ฉันเปล่า แค่คิดว่าถ้ามันเข้าเนื้อก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ ฉันก็เป็นห่วงนายนะ” มิคาเอลยกมือขึ้นโยกหัวเซบาสเตียนเบาๆ แต่อีกฝ่ายปัดมือออกอย่างรำคาญ

“ฉันไม่ใช่เด็ก ฉันรับผิดชอบตัวเองได้”

“ครับๆ งั้นเข้าบ้านกัน คุณพ่อบ้านบาสเตียน” มิคาเอลโอบรอบคอเซบาสเตียนแล้วพาเดินกลับเข้ามาในบ้าน เขามีประชุมต่อคงจะอยู่อีกนานไม่ได้

นิคาซิโอ้มองทั้งสองคนโอบกันเข้าบ้านก็รู้สึกหงุดหงิด เซบาสเตียนแสดงออกทุกด้านที่ไม่มีใครเคยเห็นกับมิคาเอล ทั้งยิ้ม ทั้งโมโห แถมยังอิงแอบแนบชิดโดยไม่มีการเกี่ยงงอนด้วย แล้วดูทำกับเขาสิ

“ฮึ้ย!” นิคาซิโอ้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้แพ้ เขาไม่ชอบหน้ามิคาเอลอยู่ก่อนแล้วเพราะหมอนั่นเหนือกว่าเขาทุกอย่าง ทั้งเรื่องงาน เรื่องธุรกิจ แถมยังได้รับการไว้ใจจากกผู้ใหญ่อีก

นิคาซิโอ้เดินลงมาด้านล่าง รู้สึกสร่างเมาทันตาที่รู้ว่ามิคาเอลมาหาเซบาสเตียน เมื่อลงมาถึงห้องนั่งเล่น มิคาเอลกำลังพูดบางอย่างกับเซบาสเตียนแล้วกอดอย่างแนบแน่น เซบาสเตียนก็กอดตอบแล้วตบหลังเบาๆ

“ไงนิค” มิคาเอลที่หันหน้ามาทางเขาร้องทักขึ้นทำให้เซบาสเตียนรีบผละออกแล้วไปยืนทำท่าสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆมิคาเอล

“แกมาทำไม”

“ฉันเอาเสื้อผ้ามาให้บาสเตียน” มิคาเอลผายมือไปที่ลังใหญ่ๆข้างๆ

“เอามาให้ทำไม”

“ก็บาสเตียนบอก”นิคาซิโอ้ขมวดคิ้วมองพ่อบ้าน เขาเพิ่งจะซื้อเสื้อให้วันนี้ไม่ใช่หรือไง

“นายทำตามคำสั่งลูกน้องทุกคนเลยหรือไง”

“ไม่หรอก คนนี้พิเศษ”

“พิเศษมากไม่เอาไปเป็นพ่อบ้านส่วนตัวเลยล่ะ”

“ก็อยากอยู่ แต่บาสเตียนไม่ยอม” มิคาเอลยิ้มกริ่มหันไปทางเซบาสเตียน ทำให้นิคาซิโอ้ยิ่งหัวเสียเข้าไปใหญ่แค่นเสียงหัวเราะไปทีหนึ่ง

“เหอะ!”

“ฟังนะนิค บาสเตียนได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีความอดทนมากที่สุดในโรงเรียนฝึกหัดพ่อบ้านแล้ว ถ้านายทำคนนี้ลาออกอีก ฉันจะไม่ส่งใครมาให้นายอีกแล้วนะ”มิคาเอลว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง แล้วหันไปพูดกับเซบาสเตียน

“สัญญาจ้างฉบับแรกระบุเวลาแค่หนึ่งปี แต่ถ้าเขาไม่ให้เกียรตินาย ฉันยินดีจะมารับนายกลับทันที เข้าใจไหม”

“ไมค์!” เซบาสเตียนมองอึ้งๆ ไม่คิดว่ามิคาเอลจะกล้าพูดต่อหน้านายจ้างของเขา

“ถ้านายอยากออก ก็ไม่ต้องกลัวละเมิดสัญญา ฉันจะชดใช้ค่าเสียหายให้นายเอง”

“พอแล้วไมค์” เซบาสเตียนรีบปรามเมื่อสังเกตเห็นสีหน้านิคาซิโอ้เริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธ

“เข้าใจตามนี้นะนิค บาสเตียนเป็นคนพิเศษของฉัน ห้ามนายทำอะไรเขาเด็ดขาด” มิคาเอลพูดแล้วยิ้มอย่างเหนือกว่า

นิคาซิโอ้กำหมัดแน่น พยายามไม่พุ่งไปต่อยคนตรงหน้าที่เข้ามาหยามเขาถึงในบ้าน ถ้ามิคาเอลไม่ใช่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทเขา เขาจะไม่สนเรื่องนี้เลยสักนิด

“ไมค์ กลับได้แล้ว แล้วห้ามแสดงท่าทางแบบนี้กับนายจ้างฉันอีกเด็ดขาด” เซบาสเตียนดันหลังมิคาเอลไปทางประตูบ้าน มิคาเอลแกล้งถ่วงตัวเดินเอื่อยๆเพราะต้องการเห็นหน้าแค้นเคืองของนิคาซิโอ้นานๆ

“กลับแล้วนะ...ที่รัก”

“อย่ามาเรียกแบบนั้น ไปได้แล้ว” จนในที่สุด เซบาสเตียนก็ผลักมิคาเอลออกจากบ้านไปจนได้ พ่อบ้านหนุ่มรีบกลับมาในห้องนั่งเล่นแล้วโค้งตัวขอโทษแทนความไร้มารยาทของแขกที่มาหาตนเอง

“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมนายถึงไม่ว่าอะไรที่ฉันเอานาย คงจะทำกันบ่อยสิท่า” นิคาซิโอ้พูดแดกดันอย่างเจ็บแสบ เซบาสเตียนยังคงก้มหัวโค้งให้อยู่ในท่าเดิมไม่คิดจะเถียงอะไร

“ร่าน!” เซบาสเตียนนิ่งฟังคำด่าของอีกคน แม้ในใจตอนนี้จะร้อนรุ่มด้วยความโกรธ นิคาซิโอ้มีสิทธิ์อะไรมาว่าเขาว่าเขาร่าน ทั้งที่เขาไม่เคยเต็มใจให้นิคาซิโอ้เลยสักครั้ง

“เงยหน้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้” เซบาสเตียนยืดตัวขึ้นมองตามคำสั่ง ใบหน้านิ่งเฉยตายด้านไม่แสดงความรู้สึกใดๆ

“ขึ้นไปเก็บเศษแก้วในห้อง แล้ววันนี้ไม่ต้องเข้ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

“ครับ นายท่าน” เซบาสเตียนเดินเร็วๆผ่านหน้านิคาซิโอ้ไป

ทันทีที่คล้อยหลัง นิคาซิโอ้ก็เหวี่ยงข้าวของแถวนั้นจนกระจัดกระจาย ไม่รู้ทำไมเขาถึงโกรธ เพราะเซบาสเตียนไม่สนใจเขาหรือเพราะรู้ว่าเซบาสเตียนมีอะไรกับคนที่เขาไม่ชอบหน้ากันแน่

“โถ่เว้ย!” ระหว่างที่กำลังอาละวาด สายตาก็เหลือบไปเห็นลังเสื้อผ้าที่มิคาเอลเอามาให้เซบาสเตียน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาบนริมฝีปากทันที

เซบาสเตียนใช้เวลาไม่นานในการเก็บกวาด คำสั่งของนิคาซิโอ้ครั้งนี้เข้าทางเขาเหมือนกันเพราะเขาไม่รู้ว่าจะสะกดกลั้นความโกรธได้มากแค่ไหนที่นิคาซิโอ้ดูถูกเขากับมิคาเอล ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ทำเรื่องเสียมารยาท ไม่ไปให้นายจ้างเห็นหน้าจะดีที่สุด

“เซบาสเตียน!” เสียงร้องเรียกของนิคาซิโอ้ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ไหนว่าไม่ให้ไปเจอหน้า แล้วครั้งนี้จะเอาอะไรอีก เซบาสเตียนลุกออกจากห้องนอนของนิคาซิโอ้ เมื่อลงมาถึงห้องนั่งเล่นก็ต้องตาค้างเพราะมันเละเทะไปหมด

“เซบาสตียน!!” นิคาซิโอ้ร้องเร่งขึ้นอีกครั้ง เสียงของเขาดังมาจากข้างนอก เซบาสเตียนก้าวยาวๆรีบเร่งไปให้ทันไม่อยากให้นายจ้างรอนาน

“ไปเอาไฟแช็กมาให้ฉัน” นิคาซิโอ้สั่งเมื่อเห็นเซบาสเตียนมาถึงแต่พ่อบ้านยืนนิ่งไม่ขยับทั้งที่ควรจะรีบไปทำตามคำสั่ง

“รออะไรอยู่”

“...ครับ” เซบาสเตียนรับคำแล้วหันหลังเดินไป นิคาซิโอ้ยิ้มพอใจที่ที่เซบาสเตียนทำตามคำสั่ง ทั้งๆที่เห็นว่าเขากำลังจะทำอะไร ลังเสื้อผ้าถูกเทออกมากองกันที่พื้น กลิ่นน้ำมันคลุ้งเต็มกองผ้าไปหมด ใช่ เขากำลังจะเผามันแต่ไม่ได้จะเผาเอง เซบาสเตียนต้องเป็นคนทำมัน!

“นี่ครับ” ไม่นานเซบาสเตียนก็กลับมาพร้อมไฟแช็กในมือ

“เผาซะ” เซบาสเตียนยืนนิ่ง

“ขออภัยที่เสียมารยาทครับนายท่าน แต่ขอผมถามได้ไหมว่าทำไม” เซบาสเตียนถึงขั้นขัดคำสั่งของเขาเพียงเพื่อกองเสื้อผ้าที่มิคาเอลเอามาให้เชียวเหรอ

“เสื้อผ้านายฉันก็ซื้อให้แล้ว ทำไมยังให้มันเอามาให้อีก”

“เสื้อที่นายท่านซื้อ ผมคิดว่ามันไม่เหมาะสมที่จะใส่ทำงานครับ” ในเมื่อนายท่านต้องการจะรู้ เขาก็จะบอก

“งั้นก็เผามันซะ ถ้านายไม่อยากใส่เสื้อผ้าของฉัน...ก็ไม่ต้องใส่อะไรเลย! เผา!!” นิคาซิโอ้ตวาดเสียงดังจนเมดสาวต่างเดินมาแอบดูด้วยความสงสัย

เซบาสเตียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจุดไฟแช็กแล้วก้มลงเผาเสื้อผ้าของตัวเองทั้งหมด

พรึบ!

เปลวไฟแดงฉานลุกขึ้นเผาไหม้กองเสื้อผ้าจนขาดวิ่นส่งควันลอยคลุ้งเต็มไปหมด

“ถ้านายท่านไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปทำงานต่อนะครับ” เซบาสเตียนพูดขึ้นโดยไม่ยอมมองหน้านิคาซิโอ้ ครั้งนี้เขารู้สึกน้อยใจมากเพราะการกระทำของนิคาซิโอ้ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่เอาเสียเลย แค่เพราะอยากเอาชนะเท่านั้นถึงกับต้องทำลายข้าวของของคนอื่น

“จะหนีไปไหน” นิคาซิโอ้กระชากแขนเซบาสเตียนกลับมาเผชิญหน้า

“ผมไม่ได้หนีครับ ผมจะไปเตรียมอาหารเย็น”

“ไม่ต้อง ให้คนอื่นทำ ส่วนนายมานี่” นิคาซิโอ้กระชากแขนพ่อบ้านเดินกลับเข้าในบ้านอย่างแรงจนร่างเซบาสเตียนถลาไปตามแรงดึง

“นายท่าน” ...ผมเจ็บ เซบาสเตียนอยากจะพูด แต่คิดว่าไม่เหมาะที่จะยั่วโมโหนิคาซิโอ้ตอนนี้ นิคาซิโอ้กำลังโมโหมาก บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังอยู่ในร่างกายจึงทำให้อารมณ์พุ่งพล่าน แค่แรงบีบที่ต้นแขนก็มหาศาลจนไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันต้องช้ำแน่

ปัง!

ประตูห้องนอนถูกเปิดและปิดลงอย่างแรง นิคาซิโอ้เหวี่ยงร่างเซบาสเตียนลงบนเตียงแล้วขึ้นไปคร่อมไว้

“นายท่าน!”เซบาสเตียนทำท่าจะลุกออกแต่นิคาซิโอ้ผลักเขาให้นอนกลับลงไปที่เดิมแล้วกดข้อมือทั้งสองข้างไว้กับเตียง

“อย่ามาทำสะดิ้ง ทีกับมันล่ะถึงเนื้อถึงตัว ที่กับฉันทำเป็นคนไร้อารมณ์ ดูซิว่าวันนี้จะไร้อารมณ์ได้อีกไหม” นิคาซิโอ้ก้มลงไซ้ตามซอกคอของพ่อบ้าน ทั้งดูด ขบเม้มอย่างรุนแรงจนเซบาสเตียนรู้สึกเจ็บมากกว่าเสียว

“นายท่าน ปล่อยเถอะครับ”เซบาสเตียนพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบแทน เพราะนายท่านตอนนี้ร้อนดังไฟ

“เงียบไป” นิคาซิโอ้เริ่มซุกไซ้มือไปตามหน้าท้องของเซบาสเตียน พ่อบ้านหนุ่มรีบผลักมือออกแล้วทำท่าจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกผลักกลับลงไปอีกครั้งนี้นิคาซิโอ้ยกมือขึ้นบีบคางแล้วจ้องเซบาสเตียนอย่างโกรธเคือง

“อย่าต้องให้ฉันรุนแรงกับนายเซบาสเตียน”

“ทำแบบนี้แล้วคุณได้อะไรเหรอครับ” เซบาสเตียนถามนิ่งๆ

“ได้เอาชนะนาย เอาชนะไอ้มิคาเอลนั่นไง”

“ถ้าคุณคิดว่าจะชนะ งั้นก็ทำเถอะครับ จะฆ่ากันให้ตายตรงนี้เลยก็ได้ถ้าคุณพอใจ ผมเคยบอกแล้วว่าไม่ใช่ที่ระบายของคุณ แต่คุณก็ไม่เคยสนใจ ถ้าครั้งนี้คุณจะทำอีกก็ได้ ทำจนคุณพอใจแล้วมันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้ทำแบบนี้กับผม” เซบาสเตียนพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

นิคาซิโอ้มองออกว่าในความนิ่งนี้แฝงความน้อยใจและความไม่พอใจอยู่มาก

“จะกลับไปอยู่กับมิคาเอลงั้นเหรอ”

“ผมคงไม่จำเป็นต้องรายงานคุณ เอาสิครับ รีบทำรีบจบแล้วเราก็แยกย้ายกันไป” นิคาซิโอ้จ้องนิ่งไปที่ดวงตาไร้อารมณ์ เขาพยายามไม่สนใจมันแล้วก้มลงประกบปากลงบนปากของเซบาสเตียน อีกฝ่ายนอนนิ่ง ไม่พูด ไม่ห้าม แต่ก็ไม่จูบตอบ

“ฮึ้ย!” สุดท้ายนิคาซิโอ้ก็ยอมแพ้ ถอนหายใจหนักๆแล้วพลิกตัวไปนอนที่ด้านข้างของเซบาสเตียน ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นทับดวงตา

“อยู่ในนี้แหละ ห้ามออกไปไหน”

“...ครับ” เซบาสเตียนตอบรับ ลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินไปนั่งอยู่ที่โซนห้องนั่งเล่นในห้องนอนของนิคาซิโอ้ นายท่านของเขาแค่นอนอยู่บนเตียงเฉยๆ เงียบๆ จนเวลาผ่านไปนาน เซบาสเตียนคิดว่านิคาซิโอ้คงเผลอหลับไปแล้วแต่เขาก็ยังไม่กล้าออกนอกห้อง ได้แต่นั่งอยู่ที่โซฟาจนกระทั่งเผลอหลับไปในที่สุด

ความคิดเห็น