ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พรรคมารทิวาทมิฬ

ชื่อตอน : พรรคมารทิวาทมิฬ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2559 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พรรคมารทิวาทมิฬ
แบบอักษร

 

 

พรรคมารทิวาทมิฬ

 

 

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนหยุดลูบศีรษะของคริสเมื่อแจกแจงความผิดให้อีกฝ่ายได้รับรู้จบลง เขาใช้อีกมือรวบเอวของคริสดึงเข้ามาใกล้กับตัวเขามากยิ่งขึ้น ตัวของคริสแนบชิดกับอกล้ำๆของเฟยหรงมี่เยี่ยนจนไม่ที่ว่างให้อากาศได้รอดผ่าน

 

คริสทำได้เพียงข่มโทสะเอาไว้ไม่ให้ลงไม้ลงมือกับเฟยหรงมี่เยี่ยนที่นับวันยิ่งหาทางเอาเปรียบเขาสารพัดเสียจนเขาไม่มีโอกาสได้ทวงคืน แต่โทสะของคริสก็มอดดับไปทันทีเนื่องจากเขาก็ชอบจูบของเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่น้อยแม้ตอนที่ถูกจูบวิญญาณของเขาแทบจะถูกสูบออกจากร่างก็ตามที

 

คริสหลับตาลงช้าๆเมื่อใบหน้าหล่อเหลานิ่งเรียบติดซีดเซียวของเฟยหรงมี่เยี่ยนค่อยๆโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆจนจมูกของเขาและเฟยหรงมี่เยี่ยนแทบจะชนกัน คริสค่อยๆรู้สึกว่าริมฝีปากของตนเองถูกรุกรานครอบครองก่อนที่เขาจะรู้สึกว่ามันรุนแรงขึ้นจนแทบหายใจไม่ทัน รสจูบของเฟยหรงมี่เยี่ยนมิใช่เรียบนิ่งดั่งใบหน้า มันร้อนแรงตักตวงอย่างตะกละตะกลามเสียจนคริสแทบจะล้มทั้งยืนเรี่ยวแรงถูกสูบออกจากร่างไปจนหมด

 

เนิ่นนานกว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนจะถอนริมฝีปากออกไปให้คริสได้หายใจกอบโกนเอาอากาศเข้าไปในปอด ผู้ที่ภาคปฏิบัติเป็นศูนย์แทบหน้ามืดเนื่องจากหลงมัวเมากับรสจูบที่อีกคนมอบให้

 

 

คริสรู้สึกว่าการลงโทษนี้ร้ายแรงพอสมควร มันทำให้สติของเขาล่องลอยไม่เป็นตัวของตัวเองชั่วขณะและเหนื่อยหอบหายใจไม่ทันแทบขาดอากาศหายใจตายในห่วงแห่งความวาบหวาม อันตราย! มันอันตรายเป็นอย่างมาก!

 

เจ้าคงจะหิวแล้ว”   เฟยหรงมี่เยี่ยนจ้องมองใบหน้าสีแดงระเรื่อดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวยที่ดูเหม่อลอยชั่วขณะของเด็กน้อยของเขาด้วยความพึงพอใจพร้อมเอ่ยเรียกสติของเด็กน้อยของเขาให้กลับมา

 

อะ อืม”   คริสกระพริบตาปริบๆรีบดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเฟยหรงมี่เยี่ยนในทันทีซึ่งอีกฝ่ายก็ปล่อยเขาดันตัวออกมาได้อย่างง่ายดาย เป็นเวลานานกว่าคริสจะสามารถมองหน้าหล่อๆของเฟยหรงมี่เยี่ยนได้อีกครั้ง

 

 

เราจะกลับไปที่ถ้ำในหุบเขาเพลิงมังกรหรือจะไปที่ใดต่อ

 

เมื่อคริสกลับมาเป็นปกติและปัดความรู้สึกแปลกๆของตนเองออกไปได้แล้วในระหว่างที่รับประทานอาหารเลิศรสดีหรูหรามากมายคริสก็เอ่ยทำลายบรรยากาศแสนเงียบสงบลง ไม่ใช่เขาอึดอัดที่มันเงียบเนื่องจากเขาชาชินกับบรรยากาศเช่นนี้ของเฟยหรงมี่เยี่ยนเสียแล้ว เพียงแต่เขาอยากรู้เท่านั้นว่าเมื่อไหร่จะได้พบกับซิลเวอร์ คริสมีเรื่องมากมายที่ต้องการสนทนากับเพื่อนสนิท!

 

กลับพรรค”  คริสแทบอยากจะโห่ร้องกระโดดออกมาเต้นบีบอยเมื่อได้ยินน้ำเสียงเรียบนิ่งของเฟยหรงมี่เยี่ยนตอบกลับมาว่าจะกลับพรรค

 

คริสไม่ได้รู้เนื้อรู้ตัวแม้แต่น้อยว่าตนเองคุ้นชินกับการอยู่ร่วมกับเฟยหรงมี่เยี่ยนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งการพูดของเฟยหรงมี่เยี่ยนที่คริสมองว่ามันปกติ โดยส่วนมากคริสจะจับสังเกตอารมณ์จากดวงตาของเฟยหรงมี่เยี่ยน ทั้งไอเย็นยะเยือกที่เฟยหรงแผ่ออกมาตลอดเวลาคริสก็ไม่รับรู้ถึงมัน ความอึดอัดที่เคยมีแทบไม่มีเหลือ คริสทำตัวได้อย่างปกติสุขแถมยังคิดจะเอาเปรียบเฟยหรงมี่เยี่ยนคืนอีกด้วย

 

การจ้องมองของเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่ได้ทำให้คริสหวาดกลัวเสียวสันหลัง สายตาที่เฟยหรงมี่เยี่ยนใช้มองคริสนั้นมีความเอ็นดูและความอ่อนโยนแฝงมากับความลึกล้ำตลอด คริสจึงมิได้หวั่นเกรงแต่อย่างใด

 

อาหารมื้อนี้คริสทานอย่างมีความสุขก่อนจะอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชิงหลับไปก่อนเฟยหรงมี่เยี่ยนเพื่อเอาคืนไม่ให้เฟยหรงมี่เยี่ยนได้ใช้ตนเองทำงานทาสรับใช้ส่วนตัวที่ต้องคอยสวมอาภรณ์ให้เมื่ออาบน้ำเสร็จ

 

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนเหลือบมองคริสที่หลับสนิทไปแล้วบนเตียงใหญ่ด้วยใบหน้านิ่งเฉยปกติก่อนที่ประมุขพรรคมารอันดับหนึ่งจะเคลื่อนไหวกายหายไปจากห้องพักอย่างรวดเร็วแผงตัวเคลื่อนกายไปกับรัตติกาลที่มืดสนิท

.

.

.

.

.

ใช้เวลาเดินทางกว่าเจ็ดวันในที่สุดคริสก็เดินทางมาถึงพรรคทิวาทมิฬจนได้  ภูเขาหลวนเซียนพื้นที่ของพรรคทิวาทมิฬมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลเนื้อที่สุดจะประมาณ ผาหลานเซียนพื้นที่ตั้งของพรรคมีขนาดเท่าเมืองๆหนึ่งปลูกสร้างคล้ายพระราชวังทั้งใหญ่โตโอ่อ้าหรูหรายิ่งใหญ่ เป็นพรรคที่ร่ำรวยหาที่เปรียบไม่ได้จากการตกแต่งที่เวอร์วังอลังการแล้ว

 

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือพรรคมารเนื่องจากมันคล้ายสรวงสวรรค์เสียมากกว่า แต่ก่อนที่คริสจะมาถึงที่ตั้งของพรรคทิวาทมิฬเขาต้องตามเฟยหรงมี่เยี่ยนผ่านกับดักทางลับมากมายเพื่อจะสามารถขึ้นมายังผาหลวนเซียนที่ตั้งของพรรคทิวาทมิฬพรรคมารอันดับหนึ่งได้อย่างปลอดภัยไม่เป็นศพไปเสียก่อน

 

ตลอดระยะเวลาในการเดินทางไปที่พรรคทิวาทมิฬคริสได้ยินผู้คนในยุทธภพพูดคุยเรื่องผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยไม่ปรากฏตัวที่ใดอีก บ้างว่าเร้นกายฝึกฝน บ้างว่าเข้าร่วมพรรคธรรมะบางพรรค บ้างว่าเข้าร่วมพรรคมารซึ่งทำให้ชาวบ้ายอกสั่นขวัญกระเจิงกันทั่วหน้า

 

 

ผู้คนในยุทธภพต่างคาดเดาไปต่างๆนาๆคริสไม่ทราบจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเพราะตนนั้นเข้าร่วมกับพรรคมาร! ซึ่งเป็นฝันร้ายของชาวบ้านหลายๆคนแถมยังเป็นพรรคมารอันดับหนึ่ง! พรรคทิวาทมิฬที่มีประมุขพรรคผู้ลึกลับชอบเก็บตัวหากแต่ฝีมือเก่งกาจไร้ผู้ต้าน เป็นเทพปีศาจในสายตาของผู้คนในยุทธภพ

 

                คริสไม่รู้ว่าประมุขพรรคทิวาทมิฬจะเป็นเช่นไรแต่หากมองดูเฟยหรงมี่เยี่ยนแล้วถือว่าพรรคมารทมิฬแข็งแกร่งจริง! เขายอมรับจากการได้ปะมือกับเฟยหรงมี่เยี่ยนมาแล้วว่าฝีมือการต่อสู้ของเจ้านายของเขาถือได้ว่าเก่งกาจโหดเหี้ยมไร้ปราณี! พรรคมารอันดับหนึ่งไม่ได้มีหนึ่งไว้ประดับเล่นเท่านั้น!

 

                จู่ๆเฟยหรงที่เดินอยู่ด้านหน้ากลับหันกลับมาช้อนตัวคริสขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขนแกร่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คริสหน้าเหวอไปโดยทันทีแต่เมื่อผ่านไปชั่วอึดใจอาการตกใจก็หายไปโดยสิ้นเชิงพร้อมกับใช้แขนของตนคล้องคอเฟยหรงมี่เยี่ยนเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

 คริสเคยชินกับการถูกเฟยหรงมี่เยี่ยนอุ้มเสียแล้ว

 

 

ข้ายังมิได้ชมพระราชวังแห่งนี้เลย ท่านกำลังจะพาข้าไปที่ใด”  คริสฮึดฮัดขัดใจเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อตนเองยังคงชมดูความงามไม่ถึงไหน เพิ่งก้าวเข้ามาในพรรคเมื่อครู่ผ่านคนเฝ้าประตูทางลับที่เท่าใดก็ไม่ทราบซึ่งแทบจะหมอบกราบแทบเท้าเฟยหรงมี่เยี่ยนเมื่อพบหน้า

 

ตำหนักของข้า”  เฟยหรงมี่เยี่ยนเอ่ยตอบก่อนจะเคลื่อนกายใช้วิชาตัวเบาอย่างรวดเร็ว คริสอยากจะตะโกนใส่หน้านัก จะไปตำหนักท่านแล้วอุ้มข้าเพื่อ? เขามีขาเดินไปเองได้ จะอุ้มทำไมกัน

 

ไม่ถึงสิบลมหายใจคริสก็มาถึงตำหนักที่พักอาศัยที่หรูหรายิ่งใหญ่น่าเกรงขาม บรรยากาศรอบๆตำหนักหนาวเย็นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าตำหนักแห่งนี้แผ่ไอเย็นยะเยือกออกมาข่มขู่ผู้คนที่เข้าใกล้ให้หวาดกลัว บริเวณตำหนักไม่พบผู้คนแม้แต่น้อย เหมือนตำหนักผีสิงวิญญาณหลอนไม่มีผิด!

 

นี่หรือตำหนักของเฟยยหรงมี่เยี่ยน ชั่งเข้ากับเจ้าตัวยิ่งนัก!

 

ภายในตำหนักแม้จะหรูหราน่าดูชมหากแต่วังเวงยิ่ง คริสนั่งอยู่บนตักของเฟยหรงมี่เยี่ยนเนื่องจากเจ้าตัวไม่ปล่อยให้คริสได้ไปไหน อุ้มมาเสร็จเจ้าตัวกลับนั่งลงบนบัลลังก์ใหญ่สีแดงเพลิงสลักลวดลายวิจิตน่าเกรงขามในห้องโถงของตำหนักโดยให้คริสนั่งตักตนเองอีกที

 

คริสเอนหลังนั่งพิงอกเฟยหรงมี่เยี่ยนอย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์อย่างเคยชิน แม้ในใจอย่างไปหาซิลเวอร์แต่ก็รู้ว่าขัดใจเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่ได้ ถือว่าเดินทางมาเหนื่อยๆพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนก้มเหลือบมองคริสที่หลับตาพริ้มผ่อนคลายนั่งตักพิงตัวเขาผู้นี้อยู่ให้ความรู้สึกพึงพอใจยิ่ง มือใหญ่ขาวซีดเนื่องจากเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่ใคร่ชอบแสงแดดลูบศีรษะคริสเบาๆ นัยส์ตาสีดำลึกล้ำหาที่เปรียบของเฟยหรงมี่เยี่ยนทอประกายอ่อนแสงลงยามจ้องมองใบหน้างดงามเจ้าของดวงตาคู่สวยที่เขาชมชอบ

 

บรรยากาศภายในห้องโถงตำหนักมารทมิฬอบอวนไปด้วยกลิ่นอายหอมหวานบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่แล้ว...

 

ท่านประมุข!”

 

ปัง!

 

ผู้ที่ก้าวเข้ามาภายในห้องโถงตำหนักมารทมิฬได้ไม่นานถูกคลื่นพลังปราณแพร่พุ่งสีดำซัดเข้าใส่ลอยออกไปด้านนอกตำหนักในทันที!

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนใบหน้านิ่งเฉยหากแต่ไม่พอใจที่มีผู้อื่นเข้ามารบกวนเวลาที่เด็กน้อยของเขากำลังพักผ่อน ตัวเขาเองมิชมชอบให้ใครเข้ามาขัดช่วงเวลาที่จิตใจของเขาสงบเงียบอุ่นซ่านเช่นนี้เช่นกัน

 

คริสค่อยๆขยับเปลือกตาเล็กน้อยก่อนที่ดวงตากลมโตสีเขียวมรกตจะเปิดขึ้น เมื่อครู่คริสได้ยินเหมือนเสียงอะไรบางอย่างหากแต่ไม่ดังเท่าใดนักแต่ก็ทำให้เขาตื่นจากนิทรา คริสหันซ้ายแลขวาหากแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างไร เมื่อช้อนดวงตาเงยหน้าสบมองใบหน้าหล่อเหลาของเฟยหรงมี่เยี่ยนก็พบกับใบหน้านิ่งเฉยเป็นปกติ

 

มีอันใดหรือ เฟยหรงมี่เยี่ยนกล่าวถามเสียงเรียบสบตามองดวงตาสีเขียวมรกตอย่างหลงใหล

 

เมื่อครู่ มีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือไม่ ข้าเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง

 

 

คริสก้มหน้าลงเช่นเดิมเมื่อเจอเข้ากับสายตาแปลกๆที่เฟยหรงมี่เยี่ยนใช้มองตน สายตาเช่นนั้นของเฟยหรงมี่เยี่ยนทำให้คริสรู้สึกใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาโดยมิทราบสาเหตุ! ทำให้ไม่กล้าสบสายตาด้วยตรงๆ

 

เพียงแค่แมลงรบกวน”   กล่าวพร้อมใช้แขนทั้งสองโอบเอวคริสเอาไว้หลวมๆ

 

คริสหายใจเข้าออกเป็นจังหวะเพื่อขับไล่ความรู้สึกแปลกๆเมื่อครู่ออกไปก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติในที่สุด แม้จะสงสัยเกี่ยวกับแมลงหากแต่คริสก็ไม่ได้เอ่ยถามอันใดออกมา

 

ฝ่ายอวิ่นหลิวเจ้าหอเก้า หอวังที่ถูกซัดออกมาจากตำหนักมารทมิฬของท่านประมุขผู้ยิ่งใหญ่แทบจะกระอักโลหิตออกมา ท่านประมุขชั่งลงมือได้หนักหน่วงไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ตัวเขาเมื่อทราบข่าวว่าท่านประมุขกลับมาแล้วก็ได้รีบเร่งมาหาด้วยความเป็นห่วงเทิดทูล แต่กลับถูกซัดออกนอกตำหนักเสียนี่ อารมณ์ของท่านประมุขไม่สามารถเข้าใจได้เฉกเช่นเดิมและยังไม่ใคร่ชอบให้ผู้คนรบกวน

 

อวิ่นหลิวคิดว่าตนเองคงต้องหาพรรคพวกเพื่อขอเข้าพบท่านประมุขเสียแล้ว

 

 

เย็นวันนั้น

 

เมื่อสืบทราบมาว่าท่านประมุขมีคำสั่งให้นำชาที่ดีที่สุดพร้อมขนมรสเลิศยกเข้าตำหนักมารทมิฬ อวิ่นหลิวก็คิดว่าท่านประมุขคงอารมณ์เย็นลงมากแล้ว อวิ่นหลิว พร้อมด้วยหลิ่งกวางจ้าวหอเก้าหอแพทย์โอสถจิวหรง จ้าวหอสอง หอกระบี่และ ซิ่นซือจิ้ง จ้าวหอห้า หอเข็มพิษที่เพิ่งกลับพรรคหลังจากที่หายไปกว่าหนึ่งเดือน ต่างตบเท้าเข้าตำหนักมารทมิฬเพื่อเข้าพบท่านประมุขในทันที

 

                จิวหรงและซิ่นซือจิ้งนั้นรู้สึกว่าตาแก่สองคนนี้หาเรื่องใส่ตัวแล้วยังมาชักชวนพวกเขาทั้งสองที่กำลังฝึกฝนอีก หากท่านประมุขอยากพบเจอคงเรียกเข้าพบไปนานแล้ว รบกวนเวลาพักผ่อนท่านประมุขเสียจริง

 

 

                เมื่อทั้งสี่เข้ามายังภายในห้องโถงของตำหนักมารทมิฬรับรู้ถึงบรรยากาศกดดันพร้อมไอมารที่แผ่กระจายไปทั่วและพบว่ามีคนนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารภายในห้องโถงซึ่งแผ่รังสีเย็นยะเยือกออกมาทั้งสี่ก็คุกเข่าลงอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง

 

 

คารวะท่านประมุข ข้าน้อย…”   อวิ่นหลิวชะงักไปทันทีคำพูดทั้งหมดหายไปในบัดดลเมื่อภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้เขาแตกตื่นตกใจจนแทบจะสิ้นสติ!

 

 

 

 

ความคิดเห็น