ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทำความรู้จัก

ชื่อตอน : ทำความรู้จัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2559 23:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทำความรู้จัก
แบบอักษร

 

 

♦♦ทำความรู้จัก♦♦

 

 

อวิ่นหลิวเบิกตากว้างอ้าปากค้างอารามตกตลึงยิ่งกว่าเห็นยุทธภพล่มสลาย ไม่ใช่แค่อวิ่นหลิวเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ หลิ่งกวางจ้าวหอเก้า จิวหรงจ้าวหอสองและซิ่นซื่อจิ้งจ้าวหอห้าต่างก็มีอาการคล้ายคลึงกับอวิ่นหลิวกันทั้งสิ้น ซิ่นซื่อจิ้งเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบสี่สิบห้าอารามตกตลึงมีไม่มากนักเพียงแค่ตาค้างเท่านั้น

 

ภาพที่ทั้งสี่เห็นนั้นทั้งชีวิตมิคาดว่าจะได้พบเจอมัน ภาพตรงหน้าเปรียบดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางหัวของพวกเขาทั้งสี่ ภาพที่ท่านประมุขผู้เย็นชาใบหน้านิ่งเฉยตลอดเวลาไม่กระพริบตาแม้กระทั่งกำลังลงมือสังหารผู้คนอย่างโหดเหี้ยมและชมชอบการเก็บตัวมิใคร่ชอบยุ่งเกี่ยวสนใจผู้อื่นกลับกำลังนั่งรับการปรนนิบัติจากอิสตรีผู้หนึ่ง มิใช่! บุรุษผู้หนึ่งใบหน้างดงามรูปร่างดั่งอิสตรีหากแต่มีผมสีทองแปลกตาและดวงตาสีเขียวมรกตคู่โตที่น่ามองยิ่ง

 

อีกทั่งบุรุษงดงามผู้นั้นนั่งอยู่บนตักของท่านประมุขอีกด้วย!  

 

คริสซึ่งกำลังป้อนขนมอะไรสักอย่างที่ตนเองไม่รู้จักหากแต่รสชาติดีมิเลวให้กับเฟยหรงมี่เยี่ยนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อจู่ๆก็มีบุรุษสี่คนเข้ามาในห้องโถงตำหนักของเฟยหรงมี่เยี่ยน เฟยหรงมี่เยี่ยนมิได้สนใจคนทั้งสี่หากแต่อ้าปากเล็กน้อยกัดขนมที่อยู่ในมือของคริสด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง

 

คริสกวาดตามองคนทั้งสี่ที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นห้องโถงด้วยความสนใจพร้อมทั้งรินน้ำชาให้กับตนเองและเฟยหรงมี่เยี่ยนไปด้วย หากแต่ใบหน้าของพวกเขาทั้งสี่เกือบทำให้คริสหลุดหัวเราะออกมาเนื่องจากใบหน้าของพวกเขายามนี้ตลกเป็นอย่างยิ่ง มิทราบมีอันใดน่าตกตลึงถึงเพียงนั้น

 

ขนมในพรรคของท่านอร่อยยิ่งนัก”   คริสเอ่ยทำลายความเงียบและความกะอักกะอ่วมที่เริ่มก่อตัวพร้อมกับยกถ้วยชาจ่อที่ริมฝีปากเฟยหรงมี่เยี่ยนทำหน้าที่ของตนเองมิขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย

 

เฮ้ย! ท่านจะทำอันใด!”  คริสร้องตะโกนออกมาเสียงดังเมื่อจู่ๆเฟยหรงมี่เยี่ยนก็เหยียดมือขาวซีดของตนเองขึ้นพร้อมแพร่พุ่งปราณสีดำออกมา

 

จัดการแมลงรบกวน เฟยหรงมี่เยี่ยนจิบชาที่เด็กน้อยของเขาป้อนให้ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเย็น

 

อวิ่นหลิวกลับมาได้สติในทันทีเมื่อได้ยินเสียงหนุ่มน้อยผมสีทองตะโกนขึ้นเสียงดังพร้อมท่านประมุขพรรคผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังจะลงไม้ลงมือกับพวกเขาทั้งสี่คนที่บังอาจเข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนสำราญของท่านประมุข ภายในใจของอวิ่นหลิวแทบร่ำไห้ออกมาเป็นสายโลหิต ใบหน้าซีดเซียวยิ่งกว่าคนตาย

 

หลิ่งกวาง จิวหรงและซิ่นซือจิ้งจ้าวหอทั้งสามรีบก้มหน้าลงทันทีหลังจากดึงสติกลับมาและทำใจให้สงบลงได้แล้ว ทั้งสามโอดครวญในใจอยากจะหายตัวออกไปจากตำหนักมารทมิฬให้ได้เดี๋ยวนี้เลย ยิ่งมาท่านประมุขยิ่งแผ่รังสีสังหารออกมากดดันพวกเขาเรื่อยๆทำพวกเขาเสียวสันหลังตัวสั่นไปทั้งตัว

 

แมลงอันใดกัน พวกเขามาหาท่านมิใช่หรือ”  คริสรีบคว้ามือเฟยหรงมี่เยี่ยนทันทีก่อนที่เจ้าตัวจะโบกสะบัดมันเพื่ออัดพลังปราณกระแทกบุรุษทั้งสี่ที่คุกเข่าอยู่ออกนอกตำหนักไป

 

 “พวกมันรบกวนเรา”  เฟยหรงมี่เยี่ยนยังคงมิยินยอม เขาต้องการใช้เวลาอยู่กับเด็กน้อยของเขาเพียงแค่สองคนเท่านั้น! พวกจ้าวหอทั้งหลายมิทราบหรือไรว่าเขามิชอบให้ใครรบกวน!

 

มิเห็นโลงศพมิหลั่งน้ำตาใช่หรือไม่

 

ท่านใจเย็นก่อนเถิด ท่านเพิ่งกลับมาพวกเขาอาจจะเป็นห่วงจึงมาพบท่านก็เป็นได้”  คริสเริ่มเกลี้ยกล่อมเฟยหรงมี่เยี่ยน ตอนนี้เขาต้องสร้างพรรคพวกเอาไว้เสียก่อน ทำตัวเป็นคนดีช่วยเหลือพวกเขาในภายภาคหน้าภายในพรรคแห่งนี้คริสจะได้ทำอะไรๆสะดวกขึ้น

 

ชะ ใช่แล้วขอรับท่านประมุข ข้าน้อยเพียงแวะมามินานเมื่อเห็นท่านประมุขมิมีปัญหาอันใดข้าน้อยจะรีบกลับเดี๋ยวนี้เลย”  อวิ่นหลิวเมื่อเห็นโอกาสรอดรีบกล่าวเสริมในทันทีอย่างว่องไว

 

คริสขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำเรียกขานที่ตาลุงนี่ใช้เรียกเฟยหรงมี่เยี่ยนก่อนจะค่อยๆทวนอย่างช้าๆพร้อมกับดวงตากลมโตสีเขียวมรกตที่เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ คริสตื่นตลึงยิ่งกว่าการถูกคาถาเส้นแสงสีฟ้ากระแทกใส่เสียอีก เพียงแค่สามคำเท่านั้น! 

 

 

ท่าน! ประ! มุข!!

 

คริสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะตั้งสติไม่ให้วอกแวกลนลานท่องไว้ในใจว่าเป็นประมุขพรรคมารอันดับหนึ่งแล้วอย่างไร ไม่เป็นแล้วอย่างไร ยังไงตัวเขาคงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เมื่อปลุกปลอบตนเองเสร็จสิ้นคริสก็กลับมาเป็นปกติเช่นเดิม จะอย่างไรแผนการสุขสบายของเขาก็ไม่ได้รับผลอะไร....มั้ง

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนเหลือบมองคนทั้งสี่ด้วยใบหน้าเย็นชามืดครึ้ม ดวงตาลึกล้ำไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ได้หากแต่ก็หยุดแพร่พุ่งพลังปราณดั่งที่คริสต้องการ หากแต่ไอมารและจิตสังหารยังคงลอยวนไปทั่วห้องโถง บรรยากาศหนาวเย็นยะเยือกขึ้นอย่างรวดเร็วหากแต่คริสไม่ได้รับรู้ถึงมันแม้แต่น้อย

 

                อวิ่นหลิวหลังเหงื่อเย็นเต็มแผ่นหลังไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจแรง พวกเขาทั้งสี่มิกล้าออกจากตำหนักมารทมิฬแห่งนี้หากยังมิมีคำสั่งของท่านประมุข ต่อให้มีความกล้ากว่านี้อีกสิบเท่าพวกเขาก็ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิม! จิวหรงและซิ่นซือจิ้งก่นด่าผู้สูงอายุทั้งสองในใจอย่างไม่หยุดยั้งที่ลากพวกเขามาร่วมชะตากรรมเช่นนี้ด้วย แม้จะทำให้ทราบว่าท่านประมุขนำคนผู้หนึ่งที่มิธรรมดาต่อตัวท่านประมุขเองและดูท่าท่านประมุขจะพึงใจมิน้อยกลับพรรคมาด้วย แต่มันมิคุ้มเอาเสียเลยนี่สิ!

 

                ท่านประมุขผู้แข็งแกร่งสูงส่งมิชมชอบเข้าใกล้สตรีหากแต่กลับยอมให้บุรุษผู้หนึ่งปรนนิบัติ ท่านประมุขใช่เข้าใจผิดหรือไม่ มิได้พบเจอสตรีมานานจากการเก็บตัวจึงแยกแยะสตรีและบุรุษหน้างามมิออก มิใช่! เรื่องง่ายดายเช่นนี้ท่านประมุขจะดูมิออกได้อย่างไร

 

                จ้าวหอทั้งสี่ต่างขบคิดปัญหาเดียวกันโดยมิได้นัดหมายเมื่อรอดตายจากถูกท่านประมุขซัดออกนอกตำหนักจากการช่วยกล่าวของบุรุษหนุ่มหน้าตางดงามผมสีทองที่นั่งอยู่บนตักของท่านประมุข!

 

อ่า! นั่งอยู่บนตักท่านประมุข! จะอย่างไรพวกเขาก็ไม่อยากเชื่อสายตา

 

มิแนะนำให้ข้ารู้จักหน่อยหรือ”  คริสเอ่ยทำลายบรรยากาศแปลกๆขึ้นอีกครั้งพร้อมป้อนขนมให้กับเฟยหรงมี่เยี่ยนอีกที แม้คริสจะเริ่มรู้สึกหนาวๆหากแต่ก็มิได้เก็บมาใส่ใจอันใดให้มากความ เพียงแค่เห็นใจคนทั้งสี่เท่านั้น ใยต้องสั่นถึงเพียงนั้นด้วยเล่า

 

เด็กน้อย เจ้ารู้จักข้าเพียงคนเดียวก็พอแล้วเฟยหรงมี่เยี่ยนใช้มือใหญ่ขาวซีดลูบศีรษะของคริสพร้อมเอ่ยอธิบายเก็บรังสีสังหารอย่างรวดเร็ว

 

                คนทั้งสี่ที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นกลั้นหายใจอย่างพร้อมเพรียงเมื่อได้ยินคำพูดของท่านประมุขและกิริยาท่าทางที่มีให้กับเด็กหนุ่มผมทองผู้นั้นแล้ว นี่ใช่ท่านประมุขจริงๆใช่หรือไม่ แม้ใบหน้าของท่านประมุขยังคงเรียบเฉยหากแต่น้ำเสียงของท่านประมุขกลับอ่อนลง แล้วยังจิตสังหารที่หายไปนั่นอีกเล่า! แล้วนี่พวกเขามิได้ตาฝาดใช่หรือไม่ ท่านประมุขผู้เย็นชากลับลูบศีรษะคนผู้หนึ่งอย่างเบามือ ตอบคำถามทุกคำถามที่ปากเล็กสีแดงระเรื่อนั่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่มีชีวิตชีวาอย่างไม่กลัวเกรงท่านประมุขแม้แต่น้อย

 

                แม้จะตกตลึงเพียงใดหากแต่ทั้งสี่มิมีใครกล้ากล่าวอันใดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ แม้ท่านประมุขจะมีท่าทีอ่อนลงหากแต่มิใช่กับพวกเขา! หากยังมิอยากตายก็คงต้องเงียบและคุกเข่าต่อไปจนกว่าท่านประมุขจะบอกให้ไปได้

 

                หากท่านมิอยู่ที่พรรคข้าจะได้มีเพื่อนเล่นบ้าง”   คริสยังคงหาข้ออ้างต่อไปเพื่อจะได้ทำความรู้จักกับพวกเขาทั้งสี่คน มองดูแล้วทั้งสี่มิธรรมดาเลย หากมิใช่พวกระดับสูงคงเข้ามาในตำหนักของท่านประมุขของพรรคมิได้

 

                “เราจะอยู่กับเจ้าตลอดเวลา  เฟยหรงมี่เยี่ยนหยุดมือใหญ่ที่ลูบหัวเด็กน้อยของเขาก่อนจะใช้ข้างเดิมโอบเอวคริสเอาไว้หลวมๆพร้อมกับจิบชาอุ่นรสดีที่เด็กน้อยของเขาป้อนให้ถึงปาก

 

                “หากอยากรู้เรื่องสหายของข้า ข้าจะต้องทำอย่างไรหรือ”  คริสเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยที่เฟยหรงมี่เยี่ยนติดเขาแจเช่นนี้ ขอมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างเถิด! แต่เรื่องซิลเวอร์ต้องมาก่อน

 

                ประกายความมิพอใจวาบผ่านดวงตาลึกล้ำของเฟยหรงมี่เยี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินชื่อของสหายเด็กน้อยของเขา

 

                จะอย่างไรเด็กน้อยของเขาก็มิธรรมดา หากปิดกลั้นคงมิดีแน่ ใยมิใช้ทั้งสี่ให้เป็นประโยชน์ในเรื่องนี้เล่า ยังถือได้ว่าทั้งสี่ที่มารบกวนยังมีประโยชน์อยู่บ้าง จะเว้นโทษให้สักครา

 

 

                แนะนำตัวเสียงเรียบนิ่งเย็นชาเป็นอย่างยิ่งเอ่ยสั่งทั้งสี่ที่คุกเขาอยู่บนพื้นตำหนักแตกต่างจากน้ำเสียงที่ใช้พูดคุยกับคริสอย่างสิ้นเชิง คริสอดขนลุกมิได้เมื่อพบเจอกับน้ำเสียงเช่นนี้ของเฟยหรงมี่เยี่ยน เขาชักจะดีใจที่เฟยหรงมี่เยี่ยนพึงใจเขามิเช่นนั้นคงศพมิสวยเป็นแน่!

 

                “ข้าน้อยอวิ่นหลิว จ้าวหอสิบ หอวัง ขอรับ อวิ่นหลิวรีบเอ่ยแนะนำตัวทันใดกล่าวอย่างนอบน้อมกับเด็กหนุ่มที่มีอายุคราวลูก! จะให้เขาเสียมารยาทได้อย่างไรในเมื่อท่านประมุขแสดงออกชัดเจนปานนี้!

 

                ข้าน้อยหลิ่งกวาง จ้าวหอเก้า หอแพทย์โอสถขอรับ เมื่อชายชราอายุกว่าหกสิบปีแนะนำตัวดวงตาของคริสประกายจ้าขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำว่าหอแพทย์โอสถ คริสจดจำชื่อหลิ่งกวางเข้าไปในหัวสมองส่วนที่ลึกที่สุดในทันที!

 

                ข้าน้อยจิวหรง เจ้าหอสอง หอกระบี่’” คริสเหล่มองบุรุษร่างกายกำยำหล่อเหลาอายุยี่สิบสี่ยี่สิบห้าอย่างสนใจ แม้จะหล่อเหลาน้อยกว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนหากแต่ดูดีมิใช่น้อย

 

                ข้าน้อยซิ่นซือจิ้ง จ้าวหอห้า หอเข็มพิษขอรับมองเด็กหนุ่มอายุสิบสี่สิบห้าท่าทางน่ารักไร้เดียงสาอย่างมิเชื่อสายตาเท่าใดนัก คริสมิคิดว่าเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนเองจะเป็นถึงคนระดับสูงภายในพรรค แถมยังเป็นพรรคมารอันดับหนึ่งอีกด้วย!

 

                โอ้ย!”  คริสร้องออกมาเสียงหลงเมื่อจู่ๆเฟยหรงมี่เยี่ยนก็จับพลิกตัวเขาให้นั่งคล่อมตักแกร่งหันหน้ามาเผชิญกับใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งอย่างรวดเร็วจนทำให้หน้าอกของเขาปะทะเข้ากับลำตัวของอีกฝ่ายอย่างแรง ชั่งเป็นท่วงท่าที่ทำให้เจ็บตัวและล่อแหลมอย่างยิ่ง!

 

                จ้าวหอทั้งสี่ไม่เคยพบเจอกับท่านประมุขที่เป็นเช่นนี้มาก่อนต่างทำตัวไม่ถูกกะอักกะอ่วมร้อนๆหนาวๆ เพียงแค่ท่านประมุขปรายสายตาเย็นเชียบมามองก็แทบทำให้พวกเขากระอักโลหิตออกมา

 

                พวกเขาทำอันใดผิด! ใยท่านประมุขมีโทสะต่อพวกเขาเช่นนี้เล่า

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนมิพอใจที่เด็กน้อยของเขาใช้สายตาเช่นนั้นมองจ้าวหอทั้งสี่ โดยเฉพาะจ้าวหอสอง สายตาเช่นนั้นเด็กน้อยควรมอบให้เขาเพียงผู้เดียว!

 

                ท่านทำข้าช้ำไปทั้งตัวแล้วคริสโอดโอยอย่างขัดใจ กำลังมองหนุ่มหล่ออยู่ดีๆกลับต้องมามองแผ่นอกล้ำๆของเฟยหรงมี่เยี่ยนแทน แต่ก็ถือว่าทนแทนกันได้ในระดับหนึ่ง

 

                เอ่อ...ข้าน้อย..คือเป็นอวิ่นหลิวที่รวบรวมความกล้าเพื่อจะเอ่ยขอตัวออกจากตำหนักแห่งนี้ไป ใบหน้าของเขาแดงก่ำไปหมด ช่วงเวลาดีงามของท่านประมุขใครเล่าจะกล้าขัด แม้อีกฝ่ายจะเป็นบุรุษก็ตามที

 

                เราจะแนะนำให้พวกเจ้ารู้จัก นี่คือฮูหยินของเรา  น้ำเสียงเย็นชาเย็นยะเยือกเอ่ยแนะนำคริสพร้อมข่มความหงุดหงิดเล็กๆเมื่อครู่มิให้ซัดจ้าวหอสองออกนอกตำหนักเนื่องด้วยต้องการใช้คนทั้งสี่กระจายข่าวฐานะของเด็กน้อยของเขา

 

                เพียงเท่านี้เด็กน้อยของเขาก็ไปไหนมิรอด หากอยู่ในพรรคคนในพรรคต่างจับตามองเป็นหูเป็นตาให้แก่เขา ส่วนซิลเวอร์สหายสนิทตัวเขาผู้นี้เตรียมบางอย่างไว้ให้แล้วเช่นกัน

 

 คำว่าฮูหยินได้ทำให้จ้าวหอทั้งสี่อ้าปากค้างกันอีกรอบ ทั้งสี่คนใบหน้ายามนี้เหลอหลามิสมเป็นจ้าวหอแม้แต่น้อย สติหลุดลอยหายไปไกลมิอยากเชื่อว่านี่คือเรื่องจริงมิใช่ฝันไป ท่านประมุขพรรคแต่งตั้งฮูหยิน! แถมยังเป็นบุรุษ! หากแต่ใครจะกล้าคัดค้านเล่า บุรุษแล้วอย่างไรหากไม่อยากตาย

 

ออกไป”   จ้าวหอทั้งสี่กลับมาได้สติอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียบเย็นชาของท่านประมุขพรรคผู้ยิ่งใหญ่เอ่ยไล่พวกเขาออกไปจากตำหนักหลังจากวันนี้ที่สติเตลิดหายไปบ่อยยิ่ง ทั้งสี่รีบคารวะท่านประมุขแล้วรีบลุกขึ้นสาวเท้าเดินออกจากตำหนักมารทมิฬอย่างรวดเร็วดั่งกลัวว่ามีสิ่งใดไล่ตามหลังมา

 

 

หากกล้าใช้วิชาตัวเบาพวกเขาทั้งสี่มิลังเลที่จะใช้แม้แต่นอ้ย!

 

ฮูหยินหรือ มันคือสิ่งใดเมื่อคนทั้งสี่ออกไปแล้วคริสที่ยังคงสงสัยกับคำว่าฮูหยินที่เฟยหรงมี่เยี่ยนใช้แนะนำตัวของเขาเมื่อครู่ก็เอ่ยปากถามเฟยหรงมี่เยี่ยนในทันที หากแต่ครานี้กลับมิได้คำตอบกลับมาแต่กลับได้รสจูบอันร้อนแรงกระชากวิญญาณกลับมาแทน

 

 

นี่เขาทำผิดเมื่อใดอันใดกัน! ใยลงโทษมิบอกกล่าวเช่นนี้เล่า!

 

 

 

ความคิดเห็น