ขอบคุณที่สนับสนุนเซบาสเตียรกับนิคาซิโอ้นะ #พ่อบ้านของนิค #NicBastian Thank you ❤️

ชื่อตอน : Butler Chapter 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 23:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Butler Chapter 3
แบบอักษร

**แก้ไข 29/01/60

3

:: Sebastian part ::

นายท่านพาผมมาห้างใหญ่ในตัวเมือง ความจริงผมอยากจะปฏิเสธเพราะไม่อยากเดินมาก อีกอย่างมันก็ร้อนๆหนาวๆเหมือนจะเป็นไข้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ทำไงได้ ผมเป็นพ่อบ้าน ไม่ควรปล่อยให้นายจ้างมาเดินถือของเองตามลำพัง เว้นแต่นายจ้างต้องการความเป็นส่วนตัว

นายท่านเดินเข้าร้านเสื้อผ้าร้านแล้วร้านเล่า หยิบเสื้อออกมาทาบกับตัวผมเพื่อพิจารณา บางทีเขาอาจจะแค่อยากได้เสื้อผ้าใหม่แต่ขี้เกียจลอง ขนาดความสูงของเขากับผมเท่ากัน เพียงแต่ตัวของเขาหนากว่าผมมาก ทั้งกล้ามแขนและกล้ามหน้าท้องก็มีมากกว่าผม

ผมเพิ่งมาอยู่กับนายท่านได้สองวันแต่เริ่มจะเดานิสัยของเขาออกบ้างแล้ว นิคาซิโอ้ นายจ้างของผมคนนี้ เป็นเหมือนพวกสองบุคลิก ต่อหน้าลูกน้องหรือคนอื่นๆเขาจะนิ่งขรึมและมีความเป็นผู้นำ แววตาของเขาจะดูร้ายและเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะเวลาอยู่ที่บริษัท แค่เขาจ้องไปที่ใครคนใดคนหนึ่งคนคนนั้นก็หดหัวไม่กล้าเถียงเขาแล้ว ผมไม่รู้ว่าคนอื่นรู้เรื่องนี้ไหม แต่...นิคาซิโอ้มีรอยสักอยู่เต็มตัวและแผ่นหลัง พาดยาวลงมาถึงข้อศอก บวกกับนิสัยโหดๆครั้งแรกผมก็งงว่าเขาเป็นพวกมาเฟียหรือยากุซ่าอะไรเทือกนั้นด้วยหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ที่บ้านก็น่าจะมีบอดี้การ์ดสิ แต่นี่ไม่ ทั้งบ้านมีแค่เขา เมดสามคน คนสวนหนึ่งคน และผมที่เป็นพ่อบ้านใหม่

นิคาซิโอ้มีรถอยู่สองคันคันแรกสีดำไว้ขับไปทำงาน ส่วนอีกคันคือคันสีแดง ซึ่งก็คือคันที่เขาขับพาผมมาห้างวันนี้ ฟังไม่ผิดหรอกครับ นายท่านเป็นคนขับเอง ให้นายท่านขับรถให้นั่ง ผมรู้สึกเหมือนทำหน้าที่พ่อบ้านไม่เต็มที่เลย

“นายว่าตัวนี้เป็นไง” นายท่านยกเสื้อยืดสีชมพูอ่อนขึ้นมา เขาขมวดคิ้วพิจารณามันอยู่นานสองนาน ปกติแล้วพ่อบ้านไม่ควรแสดงความคิดเห็นใดๆทั้งนั้น แต่ถ้านายท่านต้องการ พ่อบ้านก็จำเป็นต้องช่วยตัดสินใจในบางครั้ง

“บางเกินไปครับนายท่าน ถ้าต้องการผมแนะนำเป็นสีที่เข้มกว่านี้”

“งั้นเหรอ” นายท่านยกมือขึ้นจับคางใช้ความคิด ผมเห็นเขาทำแบบนี้เวลาคิดงานหรืออ่านเอกสาร น่าจะกลายเป็นความเคยชินของเขาแล้ว

“งั้นเอานี่แหละ” สุดท้ายนายท่านก็เลือกตัวสีชมพูอ่อนนั้นมา จริงๆผมอยากจะพูดว่ามันไม่เหมาะกับเขาเลย แต่นั่นจะเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก

“หิวหรือยัง” เขาถามผม ผมยกนาฬิกาขึ้นดูและพบว่าเลยเที่ยงมาพอสมควรแล้ว ให้ตาย ผมนี่ช่างละเลยหน้าที่

“ขออภัยครับนายท่าน ครั้งหน้าผมจะระวังเรื่องเวลา” ผมโค้งตัวให้เขาเก้าสิบองศาเพื่อสำนึกผิด ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็มองการกระทำของผมอย่างแปลกใจ ที่จริงบางคนมองผมตั้งแต่เห็นผมใส่ชุดพ่อบ้านเดินไปเดินมาแล้วล่ะ ปกติพ่อบ้านจะปรนนิบัติเจ้านายอยู่ที่บ้าน และพ่อบ้านสมัยนี้ก็มีน้อยเหลือเกินเพราะถ้าไม่รวยจริงจะไม่สามารถจ้างพวกเราได้ดังนั้นผู้คนถึงได้เห็นพ่อบ้านเป็นของแปลก บางคนเห็นชุดพ่อบ้านเป็นชุดคอสเพลด้วยซ้ำ เพราะงั้นผมถึงต้องยอมทนทำงานกับเขาไง ทั้งๆที่ถูกเขาทำแบบนั้นด้วยถึงสองครั้ง เพราะผมมีเหตุผลในการที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และจะถึงตอนนั้นได้ ผมต้องทนให้ถึงที่สุด

...พูดถึงตรงนี้เห็นทีกลับไปผมคงต้องสร้างข้อตกลงกับนายท่านให้รู้เรื่อง ถึงจะเอาแต่ใจยังไง แต่นายจ้างก็ไม่ใช่เด็กๆ ต้องตกลงกันให้เรียบร้อยว่าจะไม่มีครั้งที่สาม ไม่งั้นผมคงต้องร้องเรียนไปยังโรงเรียนฝึกพ่อบ้านที่ส่งผมมา

ฉันส่งพ่อบ้านไปหลายคนแล้ว ไม่เคยมีใครได้อยู่เกินหนึ่งวัน ถ้านายทำได้ สิทธิ์ในการสร้างพ่อบ้านจะเป็นของนาย’

คำพูดของมิคาเอลที่พูดก่อนส่งผมมา ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อบ้านที่ถูกส่งมาถึงอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งวันสักคน

“ฉันไม่ได้จะว่าอะไรนายซะหน่อย จะกลับไปกินที่บ้านหรือจะกินที่นี่” ทำไมเขาต้องถามผมล่ะ

“ตามแต่นายท่านต้องการครับ” เขาต่างหากที่เป็นนายจ้าง ต่อให้เขาบอกว่าจะกินที่ต่างประเทศผมก็ต้องพาเขาไป

“ถ้าฉันอยากกินนายล่ะ” นายท่านกระซิบเสียงแหบพร่าที่ข้างหูผม เขาเอาอีกแล้วสินะ คงกะจะยั่วโมโหผมให้ผมทนไม่ได้แล้วลาออกแน่ แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ผมขึ้นชื่อเรื่องความอดทนสูง ไม่ว่าจะมาไม้ไหน ผมก็ควบคุมตนเองได้เสมอ

ผมไม่ตอบอะไรเขา เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาเบื่อและเลิกแกล้งผมไปเอง แล้วก็ได้ผลอีกครั้ง นิคาซิโอ้มุ่ยหน้าขัดใจก่อนจะเดินนำไปก่อนผม ผมถือถุงเสื้อผ้าของเขาวิ่งตามไปจนทันแล้วเขาก็เลี้ยวเข้าร้านอาหารเรียบหรูแห่งหนึ่ง

“ยินดีต้อนรับค่า” พนักงานสาวสวยยิ้มต้อนรับ นายท่านไม่สนใจเธอเลยสักนิด เดินดุ่มๆเข้าไปเลือกที่นั่งด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

อย่าบอกนะว่าเขาโกรธที่ผมไม่เล่นด้วย

“นายท่านจะรับอะไรดีครับ เดี๋ยวผมจัดการให้”

“เซบาสเตียน”เขาเรียก

“ครับ”

“ไม่ใช่ ฉันบอกว่า เซบาสเตียน” เขาพูดอีกรอบ หมายความว่ายังไงของเขา เรียกแล้วไม่พูด

นี่คงไม่ได้หมายถึง...

“ในเมนูไม่มีรายการนี้นี่ครับ”หมายถึงจะกินผมสินะ

“กลับไปกินที่บ้านก็ได้” นายท่านเลื่อนเมนูลงแล้วจ้องผมพรางยิ้มกริ่ม ผมไม่ชอบรอยยิ้มแบบนี้ของเขาเลยจริงๆ มันเหมือนเป็นการประกาศกรายๆว่าไม่มีอะไรพ้นมือเขาไปได้ถ้าเขาต้องการ

“นายท่านครับ”ผมเอ่ยเตือน

“รู้แล้วๆ บาสจังนี่ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย” บางทีเขาก็เหมือนเด็กเอาแต่ใจจริงๆนั่นแหละ

“เอาอะไรมาก็เอา นายอยากกินอะไรก็สั่งเลย”

“ไม่เหมาะครับ แค่ผมนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับนายท่านก็ถือว่าเสียมารยาทมากแล้ว” จริงๆผมควรจะนั่งแยกไปอีกโต๊ะมากกว่า ไปตอนนี้ทันไหมนะ

“เฮ้อ...นายเป็นแบบนี้ตลอดเวลาเลยหรือเปล่าเนี่ย” นายท่านดูเหนื่อยใจ ผมเรียกพนักงานมาแล้วสั่งอาหารกับเครื่องดื่มให้นายท่าน

“เท่านี้นะคะ รอสักครู่อาหารจะมาเสิร์ฟค่ะ” พนักงานสาวส่งยิ้มสุภาพๆให้ผม ผมจึงยิ้มตอบกลับ แต่พอหันหน้ากลับมา

ก็เจอนายท่านนั่งจ้องผมเขม็ง

“นายยิ้มให้เธอ”

“ครับ?”

“นายไม่เคยยิ้มให้ฉัน”

“พ่อบ้านควรทำตัวให้เงียบที่สุดครับ เราลดความเสี่ยงที่จะรบกวนสมาธินายจ้างโดยการไม่แสดงสีหน้าและอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น เพราะบางครั้งสีหน้าแววตาหรือรอยยิ้มของพ่อบ้านอาจทำให้นายจ้างไขว้เขวได้ เพราะฉะนั้นยิ่งเหมือนหุ่นยนต์เท่าไหร่ยิ่งดี”นี่อาจเป็นประโยคแรกที่ผมพูดกับเขาแบบยาวๆ เพราะเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ เขาจะได้เลิกหาวิธีมาแกล้งผมสารพัดเพื่อให้ผมทำหน้าอื่นๆ

เคยมีกรณีที่พ่อบ้านส่งยิ้มให้กำลังใจเจ้านายขณะที่ทำการเจรจาธุรกิจ แต่นั่นทำให้เกิดการหวาดระแวงว่าพ่อบ้านคนนั้นจงใจหลอกให้เขาเชื่อหรือเปล่า จากนั้นเขาก็ลังเลและทำพลาดจนธุรกิจล้มละลาย

อาจฟังดูไม่เข้าท่าแต่นี่เรื่องจริงครับ เพราะงั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงมีการสั่งห้ามไม่ให้พ่อบ้านแสดงอาการใดๆทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้นายจ้างเกิดความรู้สึกทั้งด้านบวกและด้านลบ

“ฉันไม่ชอบแบบนั้น”

“...” ผมไม่รู้จะกล่อมยังไงให้เขาเข้าใจ แต่ผมก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงหรอก ผมเชื่อมั่นในกฎข้อนี้ เพราะมันช่วยได้ดีในกรณีที่เราไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มเวลาเจอนายจ้างห่วยๆ

“อาหารมาเสิร์ฟแล้วค่า” พนักงานสาวจัดแจงวางอาหารลงบนโต๊ะ แต่เพราะไม่รู้ว่าเป็นของใครเธอเลยวางลงตรงกลาง

“รายการอาหารครบนะคะ” เธอหันมาถามผม ผมส่งยิ้มบางๆให้เธอแล้วตอบกลับ

“ครบครับ”

“มีอะไรเรียกได้ตลอดเวลาเลยนะคะ”

“หุบยิ้มซะ” นายท่านสั่งหลังจากที่พนักงานสาวเดินจากไป ผมหุบยิ้มลงทันทีแล้วทำหน้าปกติ

“นี่ครับนายท่าน” ผมจัดการวางอาหารไว้ตรงหน้านายท่านรวมทั้งตำแหน่งช้อนส้อมและแก้วน้ำ พอเสร็จนายท่านก็ลงมือรับประทานโดยไม่สนใจผมอีกต่อไป ผมที่ไม่มีอะไรทำเลยหันมองไปรอบๆร้าน ดูเหมือนร้านนี้จะคนไม่เยอะเท่าไหร่ คงเพราะราคาค่อนข้างสูง ทั้งร้านมีลูกค้าอยู่แค่สามโต๊ะเอง คือโต๊ะที่ผมนั่งอยู่กับนายท่าน โต๊ะข้างๆ แล้วก็โต๊ะในสุด แล้วไม่นานโต๊ะข้างๆก็ลุกออกไป พนักงานสองคนมาเก็บโต๊ะ เป็นคนเดียวกับที่มาเสิร์ฟเมื่อกี้กับอีกคนเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่อยู่ในชุดนักศึกษา

เมื่อทั้งสองมองมา ผมก็ยิ้มให้ตามมารยาทแต่แล้วเสียงเคร้งก็ดังขึ้น นายท่านกระแทกช้อนวางลงกับจานแล้วผุดลุกอย่างหัวเสีย

“ไม่กินแล้ว กลับ”

“ครับ” ผมรับคำเบาๆแล้วถือถุงเดินตามนายท่านที่ก้าวยาวๆออกจากที่นั่น เขาไม่พอใจอะไรหรือเปล่า หรืออาหารที่นี่ไม่อร่อย ถ้าอย่างนั้นกลับไปผมคงต้องทำอาหารดีๆให้นายท่านทานซะแล้ว เอาเป็นอาหารแบบไหนดีนะ

นิคาซิโอ้กระแทกประตูรถปิดดังปัง หลังจากพ่อบ้านขึ้นรถเขาก็กระชากตัวรถออกอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกหงุดหงิดเวลาเห็นเซบาสเตียนยิ้มให้คนอื่น ไม่ใช่เพราะหึงหรืออะไร เซบาสเตียนไม่ใช่คนแรกหรือคนเดียวที่เขามีอะไรด้วย เขาไม่เคยสนใจคู่นอนเลยเพราะไม่ชอบการผูกมัด แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เซบาสเตียนปฏิบัติกับเขาแบบสองมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด ใจดียิ้มให้ทุกคนยกเว้นแค่กับเขา!

รถพุ่งตัวอย่างรวดเร็วปาดซ้ายปาดขวา เซบาสเตียนไม่พูดอะไรและไม่ได้แสดงท่าทางตื่นกลัว ในใจเขาแค่กำลังพยายามค้นหาสาเหตุที่นายท่านหงุดหงิดจะได้ช่วยแก้ไขได้

ไม่นาน รถก็เข้าจอดในบ้าน นิคาซิโอ้กระแทกประตูปิดแล้วเดินหนีขึ้นห้องไป เมื่อเซบาสเตียนตามขึ้นมา ก็เห็นนายจ้างของตัวเองกำลังนั่งซดเหล้าอยู่ที่บาร์ในห้องนอน

“ผมจะเอาเสื้อไปจัดเก็บให้นะครับ”

“ไม่ต้อง นั่นของนาย”

“ครับ?” เซบาสเตียนก้มลงมองถุงเสื้อผ้าในมืออย่างไม่เข้าใจ เยอะขนาดนี้นิคาซิโอ้ซื้อให้เขาคนเดียวเหรอ

“ฉันไม่ชอบให้นายใส่เสื้อผ้าแบบนี้อยู่ตลอดเวลา”

“มันเป็นเครื่องแบบมาตรฐานครับ”

“ไม่ต้องเถียง ต่อไปนี้ถ้าอยู่ที่บ้านใส่ชุดธรรมดาที่ฉันซื้อให้ ถ้าต้องออกไปทำงานข้างนอกก็ใส่เสื้อเชิ้ตที่อยู่อีกถุง” นิคาซิโอ้กระดกเหล้าเข้าปากทีเดียวแล้วเติมใหม่

เครื่องแบบพ่อบ้านเป็นสิ่งที่พ่อบ้านทุกคนควรสวมจะได้ไม่ลืมหน้าที่ตนเอง แต่ก็จะมีบางกรณีแบบครั้งนี้ที่นายจ้างต้องการให้สวมเครื่องแบบอื่นๆ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่แปลกอะไร

“ถ้านายท่านต้องการครับ”เซบาสเตียนโค้งตัวรับคำสั่ง

“ไว้ฉันจะเรียกช่างมาวัดตัวตัดสูทให้นายใส่เวลาต้องออกงานกับฉัน”

“ไม่เป็นไรครับนายท่าน” เซบาสเตียนรีบปฏิเสธ “ถ้านายท่านต้องการให้ผมใส่สูท ผมจะกลับไปเอาที่บ้าน”

นิคาซิโอ้ชะงักมือที่ถือแก้วเหล้ากลางอากาศ “นายมีบ้านด้วยเหรอ”

“มีครับ”

“อยู่ไหน”

“โรงเรียนฝึกหัดพ่อบ้านครับ”

“อ้อ” นิคาซิโอ้พยักหน้าเข้าใจ โรงเรียนฝึกหัดพ่อบ้านเป็นโรงเรียนประจำที่สอนหลักสูตรการเป็นพ่อบ้านและส่งออกพ่อบ้านไปอยู่ตามที่บ้านต่างๆตามที่ถูกขอมา มิคาเอลเป็นผู้อำนวยการที่นั่น ถ้าเปลี่ยนเป็นบริษัทก็หมายถึงเขาเป็นเจ้าของบริษัทส่งออกพ่อบ้าน

“นายไปเปลี่ยนชุดเถอะ ฉันรำคาญไอ้ชุดเต็มยศนี่ของนาย” นิคาซิโอ้ว่า เซบาสเตียนแค่ตอบรับแล้วหันหลังเดินออกไป เมื่ออยู่คนเดียว นิคาซิโอ้ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด เพราะเซบาสเตียนปฏิเสธเกือบทุกอย่างที่เขาเสนอให้ ถ้าไม่บอกว่าเขาสั่ง เซบาสเตียนก็ไม่รับอะไรจากเขาเลย นั่นแหละที่น่าหงุดหงิด ไม่ยิ้มให้ ไม่รับน้ำใจ สองมาตรฐานชัดๆ

เซบาสเตียนกลับมาเปลี่ยนเสื้อที่ห้อง แต่ก็ต้องหนักใจเมื่อแต่ละชุดมันดู บาง และกว้าง อันที่จริงมันก็เสื้อยืดธรรมดานี่แหละแต่ถ้าอยู่กับนิคาซิโอ้ที่หวังจะเคลมเขาอยู่ตลอดเวลาเสื้อผ้าแบบนี้ก็ค่อนข้างอันตราย

แล้วก็นี่...กางเกงขาสั้น ดูไม่สุภาพยิ่งนักถ้าจะใส่แบบนี้ทำงาน

เซบาสเตียนส่งข้อความบอกมิคาเอลให้คนเอาเสื้อผ้าของเขามาส่งให้ จากนั้นก็ถอดสูทออก เหลือไว้แค่เสื้อเชิ้ทสีขาวตัวในเท่านั้น เก็บข้าวของที่นิคาซิโอ้ซื้อให้ใส่ตู้แล้วล็อกไว้ เอาเป็นว่าถ้าไม่ได้มีคำสั่งตายตัวว่าต้องใส่แบบนี้แบบนั้นเขาก็จะไม่หยิบออกมาละกัน

“คุณพ่อบ้านคะ!”กำลังเตรียมอาหารค่ำกับเมดสาวที่อยู่ประจำในครัวชื่อลิลลี่ เมดสาวอีกคนที่รับผิดชอบทำความสะอาดชั้นบนก็วิ่งหน้าตื่นลงมา

“ครับคุณโรส”

“นายท่านให้มาตามค่ะ”

“ได้ครับ” เซบาสเตียนล้างมือและเช็ดให้เรียบร้อยก่อนจะเตรียมตัวไปพบเจ้านาย

“ระ ระวังหน่อยนะคะคุณพ่อบ้าน นายท่านเมามาก อาจจะขว้างปาข้าวของได้”

“...งั้นเหรอครับ ขอบคุณที่เตือนนะครับ” เซบาสเตียนยิ้มขอบคุณเมดสาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกไป เมามากแบบนี้ แสดงว่าตั้งแต่กลับมาจากห้างนายท่านของเขาดื่มเหล้าไม่หยุดเลยสินะ

ก๊อกๆ

“ขออนุญาตครับ”

“ออกไป!!”

เพล้ง!

เซบาสเตียนก้มลงมองเศษแก้วที่กระจายเกลื่อนกลาดอยู่ที่พื้น

“ผมเองครับนายท่าน”

“...บาสจัง” เซบาสเตียนก้าวข้ามเศษแก้วที่พื้นไป ในห้องมืดมากเพราะนิคาซิโอ้ปิดม่านเอาไว้

“นายท่านยืนอยู่กับที่นะครับ ผมจะเก็บกวาดพื้นก่อน” เซบาสเตียนก้มลงเก็บเศษแก้วที่พื้น แต่เพราะมันค่อนข้างมืดเลยเก็บได้แค่อันใหญ่ๆ ส่วนเศษเล็กเศษน้อยคงต้องไปเอาเครื่องดูดฝุ่นมาจัดการ

“บาสจังใจร้าย!”

หมับ!

อยู่ๆ นิคาซิโอ้ก็เข้ามากอดเขาจากด้านหลัง พ่อบ้านสะดุ้งเบาๆ เศษแก้วที่อยู่ในมือร่วงหล่นหมด

“นายท่าน เมามากแล้วนะครับ” นิคาซิโอ้ไม่ยอมผละออกจากด้านหลังทำให้เซบาสเตียนลุกขึ้นยืนไม่ได้

“ทำไมนายทำกับฉันแบบนี้ล่ะ”

“ทำอะไรครับ”

“นายไม่สนใจฉันเลย”

“ไม่มีพ่อบ้านที่ไหนไม่สนใจนายจ้างตัวเองหรอกครับ”

“นั่นไง!” นิคาซิโอ้ลุกขึ้น ชายตามองเซบาสเตียนอย่างโมโห

“ผมพาคุณไปอาบน้ำก่อนดีกว่า หรือถ้าคุณขี้เกียจผมจะเช็ดตัวให้” เซบาสเตียนยกเลิกการเก็บเศษแก้วไว้ก่อนแล้วพานายท่านไปฝั่งเตียงนอน นิคาซิโอ้ทิ้งตัวลงกับเตียงทันที เซบาสเตียนจึงไปหาผ้าขนหนูกับกะละมังมาเช็ดตัวให้

ระหว่างเช็ดตัว นิคาซิโอ้ลืมตาจ้องเขาอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ถอดเสื้อผ้าจนถึงเช็ดตามตัวตามแขน

“นายทำได้ยังไง”

“พูดเรื่องอะไรครับ”

“นายนิ่งขนาดนี้ได้ยังไงทั้งๆที่ฉันทำแบบนั้นกับนาย”

“...แค่อย่าให้มีครั้งต่อไปก็พอครับ”

“นายชินกับการถูกนายจ้างทำอย่างว่าเหรอ”

“เปล่าครับ รบกวนหันหลังด้วยครับ” เซบาสเตียนพลิกร่างผู้เป็นนายแล้วเช็ดตามแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสัก ทำแบบนี้เขาค่อยหายใจได้ทั่วท้องหน่อย อย่างน้อยนิคาซิโอ้ก็ไม่ได้กำลังจ้องเขาอยู่

“ฉันเป็นครั้งแรกของนายไหม”

“กางเกงครับ” เซบาสเตียนไม่ตอบคำถามไร้สาระของนิคาซิโอ้ เจ้านายของเขาแค่เมาเลยพูดไม่รู้เรื่อง อย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา เซบาสเตียนพยายามบอกตัวเองแล้วหันไปเปลี่ยนผ้าขนหนูแทนเพราะส่วนบนเขาทำเสร็จแล้ว

นิคาซิโอ้ถอดกางเกงออกให้ระหว่างที่เซบาสเตียนหันหลัง แต่เขาจงใจแกล้งถอดออกหมดไม่เว้นแม้แต่กางเกงในเพื่อแกล้งพ่อบ้านของตัวเอง

เมื่อเซบาสเตียนหันกลับมาก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินมาเช็ดต่ออย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“ฉันว่าฉันเป็นครั้งแรกของนายนะ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมนายไม่รู้สึกอะไรเลย” คนที่ไม่รู้สึกอะไรเลยคือคุณมากว่ามั้ง เซบาสเตียนคิดไปด้วยถูขาให้นายจ้างไปด้วย ไม่เข้าใจว่าทำไมนิคาซิโอ้ถึงได้พูดเรื่องแบบนี้ได้หน้าตาเฉย

“นายไม่ชอบลีลาฉันเหรอ”

“เสร็จแล้วครับ ผมจะไปเอาชุดมาให้” เซบาสเตียนลุกขึ้นยืน แต่ข้อมือถูกจับไว้แล้วกระชากจนล้มลงบนที่นอน นิคาซิโอ้พลิกตัวคร่อมพ่อบ้านตัวเองไว้ทั้งที่ตัวยังเปลือยเปล่า

“ปล่อยเถอะครับนายท่าน เดี๋ยวจะเป็นหวัด”

“ฉันแก้มือได้นะ แล้วนายจะติดใจในลีลาฉัน” นิคาซิโอ้ไม่พูดเปล่า ก้มลงซุกไซ้ที่คอเซบาสเตียนจนพ่อบ้านต้องรีบเอียงหน้าหนี

“นายท่าน เราตกลงกันแล้วนะครับ”

“ฉันไปตกลงกับนายตอนไหน”

“ผมเป็นพ่อบ้าน มีหน้าที่ดูแลคุณ ไม่ใช่เป็นที่ระบายของคุณ”

“พ่อบ้าน พ่อบ้าน พ่อบ้าน! เอะอะอะไรก็พูดแต่พ่อบ้าน ถามจริง นายเป็นหุ่นยนต์หรือไงฮะ”

“ลุกออกไปเถอะครับ ผมจะไปเอาเสื้อมาเปลี่ยนให้”เซบาสเตียนเบี่ยงประเด็น

“ไม่!”

“...ได้โปรดเถอะครับ ผมยังมีงานต้องทำ” เขาเหลือต้องเก็บเศษแก้วตรงหน้าห้องกับไปเตรียมอาหารต่อให้เสร็จ

“ความต้องการของฉันต้องมาก่อนไม่ใช่หรือไง” นิคาซิโอ้เลิกสนใจสิ่งที่เซบาสเตียนพยายามจะเบี่ยงประเด็นแล้วก้มลงไซ้ที่ซอกคอพ่อบ้านอีกครั้ง ไรหนวดแหลมที่ขึ้นเป็นตอบาดผิวเนียนของพ่อบ้านจนเป็นรอยแดงไปหมด

เซบาสเตียนนิ่วหน้าพยายามผลักนิคาซิโอ้ออกจากตัวแต่อีกฝ่ายไวกว่ารวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นไปเหนือหัวแล้วจับไว้แน่น มืออีกข้างพยายามจะปลดเข็มขัดของเขาออก

“เมามากแล้วนะครับ หยุดเถอะ” เซบาสเตียนยังคุมสติตัวเองไว้ได้ไม่เตลิดไปไกลตามการยั่วยุของเจ้านาย ทั้งที่ตอนนี้ในท้องเขาเริ่มบิดมวลขึ้นแล้ว

“ฉันบอกให้นายเปลี่ยนชุด เห็นไหมว่ามันถอดยาก” นิคาซิโอ้คำรามอย่างรำคาญแล้วกระชากเข็มขัดของเซบาสเตียนออกมามัดมืออีกฝ่ายตรึงไว้กับหัวเตียง

“นายท่าน พอได้แล้...อื้อ!” เซบาสเตียนเริ่มพูดเสียงเข้มขึ้นอย่างจริงจังเมื่อนิคาซิโอ้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ แต่ยังไม่ทันจะพูดจบนิคาซิโอ้ก็ประกบปากเข้ามาเสียก่อน มือทั้งสองสอดเขาไปภายใต้เสื้อผ้าของเซบาสเตียน พยายามบีบเค้นตามลำตัวก่อนจะไล่ลงมาเรื่อยๆ

นิคาซิโอ้ปลดกางกางของเซบาสเตียนออก เลื่อนมือลงไปที่กลางลำตัวของอีกฝ่ายจนเซบาสเตียนสะดุ้งโหยง นิคาซิโอ้ใช้โอกาสที่เซบาสเตียนเปิดปากหายใจสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับอีกฝ่ายอย่างชำนาญ

ก๊อกๆๆ

“นายท่านคะ คุณมิคาเอลมาค่ะ”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงของเดซี่ เมดประจำห้องรับแขกดังขึ้น ชื่อของมิคาเอลทำให้ทั้งนิคาซิโอ้และเซบาสเตียนชะงัก

เซบาสเตียนเบิกตากว้าง พยายามดิ้นให้หลุดจากเข็มขัดที่รัดอยู่ที่มืออย่างร้อนรน

“ไล่มันกลับไป!” นิคาซิโอ้ตะโกนบอก เขาไม่มีอารมณ์มารับแขกตอนนี้

“อย่านะอุบ!” เซบาสเตียนร้องบอกแต่ถูกนิคาซิโอ้ใช้มือปิดปากไว้ก่อน เสียงของเมดสาวเงียบไปทำเอาเซบาสเตียนใจแป้ว ถ้ามิคาเอลกลับไปจริงๆ ครั้งนี้เขาไม่รอดอีกแน่

“คือ...นายท่านคะ คุณมิคาเอลมาขอพบคุณเซบาสเตียนค่ะ”

ความคิดเห็น