ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หุบเขาเพลิงนรก

ชื่อตอน : หุบเขาเพลิงนรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2559 15:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หุบเขาเพลิงนรก
แบบอักษร

 

 

♦♦หุบเขาเพลิงนรก♦♦

 

 

 

 

คริสต้องทำหน้าที่ทาสรับใช้อย่างเลี่ยงไม่ได้ทั้งรินน้ำชาให้ ทั้งป้อนขนมส่งให้ถึงปากของเฟยหรงมี่เยี่ยน มองดูบุรุษใบหน้าหล่อเหลาหากแต่นิ่งเรียบนั่งสบายมือเป็นง่อยให้เขาปรนนิบัติอย่างสุขสำราญ

 

 

คริสเป็นผู้ที่รักความสบายเมื่อเป็นผู้มอบความสบายให้ผู้อื่นแล้วรู้สึกเจ็บใจเล็กน้อย แม้จะเรียกได้ว่าถูกบังคับได้ไม่เต็มปากแต่หากแลกกับการที่ซิลเวอร์ได้เรียนภาษาขณะที่เขาไปท่องโลกกว้างกับเจ้านายหน้าตายด้านก็ถือว่าคุ้มกันอยู่

 

ไม่รู้ว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนพึงใจเขาอะไรนักหนาถ้าหากเขาไม่ได้เป็นเกย์ แค่กๆ เขาคงย่ำแย่เสียศักดิ์ศรีความเป็นชายเป็นแน่ แม้ท่าทางจะเย็นชาใบหน้านิ่งหากแต่มือเร็วเป็นที่หนึ่ง เอะอะแตะเอะอะต้องตัวเขาตลอด แม้จะชอบคนหล่อแต่ถูกเอาเปรียบบ่อยครั้งก็รู้สึกว่าไม่เป็นธรรม

 

ทำไมฝ่ายนั้นแตะต้องเขาได้ฝ่ายเดียว!!

 

คืนนั้นหัวถึงหมอนปุ๊บคริสหลับเป็นตายในทันทีไม่สนใจเฟยหรงมี่เยี่ยนอีกต่อไป ที่แห่งนี้ไม่มีมารดาผู้โหดบรรลัยของเขา คริสจึงไม่ต้องกังวลเรื่องที่ตนชอบบุรุษด้วยกันจะแดงออกมา อยู่ที่โลกเดิมเขาระวังตัวอย่างยิ่ง มีเพียงซิลเวอร์ที่รู้เท่านั้น

 

เมื่อแสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่มาเยือนคริสก็พบว่าตนเองนอนอยู่ในอ้อมกอดของเฟยหรงมี่เยี่ยนที่ชอบกอดเขาซะเหลือเกิน คริสไม่ยอมน้อยหน้ากอดตอบทันทีเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ! เขาต้องเก็บกำไรทุกเม็ด! ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีคนหล่อแบบนี้มาวุ่นวาย ถ้านิสัยของเฟยหรงมี่เยี่ยนมีความเป็นธรรมในหัวใจกว่านี้คงเป็นผู้ชายที่สุดแสนจะดีเลิศคนหนึ่งเลยทีเดียว

 

เช้านี้เสี่ยวเอ้อนำคนงานยกน้ำอุ่นเข้ามาในห้องสองถังใหญ่ พร้อมอาภรณ์หรูหราสีดำและเงิน คริสต้องทำหน้าที่เป็นทาสอีกครั้งเมื่อต้องช่วยแต่งตัวให้กับเฟยหรงมี่เยี่ยนตามคำสั่งที่ไม่สามารถขัดได้ คริสลองขัดคำสั่งเฟยหรงมี่เยียนดูเมื่อเขาสั่งให้เดินเข้าไปหา เมื่อคริสขัดคำสั่งเขาจะรู้สึกผิดอย่างรุนแรง! ปวดหัวอย่างบรรลัย!

 

คริสเบิกตาแต่งตัวให้เฟยหรงมี่เยี่ยนอย่างไม่ยอมเสียเปรียบ มองดูหุ่นล้ำๆเป็นการตอบแทน แม้คริสจะจัดนั้นผูกนี่ได้เงอะงะเนื่องจากยังไม่ชินกับการแต่งกายในโลกนี้หากแต่ก็ทำสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนสวมอาภรณ์สีดำสนิทหรูหราหากแต่คล่องตัว คริสนั้นเมื่ออาบน้ำเสร็จซึ่งเขาใช้เวลาอาบเพียงแค่สามนาทีเนื่องจากรู้สึกร้อนๆหนาวๆเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลาสวมอาภรณ์สีเงินเนื้อผ้าดีหรูหราไม่ต่างกัน หากแต่ดูรุ่มร่ามคล้ายชุดสตรีหากแต่ก็มิใช่ชุดสตรีเพียงแต่รวดลายผ้าปักแลดูงดงามอ่อนช้อยมากกว่าน่าเกรงขาม

 

คริสไม่ได้สนใจว่าอาภรณ์ทำให้เคลื่อนตัวลำบากหรือไม่ คริสเพียงต้องการให้มันใส่สบายและดูหรูหราเท่านั้น! เขาไม่ใช่พวกฝึกยุทธ์อยู่แล้ว เขาเพียงใช้มือที่ถือไม้ศักดิ์สิทธิ์ในการเคลื่อนไหวก็เพียงพอ แม้อาภรณ์สวมใส่ของโลกนี้จะทำให้เขาดูคล้ายกับอิสตรีเป็นอย่างมากแต่คริสก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ออกจะพอใจอยู่ลึกๆด้วยซ้ำ 

 

 

คริสไม่ทราบว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนจัดการทุกอย่างได้อย่างไรทั้งห้องพัก ทั้งอาหาร ทั้งอาภรณ์โดยที่ไม่ได้เอ่ยปากพูดแม้แต่คำเดียว ถึงแม้จะสงสัยหากแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเนื่องจากผู้ที่รู้เรื่องความลับผู้อื่นมากๆจะตายอย่างรวดเร็ว เขาเห็นในหนังมาเยอะ!

 

เมื่อลงมาที่ชั้นหนึ่งของโรงเตี๊ยมคริสก็ได้รับรู้ว่าซิลเวอร์ไม่อยู่เสียแล้ว ซิลเวอร์ถูกนำกลับพรรคตั้งแต่เช้ามืด ออกเดินทางตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่ขึ้นขอบฟ้า คริสแม้ไม่พอใจที่ยังไม่ได้กำชับกับซิลเวอร์อีกทีหากแต่ก็ทำอันใดไม่ได้ ทำได้แค่เพียงเชื่อในตัวเพื่อนสนิทเท่านั้น

 

คงต้องตัวใครตัวมันแน่แล้วยามนี้

 

เฟยหรงมี่เยี่ยน ท่านอยู่พรรคใด

 

เมื่อเดินทางออกมาจากเมืองได้ไม่ไกลคริสก็เอ่ยถามเฟยหรงมี่เยี่ยนเกี่ยวกับพรรคที่เขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคจากนี้ไป

 

“..ทิวาทมิฬ”  น้ำเสียงที่เฟยหรงมี่เยี่ยนใช้ตอบนั้นไม่ได้ราบเรียบเช่นปกติหากแต่มีความหยิ่งทนงโอหังรวมอยู่ในนั้นด้วย

 

 

ห๊ะ! พรรคมารอันดับหนึ่ง!”  คริสตะโกนลั่นพร้อมดวงตามรกตคู่โตเบิกกว้างอย่างตกใจ คริสไม่คาดคิดมาก่อนว่าต่อจากนี้ตนเองต้องเป็นคนของพรรคมาร แถมยังเป็นพรรคมารอันดับหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าแกร่งที่สุดและชั่วช้าที่สุดอีกด้วย! ความหวังที่อยากจะเข้าร่วมกับพรรคธรรมะสลายหายไปในพริบตา

 

คริสไม่ได้พูดอะไรอีกรวมทั้งเฟยหรงมี่เยี่ยนที่ชอบนิ่งเงียบเป็นปกติอยู่แล้วยิ่งทำให้บรรยากาศวังเวงเงียบกริบและอึดอัดไปโดยปริยาย ภายในหัวของคริสเอาแต่คิดเรื่องพรรคมารและพรรคธรรมะ ใช้เวลาคิดกว่าหนึ่งชั่วโมงก็ทำใจได้ จะอย่างไรพฤติกรรมการปล้นของเขาก็คล้ายพวกพรรคมารอยู่แล้ว เข้าร่วมด้วยคงไม่แย่เท่าใด จะอย่างไรพรรคทิวาทมิฬก็แข็งแกร่งเป็นที่สุด ตรงกับความต้องการอยู่บ้าง

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับเจ็ดเกือบจะถึงระดับแปดการเดินทางจึงอยู่บนอากาศซึ่งคริสก็ร่ายคาถาล่องลอยเพื่อใช้ในการเดินทาง แม้จะไม่รวดเร็วเท่าไม้กวาดหากแต่ก็ถือว่าเร็วในระดับหนึ่ง คริสลอยตามหลังเฟยหรงมี่เยี่ยนไปเรื่อยๆสังเกตทุกที่ที่ลอยผ่านเพื่อเก็บรายระเอียด

 

แม้เฟยหรงมี่เยี่ยนจะแผ่รังสีอันตรายและเย็นยะเยือกออกมาตลอดเวลาอย่างไม่ได้ตั้งใจแต่คริสก็ทำตัวสบายราวกับไม่ได้รับความกดดันหรือรู้สึกอันใดเนื่องจากคริสไม่มีความคิดที่ว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนน่ากลัวแม้แต่น้อย! และเขาก็ไม่กลัวเฟยหรงมี่เยี่ยนอีกด้วย การอยู่ร่วมกับคนของพรรคมารอันดับหนึ่งจึงง่ายดายอย่างที่ผู้อื่นทำไม่ได้!

 

รวมทั้งเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่ได้โหดร้ายป่าเถื่อนกับเขาแม้แต่น้อย

 

เราจะไปที่ใดกันหรือ?”  คริสเอ่ยถามเฟยหรงมี่เยี่ยนเสียงเนือยเนื่องจากเขาเบื่อเป็นอย่างมาก

 

หุบเขาเพลิงมังกร”  เฟยหรงมี่เยี่ยนเอ่ยตอบเสียงราบเรียบ หากแต่ประกายในดวงตากลับวาบผ่านเมื่อได้ยินน้ำเสียงเนือยๆของคริส

 

เฮ้ย!”  คริสร้องเสียงหลงอาการเบื่อหน่ายหายไปทันทีเมื่อจู่ๆเฟยหรงมี่เยี่ยนก็ใช้ท่าเท้าพิศดารวิชาตัวเบาเข้าประชิดตัวของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวพร้อมช้อนตัวอุ้มคริสเข้ามาไว้ในอ้อมแขน

 

ท่านกำลังทำอันใด!” คริสร้องถามเฟยหรงมี่เยี่ยนพร้อมทั้งพยายามดิ้นรนออกไปจากอ้อมแขนแกร่งเนื่องจากคริสรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง

 

เจ้าเหนื่อยมิใช่หรือ”  เฟยหรงมี่เยี่ยนอธิบายหน้านิ่งพร้อมกับเริ่มใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนที่เพื่อเดินทางต่อทันที คริสทำได้เพียงอ้าปากพะงาบๆแล้วหุบปากลงในที่สุด เมื่อคริสทำการขัดขืนเขาจะรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆขึ้นมาทันที เขาตกเป็นทาสของอีกฝ่ายโดยสมบูรณ์!

 

คริสกัดฟันกรอดๆอย่างหงุดหงิด แม้จะเข้าใจในความหวังดีของอีกฝ่ายแต่เขาก็อึดอัด เขาไม่ใช่ผู้หญิงที่บอบบางขนาดนั้น เขาเป็นถึงผู้ใช้คาถาโจมตีระดับแนวหน้าของโรงเรียน!

 

 

แม้คริสจะหงุดหงิดหากแต่ก็ต้องยอมรับว่าวิชาตัวเบาของเฟยหรงมี่เยี่ยนรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง แม้ไม่รู้ว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับใดและฝึกเคล็ดวิชาอะไรหากแต่ความเร็วกลับสูสีกับไม้กวาดของซิลเวอร์เลยทีเดียว! เรื่องนี้ทำให้ความหงุดหงิดของคริสหายไปในทันที ยิ่งเดินทางรวดเร็วเท่าใดก็จะจบลงเร็วเท่านั้นและเขาจะได้สบายเสียที

 

คริสปรับตัวเข้ากับเฟยหรงมี่เยี่ยนได้เป็นอย่างดี ไม่สนใจกับการแตะเนื้อต้องตัวของเฟยหรงมี่เยี่ยนเพราะอย่างไรในโลกของเขาก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อเดินทางได้สิบวันในที่สุดพวกเขาทั้งสองก็มาถึงหุบเขาเพลิงมังกรโดยที่คริสติดนิสัยและชินชาเกี่ยวกับการสัมผัสของเฟยหรงมี่เยี่ยนอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

 

การแตะเนื้อต้องตัวระหว่างคริสและเฟยหรงมี่เยี่ยนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องทำทุกวันไปโดยปริยาย

 

 

ในที่สุดก็มาถึงเสียที!”   คริสบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อยขบออกไปเพราะเมื่อครู่ตนเองเพิ่งถูกเฟยหรงมี่เยี่ยนปล่อยออกมาจากอ้อมแขน ที่คริสต้องอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาหลายชั่วโมงในหนึ่งวันเพื่อความรวดเร็วในการเดินทาง

 

คริสมองดูหุบเขาที่โล่งเตียนสีแดงไม่มีต้นไม้ใบหญ้าแม้แต่น้อย พื้นที่ดังกล่าวกินพื้นที่กว้างใหญ่มหาศาล ไม่สามารถบอกจุดสิ้นสุดของพื้นที่รกร้างนี้ได้เลย คริสเองสามารถรับรู้ได้ว่าบริเวณนี้อากาศโดยรอบร้อนผิดปกติ

 

ทำไมมันร้อนเยี่ยงนี้เล่า แล้วข้าจะทนได้อย่างไร”  คริสขมวดคิ้วเอ่ยถามเฟยหรงมี่เยี่ยนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย เฟยหรงมี่เยี่ยนมองดูคริสด้วยใบหน้าเรียบเฉยหากแต่ภายในดวงตามีประกายความเอ็นดูวาบผ่าน หากผู้คนในพรรคทิวาทมิฬมาพบประมุขของพวกเขาตอนนี้คงมิเชื่อสายตาเป็นแน่ว่าประมุขของพวกตนจะเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้!

 

เจ้ารอข้าที่นี้เป็นอย่างไร”   แม้จะเสียดายความสามารถหายตัวของคริสหากแต่เฟยหรงมี่เยี่ยนก็ไม่อาจทำใจให้เด็กน้อยของเขาเป็นอันใดไปได้ ยิ่งผิวขาวๆนั่นยิ่งไม่สามารถทำให้เป็นรอยแดงจากความร้อนได้ ตัวเขานั้นฝึกเคล็ดวิชาเพลิงมารผลาญสวรรค์ซึ่งเป็นธาตุไฟทำให้ความร้อนไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเขาเท่าใดนัก

 

 ยิ่งสบมองดวงตาสีเขียวใสแจ๋วคู่นั้นที่จ้องมองกลับอย่างขัดใจและไม่หวาดกลัวใจเขายิ่งคันยิบๆ

 

มิได้! ข้าจะไปด้วย ”  คริสไม่ยินยอมแน่นอน หากภายในมีสมบัติจะทำอย่างไรเล่า! เขาไม่ยอมให้เฟยหรงมี่เยี่ยนได้ไปคนเดียวแน่  จะปล่อยให้ร่ำรวยผู้เดียวได้อย่างไร!

 

เทมพูสแวรามู!” คริสชี้ไม้ศักดิ์สิทธิ์ของตนเองขึ้นด้านบนก่อนจะร่ายคาถาฝนตกในทันที

 

 

ภายในเวลาไม่ถึงอึดใจเม็ดฝนก็ตกลงมาถูกอาภรณ์ของคริสจนเปียกไปหมด คริสบังคับให้ฝนตกเฉพาะในที่ของตนเองไม่ให้ผลของคาถาไปถูกเฟยหรงมี่เยี่ยน เขาจำได้ดีวันแรกที่พบกันเฟยหรงมี่เยี่ยนเกือบสังหารเขาเพียงแค่เขาทำอาภรณ์อีกฝ่ายเปียกและเข้าไปโผล่ในห้องพักโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ไปกันเถิด เมื่อเตรียมตัวเสร็จแล้วคริสก็เอ่ยชวนเฟยหรงมี่เยี่ยนด้วยดวงตาเป็นประกาย ความโลภเริ่มเข้าครอบงำอีกครั้ง

 

แม้จะอยากทักท้วงเนื่องจากเด็กน้อยของเขาอาจป่วยได้หากแต่เฟยหรงมี่เยี่ยนก็ไม่ได้พูดอันใดออกมา ก่อนจะเดินทางลอยนำเข้าไปในพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ภายในใจพองโตเล็กน้อยคิดเพียงว่าเด็กน้อยคริสของเขาอยากติดตามเขาผู้นี้ไปด้วย มิอยากห่างจากเขาแม้เพียงนิด

 

เมื่อคริสเคลื่อนที่ฝนที่ตกก็เคลื่อนที่ตามมิห่างดั่งคำสาปร้าย คริสต้องยกไม้ศักดิ์สิทธิ์ชี้ขึ้นตลอดเวลาเพื่อให้ฝนเคลื่อนที่ติดตามเขาเรื่อยๆ แม้อากาศร้อนและอากาศเย็นจากฝนจะปะทะกันจนคริสรู้สึกร้อนๆหนาวๆแต่คริสก็ไม่ยอมแพ้ ภายในหัวขบคิดหาคาถาดีๆมากมายเผื่อเจอสักคาถาที่ช่วยให้สถานการณ์ของเขาดีขึ้นกว่านี้

 

หากยังเดินทางเยี่ยงนี้ต่อไปเขาคงเป็นไข้หวัดตายก่อนอย่างแน่นอน!

 

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคริสเริ่มจะทนไม่ไหวเข้าไปทุกที เฟยหรงมี่เยี่ยนใบหน้ามืดครึ้มลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นใบหน้าของคริสเริ่มซีดเซียว

 

รีโมวีมารีมีเชโด!”ในที่สุดคริสก็ไม่ทานทนอีกต่อไป ยิ่งคริสมีนิสัยชอบสบายด้วยแล้วหนึ่งชั่วโมงถือว่าสาหัสอย่างยิ่ง! คริสร่ายคาถาถอนคาถาฝนตกออกไปทันทีแม้ความร้อนจะเข้าโจมตีในทันใดแต่คริสก็กัดฟันกรอดๆไม่ยอมจากไปและให้สิ่งที่อดทนทำมากว่าหนึ่งชั่วโมงจบลงเพียงเท่านี้

 

ทรานฟิกูราตัสอิน นกฟินิกซ์!”  คริสกัดฟันร่ายคาถาแปลงกายซึ่งเป็นวิชาที่เขาเกลียดที่สุดในทันที แม้จะรู้สึกเสียวสันหลังวาบหากมีอวัยวะส่วยไหนของเขาหายไปเนื่องจากคาถาไม่สมบูรณ์ หากแต่เมื่อคาถาที่ร่ายจบลงแสงสีส้มอ่อนก็ครอบคลุมร่างของคริสในทันทีพร้อมกับร่างกายของเขาที่เริ่มเปลี่ยนไป

 

 

ไม่ถึงสามลมหายใจคริสก็กลายเป็นนกฟินิกซ์ตัวใหญ่สูงกว่าห้าเมตร โชคดีที่ทุกส่วนในร่างกายของคริสยังอยู่ครบ คาถาสมบูรณ์ไม่ส่งผลร้ายอันใด  

 

 

 

 

ความคิดเห็น