ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

หาคนเลี้ยงลูก

หาคนเลี้ยงลูก 

สนามบินนานาชาติ... 

“โมนาเดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป วันนี้มีกินเลี้ยงนะ กัปตันวูเขาเลี้ยงนะเธอ” ลูกเกดเพื่อนสาวคนสนิทพยายามรั้งตัวให้โมนาอยู่ต่อ  

“ไม่ได้หรอกฉันรีบ...พวกเธอไปกินกันเลย บอกกัปตันด้วยว่าฉันขอโทษ” ‘เพื่อนยิ่งรีบอยู่อย่ามารั้งไว้เชียวนะยัยเกด’ โมนาบ่นให้เพื่อนในใจแล้วรีบวิ่งขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่อย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกพวกสาว ๆ เกลี้ยกล่อมและรั้งให้เธออยู่ต่อ พอรถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกจากสนามบินเท่านั้นแหละเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก หญิงสาวถึงกับเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งใจ 

ส่วนเพื่อนสาวเมื่อรั้งโมนาเอาไว้ไม่ได้แล้ว เธอก็ได้แต่ยักไหล่และยู่ปากสีแดงกุหลาบอย่างเซ็งๆ “งานกร่อยก็คราวนี้แหละกัปตันวูยิ่งย้ำนักย้ำหนาว่าต้องชวนโมนาไปให้ได้ ที่ชวนพวกเราไปด้วยเขาก็หวังแค่ไม่ให้โมนาปฏิเสธเท่านั้นละน่า โถ่...พวกเธอเธอเธอและก็เธอ ก็เป็นได้แค่ตัวสำรองเท่านั้นแหละ” ลูกเกดชี้ไปที่เพื่อนแต่ละคน เพราะพวกนางทั้งหลายต่างก็พากันคลั่งไคล้กัปตันวูกันทั้งนั้น แต่ไม่ได้รวมเธอนะ  

เพื่อนแอร์โฮสเตสของโมนาต่างพากันโอดครวญ เพราะทุกคนรู้ดีว่ากัปตันวูสุดหล่อประจำสายการบินแห่งนี้เล็งโมนาเอาไว้อยู่ ทุกครั้งที่จะไปกินเลี้ยงหรือนัดทานข้าว ถ้าหากไม่มีพวกเธอไปด้วยก็อย่าได้หวังว่าโมนาจะไป ข้อนี้ทั้งพวกเธอและกัปตันวูต่างก็รู้ดี กัปตันวูก็เลยต้องชวนสาว ๆ ที่อยู่ไฟล์ทเดียวกันไปด้วยทุกครั้งยังไงล่ะ 

“แล้วนั่นนางจะรีบอะไรนักหนานะ ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วย” สาวสวยอีกคนพูดขึ้นเมื่อเห็นโมนารีบร้อนขึ้นแท็กซี่ออกไปโดยไม่สนใจเพื่อนฝูง 

“จะอะไรล่ะ...ก็รีบไปรับลูก ๆ นะสิเธอ” ลูกเกดเป็นคนตอบ 

“ว่ายังไงนะ! พี่โมนามีลูกแล้วเหรอ” สาวสวยรุ่นน้องอีกคนเอามือทาบอกถามขึ้นอย่างหน้าตาตื่นกับสิ่งที่รุ่นพี่กล่าวมา เพราะถือว่าเป็นข่าวใหม่และเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก 

“โถแม่คุณจะตกใจทำไมนักหนา ก็เสือน้อยกับโคโค่ยังไงล่ะ ถ้าโมนามีลูกจริง ๆ จะได้มาเป็นแอร์โฮสเตสเพื่อแข่งสวยกับพวกเธอเหรอจ๊ะ”  

สาว ๆ ต่างพากันพูดถึงโมนาด้วยความอิจฉาถึงแม้พวกเธอจะมีหน้าตาที่สะสวยและขึ้นชื่อว่าเป็นนางฟ้าของสายการบิน แต่ก็ไม่มีใครเทียบเคียงโมนาได้เลยสักคน หนุ่ม ๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของสายการบินที่เป็นถึงนักธุรกิจชื่อดังระดับต้น ๆ ของประเทศรวมทั้งสจ๊วตและกัปตันสุดหล่อต่างก็พากันรุมจีบโมนาทั้งนั้น ก็มีแต่โมนาคนงามนั่นแหละที่ไม่คิดจะมองใครเลย 

  

ด้านฝั่งของโมนา...  

เมื่อรถแท็กซี่พาหญิงสาวมาส่งจนถึงโรงแรม พอรถแท็กซี่จอดเท่านั้นแหละเธอก็แทบจะวิ่งลงจากรถเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ลืมที่จะควักแบงค์พันให้เป็นค่าโดยสาร พร้อมกับก้าวลงจากรถทันทีโดยยกเงินทอนทั้งหมดเป็นทิปให้กับลุงคนขับ 

Puppies & Kitty Hotel...  

โมนาแหงนมองป้ายอันใหญ่โตเพียงแวบเดียวเท่านั้น ที่นี่คือโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ใช้ตึกแถวทรงเก่ามาตกแต่งใหม่ และเจ้าของที่นี่ก็ทำออกมาได้อย่างน่ารักเพื่อเอาไว้เรียกความสนใจจากเหล่าทาสทั้งหลายที่ต้องการหาสิ่งดี ๆ ให้กับเจ้านายตัวน้อย ๆ ของพวกเขาและโมนาก็เป็นอีกคนที่หลงรักโรงแรมแห่งนี้จนต้องพาเด็ก ๆ มาใช้บริการแล้วหลายครั้ง 

กรุ๊งกริ๊ง~~~ 

เสียงกระดิ่งดังขึ้นเมื่อประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก โมนาก้าวเข้ามาข้างในพร้อมกับเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งที่ยังคงดังอยู่ ทำให้พนักงานที่อยู่ด้านหลังเคาท์เตอร์รีบเงยหน้าขึ้นมามอง แต่ก่อนที่พนักงานสาวคนนั้นจะได้ทำหน้าที่ของตัวเอง โมนาก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน 

“มารับเสือน้อยกับโคโค่ค่ะ” หญิงสาวแจ้งความประสงค์กับพนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่ด้านหลังเคาท์เตอร์ทันที  

“รอสักครู่ค่ะ ขอทราบชื่อคุณเจ้าของน้องได้ไหมคะ”  

“โมนาค่ะดิฉันเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ น่าจะมีบันทึกเอาไว้อยู่นะคะ” เธอบอกกับพนักงานด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ปั้นแต่งแต่มันเป็นสิ่งที่เธอถูกฝึกมาและทำอยู่ทุกวันจนเกิดความเคยชิน ด้วยว่าหน้าที่การงานของผู้ให้บริการนั่นเอง มันก็ไม่ต่างจากหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังเคาท์เตอร์เท่าไหร่หรอก รอยยิ้มแบบนั้นมันปรากฎให้เห็นอยู่ทุกวี่ทุกวันเพราะคำว่าหน้าที่ของผู้ให้บริการ 

“รอสักครู่ค่ะคุณโมนา”  

พนักงานสาวบอกกับเธอหลังจากเช็คดูบางอย่างเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เดินหายเข้าไปด้านหลัง เพียงครู่เดียวพนักงานต้อนรับคนเดิมก็เดินออกมาพร้อมกับบอกว่าเจ้าเสือน้อยและโคโค่กำลังถูกแต่งองค์ทรงเครื่องประทินความหล่ออยู่ เมื่อได้ยินอย่างนั้นโมนาก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความพอใจ ‘ที่จริงแล้วแล้วเอาเด็ก ๆ มาฝากไว้ที่นี่ก็ไม่เลวเลยนะ’ โมนาคิดขณะที่รอรับลูก ๆ อย่างใจเย็น แต่มันก็ยังไม่ดีพอสำหรับเหล่าเพื่อนพ้องของโมนา พวกนางยังพากันคิดมากและไม่อยากให้เธอเอาโคโค่กับเสือน้อยมาฝากไว้ที่โรงแรมสัตว์เลย เพราะกลัวจะมีปัญหาตามมา ซึ่งตอนนี้หญิงสาวก็มองไม่ออกว่ามันจะมีปัญหาตรงไหนกัน การให้บริการก็ดีเลิศปานนั้น  

สิ้นสุดแล้วกับการรอคอย เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงพนักงานสาวสองคนก็หิ้วกระเป๋าใบเล็กกับใบใหญ่ออกมาพร้อมกันและนำมาวางไว้บนโต๊ะรับแขกตรงหน้าเธอ จู่ ๆ โมนาก็รู้สึกแปลกใจเมื่อเธอไม่ได้ยินเสียงร้องทักทายของโคโค่เหมือนอย่างเคย ส่วนเจ้าเสือน้อยถือว่าเป็นเรื่องปกติหากจะเงียบไปบ้างเพราะรายนี้ขี้เซาเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว 

“เอ๋! หนุ่ม ๆ ของแม่หลับกันหรือจ๊ะ เงียบเชียว” โมนาพูดกับเด็ก ๆ เมื่อรู้สึกถึงความเงียบจนผิดสังเกต พอเธอทักทายไปแบบนั้นถึงได้ยินเสียงร้องครางตอบรับออกมาจากกระเป๋าของโคโค่เบา ๆ ก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง 

“น้องคงเล่นจนเหนื่อยและเพลียเท่านั้นค่ะคุณโมนา อาบน้ำทำหล่อเสร็จก็หลับปุ๋ยเลยค่ะ”  

พนักงานสาวอีกคนอธิบายเพื่อให้เธอคลายความกังวลและทะลายข้อสงสัยที่กำลังเริ่มก่อตัวลง โมนาก็ได้แต่พยักหน้ารับเหมือนว่าเข้าใจและเปิดกระเป๋าทั้งสองดูเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง มันเป็นอย่างที่พนักงานคนนั้นว่าจริง ๆ นั่นแหละ แต่ในใจมันก็ค้านอย่างหนัก เธอได้แต่เม้มปากแน่นและไม่ได้กล่าวอะไรอีก จากนั้นเธอก็จ่ายเงินส่วนที่เหลือจะได้พาเด็ก ๆ ออกไปจากที่นี่ให้ไว  

จ่ายเงินเสร็จสาวสวยในชุดแอร์โฮสเตสก็หิ้วกระเป๋าทั้งสองใบเดินออกจากโรงแรมอย่างทุลักทุเล เธอปฏิเสธความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรมอย่างไม่ใยดี เพราะรู้สึกขุ่นเคืองในใจกับอาการของโคโค่ ที่ปรากฏให้เห็น โมนาออกมารอแท็กซี่ไม่นานเท่าใดนัก เพราะแถวนี้มีแท็กซี่มากมายให้เลือกสรร หลังจากที่ขึ้นแท็กซี่ได้ เธอก็ให้ลุงคนขับพาไปส่งยังที่ที่หนึ่งแต่ไม่ใช่ทางไปคอนโดของเธอ ในขณะที่อยู่บนรถหญิงสาวก็เอามือถือกดส่งข้อความหาคนคนหนึ่งและได้รับข้อความตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว 

  

คลินิกรักษาสัตว์ หมอสุทัศน์... 

“ที่นี่แหละค่ะคุณลุง” โมนาบอกคนขับแท็กซี่พร้อมกับจ่ายเงิน แล้วเธอก็หิ้วกระเป๋าสองใบเดินเข้าไปในคลินิกอย่างคุ้นเคย 

“มาพบคุณหมอสุทัศน์ค่ะ”  

“ได้นัดไว้ไหมคะ” ผู้ช่วยหมอเป็นคนถามเสมือนว่าเราเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน จนโมนานึกขำกับการแสดงออกของคุณผู้ช่วย ถึงเธอจะมาที่นี่บ่อยและสนิทสนมกับคุณหมอและคนที่นี่มากแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่มาก็จะถูกถามแบบนี้เสมอ  

“นัดแล้วค่ะ” โมนาก็ตอบออกไปอย่างเป็นงานเป็นการเช่นกัน โชคดีตอนอยู่บนรถแท็กซี่เธอได้ส่งข้อความหาหมอสุทัศน์ก่อนและขอพบหมอเพราะมีเคสด่วนมาก ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะโดนคุณผู้ช่วยดุแน่ ๆ 

“พาน้องมาพบคุณหมอทั้งสองเลยใช่ไหมคะ” ผู้ช่วยหมอถามต่อ 

“ค่ะ” โมนาตอบแค่นั้นคุณผู้ช่วยก็เดินหายเข้าไปข้างในและไม่นานคุณผู้ช่วยคนนั้นก็ออกมา 

“เข้าพบคุณหมอกันค่ะ” ผู้ช่วยหมอบอกพร้อมกับช่วยหิ้วกระเป๋าอีกหนึ่งใบและพามาส่งจนถึงมือของคุณหมอ แล้วคุณผู้ช่วยสาวคนนั้นก็ขอตัวออกไปรับหน้ากับลูกค้าคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา เพราะฟังจากเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งที่แขวนอยู่หน้าประตูก็คงจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ  

“สวัสดีค่ะพี่หมอทัศน์” โมนาทักทายหมอหนุ่มผู้หล่อเหลาอย่างคนคุ้นเคยพร้อมกับกระพุ่มมือไหว้สวยงาม ตามแบบฉบับนางฟ้าประจำสายการบิน 

“เหนื่อยหน่อยนะโม เด็ก ๆ เป็นยังไงบ้าง...ไหนขอพี่หมอดูอาการหน่อยซิ”  

หมอสุทัศน์ไม่พูดพล่ามทำเพลงเขาและเธอต่างเปิดกระเป๋ากันคนละใบแล้วอุ้มเจ้าตัวน้อยต่างสายพันธุ์ออกมา หมอสุทัศน์เพิ่งพิศ เปิดเปลือกตาส่องไฟฉายดูและคลำไปทั่วตัวของเจ้าเสือน้อย 

“ฮึ่ม...คงโดนวางยาต่อเนื่องมาหลายวันละสิท่าถึงได้ซึมขนาดนี้กล้ามเนื้อก็เหมือนจะอ่อนแรง กว่าฤทธิ์ยาจะหมดก็คงจะเป็นพรุ่งนี้ โคโค่เองก็คงไม่ต่างกัน” หมอหนุ่มบอกกับหญิงสาวพร้อมกับตรวจอาการของโคโค่ไปด้วย  

มันเป็นอย่างที่โมนาคิดจริง ๆ โคโค่และเสือน้อยดูสงบจนน่าสงสัยที่เธอพามาหาหมอสุทัศน์เพราะกลัวว่าเด็ก ๆ จะเป็นอันตราย แต่ได้คำรับรองจากปากของคุณหมอแล้วหญิงสาวก็ค่อยหายใจโล่งและมีสีหน้าที่ดีขึ้นมาหน่อยหนึ่ง 

“โมควรหาคนเลี้ยงพวกเขาได้แล้วนะ คราวหน้าความโชคดีอาจจะไม่มีอีก ยิ่งต้องเดินทางบ่อย ๆ ทั้งยังนานอีกด้วยกว่าจะได้กลับบ้าน มันจำเป็นที่พวกเขาจะต้องมีพี่เลี้ยง”  

หมอสุทัศน์แนะนำกับหญิงสาวเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเขาก็ไม่เคยนับ แต่ทุกครั้งที่โมนาพาเด็ก ๆ มาหาเขา เขาก็จะบอกให้หาพี่เลี้ยงทุกครั้งไป แต่สาวเจ้าก็ยังคงเฉยเมย 

“แล้วโมจะไว้ใจพี่เลี้ยงได้เหรอคะ” คำพูดและสีหน้าของโมนาแสดงถึงความหนักใจที่มีอยู่ออกมา เหมือนกับว่าเธอไว้ใจใครไม่ได้เลยตอนนี้ 

“ก็ใช้เวลาก่อนบินตรวจสอบสิ กล้องวงจรปิดเราก็มี พี่จะช่วยหาคนให้อีกแรง เพื่อคัดกรองคนที่ไว้ใจได้อีกทีหนึ่ง”  

ที่หญิงสาวยังลังเลเรื่องหาพี่เลี้ยงให้เด็ก ๆ นั่นคงเพราะเธอมีเหตุผลที่ไม่อาจไว้วางใจใครได้ ไม่ใช่ว่าลูก ๆ ของเธอไม่เคยมีคนดูแลมาก่อน คนที่เคยดูแลพวกเขาเป็นถึงหนุ่มหล่อจิตใจงาม ส่วนโปรไฟล์ก็ดีเว่อร์ เอาเป็นว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่สาวๆ ไฮโซไฮซ้อต่างก็พากันหมายปองนั่นแหละ และเขาก็เป็นอดีตคนรักของหญิงสาวนั่นเอง แต่ตอนนี้ทั้งสองได้เลิกรากันไปแล้วอย่างไม่มีวันที่จะกลับมาคบหากันได้อีก  

‘ทางใครทางมันเถอะ เธอละเกลียดผู้ชายคนนั้นจริง ๆ ที่บังอาจเอาเท้าเน่า ๆ นั่นมาแตะต้องลูกของเธอ’ หญิงสาวคิดถึงตรงนี้ทีไรมันทำให้ความโกรธพรุ่งปรี๊ดขึ้นทุกที และมันยังคอยย้ำเตือนเธอมาตลอด ว่าไม่ควรจะมองคนแค่เบ้าหน้าและท่าทางภายนอกเท่านั้น โชคดีที่ครั้งนั้นเธอได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่หมอสุทัศน์นำมาติดเอาไว้ เพื่อให้เธอได้สอดส่องดูพฤติกรรมของเสือน้อยและโคโค่ แต่คดีกลับพลิกซะงั้นเมื่อเธอได้เห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอนั่น มันทำให้เธอได้เห็นธาตุแท้ของคนหน้าหน้าไหว้หลังหลอกอย่างชัดเจน 

หลังจากที่หญิงสาวคุยกับหมอสุทัศน์เรื่องของโคโค่และเสือน้อยเสร็จ เธอก็ได้รับคำแนะนำหลายอย่างจากคุณหมอรุ่นพี่ที่เคยเป็นพี่ชายข้างบ้านและยังเคยเรียนมัธยมมาด้วยกัน ถึงคราวแล้วที่โมนาจะต้องคิดทบทวนอีกครั้งเรื่องหาพี่เลี้ยงให้กับเด็ก ๆ เพราะยังไงเสียหญิงสาวก็ไม่ไว้ใจที่จะเอาเด็ก ๆ ไปฝากไว้ที่โรงแรมอีกแล้ว 

ฝากนิยายใหม่ด้วยนะคะ เป็นนิยายยูริเรื่องแรกที่ไรต์ได้เขียนไว้นานแล้ว ไรต์อยากจะเขียนให้จบ จะได้ไม่ค้างคาใจอีก
แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น