ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ออกอาการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2559 14:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ออกอาการ
แบบอักษร

             

 

 

 ♦♦ออกอาการ♦♦

 

 

 

            โอสถเม็ดที่หนึ่งคือยาถอนพิษ ส่วนโอสถเม็ดที่สองคือยาพิษชนิดพิเศษที่เฟยหรงมี่เยี่ยนตั้งใจใช้กับคริสโดยเฉพาะ ของสิ่งใดที่เขาถูกใจแล้วจะไม่ปล่อยไปโดยง่าย ตัวเขาชมชอบดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นยิ่งนัก สีผมสีทองสว่างไสวเขาเองก็ชอบอีกเช่นกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นสบมองตัวเขาด้วยสายตาที่ไม่เหมือนคนอื่นใช้มองเขา แม้แต่ยามนั้นเป็นตัวเขาต้องการสังหารแต่ดวงตาคู่นี้ยังคงมองตัวเขาไม่เปลี่ยนแปลงไป

 

                คริสไม่ได้รับรู้ความคิดของเฟยหรงมี่เยี่ยนแม้แต่น้อย เขาเพียงคิดแค่ว่ายังไงซิลเวอร์ก็ต้องช่วยเขาได้ เขาไม่มีความแค้นใดๆทั้งสิ้นเนื่องจากมันคือความผิดของตัวเขาเองที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จะกล่าวโทษผู้ใดได้ แม้จะมีโทสะเล็กน้อยยามที่บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นบังคับให้กลืนโอสถที่ไม่รู้จักทั้งสองเม็ดลงท้องไปก็ตาม คริสตะหนักได้เลยว่าจุดอ่อนของพวกเขาในโลกใบนี้คือสิ่งใด

 

 

มันคือพิษนั่นเอง!

 

                พิษไม่ใช่เวทย์มนต์คาถาที่เขาจะถอนออกได้ด้วยการร่ายคาถา สมุนไพรหรือการปรุงยาในโลกแห่งนี้เขาก็ไม่รู้จักแม้แต่น้อย แม้ว่าวิชาปรุงยาในโลกเดิมของเขาจะถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีก็ตาม

 

                ปล่อย...คริส    ซิลเวอร์พูดจาตะกุกตะกักเป็นภาษาจีนสำเนียงแปลกๆ จากการเรียนรู้ภาษาจีนจากคริสทำให้เขาพูดออกมาเป็นคำได้แต่เป็นประโยคยังไม่ได้ หากสื่อสารกันไม่ได้จะต่อรองได้อย่างไร?

 

                คริสอ้าปากค้างเนื่องจากลืมเรื่องภาษาของซิลเวอร์ไปเสียสนิท แต่แล้วจู่ๆตนเองก็รู้สึกมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาอย่างประหลาด ยามนี้คริสอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของบุรุษผู้หล่อเหลาอดที่จะรู้สึกเป็นกำไรของชีวิตไม่ได้ แค่แม่ไม่รู้ แค่กๆ คริสถือว่าตัวเล็กเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนๆในชั้นเรียน ตัวเขาสูสีกับเพื่อนผู้หญิงด้วยซ้ำไปทำให้ตอนนี้บุรุษหล่อเหลาผู้นี้โอบร่างเขาซะทั่วถึงแนบแน่นเลยทีเดียว

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนดวงตาล้ำลึกขึ้นเล็กน้อยเมื่อบุรุษผมสีแดงควักหินผลึกปราณสีม่วงเปล่งประกายอ่อนๆออกมาสองก้อนพร้อมกับพูดคำว่าปล่อยซ้ำๆด้วยเสียงเปล่งๆประหลาดๆ ดวงตาล้ำลึกของเฟยหรงมี่เยี่ยนแวววาวเล็กน้อยเมื่อพบเห็นหินผลึกปราณหากแต่ใบหน้าของเฟยหรงมี่เยี่ยนก็ยังคงนิ่งเรียบ เขารู้ว่าฝั่งนั้นต้องการจะสื่ออันใด

 

                แล้วถ้าหากเขาต้องการทั้งสองอย่างเล่า?

 

                คริสมองดูซิลเวอร์พยายามแลกเปลี่ยนตัวเขากับหินผลึกปราณสองก้อนแล้วอยากจะหัวเราะเนื่องจากท่าทางแปลกๆเงอะงะและคำพูดเปล่งๆของซิลเวอร์ แต่คริสก็ทำได้เพียงส่งกำลังใจไปให้เพราะรู้ดีว่าเพื่อนกำลังช่วยตัวเองอย่างสุดความสามารถ

 

                “ท่านไม่คิดจะแลกตัวข้ากับหินผลึกปราณสองก้อนนั้นหรือไร”   คริสโผลงขึ้นเมื่อเห็นว่าบุรุษผู้หล่อเหลาไม่มีท่าทีตอบสนองอะไรเลย คนผู้นี้ชั่งตายด้านยิ่งนัก!

 

                แต่แล้วคริสก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งเมื่อพบว่าตนเองกลับมาพูดได้แล้วแถมเรี่ยวแรงยังกลับมาแล้วด้วย คริสอดคิดไปไม่ได้ว่าโอสถที่บุรุษผู้นี้ให้กินจะต้องเป็นโอสถถอนพิษอย่างแน่นอน เขาขอถอนคำพูดเรื่องที่เคยด่าว่าจิตใจคับแคบก็แล้วกัน เป็นเช่นนี้จะได้เจรจากันง่ายขึ้น

 

                แต่ทำไมยังโอบเอวเขาไม่ปล่อยอีก?   ถ้ายังไม่ปล่อยหากเกิดเขาหลุด?ขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า!

 

                “…ตกลง”    เฟยหรงมี่เยี่ยนเอ่ยตอบตกลงเสียงราบเรียบหากแต่น่าขนลุกเป็นอย่างยิ่ง คริสผงะเล็กน้อยไม่คิดว่าจะง่ายปานนี้ ยามนั้นในโรงเตี๊ยมเขาอธิบายมากมายไม่เห็นสนใจมุ่งโจมตีเขาอย่างเดียว หรืออาจเป็นเพราะหินผลึกปราณ?  อา...ชั่งเป็นก้อนหินที่มีค่าสมกับที่เสี่ยงตายจริงๆ

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนปล่อยคริสออกจากอ้อมกอดในทันที คริสอดเสียดายไม่ได้แต่ก็เดินไปหาซิลเวอร์อย่างเหม่อลอยโดยมีบุรุษหล่อเหลาผู้นั้นตามติดมาไม่ห่างกาย แม้สัญชาติญาณจะร้องบอกว่าไม่ถูกต้องแต่คริสก็ไม่รู้ว่าที่ต้องไหนที่มันไม่ถูก

 

                ซิลเวอร์เองก็เดินถือหินผลึกปราณทั้งสองก้อนเข้ามาเช่นกัน เมื่ออยู่ในระยะแลกเปลี่ยนทั้งคริสและซิลเวอร์ระแวงระวังเป็นอย่างมาก แต่การแลกเปลี่ยนก็เป็นไปด้วยดีไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ซิลเวอร์รีบดึงคริสมาที่ด้านหลังของตนเองอย่างรวดเร็วก่อนจะร่ายคาถาสร้างเกราะป้องกันทันที

 

 

                อารามีซี!”   ทั้งซิลเวอร์และคริสถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเกราะป้องกันรัศมีหนึ่งเมตรคุ้มครองพวกเขาอยู่ ซิลเวอร์ไม่ประมาทแม้แต่น้อย ผู้ที่ทำให้คริสพลาดท่าได้ต้องอันตรายอย่างมากแน่นอน ส่วนคริสโล่งใจอย่างมากเนื่องจากเขารับทราบสัพคุณของเกราะป้องกันเป็นอย่างดี

 

 

                หากอยู่ในเกราะป้องกันจะอย่างไรก็ไม่ตายอย่างแน่นอน!

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนมองดูหินผลึกปราณสีม่วงประกายอ่อนๆสองก้อนที่อยู่ในมือของเขาด้วยจิตใจที่ยินดียิ่ง หากแต่ใบหน้ายังคงราบเรียบไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย หินผลึกลมปราณหาได้ยากลำบากอย่างมาก แม้ประมุขพรรคมารอันดับหนึ่งเช่นเขาการจะพบเห็นหรือได้มาครอบครองเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง มิใช่เขามิมีปัญญาแต่มิมีผู้ใดยอมเสี่ยงตายเพื่อหามัน

 

                หินผลึกปราณนับเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง แม้แต่ตัวเขาเฟยหรงมี่เยียนยังมิอาจเข้าไปในหุบเขานรกเพื่อหามันได้โดยมิบาดเจ็บหรือเสียชีวิตลง หินผลึกลมปราณมิสามารถทำให้เขาเข้าหุบเขานรกเพื่อหามันมาเพื่อเพิ่มพลังยุทธ์เนื่องจากมิคุ้มค่ากับอาการบาดเจ็บแม้แต่น้อย หากแต่เด็กหนุ่มทั้งสองกลับมีมันในครอบครองแถมยังใช้แลกเปลี่ยนออกมาได้อย่างง่ายดายและไม่มีความเสียดายเลยแม้แต่น้อย

 

                ของของเขาชั่งเป็นผู้ลึกลับและเหนือความความหมายยิ่ง

 

                เฟยหรงมี่เยียนมิได้รับรู้แม้แต่น้อยว่าตอนนี้ตนเองได้ยืนอยู่ ณ ปากทางเข้าใจกลางหุบเขานรก

 

                เมื่อเฟยหรงมี่เยี่ยนเก็บหินผลึกปราณเข้าไปในแหวนมิติของตนเองเรียบร้อยแล้ว มุมปากของเขายกยิ้มเล็กๆซึ่งไม่สามารถสังเกตได้เลยว่าเขากำลังยิ้มอยู่ เขาจ้องมองเด็กหนุ่มร่างเล็กดวงตาสีเขียวผมสีทองที่อยู่ในเกราะป้องกันบางอย่างที่เขารับรู้ได้ว่ามันแข็งแกร่งเพียงใดอย่างมิวางตา เมื่อได้หินผลึกปราณมาแล้วที่เหลือก็คือนำของของเขากลับคืนมาเพียงเท่านั้น

 

                “…มาหาเราเดี๋ยวนี้”   น้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากได้รูปของบุรุษหนุ่มรูปงามที่ยังคงไม่ไปไหนทำให้ร่างกายของคริสสะท้านไหวอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

                แม้สมองจะขบคิดว่าคนผู้นั้นเรียกผู้ใดกันหากแต่ร่างกายของเขากลับก้าวเดินออกไปจากเกาะป้องกันและเดินเข้าไปหาบุรุษหล่อเหลาผู้นั้นทันทีท่ามกลางความตกตลึงทั้งของเขาเองและซิลเวอร์!

 

                นี่มันเรื่องอะไรกัน!”  คริสกู่ร้องออกมาเสียงดังขณะเดินเข้าไปยืนข้างกายบุรุษผู้หล่อเหลาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างไม่เข้าใจร่างกายของตนเองแม้แต่น้อย เขาไม่อาจควบคุมร่างกายของตนเองได้!

 

                ...คริส! นาย...”  ซิลเวอร์ที่ยังอยู่ในเกราะป้องกันงุนงงเป็นอย่างมาก กว่าเขาจะตั้งสติและหาเสียงตนเองจนเจอคริสก็ไปยืนอยู่ข้างกายบุรุษหน้าตาหล่อเหล่าเย็นชาในอาภรณ์สีแดงทั้งร่าง ผิวขาวซีดนั้นช่างตัดกับสีแดงแต่ก็ยิ่งเสริมให้เจ้าตัวดูดียิ่งขึ้นไปอีกเมื่อรวมเข้ากับร่างกายสูงใหญ่

 

                ซิลเวอร์ไม่เข้าใจคริสแม้แต่น้อยว่าเหตุใดจึงทำตามที่คนผู้นั้นสั่ง

 

                “ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้!”  คริสมองเห็นสีหน้าไม่อยากเชื่อของซิลเวอร์แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยบอกสาเหตุเสียงดังลั่น ใช่ว่าเขาอยากจะมาเสียหน่อย ตัวเขาเองยังไม่อยากเชื่อเช่นกัน

 

                “…เจ้าเป็นของเรา”  เฟยหรงมี่เยี่ยนไม่ได้อธิบายให้ของของเขาเข้าใจมากนัก ยามนี้เขาพอใจกับผลลัพธ์เช่นนี้เป็นอย่างมาก ยาพิษพิเศษที่เจ้าหอเก้ามอบให้แก่เขาโดยเฉพาะได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง

 

                หากท่านประมุขพึงใจในสตรีใดให้ใช้ยาพิษเม็ดนี้กับนางนะขอรับ ผลของยาพิษชนิดนี้จะทำให้ผู้ที่ได้รับเชื่อฟังคำสั่งของท่านประมุขทุกสิ่งอย่างมิมีวันทรยศหักหลัง ซ้ำเมื่อถึงวันพระจันทร์เต็มดวงผู้ที่ถูกพิษจะโหยหาท่านอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ท่านประทานความช่วยเหลือเพื่อช่วยให้พิษสงบลง หากแต่ยาพิษชนิดพิเศษนี้ออกฤทธิ์แค่เพียงสามปีเท่านั้น ท่านประมุขจะต้องประทานยาพิษชนิดนี้ให้แก่นางในทุกๆสามปี

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนนึกถึงคำพูดของหลิ่งกวางเจ้าหอเก้าดวงตาเกิดประกายสั่นไหวพึงพอใจเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งล้ำลึกเช่นเดิมอย่างรวดเร็ว เขายกลำแขนขาวซีดหากแต่แข็งแรงโอบกอดเอวไม่บางไม่หนาของเด็กหนุ่มเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่ง

 

 

                คริสอ้าปากค้างกับสิ่งที่บุรุษหล่อเหลาผู้นี้เอ่ยออกมา เขาไปเป็นของบุรุษผู้นี้ตั้งแต่เมื่อใด? หากแต่ถ้าไม่ใช่ของของเขาจริงใยตัวเขาต้องทำตามคำสั่งด้วย? ยามนี้คริสสับสนไปเสียหมดจนลืมขัดขืนซึ่งทำให้เฟยหรงมี่เยียนโอบเอวคริสเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

 

                ข้าไปเป็นของท่านตั้งแต่เมื่อใดกัน? เมื่อครู่ท่านจะสังหารข้าอยู่เลยมิใช่หรือ”   เมื่อคริสตั้งสติได้เจ้าตัวก็เงยหน้าสบสายตาลึกล้ำคู่นั้นทันทีพร้อมเอ่ยถามในสิ่งที่ตนเองสงสัยเป็นอย่างมากโดยไม่สนใจว่าเขาจะลงมือสังหารตนเองอีกคราหรือไม่

 

                สบกับดวงตาสีเขียวมรกตคู่งามที่ฉายแววงุนงงสงสัยก็ให้ดวงใจด้านชาของเฟยหรงที่เยี่ยนคันยุบยิบอย่างประหลาด ยิ่งมองจ้องเข้าไปในดวงตากลมสวยแปลกสีคู่นั้นก็ให้น่าหลงใหลยิ่งมิอาจถอนสายตาจากไปได้ ดวงตาคู่นี้ช่างเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและแฝงไปด้วยความดื้อรั้นเล็กน้อย

 

                โอสถนั่น...เมื่อครู่”    เฟยหรงมี่เยี่ยนเอ่ยตอบเสียงเรียบเมื่อดวงตาสีเขียวจ้องมองเขามิยอมห่างเพื่อรอคำตอบ

 

 

                ท่าน!”   คริสไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกมาได้อีกเมื่อรู้สึกว่าตนเองตกลงไปในหลุมลึกเสียแล้ว เขาขอถอนคำพูดบุรุษผู้นี้ยังคงจิตใจคับแคบเช่นเดิม มีอย่างที่ไหนบังคับผู้อื่นกินยาเพื่อควบคุมร่างกายผู้อื่นเช่นนี้? หากมิติดว่าหล่อเหลาดังเทพเซียน แค่กๆ หากมิติดว่าเขาไม่รู้ว่ายาชนิดนี้อันตรายเพียงใดและมีผลอันใดอีกบ้างเขาจะสั่งสอนบุรุษหน้าตายเสียให้เข็ด! ยามนี้คงต้องยอมๆไปก่อน พลาดครั้งเดียวเสียหายยับเยิน!

 

                “เรียกเราว่าเฟยหรงมี่เยี่ยน”    เฟยหรงมี่เยี่ยนเอ่ยบอกเสียงเรียบดังเช่นปกติ เขาสังเกตสีหน้าแววตาของหนุ่มน้อยผู้อยู่ในอ้อมแขนอย่างสนใจเมื่อใบหน้าของคริสเดียวซีดขาวเดี๋ยวแดงก่ำ ดวงตาฉายแววชั่วร้ายก่อนจะฉายแววปลดปลง เฟยหรงมี่เยี่ยนชมชอบให้ดวงตาคู่นั้นปรับเปลี่ยนแววยิ่งนัก

 

                แม้จะดูหลากอารมณ์หากแต่ความมีชีวิตชีวามิเคยหายไป

 

                ..เฟยหรงมี่เยี่ยน เหตุใดท่านจึงไม่สังหารข้าแล้วเล่า?   คริสกลับมาตั้งคำถามอีกครา เขาจะมิยอมเป็นเช่นนี้โดยยังมิรู้เรื่องอันใดอย่างแน่นอน

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนใบหน้ายังคงเรียบนิ่งแต่ภายในใจรู้สึกว่าตนเองเริ่มพูดคุยมากกว่าแต่ก่อน เป็นเพราะเด็กหนุ่มผู้นี้เอ่ยถามนั่นนี้มิมีหยุดใช่หรือไม่ และตัวเขาเองยังมิรู้สึกไม่พอใจอันใด เพียงแค่สบตากับดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นที่ฉายแววรอคอยเขาก็ไม่สามารถไม่เอ่ยอันใดออกมาได้

 

                “…เจ้าทำให้เราสนใจ”  ใช่แล้ว เฟยหรงมี่เยี่ยนผู้นี้มิเคยพึงใจผู้ใดมาก่อน เป็นความพึงใจที่หัวใจของเขากระตุกแปลกๆทั้งๆที่มันเต้นสม่ำเสมอตั้งแต่เขาจำความได้ แม้สถานการณ์จะเลวร้ายถึงแก่ความตายเพียงใดก็ไม่สามารถทำให้หัวใจของเขากระตุกหรือคันยุบยิบเช่นนี้ขึ้นมาได้ ปกติเขาเป็นคนฆ่าผู้อื่นไม่เลือกหน้า แต่เพียงแค่สบตากับดวงตาแปลกสีคู่นี้แล้วนั้น

 

                “พึงใจข้า? ท่านสามารถทำความรู้จักกับข้าได้ ใยต้องให้ยาแปลกๆกับข้าด้วยเล่า”  คริสพยายามโต้แย้งและไม่ให้หลุดด่าเฟยหรงมี่เยี่ยนออกไป ยามนี้ตัวเขาตกเป็นของของไอ้คนหน้าหล่อแต่หน้าตายผู้นี้แล้ว หากพูดจาไม่เข้าหูอาจบางทีสั่งให้เขาทำอันใดแปลกๆก็เป็นได้

 

                เจ้ามีนามว่าอันใด เด็กน้อย”   เฟยหรงมี่เยี่ยนไม่ตอบคำถามหากแต่ถามคำถามกับคริสแทนด้วยใบหน้าราบเรียบน้ำเสียงแฝงด้วยความพอใจเจือจาง

 

ข้ามีนามว่าคริสแม้ไม่อยากตอบหากแต่ขัดคำสั่งมิได้ เหมือนร่างกายและสมองไม่ใช่ของตนเอง

 

มีใครจะอธิบายให้ฉันฟังบ้างไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?ซิลเวอร์เอ่ยขัดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเขาอดทนมิได้อีกต่อไป ทั้งสองพูดคุยอันใดกันเขาไม่รู้เรื่องสักนิด

 

 

 

เฟยหรงมี่เยียนเหลือบมองซิลเวอร์ด้วยดวงตาลึกลับเสียจนซิลเวอร์รู้สึกหนาวเยือกไปหมด เฟยหรงมี่เยียนมิพอใจเล็กน้อยที่บุรุษหนุ่มที่รู้จักกับเด็กน้อยคริสของเขาพูดภาษาประหลาดขัดการพูดคุยทำความรู้จักระหว่างเขากับสิ่งที่เขาพึงใจ

 

 

 

 

ความคิดเห็น