💕💕💕ชอบกดไลค์...ใช่กดแชร์ฝากติดตามเพจด้วย มือใหม่หัดเขียน💕💕💕💕

เปลี่ยนตัว(ภาคเมืองเสียนหยาง)

ชื่อตอน : เปลี่ยนตัว(ภาคเมืองเสียนหยาง)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2559 13:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เปลี่ยนตัว(ภาคเมืองเสียนหยาง)
แบบอักษร

*รีไรท์เสร็จหมดแล้วคร่า  จะทยอยมาลงเรื่อยๆตอนพักกลางวันนะ เลิกงานแล้วลงนิยายได้55555+

อ่านตอนนี้ก่อนค่อยไปอ่านตอนองค์ชายสิบสามนะคะเราลงสลับตอน 

•จักรวรรดิที่ 5•

 

 

         ร่างในชุดสีม่วงที่บอบบางและดูน่าถนุถนอมนั้นคือโจวหว่านหรู  สองมือของนางประคองร่างของท่านปู่เอาไว้โดยในตอนนี้ใบหน้าของนางไร้ซึ่งผ้าคาดปกปิด  

 

         ในตอนนี้นั้นผู้คนที่มามุงดูต่างมองเห็นใบหน้าของนางอย่างแจ่มชัด  สาวน้อยที่เคยงดงามดังดอกไม้แรกแย้มจนเป็นที่กล่าวขาน  กลับต้องมีสภาพราวกับภูตผีเพราะมีบาดแผลฉกรรจ์บนใบหน้า  ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร

 

          “อา!  นั่นดูสิใบหน้าของนางช่างน่ากลัวนัก”

 

          “ผี…แง! น่ากลัวจังเลย”

 

          “ดูสิมิน่าเล่าจวิ้นหวังถึงกับเอ่ยปากถอนหมั้นนาง…ช่างอัปลักษณ์จนไม่อาจยอมให้ผู้ใดพบเห็นเลยจริงๆ”

 

          แต่ก็มีบางคนที่คิดต่างว่าเหตุใดใบหน้าของนางถึงได้เกิดบาดเจ็บอย่างไร้สาเหตุ  แล้วจวิ้นหวังก็ช่างพระทัยดำนัก  ถึงขนาดบอกตัดสัมพันธ์ทันทีที่เห็นใบหน้าของนาง

 

          “แต่นางก็น่าสงสารนะดูสิ แล้วแบบนี้นางจะแต่งให้ชายใดได้กัน”

 

          “จวิ้นหวังช่างพระทัยร้ายกับนางเหลือเกิน”

 

          “ใช่ๆ ไหนเขามักจะแสดงตัวว่าเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่งทำไมถึงทอดทิ้งตระกูลขุนนางผู้มีความภักดีได้ง่ายๆเช่นนี้”

 

          หลายคนเริ่มซุบซิบกันปากต่อปาก  จนในตอนนี้ข่าวลือได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองเสียนหยางแล้ว  ด้วยความจริงที่ว่าตอนนี้ใบหน้าของว่าที่พระชายาเกิดเสียโฉมจนไม่อาจมองเป็นผู้เป็นคนได้อีก

 

          อีกหลายคนก็ว่าเป็นเพราะใบหน้าอัปลักษณ์นั้นเองทำให้องค์ชายรองหรือจวิ้นหวังถอนหมั้นกับนาง  บางส่วนก็ใส่สีตีไข่ถึงข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปถึงขนาดที่ว่า  จวิ้นหวังหลงใหลอนุทำร้ายว่าที่ชายาเอก  หรือเป็นเพราะภรรยารองวางแผนทำร้ายชายาเอก  

 

         แต่ต่อให้ข่าวลือเป็นไปในด้านไหน  เรื่องราวหลักที่พวกเขาพูดถึงก็มีแค่เพียงคุณหนูตระกูลโจวนั้นมีใบหน้าอัปลักษณ์  และเรื่องการถูกถอนหมั้นจากองค์ชายรอง  ส่วนประเด็นอื่นเป็นอันโดนเบียดตกไป

 

          และเมื่อข่าวลือลามไปจนทั่วเมือง  ชาวบ้านร้านตลาดทั้งหลายมีใครบ้างที่จะไม่รู้ว่าตระกูลโจวมีหลานสาวแสนอัปลักษณ์  ทีนี้บุตรชายบ้านใดก็คงจะไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย  

 

          ข่าวเรื่องนี้แพร่ไปถึงตระกูลเหยา  เข้าถึงหูของเหยาจือซิน  และเหยากัวเถียน  พวกเขาต่างไชโยโห่ร้องในคราเคราะห์ของโจวหว่านหรู  แม้แผนสังหารนางนั้นจะไม่สำเร็จแต่ว่าตำแหน่งพระชายานั้นก็นับว่าได้ว่างลงแล้ว  ทีนี้ก็เหลือเพียงกระตุ้นจวิ้นหวังให้แต่งตั้งบุตรสาวของเหยากัวเถียนจึ้นดำรงตำแหน่งแทน

 

          ช่างเป็นวันดีสำหรับตระกูลเหยาเสียจริง

 

          ในขณะที่ตระกูลเหยากำลังเริงร่ากับเส้นทางสวรรค์ที่เปิดทางออก  ฝ่ายจวิ้นหวังก็เข้ากราบทูลเรื่องของโจวหว่านหรูทั้งหมด

 

          “ทูลเสด็จพ่อใบหน้าของนางนั้นอัปลักษณ์จนแม้แต่ลูกยังอดทำใจมองมิได้”

 

          จวิ้นหวังเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อขอพระราชโองการให้ยุติการหมั้นหมายนั้นเสีย  เขาไม่อาจทำใจแต่งกับนางได้  เมื่อมองสีหน้าของโอรสสวรรค์จวิ้นหวังก็พบดวงตาที่ฉายแวววิตกกังวล  เพียงเล่าอย่างคร่าวๆดูพระองค์เองก็ทรงทนไม่ไหวเสียแล้ว

 

          เดิมทีที่คิดพระราชทานสมรสให้ทั้งสองก็เป็นเพียงต้องการป้ายคำสั่งทหารในมือของตระกูลโจวเท่านั้น  พระองค์ต้องการรวบอำนาจของแม่ทัพโจวมาไว้ที่ตัวพระองค์เอง  และอีกทางหนึ่งยังสามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของตระกูลโจวได้อีกทางหนึ่ง

 

          แต่ไม่คิดว่าบุตรชายของเขาจะใจเร็วด่วนได้ยกเลิกการหมั้นหมายไปเสียเองแบบนี้  แผนการณ์ที่จะใช้ตระกูลโจวเป็นอันตกไป  แต่เมื่อขันทีคนสนิทกล่าวบางอย่างพระองค์ก็ทรงคิดได้

 

          “ฝ่าบาทกระหม่อมมีความเห็นว่าการสมรสในครั้งนี้ไม่สามารถยกเลิกได้  แต่ทรงเปลี่ยนตัวได้”

 

          ฉินกงกงเป็นผู้กราบทูล

 

          “ความหมายของเจ้าคือจะให้นางสมรสกับเชื้อพระวงศ์คนอื่นใช่หรือไม่” ฮ่องเต้ตรัสถาม

 

          “พะย่ะค่ะในตำหนักในยังมี บุตรชายของเจียงไฉ่เหรินองค์ชายเผ่ยเซวียนที่มีชันษาไม่มากนัก”

 

          ฮ่องเต้ทรงนึกถึงเผ่ยเซวียนองค์ชายสิบสามที่มีสติปัญญาด้อยกว่าคนในวัยเดียวกัน  เป็นบุตรชายที่พระองค์ทรงลืมไปแล้ว  ด้วยเจียงไฉ่เหรินเมื่อคลอดออกมาก่อนกำหนดก็ตกเลือดตายลง  ปล่อยให้เผ่ยเซวียนที่มีสติปัญญาด้อยอาศัยในตำหนักในเพียงลำพัง

 

          ดูจากสติปัญญาของบุตรชายผู้นี้ที่มีอายุสิบห้าปีแต่มีสมองของเด็กเจ็ดขวบ  ก็ยิ่งทำให้ง่ายต่อการที่จะควบคุม  อีกทั้งตำแหน่งชายาเอกของหลานสาวตระกูลแม่ทัพก็ยากนักหากว่าจะให้แต่งเป็นอนุ

 

         “ดี….มีคำสั่งออกไปให้โจวหว่านหรูสมรสกับเผ่ยเซวียนองค์ชายสิบสามในอีกเจ็ดวัน”

 

          ในเย็นวันนั้นเองมีราชโองการให้คุณหนูโจวหว่านหรูสมรสกับองค์ชายสิบสามมาถึงตระกูล  อดีตแม่ทัพเฒ่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อรับราชโองการมาจากขันที  

 

          นี่มันอะไรกัน!  ฝ่าบาททรงเห็นหลานสาวของเขาเป็นสิ่งของที่สามารถโยนไปทางไหนก็ได้เช่นนั้นหรือ  เมื่อไม่ต้องการให้แต่งก็เลิกหมั้นหมายไป  ใยต้องโยนหลานสาวของเขาไปให้องค์ชายสิบสามอะไรนั่นด้วย

 

 

🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽

 
ความคิดเห็น