ฝากคอมเม้นท์ ฝากติดตามนิยายของไรท์ด้วยนะคะ

My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 2 100%

ชื่อตอน : My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 2 100%

คำค้น : Zayn, Khow Fang, Love, เมียเด็ก, เซน, ข้าวฟาง, รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.7k

ความคิดเห็น : 64

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 19:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 2 100%
แบบอักษร

“อ้าวนั่น! ทำไมอุ้มน้องมาล่ะตาเซน น้องเป็นอะไร?”

“อ่อ ข้างฟ่างแค่เหนื่อยจากการทำการบ้านน่ะครับ”

“ถ้างั้นก็พาน้องขึ้นไปพักผ่อนเถอะ สงสัยอยากจะเป็นหมอจนหักโหมอ่านหนังสือ ทำการบ้านเกินไป”

“ครับ”

ผมอุ้มข้าวฟ่างที่นอนหลับขึ้นมาบนห้อง ตัวก็ไม่ใช่เบาๆ หนักกว่าเมื่อก่อนอีก สงสัยผมจะปล่อยให้ข้าวฟ่างกินขนมมากไป ผมวางข้าวฟ่างในนอนบนเตียงอย่างเบามือ หลับปุ๋ยเลยสบายเกินไปแล้วนะยัยเด็กบ้า แต่ก็ช่างเถอะสงสัยจะเหนื่อยมาก ก็แน่ล่ะ ก็ผมเล่นเธออย่างหนักหน่วงเลยนิ

ก็หลังจากที่เลขาผมซื้อขนมมาให้นั่นแหละ ผมให้ข้าวฟ่างกินขนมจนอิ่ม ก่อนจะจับข้าวฟ่างกินต่อ ไม่งั้นผมไม่ฝากให้ซื้อถุงยางมาให้หรอก ก็นะ ห่างหายมานาน ถึงเวลาจัดก็เลยจัดเต็มจนข้าวฟ่างเพลียหลับไป ผมแต่งตัวให้ข้าวฟ่างเสร็จก็พากลับมาบ้านเลย มีเมียเด็กมันโคตรกระชุ่มกระชวยเลยวะ

ฟอดดด!!

“มันเขี้ยว” ผมก้มไปหอมแก้มข้าวฟ่างฟอดใหญ่อย่างมันเขี้ยว

ใครใช้ให้ทำตัวใสใสใส่ผมเองวะครับ เห็นตาแป๋วๆ ของข้าวฟ่างเมื่อไหร่มันอดไม่ได้ที่จะจับกิน อ่า...นี่ผมผิดสัญญากับพ่อตาแล้วสิ แต่ไม่เป็นไร พ่อตาผมไม่รู้นิ ว่าผมจับลูกสาวตัวน้อยของเขากินจนอิ่ม ฮึๆ

ช่วงนี้ผมมั่วทำแต่งาน ข้าวฟ่างก็มุ่งมั่นจะเป็นหมอเหมือนพ่อ แต่ไม่ชอบอ่านหนังสือ =_=! มันดูขัดๆ กันว่าไหม? ผมก็พยายามให้ข้าวฟ่างอ่านหนังสือ อยากให้สอบคณะแพทยศาสตร์ติด เพื่อจะได้ทำความฝันตัวเองให้เป็นจริง แต่ในความจริงต้องด่าต้องบังคับ ผมดูแลลูกน้องทั้งบริษัทยังไม่ปวดหัวเท่าดูแลเมียตัวน้อยๆ คนนี้เลย

เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ เหนื่อยจิตด้วย มีเมียเด็กชอบงอแงและผมก็ไม่ชอบผู้หญิงงอแงขี้งอนไง เกลียดยังไงก็ได้อย่างงั้น ได้มาครบเลย นิสัยผู้หญิงที่ผมหลีกเลี่ยงจะเข้าใกล้ข้าวฟ่างมีหมด ผมก็เลยยกเว้นให้คนหนึ่งเพราะดุแล้วก็ยังเชื่อฟังกันดี

“อืออ...ป๋าพอแล้วนะคะ หนูง่วงนอน” ข้าวฟ่างละเมอขึ้นมาก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคง ผมระบายยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

‘นอนหลับยังละเมอถึง น่ารักฉิบหาย’

ผมนั่งลงข้างๆ ข้าวฟ่างก่อนจะเอามือลูบผมเมียตัวน้อยอย่างเอ็นดู

“นอนซะนะเด็กน้อยของฉัน” ผมดึงผ้าห่มมาห่มให้ข้าวฟ่างก่อนตัวเองจะเข้าไปอาบน้ำ ก็เมื่อกี้จัดหนักกับเมียตัวน้อยมากไปหน่อย เหนื่อยอยากนอนแช่น้ำอุ่นให้สบายตัวเดี๋ยวจะได้ทำงานต่อ

ก๊อกๆ

“ป๋าอาบน้ำอยู่เหรอคะ? คือหนูปวดฉี่ เปิดประตูห้องน้ำให้หนูหน่อยค่ะ”

“แป๊บนะ”

“ค่า” ผมลุกไปหยิบชุดคลุมมาใส่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้ข้าวฟ่างเข้ามาฉี่

“ป๋าออกไปก่อนนะ หนูฉี่ไม่ออก”

“เฮ้อ...ขัดจังหวะการแช่น้ำอุ่นไม่พอ ยังจะมาไล่กันอีก เออๆ รีบๆ ฉี่จะอาบน้ำต่อ”

“ค่ะๆ”

“ป๋าฉี่เสร็จแล้วค่ะ”

“งั้นก็ดี ไปถอดเสื้อผ้าออก แล้วเข้ามาอาบน้ำกับฉัน”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังไม่อยากอาบน้ำ” ข้าวฟ่างยกมือปฏิเสธอย่างเร็ว เมื่อผมชวนเธอมาอาบน้ำด้วยกัน

มาชวนอาบน้ำขนาดนี้ สงสัยจะหลอกฉันอีกแล้วแน่ๆ ปกติพี่เซนไม่เคยเอ่ยปากชวนฉันอาบน้ำด้วยเลยสักครั้ง แต่นี่มันผิดปกติ แสดงว่าจะต่อจากเรื่องอย่างว่าจากบริษัทแน่ๆ ฉันหลับเพิ่งตื่นยังจะเอาอีกแล้วเหรอ ยังไม่หายเพลียเลยนะ ฉันโดนพี่เซนจับ...เอ่อ...จับปล้ำ ใช้ถุงยางจนหมดกล่องคิดดูว่ากี่รอบ คิดแล้วเขิน นี่ครั้งที่ 2 แล้วนะที่พี่เซนทำแบบนั้นกับฉันอ่า

งื้ออ...เขินอ่า -///-

“ไม่! ฉันจะอาบน้ำกับเธอ”

“…” เงียบ

“ไม่ได้จะทำอะไร แค่อยากอาบน้ำด้วยกันเฉยๆ”

“…” ยังเงียบอยู่ จะกลัวอะไรนักหนา ไม่ได้จะทำอะไรเธอซะหน่อย

“ไม่มีถุงยาง ฉันไม่ทำหรอกเดี๋ยวเธอท้อง ถ้าเธอท้องพ่อเธอได้มาฆ่าฉันพอดี แล้วเมื่อกี้ฉันก็กินเธออิ่มจนพอใจแล้ว เร็วๆ” ฉันมองพี่เซนอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไหร่ เพราะหน้าพี่เซนแกนิ่งมาก

“แน่นะคะ?” ฉันถามเพื่อความแน่ใจ

“เออ! เธอไม่เหนียวตัวเองรึไง ตัวเธอมีแต่น้ำลายฉัน”

กรี๊ดดด!!

พูดอะไร หนูข้าวฟ่างรับไม่ได้

“ไม่ต้องหน้าแดง ไปแก้ผ้าแล้วมาอาบน้ำกับฉัน หรือจะให้ฉันแก้ให้ถึงจะมาอาบน้ำด้วยกัน”

“นะ...หนูแก้เอง หนูแก้เอง!” ฉันรีบร้องขึ้นเมื่อพี่เซนก้าวเท้าเข้ามาหา

“แค่นี้ก็หมดเรื่อง เรื่องมาก! ทำอย่างกับฉันไม่เคยเห็น ฉันเห็น ฉันชิมมาหมดแล้วไม่ต้องอาย” มันไม่ชินนิที่ต้องมาแก้ผ้าต่อหน้าผู้ชายหล่อๆ อะ

“อือๆ” ฉันพยักหน้าให้พี่เซน ก่อนจะเดินออกไปถอดเสื้อผ้า และเดินกลับเข้ามาในห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูพันตัวไว้

อึก!

กึก!

ฉันชะงักเท้าตัวเองทันทีที่ได้ยินเสียงพี่เซนกลืนน้ำลาย

กลืนน้ำลายทำไม ในห้องน้ำไม่ได้มีอะไรให้กินน๊า ฉันยกมือกำผ้าขนหนูตัวเองแน่นกลัวพี่เซนจะมาดึง

“ถอดผ้าเช็ดตัวออก แล้วเข้ามานั่งกับฉันในอ่าง” ม่ายยยย...ถึงฉันจะใสซื่อบางเวลา ก็ไม่นำพาตัวเองเข้าไปนั่งร่วมอ่างกับผู้ชายสองต่อสองหรอกนะ

“ฉันเป็นผัวเธอ เราสองคนแต่งงานกันแล้ว” แต่งงานกันแล้วฉันอายไม่ได้เหรอ

“ถึงเราสองคนจะแต่งงานกันแล้ว หนูก็ไม่ชินอยู่ดีที่จะมาเห็นอะไรต่อมิอะไรของป๋า มันขนลุก”

“ฉันไม่ได้เป็นโรคนะ ที่เธอจะเห็นตัวฉันแล้วขนลุกอะ เมื่อยอยากให้นวดให้หน่อย”

“ไปนวดที่เตียงก็ได้นี่ค่ะ”

“อยากให้นวดในน้ำมีอะไรม่ะ รีบๆ ลงมาจะได้มานวดไหล่ให้หน่อย”

“หนูขอไม่ถอดผ้าขนหนูนะป๋า หนูอาย”

“เออๆ เรื่องมากจริงๆ เดี๋ยวพ่อก็จับเอาจนตายด้านเลย เดี๋ยวก่อน” พูดอารายออกมา ฉันเริ่มกลัวพี่เซนแล้วนะ พูดจาห่ามๆ พอเข้าใจแต่ไม่รู้จักอายเลยฉันไม่เข้าใจ

ฉันก้าวเท้าลงไปในอ่างน้ำก่อนจะไปนั่งบนอ่างซ้อนหลังพี่เซน ฉันนั่งนวดไหล่พี่เซนเหมือนที่เคยนวดให้พ่อเวลาท่านทำงานมาเหนื่อยๆ

“อืมมม...อ่าาา...บีบแรงๆ ฉันชอบ” ซาดิส

“ค่ะๆ” ฉันออกแรงบีบไหล่ให้พี่เซนมากขึ้น พี่เซนก็นั่งครางออกมาอย่างกับทำเรื่องอย่างว่ากับฉัน นี่ถ้าใครไม่รู้ว่าฉันกำลังนวดให้อยู่นะคงคิดว่าฉันกับพี่เซนกำลังทำเรื่อง 20+กันอยู่แน่

หลังจากที่เราสองคนอาบน้ำเสร็จพี่เซนก็ไปทำงานในห้องทำงาน ส่วนฉันนอนแชทกับเพื่อน พวกเรานัดกันไปเที่ยวห้างวันเสาร์นี้ ฉันตอบว่าไปแล้ว แต่ต้องไปขออนุญาตพี่เซนก่อน ถ้าไม่ขออนุญาตฉันโดนดุแน่ๆ ฉันเดินไปหาพี่เซนที่ห้องทำงานเพื่อจะขออนุญาตไปเที่ยวห้างกับพวกเพื่อนๆ

ก๊อกๆ

“ป๋าเซนหนูเองค่ะ”

“เข้ามาสิ ไม่ได้ล็อคประตู”

แอดดด

“มีอะไร ทำไมยังไม่นอน” แค่ถามทำไมต้องทำหน้าดุใส่ด้วย

“หนูยังไม่ง่วงค่ะ คือหนูจะมาขอ...” ถ้าพี่เซนไม่ให้ไปล่ะทำยังไงดี

“ขออะไรพูดมาสิ”

"ป๋า เสาร์นี้หนูขอไปเที่ยวห้างกับเพื่อนนะคะ"ฉันหลับตาพูดเร็วเดียวจบ

"ไปห้างไหน? " พี่เซนถามกลับเสียงนิ่ง

"ก็ห้างป๋านั่นแหละค่ะ อุดหนุนกันด้วย" ถ้าฉันไปเดินห้างอื่นฉันซวยนะจะบอกให้

เพราะเมื่อก่อนที่ฉันรู้จักกับพี่เซนใหม่ๆ ฉันไปเดินห้างอื่นแล้วพี่เซนจับได้ โดนพี่เซนบ่นทั้งวันหาว่าฉันไม่อุดหนุนผัวตัวเอง เออ...ฉันก็ขอโทษขอโพยไป ไปเดินห้างพี่เซนเมื่อไหร่ก็ใช้เครดิตพี่เซน ฮะฮ่าๆ ฉลาดใช้ได้นะฉัน

"อืม ห้ามกลับดึกนะ" โอ๊ะ! ไม่น่าเชื่อว่าพี่เซนจะให้ไป ดีใจ ฉีกยิ้มกว้าง ^_____^

"ค่ะ"

"แล้วเพื่อนที่ว่านี่ มีผู้ชายด้วยรึเปล่า? " เริ่มได้กลิ่นอะไรแปลกๆ จากคำถามนี้ยังไงไม่รู้แหะ คงไม่หรอกมั่งพี่เซนก็คงอยากรู้ว่าใครไปมั่งแหละ

"มีค่ะ พวกเรานัดกันไปเที่ยวหลายคน ^^" ฉันตอบพี่เซนด้วยรอยยิ้ม จริงใจนะพูดความจริง

"โชคดีจัง เสาร์นี้ฉันว่างพอดีฉันไปเที่ยวด้วยคนสิ"ผมรีบพูดขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้ยินว่าการไปเที่ยวครั้งนี้มีเพื่อนผู้ชายไปด้วย ผมมองข้าวฟ่างที่ทำหน้าเลิกลักเมื่อรู้ว่าผมจะไปด้วย

"โอ๊ย...ป๋าจะไปทำไมคะ อยู่บ้านพักผ่อนเถอะค่ะ พวกหนูมีแต่เด็กๆ "

"เธอว่าฉันแก่เหรอ? "

"ปะ...เปล่าค่ะ เพียงแต่พวกเพื่อนๆ หนูมันพูดมากกันและกินเก่งมากด้วย" ไม่อยากให้พี่ไปด้วย ไปด้วยทีไรพวกเพื่อนๆ ฉันเกร็งตลอดเลย ยัยน้ำขิง ยัยนิวมันกลัวพี่เซน มันกลัวสายตาพี่เซนเวลามอง จริงๆ พี่เซนก็ไม่มีอะไรแค่ข่มคนอื่นทางสายตาเท่านั้นเอง ดูขนาดฉันสิฉันยังกล้าๆ กลัวๆ เวลาถูกพี่เซนมองเลย

"ฉันรวย ฉันเลี้ยงได้ทั้งเมียและเพื่อนเมีย แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องการพูดมากของพวกเพื่อนเธอหรอกนะ ไม่มีใครพูดมากเท่าเธอแล้วล่ะ"ดูพูดเข้าสิ

"ป๋าอ่า : (" ฉันยู้ปากใส่พี่เซนเมื่อพี่เซนหลอกด่าว่าฉันพูดมาก

"สรุปเสาร์นี้ฉันจะไปกับเธอด้วย"

"แต่เพื่อนหนูมันพูดชอบคำหยาบกันนะคะ"พูดเหมือนไม่อยากให้ฉันไปด้วยนะ แสดงว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ฉะนั้นผมต้องไปให้ได้

"ฮึๆ ฉันอายุ 25 แล้วนะ คำหยาบฉันก็พูดออกจะบ่อย ฉันโอเค" ผมพูด

"..." ข้าวฟ่างถึงกับเงียบเมื่อผมตอบกลับ

แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมยังไม่กระจ่างตอนนี้คือ...

"ว่าแต่เพื่อนผู้ชายของเธอแต่ละคน พวกมันมีแฟนกันรึยัง? " ประเด็นมันอยู่เพื่อนผู้ชายของข้าวฟ่าง

ว่าจะไม่ไปด้วยแต่พอข้าวฟ่างบอกมีเพื่อนผู้ชายไปด้วย ผมก็ต้องไป ไม่ได้หึงหวงแต่เป็นห่วง เข้าใจนะ

“พวกนั้นมีแฟนกันหมดแล้วค่ะ”

เหรอ?


Zayn's Part

“ข้าวฟ่างกินไอติมไหม เดี๋ยวเราเลี้ยง”

“ไม่เป็นไรจ้ะฟิวส์”

ผมยืนกอดอกมองไอ้เด็กผู้ชายหน้าสไตส์ลูกครึ่งทื่ยืนเสนอตัวเลี้ยงขนมสาว ผมจะไม่เคืองมันเลยถ้ามันไม่เอ่ยปากชวนข้าวฟ่าง ไหนข้าวฟ่างบอกว่าเพื่อนผู้ชายมันมีแฟนกันหมดแล้วไงวะ ไอ้สองตัวที่มากับมันนั้นกำลังจีบเพื่อนทั้งสองคนของข้าวฟ่างอยู่ ส่วนไอ้เด็กที่ชื่อฟิวส์นี่คงจะกำลังจีบข้าวฟ่างอยู่สินะ

อ่อ...เข้าใจล่ะ ที่บอกว่านัดกันมาเที่ยวนี่คือจะนัดบอร์ดเดทกัน เข้าใจหาเรื่องชวนกันดีนี่เด็กพวกนี้ เรียนก็ยังไม่จบกระแดะอยากมีแฟนกัน

“อืมมม...ถ้างั้นกินเครปเย็นไหม? เราไปซื้อให้” มึงก็เสนอตัวไม่เกรงใจกูที่ยืนอยู่ข้างๆ ข้าวฟ่างเลยนะ

“ข้าวฟ่างไม่กินก็คือไม่กิน” ผมพูดออกไป

“แล้วพี่เกี่ยวอะไรด้วยอะครับ ผมคุยกับข้าวฟ่างนะ” ก็ถามเมียกูจะให้ผัวอย่างกูดีใจรึไง ไอ้เด็กเชี้ย!

“อะ...เอ่อ...เราเพิ่งทานข้าวมาน่ะฟิวส์ ถ้านายอยากกินก็ไปซื้อกินเถอะ” ข้าวฟ่างที่เห็นผมเงียบก็รีบพูดขึ้นมา คงจะรู้ว่าผมกำลังโมโหไอ้เด็กนี่

“ถ้าข้าวฟ่างไม่กินเราก็ไม่กิน”

“ก็เรื่องของมึง” ผมพูดลอยๆ ก่อนจะหันหน้าไปคุยกับข้าวฟ่าง

“ถ้าฉันไม่มาด้วย ฉันคงจะไม่รู้ว่าไอ้ที่นัดๆ กันมาเที่ยวนี่คืออะไร” ผมพูดเสียงเรียบก่อนจะเปรยตามองเพื่อนทั้งสองคนของข้าวฟ่าง นิวและน้ำขิงถ้ากับหน้าซีดที่ถูกผมจ้องหน้า

“พวกเรานัดกันมาเที่ยวด้วยกันจริงๆ ค่ะ ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นเลยนะคะ” น้ำขิงพูด

“มาเที่ยวแล้วทำไมไอ้นี่มันถึงม้อข้าวฟ่าง” ผมถามน้ำขิงก่อนจะชี้นิ้วไปที่ไอ้เด็กฟิวส์

“ก็ผมชอบข้าวฟ่าง เพื่อนผมเป็นแฟนกับเพื่อนข้าวฟ่าง ผมเห็นข้าวฟ่างไม่มีใครจีบผมก็เลยจะจีบข้าวฟ่าง” มึงรู้ได้ยังไงว่าข้าวฟ่างไม่มีใคร นั่งหัวโด่นี่คืออะไร

“จะจีบใครก็ควรตรวจสอบให้ดีว่าเขามีเจ้าของรึเปล่า ที่ข้าวฟ่างไม่มีใครมาจีบเพราะพวกนั้นมันรู้ว่าข้าวฟ่างมีแฟนแล้วมีแต่มึงนี่แหละที่ไม่รู้ห่าอะไร” ผมเริ่มหัวเสียขึ้นมาแล้วนะ ไม่อยากทะเลาะกับเด็กหรอกนะแต่มันอดไม่ได้ ใครมายุ่งกับคนของผม เด็ก คนชรา หรือใครผมก็ไม่เว้นหรอกบอกเลย

“ถ้าข้าวฟ่างมีแฟนผมก็ต้องเห็นสิครับ หรือว่าพี่หวงน้องสาวเกินไปจนกุเรื่องมาหลอกผม”

เดี๋ยวนะ! ...ไอ้ที่มึงม่อเมียกูต่อหน้ากู ทำอะไรหวานๆใส่เมียกูต่อหน้ากู มึงคิดว่ากูเป็นพี่ของเมียตัวเองงั้นเหรอ ไอ้เด็กตาถั่ว! หน้าผมกับข้าวฟ่างไม่เหมือนกันสักนิดก็มโนได้เนอะว่าผมเป็นพี่ชาย ก็ถึงว่าทำไมไอ้เด็กนี่มันถึงไม่ค่อยชอบใจผมเวลาผมขัดมัน

เข้าใจว่าผมเป็นพี่ชายของข้าวฟ่าง กูเป็นผัวเว๊ยไอ้เด็กโง่!

“พี่ว่าน้องกำลังเข้าใจอะไรผิดไปนะครับ” ผมพูดกับไอ้เด็กฟิวส์อย่างสุภาพ ก่อนจะหันไปจับมือข้าวฟ่างมากุมไว้

“พี่เนี่ย...ไม่ใช่พี่ชายของข้าวฟ่าง แต่พี่เนี่ย...เป็นแฟน ไม่สิ เป็นผัวของข้าวฟ่าง คนที่น้องกำลังจีบอยู่ครับ”

“...” เงียบกริบเลยไง

ไอ้เด็กฟิวส์มันเบิกตาโตเมื่อได้ยินคำตอบจากผม มันยืนก้มหน้าเหมือนกำลังผิดหวัง ผมไม่อยากจะมีเรื่องกับเด็กนะแต่ที่ทำเพื่อให้มันตัดใจจากข้าวฟ่างได้เร็ว เจ็บแต่จบ

“ทะ..ทำไม?” ดราม่าใส่กูแล้วไง

“เราขอโทษนะฟิวส์ ที่ไม่ได้บอกนายเรื่องพี่เซน” ก็มาถึงห้างพวกเพื่อนๆ ของข้าวฟ่างก็ยกมือไหว้ผม แนะนำชื่อกันให้รู้จักแค่นั้น ไม่ได้บอกสถานะว่าเราเป็นอะไรกัน ไม่แปลกที่ไอ้เด็กฟิวส์มันจะคิดว่าผมเป็นพี่ชายของข้าวฟ่าง

“เรากับพี่เซนแต่งงานกันแล้ว”

“…”

“เราไม่รู้ว่านายชอบเรา เราขอโทษนะฟิวส์” ข้าวฟ่างพูดเสียงสั่น ผมบีบมือข้าวฟ่างเพื่อบอกว่าอย่าคิดมาก

“ไม่เป็นไร เราไม่รู้นิ ตอนนี้เรารู้แล้ว เราจะหลีกทางให้ ^^” หลีกทางพ่อมึงสิไอ้เด็กเวร! กูไม่ได้แย่งข้าวฟ่างมาจากมึงซะหน่อย บางทีซัดหน้าเด็กซัดก็ดีเหมือนกันว่ามั๊ย?

“เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ใช่ไหม?” ข้าวฟ่างถามไอ้เด็กฟิวส์

“อืม เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่สิ ดีจะตายมีเพื่อนทั้งสวยทั้งน่ารักอย่างข้าวฟ่าง” มึงกำลังชมเมียกูอยู่นะ กูยืนอยู่เนี่ยเกรงใจกันด้วย

ผมถึงกับควันออกหูมองไอ้เด็กฟิวส์ตาไม่กะพริบ มันยกยิ้มที่มุมปากให้ผมก่อนจะเอ่ยปากพูด

“ไม่ต้องหึงมากขนาดนั้นก็ได้พี่ ผมไม่ได้แย่งเมียพี่นะ”

“ก็ลองแย่งดูสิ มึงไม่ได้โตกว่านี้แน่!” ผมกัดฟันพูดกับไอ้เด็กฟิวส์

“พี่เซนใจเย็นๆ นะ” ข้าวฟ่างที่เห็นผมกำลังอารมณ์เสียใส่ไอ้เด็กฟิวส์ก็พยายามพูดให้ผมใจเย็น

“ฉันกากหัวเธอไว้นะ ถ้ายังมีผู้ชายมาจีบเธออีก ฉันจะถือว่าเธอผิด”

“อะ...อ้าว!”

“ฉันถือว่าเธอทำตัวน่ารักให้พวกมันหลงใหล ฉะนั้นอย่ายิ้มให้ใครเหมือนที่ยิ้มให้ฉันกับพวกเพื่อนๆ ไม่งั้นฉันจะจับเธอฟาดก้นลาย”

“ค่ะๆ จะไม่ทำตัวน่ารัก และไม่ยิ้มให้ใครนอกจากป๋ากับเพื่อนค่ะ”

“ดี รับปากไว้ก็ทำให้ได้ละกัน” ขู่ไว้ก่อน

หลังจากที่ทุกอย่างลงตัวผม ข้าวฟ่างและเพื่อนของข้าวฟ่างก็มานั่งทานข้าว พอทานข้าวเสร็จก็เดินซื้อของกันนิดหน่อยก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

“ป๋านี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่คะ?”

“พรุ่งนี้วันอาทิตย์โรงเรียนปิด นอนที่คอนโด”

“แต่หนูอยากอ่านหนังสือ ไม่กี่อาทิตย์ก็ต้องเอ็นเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว” มาขยันอะไรวันนี้แม่คุณ

“ฉันไม่เห็นเธอจะอ่าน ถ้าฉันไม่บังคับให้อ่าน”

“หนูกำลังตั้งใจนี่ไงคะ หนูอยากเป็นหมอเหมือนพ่อ จะได้มารักษาพ่อกับแม่เวลาท่านป่วย รักษาคุณหญิงแม่ของป๋าแล้วก็ป๋าด้วย” ผมนั่งยิ้มกับความคิดของข้าวฟ่าง เหมือนเด็กที่โดนถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ทำไมถึงอยากเป็น ข้าวฟ่างมักจะมีความสุขเสมอเวลาที่เธอพูดถึงอาชีพของพ่อตัวเอง

“ถ้าเธอสอบได้ ขออะไรฉันให้หมด”

“จริงเหรอคะ!?” ดูตื่นเต้นมากไปนะ

ข้าวฟ่างหันขวับมาหาผมอย่างรวดเร็ว แล้วฉีกยิ้มกว้างให้ผม

“จริง แต่ต้องดูพฤติกรรมก่อน ถ้าดื้อก็อด”

“หนูจะเป็นเด็กดีของป๋า จะไม่นอกลู่นอกทางเลยค่ะ”

“ฉันจะคอยดู ไม่งั้นฉันจะ...” ผมยังพูดไม่จบข้าวฟ่างก็พูดแทรกขึ้นมา

“ป๋าจะฟาดก้นหนู หนูรู้ค่ะเพราะป๋าฟาดก้นหนูที เล่นหนูซะเพลียไปสามวันเจ็ดวัน” ช่างพูดนะ

ก็ที่ผมบอกจะฟาดก้นข้าวฟ่างนะผมฟาดจริงๆ ผมฟาดก้นข้าวฟ่างสองสามทีก็จับฟัด ข้าวฟ่างถึงเพลียไง

“ถ้าไม่อยากเพลียก็อย่าดื้อกับป๋า เพราะป๋าไม่ชอบเด็กดื้อเข้าใจนะ”

“ค่าาาา”

ระหว่างขับรถไปคอนโดผมก็สอนข้าวฟ่างหลายๆ อย่าง ข้าวฟ่างยังเด็กในสายตาผม ถึงจะอายุ 18 แล้วก็เหอะ เธอใสซื่อจนเกินไปนะบางที อะไรที่ควรรู้ไม่รู้ อะไรที่ไม่ควรรู้ดันรู้ สังคมสมัยนี้มันก้าวหน้ากว่าเมื่อก่อนมาก ผมอยากให้ข้าวฟ่างน่ารักแบบนี้ ผมไม่รู้หรอกว่าถ้าข้าวฟ่างเข้ามหาวิทยาลัยเธอจะเปลี่ยนไปรึเปล่า เจอเพื่อนใหม่จะดีเหมือนเพื่อนมัธยมรึเปล่า จะพาไปในทางที่ดีรึเปล่า ผมห่วงหมดเพราะผมผ่านเรื่องพวกนั้นมาหมดแล้ว ห่วงก็แต่เมียตัวน้อยของตัวเองนี่แหละ กลัวจะไม่ทันคน

“จำสิ่งที่ฉันสอนเธอไว้ให้ดีนะข้าวฟ่าง ที่ฉันสอนไม่ได้จะทำให้เธออึดอัด แต่เพราะฉันเคยผ่านจุดจุดนั้นมาก่อน”

“ค่ะป๋า หนูสัญญาจะไม่เหลวไหลจะทำตัวดีๆ ให้ป๋าเอ็นดูแบบนี้ตลอดไป” ข้าวฟ่างจับมือผมไปเกี่ยวก้อย ก่อนจะเอาแขนตัวเองมาคล้องแขนผมแล้วซบหัวมาที่ไหล่ผม ผมหันไปจูบขมับข้าวฟ่างก่อนจะนั่งจับมือข้าวฟ่างขับรถจนมาถึงที่คอนโด

“วันนี้ให้นอนดึกได้”

“เย้ๆ” ข้าวฟ่างกระโดดโลดเต้นใหญ่เมื่อผมบอกให้เธอนอนดึกได้

“เดี๋ยวฉันจะไปผับไอ้บีกันหน่อยนะ ไอ้เวสชวนดื่มเหล้า ถ้าง่วงก็นอนก่อนเลยไม่ต้องรอ”

“ทำไมถึงไม่ให้หนูรอ ป๋ากลับดึกมากเลยเหรอ” มาล่ะ ความเป็นเมียเริ่มเข้าสิงล่ะ

“ก็ดื่มและคุยกับเพื่อนนิดหน่อยเอง”

“หนูให้ไม่เกินตี 2 นะคะ แล้วก็ห้ามดื่มเยอะด้วยหนูเป็นห่วง”

“รู้แล้วน่า” ผมจับหัวข้าวฟ่างโยกไปมา

ฮึๆ มีอย่างหนึ่งที่เด็กใสใสอย่างข้าวฟ่างทำได้ดีโดยที่ผมไม่ต้องดุก็คือ หน้าที่เมียนี่แหละ

“ถึงแล้วโทรหาหนูด้วยนะคะ”

“อืม งั้นฉันไปก่อนนะ จะได้มีเวลาคุยกับพวกมันมากหน่อย”

“ค่ะ”


Khowfang's Part

ฉันไม่ว่าอะไรถ้าพี่เซนจะไปเที่ยวผับ ทำงานมาเยอะพักสมองบ้างก็ดี ห้ามเกินก็ไม่ดีเดี๋ยวอึดอัดจนทะเลาะกันอีก พอพี่เซนไปถึงผับก็โทรมาบอกฉัน น่ารักเนอะ ^_^

ฉันนั่งดูซีรี่ย์เกาหลีจนถึงเที่ยงคืนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง ดูอินสตาแกรมว่ามีอะไรอัปเดตบ้างจนกระทั่งเลื่อนไปเจอกับรูปรูปหนึ่งของนางแบบคนหนึ่งที่ฉันกดติดตามไว้เพราะเห็นว่าเธอสวยแพงดี

#ดื่มกับหนุ่มหล่อ #สเปคเลย #เซน #ดีนี่

ไปดื่มเหล้ากับเพื่อน ไหนเพื่อน? เห็นมีแต่ผู้หญิง

รูปในอินสตาแกรมที่ฉันเห็นคือ รูปพี่เซนที่นั่งพิงโซฟาแล้วมีผู้หญิงนั่งซบไหล่ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครก็แม่นางแบบที่ฉันฟอลโล่ไว้นี่แหละ ฉันรีบโทรไปหาพี่เซนทันทีที่เห็นภาพ

‘อืมมม’

“ป๋าเมา?” ฉันถามคนในสาย ฟังจากเสียงที่รับมันเริ่มยานแล้ว

‘ไม่ได้เมา โทรมามีอะไรรึเปล่า?’

“ป๋าไปดื่มเหล้ากับพวกเพื่อนๆ ป๋าจริงเหรอคะ?” มันอดไม่ได้ที่จะถาม จะว่าฉันจู้จี้ก็ได้นะ

‘จริงสิ ไอ้เวสมึงคุยกับเมียกูหน่อยดิ เมียกูไม่เชื่อว่ามาแดกเหล้ากับมึง’

‘ดีครับน้องข้าวฟ่าง ไอ้เซนมันอยู่กับพี่จริงๆ ครับ’

“แล้วทำไมหนูเห็นคุณดีที่เป็นนางแบบนั่งซบไหล่ป๋าล่ะคะ?”

*‘...’*ไม่มีเสียงตอบรับปลายสาย

เหอะ! แค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าพวกเขากำลังโกหกฉันอยู่

“พี่เวสตอบคำถามหนูสิคะ”

‘...’

“ก็ได้ค่ะ พี่ไม่ต้องตอบหนูก็ได้ ฝากบอกป๋าด้วยนะคะ คืนนี้ไม่ต้องมานอนกับหนู บายค่ะ”

ตื๊ด!

พูดจบฉันก็กดวางสายทันที

ป๋าสอนหนูให้เป็นคนดี แล้วทำไมไม่สอนตัวเองให้เป็นคนดีบ้าง! หนูงอนป๋าแล้ว! ฉันปิดโน้ตบุ๊ก ปิดทีวี ปิดโทรศัพท์ ปิดให้หมดก่อนจะเดินเข้าห้อง

แกร๊ก!

ฉันไม่ลืมล็อกประตูห้องหรอก เดี๋ยวพี่เซนจะเข้ามานอนด้วย

“ป๋าอยากไปดื่มเหล้ากับใครก็ดื่มเลย หนูไม่สนใจแล้ว ฮือออ...” ฉันปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรรู้แค่ว่าไม่ชอบที่พี่เซนโกหก หรือยอมให้ผู้หญิงคนอื่นแตะเนื้อต้องตัว

“ฮึก ฮือๆ”

ก๊อกๆ

“ข้าวฟ่าง” พี่เซนมา

ฉันมองนาฬิกาที่อยู่หัวเตียงมันเพิ่งเที่ยงคืนนิดๆ ฉันคิดว่าหลังจากที่ฉันวางสายพี่เซนก็รีบกลับมาเลย

ก๊อกๆ

“ข้าวฟ่างเปิดประตูให้ฉันหน่อย มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ เปิดประตูมาคุยกันนะ”

ก๊อกๆ

ฉันเอามือปิดหูตัวเองทั้งสองข้าง ไม่อยากได้ยินเสียงพี่เซน งอน!

“โอเคๆ ไม่เปิดก็ไม่เปิด ฉันจะยืนอธิบายข้างนอกนี้ก็ได้ ฉันไปดื่มกับไอ้เวสแล้วมีผู้หญิงมาขอถ่ายรูปด้วย ฉันก็เลยยอมให้เธอถ่ายเธอจะได้ไปๆ สักที พอเธอถ่ายรูปเสร็จเธอก็กลับไปที่โต๊ะตัวเอง แค่นี้ แค่นี้จริงๆ”

“…”

“สาบานเลยว่าฉันไม่ได้นอกกายหรือนอกใจเธอ ฉันรักเธอ รักเธอแค่คนเดียว” O.O หืม?

พี่เซนกำลังบอกรักฉัน ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาพี่เซนไม่เคยบอกรักฉันเลยสักครั้ง ฉันก็ไม่ได้เรียกร้องให้พี่เซนบอกรักด้วยก็เพราะพี่เซนดูแลเอาใจใส่ฉันดีถึงแม้จะดุฉันเยอะไปหน่อย แต่ก็ไม่เคยบอกรักฉันเลยสักครั้ง

“เปิดประตูให้ป๋าหน่อยนะหนู ป๋าไม่ได้นอกใจหนูจริงๆ”

เปิดไม่เปิดดี แล้วถ้าที่พี่เซนพูดมาทั้งหมดพี่เซนแค่พูดให้ฉันตายใจล่ะ ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้งแล้วเลื่อนหารูปที่นางแบบดีนี่ถ่ายไว้ มีคนมาคอมเมนต์เยอะมากและฉันก็ไปสะดุดกับประโยคที่นางแบบดีนี่ตอบกลับคนที่เข้ามาถาม ว่านางเป็นคบกับพี่เซนเหรอ

‘ไปดื่มกับเพื่อนแล้วเจอกัน เราไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่เซนเป็นสเปคของดีนี่เฉยๆ ค่ะ ดีนี่เลยขอถ่ายรูปด้วย’

ฉันเข้าใจผิดไปเหรอนี่ เวรกรรมแล้วไง แล้วที่ร้องไห้คืออะไร?

“ข้าวฟ่าง ขอร้องเปิดประตูให้หน่อยนะ ฉันรักเธอมากถึงแม้เธอจะดื้อและต่อต้านฉันบ้างเวลา ฉันไม่เคยแคร์ใครนอกจากแม่กับเพื่อน ตอนนี้ฉันแคร์เธอ แคร์เมียตัวน้อยๆ ของตัวเองที่ชื่อข้าวฟ่าง นะครับ เปิดประตูให้ป๋าหน่อยนะ”

แอดดด!

ในที่สุดฉันก็ยอมเดินไปเปิดประตูให้พี่เซน พอฉันเปิดประตูพี่เซนก็เข้ามากอด กลิ่นละมุดแรงมาก ไม่เมาให้ถีบเลย

ฟอดดด!! ฟอดดด!!

“ดะ...เดี๋ยวป๋า อืออ...” ฉันตกใจดิ้นเมื่อพี่เซนไม่พูดไม่จาก้มมาหอมแก้มฉันไปมาจนฉันรู้สึกแสบแก้มไปหมด หนวดที่เริ่มยาวมันทิ่มแก้มฉัน

ฟอดดด! ฟอดดด! ฟอดดด!

ฟอดดด! ฟอดดด!

ฟอดดด! ฟอดดด!

“ปะ...ป๋าหยุดหอมแก้มหนูก่อน หนูแสบแก้ม” ฉันพยายามผลักพี่เซนออกแต่ก็ไม่เป็นผล

พึ่บ!

“ว๊าย! ...ป๋าปล่อยหนูนะ” ฉันถูกพี่เซนอุ้มก่อนจะใช้เท้าปิดประตู

ฟุบ!

เวรแล้ว พี่เซนอุ้มฉันมานอนบนเตียงโดยตัวเองก็ขึ้นมาคร่อมตัวฉันไว้ ใบหน้าหล่อแดงเถือกด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์

“ป๋าอย่าทำหนูนะ ป๋ากำลังเมา มีสติหน่อย” ฉันพูดเรียกสติพี่เซน

“ป๋าไม่ได้เมาจ๊ะหนู” พูดแบบนี้เมาชัว

“อือ...ปะ...ป๋า...ป๋า!” ฉันร้องออกมาเสียงดัง เมื่อพี่เซนก้มหน้ามาซุกไซร้ตามซอกคอของตัวเอง ฉันปัดป้องทุกวิถีทาง จนพี่เซนส่งเสียงฮึดฮัด ก่อนจะจับแขนของฉันกดกับเตียง

ถึงพรุ่งนี้จะเป็นวันอาทิตย์ แต่ฉันก็ไม่อยากเพลียนะ วันอาทิตย์คือวันพักผ่อน ไม่ได้อยากพักผ่อนแบบร่างกายปวดร้าว

“ป๋า...เราไม่มีถุงยางนะ หยุดก่อน! อะ...อื้ออ...ปะ...ป๋าเดี๋ยวหนูท้อง!” ฉันแหกปากพูดเสียงดังเพื่อให้พี่เซนหยุด

แต่คนเมา...

“ท้องก็ท้องดิ ลูกกับเมียป๋าเลี้ยงได้”










#จบตอนแล้วน๊าจ๊า ^^

ความคิดเห็น