ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พบเจอสหายสนิทอีกครั้ง

ชื่อตอน : พบเจอสหายสนิทอีกครั้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2559 21:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
พบเจอสหายสนิทอีกครั้ง
แบบอักษร

 

 

♦♦พบเจอสหายสนิทอีกครั้ง♦♦

 

 

วันต่อมาข่าวท่านประมุขพรรคมารอันดับหนึ่งซึ่งออกนอกพรรคไปเกือบเดือนกลับมาพร้อมกับฮูหยินอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปีใบหน้างดงามหากแต่เป็นบุรุษเพศดังไปทั่วทั้งพรรคทิวาทมิฬ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ลำดับล่าง ศิษย์ลำดับกลางหรือแม้จะเป็นศิษย์ลำดับสูงยังทราบเรื่อง อาจกล่าวได้ว่ามิมีใครในพรรคมารทิวาทมิฬไม่รู้เรื่องฮูหยินของพรรค แม้จะตกตลึงหากแต่มิมีผู้ใดกล้าพูดอันใดออกมา ศิษย์ในพรรคมากมายต่างรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฮูหยินเพื่อมิให้ล่วงเกินฮูหยินของพรรคโดยมิได้เจตนาหากพบเข้าโดยบังเอิญ

 

                เช้าวันนี้ภายในพรรคทิวาทมิฬคึกคักเป็นอย่างยิ่งแต่จ้าวหอสอง ท่านจิวหรงที่ชอบรั้งอยู่ในพรรคกลับถูกท่านประมุขใช้ทำงานให้ออกไปนอกพรรคอย่างกะทันหัน รวมทั้งจ้าวหอสิบ ท่านอวิ่นหลิวที่มิออกมาจากตำหนักเลยเนื่องจากท่านประมุขสั่งตรวจสอบบัญชีการค้าของพรรคย้อนหลังสิบปี แม้จะตรวจสอบเมื่อสามเดือนก่อนหากแต่คำสั่งของท่านประมุขคือทุกสิ่งไม่สามารถละเลยได้ กระทั่งเจ้าหอเก้าซึ่งต้องยกหลานสาวที่รักยิ่งให้หมั้นหมายกับสหายของฮูหยิน คนทั้งสามได้แต่โอดครวญในใจ แต่ก็ยังดีที่เป็นโทษสถานเบา

 

                เช้านี้คริสยังคงตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของท่านประมุขมารเฟยหรงมี่เยี่ยนเช่นเคย เมื่อคืนคริสหลับสบายเป็นอย่างมาก เตียงนอนของเฟยหรงมี่เยี่ยนทั้งใหญ่ทั้งนุ่มแล้วยังหรูหราวิจิตอีกด้วย ภายในตำหนักแห่งนี้ประดับไปด้วยข้าวของราคาแพงหรูหรามากมายหากแต่ลงตัวน่าเกรงขาม

 

                คริสสนใจแค่ตำหนักแห่งนี้อยู่แล้วสบายและหรูหราเพียงเท่านั้น

 

                คริสแปลกใจเป็นอย่างมากเมื่ออาภรณ์หรูหรามากมายทั้งสีขาว เงิน แดง ฟ้า เขียวและอีกหลากสีที่ขนาดพอดีกับตัวของเขาถูกพับเก็บเอาไว้รวมกับอาภรณ์ของเฟยหรงมี่เยี่ยนที่อยู่ในตู้ขนาดใหญ่แกะสลักหรูหราประดับอัญมณีเนื่องจากเมื่อคืนยังมิมีอาภรณ์ของเขาแม้แต่ตัวเดียว

 

                แล้วไหนจะหีบใส่เครื่องประดับมากมายมายกว่าสิบหีบนี่เล่า! ทั้งไข่มุก ทั้งอัญมณีมากมาย ทั้งหยกเนื้อดี กำไล ปิ่นปัก และอีกหลากหลายที่เขาไม่รู้จักหากแต่กระแทกตาเข้าอย่างจัง สัญชาติญาณการลักขโมยแทบจะเข้าสิงร่างเขาอยู่แล้วหากเฟยหรงมี่เยี่ยนมิบอกว่าทั้งหมดมันคือของเขา

 

ใช่! มันคือของไอ้คริสคนนี้นี่เอง คิดว่าเครื่องประดับเหล่านี้ซื้อเขาได้? ถูกต้อง! เครื่องประดับเหล่านี้ทดแทนแรงงานทาสที่เขาเสียไปในยามที่แปลงกายเป็นฟินิกซ์และต้นเพลิงชาดก็แล้วกัน

 

ยิ่งเห็นเฟยหรงมี่เยี่ยนมอบของต่างๆให้โดยไม่กระพริบตาคริสยิ่งรู้สึกหวาดระแวงคำว่าฮูหยินเข้าไปทุกทีด้วยรู้ดีของฟรีไม่มีในโลก ยิ่งกับเฟยหรงมี่เยี่ยนบุรุษผู้นี้ด้วยแล้ว คำว่าขาดทุนไม่เคยสัมผัสมาก่อน!

 

เช้านี้มีหญิงชราคราวยายสองคนมาที่ตำหนักมารทมิฬ แม้ทั้งสองคนแก่จนใกล้ลงโลงหากแต่ก็ยังแข็งแรงเก็บสีหน้าท่าทางได้เป็นอย่างดีดั่งหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ ซึ่งทั้งสองคนมาเพราะเฟยหรงมี่เยี่ยนมีคำสั่งให้มาเพื่อแนะนำการแต่งกายให้กับเขา ทั้งการสวมอาภรณ์ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทั้งเรื่องการปักปิ่นและเครื่องประดับ คริสฟังบ้างไม่ฟังบ้างเขาเป็นบุรุษใยต้องใส่เครื่องประดับ แค่เก็บสะสมก็พียงพอแล้ว หากเป็นปิ่นก็พอรับได้เมื่อเขาผมยามขึ้นกว่านี้คงต้องได้ปักปิ่นแน่นอน แต่ในยามนี้ผมสีทองของเขายาวเพียงละต้นคอเท่านั้น

 

เมื่อยายแก่ แค่กๆ เมื่อหญิงชราทั้งสองกลับไปแล้วคริสก็ได้รับประทานอาหารเช้าสมใจ ในหัวของเขาคิดวาดแผนการสำหรับวันนี้เอาไว้เป็นที่เรียบร้อย แต่จะสลัดเฟยหรงมี่เยี่ยนที่เกาะเขาหนึบได้อย่างไร

 

เมื่อรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยเฟยหรงมี่เยี่ยนก็พาคริสไปที่สวนหลังตำหนักพักดื่มชาชมนกชมไม้อย่างสุขสำราญในเก๋งศาลา ตอนแรกคริสหงุดหงิดอยู่บ้างที่สลัดเฟยหรงมี่เยี่ยนมิหลุดแถมยังถูกบังคับให้ชมดอกไม้ใบหญ้าเป็นเพื่อน แต่เมื่อมาถึงสวนหลังตำหนักคริสก็แทบไม่อยากเชื่อสายตา ด้านหน้าตำหนักกับด้านหลังตำหนักแตกต่างกันคนละโลกก็ว่าได้

 

สวนแห่งนี้มีพืชพันธุ์ดอกไม้ต้นไม้มากมายออกดอกบานสะพรั่งงดงามดั่งอยู่ในสวนสวรรค์ คริสปล่อยตัวเคลิ้มไปกับบรรยากาศอันสวยงามที่ไม่สามารถหาจากในเมืองหลวงได้ จิบชาชมดอกไม้เช่นนี้ก็มิเลว ความคิดที่จะสลัดเฟยหรงมี่เยี่ยนต้องเป็นอันหยุดชะงักเอาไว้ก่อน

 

คริสดื่มด่ำกับบรรยากาศกว่าหนึ่งชั่วโมงในที่สุดสติอันดีก็กลับมา มองดูเฟยหรงมี่เยี่ยนที่ยังจิบชาชมดอกไม้ในท่วงท่าสบายๆหากแต่เต็มไปด้วยความสูงส่งเย่อหยิ่งแล้วคริสกลับรู้สึกแปลกๆขึ้นมาในอก

 

เด็กน้อย”  คริสแทบผงะหงายหลังเมื่อเฟยหรงมี่เยี่ยนเอ่ยเรียกเสียงเรียบหากแฝงไปด้วยความอ่อนโยนหลายส่วน แม้ถูกจับได้ว่าแอบมองหากแต่คริสก็ยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สิ! เขามิได้แอบมอง แต่เขามองตรงๆเลยต่างหากเล่า

 

ข้าขอพบสหายได้หรือไม่ เมื่อสู้สายตาลึกล้ำใบหน้านิ่งเรียบของเฟยหรงมี่เยี่ยนที่มองมาไม่ได้คริสก็เอ่ยในสิ่งที่ต้องการทันทีอย่างไม่ปิดบัง จะอย่างไรก็สลัดเจ้าตัวไม่ได้มิสู้ขอกับเจ้าตัวตรงๆน่าจะยังพอมีโอกาสลุ้น แม้อาจจะต้องแลกกับอะไรบางสิ่งเล็กๆน้อยๆก็เถิด

 

เชิญมาที่ตำหนักดีหรือไม่ เจ้าเป็นฮูหยินของเรา มิงามนักหากเจ้านัดพบเจอบุรุษอื่นในที่ลับตา

 

 

คริสหน้าเหวอไปเล็กน้อยเมื่อเฟยหรงมี่เยี่ยนตอบรับอนุญาตยืดยาวหากแต่ใบหน้ายังคงเรียบนิ่งจับอารมณ์มิได้ คริสหรี่ตาลงมองมิเชื่อว่าจะง่ายดายปานนี้

 

ท่านพูดจริง? คริสเอ่ยถามเพื่อความมั่นใจเผื่อมีอะไรแอบแฝงในความง่ายดาย

 

 

คืนนี้เจ้าต้องทำหน้าที่ฮูหยินในที่สุดคนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบก็บอกจุดประสงค์ออกมาจนได้ คริสไม่ตอบตกลงหากแต่สมองขบคิดเรื่องฮูหยินวุ่นวายไปหมด ไอ้ฮูหยินนี่มันอันใด หน้าที่เขายังมิทราบคงมิอาจตกลงได้ในทันที จะอย่างไรเขาเองก็มิชอบเสียเปรียบผู้อื่นเช่นกัน

 

ข้าเพียงต้องการพบสหายสนิทต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนด้วยหรือ เพียงแค่ถามความเป็นอยู่เล็กๆน้อยๆเพื่อให้ข้าสบายใจมิได้หรือ เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เอง ท่านเอาเปรียบข้าเกินไปแล้ว

 

คริสพ่นคำพูดออกมามากมายอย่างอดไม่อยู่ ใบหน้างามบูดบึ้งมิชอบใจที่ถูกจำกัดพฤติกรรมให้ขึ้นอยู่กับเฟยหรงมี่เยี่ยนเพียงผู้เดียว เพียงแค่ขอพบเจอซิลเวอร์มิทราบจะทำให้เฟยหรงมี่เยี่ยนตายเร็วหรืออย่างไร

 

 

เด็กน้อยของข้า”  เด็กน้อยของเขากำลังมีโทสะหากแต่เฟยหรงมี่เยี่ยนมิได้ใจอ่อนแต่อย่างใด แม้วันจันทร์เต็มดวงในอีกมิกี่วันข้างหน้าเขาผู้นี้จะได้ในสิ่งที่ปรารถนาก็ตาม อาการแง่งอนมีโทสะของเด็กน้อยของเขาชั่งน่าชมดูยิ่งนัก

 

อย่างนี้เป็นเช่นไร ข้าจะให้หินผลึกปราณกับท่านหนึ่งก้อนสำหรับพบซิลเวอร์ครานี้

 

คริสกัดฟันเอาสมบัติเข้าแลกเพื่อให้ได้เจอกับสหายสนิทให้ได้ เขารู้ว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนชอบกลั่นแกล้งเขาเป็นอย่างยิ่งแต่ก็มิใจร้ายมิให้พบแต่จะให้พบเจอกันวันใดนั้นก็มิอาจทราบได้ คริสจึงทำใจหยิบยกเอาหินผลึกปราณขึ้นมาต่อลองเพื่อให้ได้พบเจอซิลเวอร์ในวันนี้

 

ตกลง  เฟยหรงมี่เยี่ยนตอบตกลงเสียงเรียบนิ่งหากแต่แววตาประกายวาบไหวเล็กน้อยเมื่อเด็กน้อยของเขายังเหลือหินผลึกปราณนำมาต่อลองกับเขาผู้นี้  จะอย่างไรวันเพ็ญที่กำลังจะถึงเด็กน้อยของเขาก็มิมีทางรอดจากมือเขาไปได้อย่างแน่นอน

 

คริสกัดฟันกรอดๆหยิบหินผลึกปราณออกมาจากถุงขยายพื้นที่หนึ่งก้อนก่อนจะมอบมันให้แก่เฟยหรงมี่เยี่ยนแม้ในใจจะเสียดายไม่น้อยหากแต่ก็คิดได้ว่าตนเองสามารถหายตัวไปที่หุบเขานรกเพื่อไปเก็บมันมาเมื่อใดก็ได้จึงทำให้จิตใจของคริสดีขึ้นมาบ้าง

 

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนเก็บหินผลึกปราณเข้าไปในแหวนมิติอย่างไม่รีบร้อนเท่าใดแต่ภายในใจเกิดความรู้สึกแปรปรวนบางอย่างเล็กน้อย เนื่องจากเขาผู้นี้ต้องการบรรลุระดับแปดให้เร็วที่สุดอยู่พอดี สร้างความแข็งแกร่งให้ตนเองมากกว่านี้เพื่อที่จะได้กลับไปหาของสิ่งนั้นในหุบเขาเพลิงมังกร ซึ่งในยามนี้เขามีหินผลึกปราณสามก้อนการบรรลุผู้ฝึกยุทธ์ระดับแปดคงอีกมินาน

 

 

เย็นวันนั้นซิลเวอร์ถูกเรียกตัวให้เข้าพบฮูหยินของพรรคทิวาทมิฬที่ตำหนักมารทมิฬโดยที่เจ้าตัวดีใจเป็นอย่างมากเมื่อจะได้พบเจอคริสอีกครั้ง แต่มิทราบมันจะดีใจเหมือนเขาหรือไม่ คงมิใช่พบเจอบุรุษแล้วลืมสหายใช่หรือไม่?

 

 

คริสนั่งรอซิลเวอร์ที่ห้องโถงกลางตำหนักส่วนเฟยหรงมี่เยี่ยนมิทราบหายไปที่ใดซึ่งคริสก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมากเมื่อเฟยหรงมี่เยี่ยนยังพอมีความเป็นคนอยู่บ้างปล่อยให้พวกเขาได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

 

ไอ้คริส!”  ซิลเวอร์ที่เพิ่งเข้ามาในตำหนักอันเย็นยะเยือกหากแต่หรูหรารีบร้อนถลาไปหาคริสที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้องทันทีอย่างรวดเร็ว

 

 

ซิลเวอร์! นายเป็นยังไงบ้าง คริสแย้มยิ้มกว้างเมื่อเห็นซิลเวอร์พร้อมเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบในทันที ส่วนซิลเวอร์รีบนั่งลงตรงข้ามกับคริสพร้อมมองสำรวจคริสตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างสำรวจ

 

นึกว่าลืมมเพื่อนไปแล้วซะอีก ซิลเวอร์อดที่จะเหน็บแนมคริสเรื่องเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่ได้

 

ลืมอะไรละ กว่าจะได้เจอนายฉันต้องควักหินผลึกปราณออกมาแลกเปลี่ยนเลยนะ!”

 

คริสบ่นอย่างหัวเสียโดยมิทันได้คิดว่าซิลเวอร์ใช้ตั้งสองก้อนเพื่อแลกเปลี่ยนตัวคริสครานั้นแถมยังไร้ประโยชน์ไปในทันทีเมื่อคริสถูกวางพิษ

 

เหรอ? ฉันก็เห็นนายแต่งตัวดูดีนี่ เสื้อผ้าดีๆทั้งนั้น แล้วอย่าลืมว่าฉันเสียหินผลึกปราณไปตั้งสองก้อนเพราะนาย ซิลเวอร์ตอกกลับคริสในทันใด

 

ว่าแต่นายเถอะ อยู่ที่นี้เป็นยังไงบ้าง”  คริสเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากคืนหินผลึกปราณสองก้อนให้กับซิลเวอร์ ตอนนี้เขาเหลือหินผลึกปราณเพียงแค่สี่ก้อนเท่านั้นเองแถมยังไปเก็บตอนนี้ไม่ได้เนื่องจากเฟยหรงมี่เยี่ยนติดหนึบตัวเขาอย่างกับเงาตามตัว

 

ก็ดี ฉันอยู่ที่หอเจ็ด หอกับดักมีคนมาสอนหนังสือกับภาษาให้ฉันทุกวัน อีกไม่นานฉันคงพูดภาษาจีนได้แล้ว”  คริสพยักหน้าโล่งอกที่ซิลเวอร์ยังอยู่ดีและข้อตกลงเรื่องสอนภาษาให้กับซิลเวอร์เฟยหรงมี่เยี่ยนก็จัดการให้จริงๆมิได้ผิดคำพูดแต่อย่างใด

 

แผนต่อไปจะเอายังไง ตอนนี้แผนของนายกับการเข้าร่วมพรรคที่แข็งแกร่งก็สำเร็จลุล่วงแล้ว ถึงจะเป็นพรรคมารก็เถอะ”  ซิลเวอร์ไม่มีปัญหากับการเข้าร่วมพรรคมาร เขายังไงก็ได้

 

 

แผนต่อไปคงต้องกำจัดพิษนรกที่อยู่ในตัวฉันออกไปซะก่อน ฉันต้องการตำราสมุนไพรของโลกนี้เพื่อศึกษามัน ยาในโลกนี้คงไม่ยากเท่าไหร่ในเมื่อวิชาปรุงยาฉันก็เรียนได้ดีมิใช่น้อย  ดวงตาของคริสเป็นประกายจ้าอย่างเจ้าเล่ห์ ขอแค่เวลาเพียงเท่านั้น! เฟยหรงมี่เยี่ยนก็มิอาจสั่งการเขาได้แล้ว ครานี้เขาจะทำตามคำสั่งหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจแล้ว

 

ความจริงแล้วตอนที่ฉันเข้าพรรคมาพวกเขาก็จะให้ฉันดื่มพิษเหมือนกันแต่ฉันเอะใจก่อนก็เลยใช้คาถาควบคุมจิตใจแล้วก็ลบความทรงจำของพวกมันเลยรอดมาได้ซิลเวอร์บอกเล่าเรื่องราวที่เขาได้พบเจอให้คริสฟัง ถึงแม้เขาจะฟังไม่รู้เรื่องแต่สัญชาติญาณของเขาก็ไม่ใช่เล่นๆ ซิลเวอร์เองระมัดระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลาซึ่งแตกต่างจากคริสเป็นอย่างมาก

 

ดีแล้วที่นายไม่โดน พรรคแห่งนี้คงควบคุมคนด้วยยาพิษละมั้ง ไม่งั้นคงจะควบคุมได้ไม่ทั่วถึง

 

คริสออกความเห็นอย่างออกรสไม่คิดมากเกี่ยวกับพิษที่ตนเองก็ได้รับแม้แต่น้อย คริสนั้นเชื่อว่าเรื่องทุกอย่างย่อมมีทางแก้ไข แต่ยกเว้นเรื่องหนึ่งที่คริสยังคิดไม่ตก

 

ฉันไม่คิดว่าเราจะกลับไปโลกเดิมได้”  คริสออกความคิดเห็นด้วยเสียงอันสั่นไหวเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยกับเรื่องนี้

 

ฉันก็พอจะรู้ ไม่มีทางที่พวกสภาคาถาจะร่ายคาถาธรรมดาอย่างแน่นอน แถมตอนที่ร่ายยังใช้คนตั้งหกคนเพื่อให้คาถาสมบูรณ์”  ซิลเวอร์เองก็มิใช่จะดูไม่ออกเช่นกัน เขาพอทำใจเอาไว้บ้างแล้ว

 

ตำราที่ฉันเอาติดตัวมาด้วยมีไม่กี่เล็มที่เป็นตำราคาถาต้องห้ามระดับสูง แต่ฉันไม่มั่นใจว่าจะมีคาถาที่เราต้องการไหมเพราะบางเล่มฉันก็ยังอ่านมันไม่เข้าใจ”  คริสเสียใจอยู่ลึกๆที่เป็นสาเหตุให้ซิลเวอร์ต้องมาพบเจอเรื่องต่างๆในโลกใหม่แห่งนี้

 

ฉันไม่โทษนายหรอกนะ นายไม่ต้องฝืนตัวเอง โลกนี้ก็ไม่ได้แย่อะไร ตอนนี้ฉันเริ่มพูดภาษาจีนได้แล้ว ฉันเริ่มมีเพื่อนใหม่แล้วด้วย”  ซิลเวอร์ปลอบคริสไม่ให้เพื่อตัวเตี้ยคิดมาก แม้เขาจะเสียใจอยู่ลึกๆที่ไม่ได้กลับบ้านก็เถอะ

 

อืมมม...นายรู้หรือยังว่าฉันมีคู่หมั้นแล้วอารมณ์ของคริสกำลังซึ้งแต่กลับต้องมากระเจิงเพราะคำบอกเล่าของซิลเวอร์ คริสเบิกตากว้างแทบไม่อยากเชื่อ เรื่องนี้ทำไมเขาไม่เคยรู้มาก่อน

 

เมื่อไหร่? ตอนไหน? ทำไมฉันไม่รู้เรื่องซิลเวอร์ถอนหายใจยืดยาวเมื่ออาการของคริสไม่ต่างจากที่เขาคิดเอาไว้เท่าไหร่นัก ตัวเขาเองก็อาการเป็นเช่นนี้เหมือนกันเมื่อรู้ว่าจะต้องหมั้นหมาย

 

ที่พรรคนี่ละ! ฉันถูกคำสั่งจากไอ้ประมุขพรรคมันจับหมั้นกับหลานสาวจ้าวหอเก้า! ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งแค้น! ไม่รับก็ไม่ได้ ดีนะที่ฉันยังเด็กไม่อย่างนั้นถูกจับแต่งงานไปแล้ว! แม่ง!”  ซิลเวอร์ทั้งเล่าทั้งสบถอย่างหัวเสีย  เขายังอยากลั้นลาพาทีใช้ชีวิตให้คุ้มไม่ใช่มีบ่วงผูกคอแบบนี้ เขาไม่เชื่อว่าอีกสิบยี่สิบปีคริสจะพาเขากลับโลกเดิมไม่ได้

 

 

ฉันควรจะพูดว่าดีใจด้วยหรือเสียใจด้วยดี”  คริสกลั้นขำอย่างหนักเพื่อไม่ให้หัวเราะซ้ำเติมเพื่อนตัวเอง เฟยหรงมี่เยี่ยนชั่งชอบกลั้นแกล้งผู้อื่นยิ่งนัก เขาพอจะดูออกว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนมิชอบซิลเวอร์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำแบบนี้กับซิลเวอร์ แต่ทำเช่นนี้เฟยหรงมี่เยี่ยนได้สิ่งใด?

 

ว่าแต่นายเถอะ ฉันได้ยินว่าตำแหน่งฮูหยินอะไรนี่มันคือตำแหน่งเมียของประมุขพรรคไม่ใช่เหรอ

 

คริสที่กำลังกลั้นขำซิลเวอร์จู่ๆก็แทบจะหงายหลังไปพร้อมกับเก้าอี้ที่กำลังนั่งเมื่อได้ยินในสิ่งที่ซิลเวอร์เพิ่งบอก

 

 

 

ว่าไงนะ!!”  

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

ขอบคุณทุดคนที่ติดตามอ่านกันค่ะ ขอบคุณทุกคอมเม้นด้วย 

 

 

 

 

ความคิดเห็น