ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เมื่อท่านประมุขพรรคมารตกหลุมรัก

ชื่อตอน : เมื่อท่านประมุขพรรคมารตกหลุมรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2559 22:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมื่อท่านประมุขพรรคมารตกหลุมรัก
แบบอักษร

 

 

♦♦เมื่อท่านประมุขพรรคมารตกหลุมรัก♦♦

 

 

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนมองดูเด็กหนุ่มหน้าตางดงามดวงตาสีเขียวน่ามองที่สามารถหลบการโจมตีของเขาได้อย่างหงุดหงิดเล็กน้อย หากแต่ใบหน้าและแววตาของเขาก็ยังคงนิ่งเรียบเช่นเดิม มองดูดวงตาสีเขียวมรกตกลมโตคู่นั้นที่จ้องมองมายังเขาไม่มีแววตาของความโกรธหรือเคียดแค้นชิงชังและหวาดกลัวแต่อย่างใดก็ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขากระตุกเล็กน้อย

 

ท่านจะสังหารข้าหรือ? ข้าขอโทษที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่าน ข้าเพียงแค่ผ่านมาเท่านั้น

 

คริสเริ่มเจรจาทันทีเนื่องจากสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีเสียแล้ว บุรุษหนุ่มหล่อผู้นี้เก่งกาจเป็นอย่างมาก อย่างน้อยต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับหกอย่างแน่นอนเนื่องจากสามารถสร้างอาวุธจากลมปราณของตนเองได้ แถมยังเรียนเคล็ดวิชาเพลิงอีกด้วย! เพียงแต่ดูเหมือนว่าหนุ่มหล่อท่านนี้จะมิปล่อยเขาไปโดยง่าย

 

                เพลิงสีดำมากมายผุดขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่าทั่วทั้งห้องที่มีน้ำเจิ่งนองกลับกลายเป็นทะเลเพลิงสีดำไปชั่วพริบตา คริสร้องโอดครวญในใจบุรุษผู้นี้แม้หน้าตาหล่อเหล่าปานเทพเซียนแต่จิตใจชั่งคับแคบยิ่งนัก ทางใครทางมันมิได้หรือไร

 

 

             “อารามีซี!” ในชั่วขณะที่เพลิงสีดำล้อมรอบทั้งตัวคริสและเฟยหรงมี่เยี่ยนคริสก็ทำการร่ายคาถาสร้างเกราะป้องกันตัวเองในทันที เขาเริ่มจะหายใจไม่ออกดูเหมือนเพลิงสีดำจะเป็นพิษเสียด้วย ผิวขาวๆของเขาแดงไปหมดเนื่องจากความร้อนที่แผดเผา วินาทีที่เพลิงกำลังจะกลืนกินเขาเข้าไปเกราะป้องกันก็ช่วยเขาเอาไว้อย่างทันท่วงทีทำให้หายใจสะดวกอากาศภายในเกราะป้องกันเย็นขึ้นทันตา

 

                ตูม!

 

                เพลิงสีดำร้อนแรงกลืนกินเผาไหม้ห้องทั้งห้องอย่างรวดเร็ว หลังคาโรงเตี๋ยมทะลุเสียจนเพลิงสีดำพวยพุ่งสู่ท้องฟ้ากว่าสามเมตร เสียงผู้คนโหวกเหวกโวยวายกรีดร้องดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ผู้ใดจะคาดว่าจู่ๆชั้นบนของโรงเตี๋ยมจะระเบิดกันเล่า เหล่าคนที่อยู่ในโรงเตี๋ยมต่างหนีตายกันวุ่นวาย บางผู้คนที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ยังไม่ไปไหนเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดติดขอบสนามอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนขัดใจเล็กน้อยเมื่อไม่สามารถทำอันใดเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ เขาลอยขึ้นมาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มที่ลอยอยู่ในทรงกลมใสบางอย่างซึ่งเพลิงของเขาไม่สามารถเข้าไปหรือทำลายมันได้เลย

 

                แม้คนทั้งคู่จะอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงสีนิลหากแต่ไม่สามารถทำอันตรายทั้งสองคนได้ ผู้หนึ่งคือเจ้าของเพลิงอีกผู้หนึ่งคือเด็กหนุ่มที่มีเกราะป้องกันอย่างดีคุ้มครอง การต่อสู้ครั้งนี้ดึงดูดสายตาผู้ฝึกยุทธ์มากมาย ไม่ใช่จะหาชมได้โดยง่ายเกี่ยวกับการต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเช่นนี้

 

 

บางผู้คนจดจำผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบที่เพิ่งปรากฏตัวที่เมืองแห่งนี้ได้ก็ให้ตาเหลือกค้างตัวสั่นหากแต่ก็ยังไม่ยอมไปไหน บ้างพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้เสียงดังไม่เกรงกลัวลูกหลงหรือแม้จะร้อนแค่ไหนก็อดทนเพื่อชมดูเรื่องสนุก

 

 

                ส่วนบุรุษผู้สวมใส่อาภรณ์สีแดงที่เป็นคู่ต่อสู้นั้นไม่มีผู้ใดรู้จักเขามาก่อน หากแต่บรรยากาศเยือกเย็นที่ขัดกับเพลิงพิษสีดำอันร้อนระอุและวิชาตัวเบาที่สามารถเหินร่างในอากาศได้ก็ทำให้ผู้คนไม่อาจดูเบาได้แล้ว จะต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงหรือหัวหน้าพรรคบางพรรคอย่างแน่นอน!

 

                ท่านบ้าไปแล้ว!”   คริสมองหน้าบุรุษสุดหล่อด้วยดวงตาโตอย่างมิอยากเชื่อพร้อมตะโกนใส่เสียงดัง เมื่อครู่หากเขาร่ายคาถามิทันคงถูกเผาไม่เหลือแม้แต่กระดูก แถมในเพลิงยังมีพิษที่ทำเขาเกือบตาย วันนี้มิทราบเพราะเหตุใดเขาจึงพบเจอเรื่องเฉียดตายบ่อยนัก

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนยังคงมีสีหน้าท่าทางเรียบนิ่ง แม้แต่ดวงตาสีนิลยังไร้ระรอกไหวลึกลับดั่งหลุมดำไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ใดๆได้ ทำอย่างไรพิษก็ไม่อาจแทรกซึมเข้าไปในเกราะป้องกันของเด็กหนุ่มผู้มีดวงตาน่ามองผู้นั้นได้เลย เฟยหรงมี่เยี่ยนใช้วิชาตัวเบาอันล้ำเลิศเข้าประชิดตัวคริสอย่างรวดเร็วจนระยะห่างระหว่างกันมีไม่มาก เฟยหรงมี่เยี่ยนอยู่ห่างจากเกราะป้องกันเพียงแค่ครึ่งเมตรเท่านั้น!

 

                ดาบเพลิงสีดำขนาดใหญ่ที่สร้างจากลมปราณโผล่เข้ามาอยู่ในมือของบุรุษสุดหล่อก่อนที่เจ้าตัวจะใช้มันจ้วงแทงเข้าใส่คริสอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า เสียงปะทะระหว่างดาบและเกราะป้องกันดังสะนั่นไปทั่วพร้อมลมพายุหอบใหญ่ที่เกิดจากการที่เกราะป้องกันกระแทกดาบเพลิงกลับไป ต้องบอกก่อนว่ายิ่งโจมตีใส่เกราะป้องกันแรงเท่าใดแรงกระแทกสวนกลับเพื่อปัดป้องก็จะทรงพลังเท่านั้น

 

                เฟยหรงมี่เยียนถูกกระแทกให้ถอยหลังไปสามก้าวจากแรงกระแทกพร้อมๆกับดาบเพลิงสีดำและทะเลเพลิงหายไปจนหมดสิ้น ดวงตาของเฟยหรงมี่เยี่ยนดำมืดลงเล็กน้อยและเริ่มเข้าใจบางอย่างขึ้นมาบ้างจึงสลายทะเลเพลิงสีนิลให้หายไปเพื่อมิให้สิ้นเปลืองลมปราณ

 

 

                ฝ่ายคริสที่อยู่ในเกราะป้องกันลมหายใจสะดุดเป็นช่วงๆจากการโจมตีเมื่อครู่ ในใจภาวนาให้เกราะป้องกันมันดีเลิศอย่างเช่นศาสตราจารผู้ทำวิจัยได้อวดอ้างสารพัดครอบจักรวาร หากไม่มีเกราะป้องกันคริสสามารถจินตนาการสภาพศพของตนเองได้เลย ไม่มีเหลืออย่างแน่นอน!

 

                มองบุรุษหนุ่มน่าตาดีหากแต่เย็นชาและต้องการจะฆ่าเขาเพียงแค่บุกรุกเข้าไปในห้องโดยที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต คริสอยากจะหายตัวไปเสียเดี๋ยวนี้เลยหากแต่การหายตัวนั้นเขาต้องถอนคาถาเกราะป้องกันนี้ออกก่อน ไม่สามารถหายตัวเมื่ออยู่ในเกราะป้องกันได้ หากจะไปที่ใดเพียงแค่เดินออกไป แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววิแต่เขามีโอกาสตายได้แน่นอนหากประมาท

 

                “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ หากท่านปล่อยข้าไปข้าจะให้ของสิ่งหนึ่งเป็นการขอโทษที่ล่วงเกินท่านสุดหล่อ แค่กๆ อย่างแน่นอน

 

                คริสเริ่มคิดหาโอกาสเพื่อให้ตนเองอยู่รอดจนต้องกัดฟันทนยอมใช้หินผลึกปราณมาเป็นสินน้ำใจเพื่อขอโทษ แม้จะกล้ำกลืนเสียดายแค่ไหนก็ต้องลองดู หากแต่บุรุษหนุ่มหล่อผู้นั้นก็ยังนิ่งเฉยจ้องมองคริสด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาดังเดิมไม่เอ่ยตอบรับหรือปฏิเสธออกมาสักครึ่งคำ

 

                คริสเริ่มรนรานอยากหนีไปให้ไกลจากสถานการณ์อันตรายถึงตายเช่นนี้ให้เร็วที่สุด เขาตัดสินใจเด็ดขาดร่ายคาถาถอนเกราะป้องกันออกไปเสียงเบาเพื่อจะทำการหายตัวหลบหนีทันที

 

                รีโมวีมารีมีเชโด!”  เมื่อเกราะป้องกันหายไปคริสก็ร่ายคาถาหายตัวอย่างรวดเร็ว

 

                เปรี...  เพียงแต่ในเสี้ยววินาทีนั้นคริสสะดุ้งเสียวสันหลังวาบก้มมองเข็มเงินที่ปักอยู่ที่หัวไหล่ของตนเองดวงดวงตากลมโตสีเขียวมรกตที่เบิกกว้างอย่างตกตลึง คริสมองไม่เห็นเข็มเงินเล่มนี้ที่ถูกซัดใส่เขาแม้แต่น้อย เล็มเล็กเพียงเท่านี้ผู้ใดจะมองเห็นกันเล่า และยิ่งช่วงที่เขารีบอยู่ด้วยแล้ว  คริสรู้สึกว่าร่างกายของตนเองเริ่มชาขึ้นเรื่อยๆ

 

                นี่เขามาตายง่ายๆเพียงแค่เข็มเงินเล่มเดียวหรือนี่!

 

                เปรี..บี..เตอร์!”เมื่อตั้งสติได้คริสก็ทำการร่ายคาถาหายตัวอีกครั้งในทันที แต่เพียงเสี้ยววินาทีในช่วงแรกที่ร่ายคาถาไม่สำเร็จก็ทำให้ตอนนี้เฟยหรงมี่เยียนใช้วิชาตัวเบาเข้าประชิดตัวของคริสที่ไม่มีเกราะคุ้มกันได้อย่างง่ายดาย มือใหญ่กำรอบคอคริสเอาไว้ในทันทีที่เข้าถึงตัว! คริสอ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นหากแต่สมองคิดถึงทางเข้าใจกลางหุบเขานรกไม่วอกแวก ในใจกูร้องสบถบัดซบเป็นร้อยๆครั้ง

 

                จู่ๆคนทั้งคู่ที่ต่อสู้กันจนโรงเตี๋ยมพังทั้งหลังก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้ชมเหตุการณ์อ้าปากค้างอย่างงุนงง สัพเสียงรอบด้านเงียบกริบไม่มีผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในเหตุการณ์เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่คนเดียว ในจิตใจของพวกเขาต่างตกใจจนแทบเสียสติ พลังของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงชั่งน่ากลัวยิ่งนัก ยิ่งการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ที่คนทั้งคู่หายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยแล้ว สวรรค์! สัตว์ประหลาดโดยแท้!

.

.

.

.

.

                เพียงแค่หนึ่งลมหายใจทั้งคริสและเฟยหรงมี่เยียนก็มาปรากฏตัวที่ทางเข้าใจกลางหุบเขานรก คริสถูกเฟยหรงมี่เยี่ยนบีบคอจนแทบจะหายใจไม่ออก เขาไม่สามารถช่วยตนเองได้เนื่องจากถูกพิษที่อาบอยู่ในเข็มทำให้ร่างกายอ่อนแรงลงเรื่อยๆ แรงจะยกไม้ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่มีเสียด้วยซ้ำ

 

                เฟยฟรงมี่เยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายออกเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นบนใบหน้านิ่งเรียบของเขามาก่อน เป็นครั้งแรกที่ตัวเขาผู้นี้ตกใจแม้จะเพียงเล็กน้อยและเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่อยู่ดีๆก็มาโผล่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักและไม่ทราบโผล่มาได้อย่างไร เป็นครั้งแรกที่มีใครบางคนทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ได้เนื่องจากเขามิเคยคาดกานณ์เกี่ยวกับเรื่องประหลาดเช่นนี้มาก่อน เด็กหนุ่มผู้นี้ชั่งน่าสนใจยิ่งนัก เฟยหรงมี่เยี่ยนเปลี่ยนใจจะไม่ฆ่าเด็กหนุ่มผู้ใช้ดวงตาสีเขียวมองเขาด้วยความสำนักผิด ไม่มีแววความหวาดกลัวเกลียดชังเทิดทูลหรือเคียดแค้นยิ่งทำให้เขาผู้นี้เกิดความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่าง

 

                เขาเริ่มถูกใจเด็กหนุ่มผู้นี้เสียแล้ว

 

                จะยอมยกโทษที่ทำให้อาภรณ์ของเขาเปียกน้ำและลอบเข้ามาในห้องของเขาก็ได้

 

                ซุมไมร์!” เสียงร่ายคาถาแข็งทื่อดังเข้ามาในหูของคริสโดยไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสียงของผู้ใดถ้าไม่ใช่ซิลเวอร์เพื่อนของเขา คริสมั่นใจเป็นอย่างมากว่าซิลเวอร์ต้องอยู่ที่นี้ เขาไม่ลังเลเลยที่จะหายตัวมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อให้วิลเวอ์ช่วยเหลือจากบุรุษหล่อเหลาแต่จิตใจคับแคบผู้นี้

 

                ซิลเวอร์ที่ช่วงแรกรอคริสอย่างใจจดใจจ่อเป็นเวลานานกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ดีๆคริสก็โผล่มาจนได้ แต่มิใช่แค่คริสคนเดียวแต่ยังพ่วงใครอีกคนมาด้วย เขาจะดีใจมากหากคริสไม่ได้โผล่มาแล้วถูกบีบคออยู่เช่นนั้น ซิลเวอร์ไม่แม้แต่จะคิดอันใดเขารีบร่ายคาถาเพื่อช่วยคริสจากมือชายผู้นั้นทันที

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งพุ่งตรงเข้ามาหาเขา เจ้าตัวยังคงใบหน้านิ่งเฉยหากแต่ไม่ได้ดูเบาเส้นแสงสีฟ้าอันรวดเร็วที่เข้าจู่โจม ช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจเฟยหรงมี่เยี่ยนปล่อยมือออกจากลำคอขาวของเด็กหนุ่มทันทีก่อนจะใช้วิชาตัวเบาหลบเส้นแสงสีฟ้าได้อย่างเฉียดฉิว เส้นแสงสีฟ้าเฉียดโดนหัวคริสไปไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้น

 

                “แค่กๆ...ไอ้..ซิล..เวอร์...!”   คริสที่หวิดเยี่ยมนรกมานับครั้งไม่ถ้วนไอคอกแค่กเพราะสำลักอากาศจากการรีบสูดอาการเข้าปอดอย่างทรมานหากแต่ก็ไม่วายพยายามเรียกชื่อเพื่อนเสียงแข็งเนื่องจากเส้นแสงคาถาเฉียดหัวเขาไปอย่างหวุดหวิด หากตอนนี้เขาช่วยเหลือตนเองได้จะไม่ด่ามันสักคำ!

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนที่หลบเส้นแสงคาถาไปได้ใช้วิชาตัวเบากลับมาประชิดตัวคริสอีกครั้ง ครั้งนี้เจ้าตัวใช้แขนอันแข็งแกร่งโอบเอวคริสเอาไว้หลวมๆด้วยเนื่องจากคริสตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงพยุงกายแม้จะลอยอยู่ในอากาศก็ตามที ใบหน้าขาวของคริสซีดลงเรื่อยๆจากพิษที่กระจายไปทั่วร่างกาย

 

                คริส! เฮ้ย! เป็นอะไรวะ”   ซิลเวอร์ตะโกนเสียงดังอย่างร้อนรนแม้จะอยากเข้าไปดูอาการของคริสแต่ติดอยู่ที่บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นที่มาด้วย ดูเหมือนคริสจะบาดเจ็บซึ่งมันทำให้ซิลเวอร์เป็นห่วงอย่างมาก

 

                รีโม..วีมารี..มีเชโด!”   คริสเค้นเสียงอย่างยากลำบากเพื่อถอนคาถาล่องลอยของตนเอง เขาไม่สามารถพยุงเพื่อไม่ให้ตนเองตีลังกาลอยอยู่ในอากาศได้ ตอนนี้คงต้องฝากที่เหลือให้ซิลเวอร์จัดการ แม้เปอร์เซ็นต์ที่จะรอดมีน้อยแต่คริสเชื่อว่าซิลเวอร์ไม่มีทางทิ้งเขาอย่างแน่นอน

 

                ร่างของคริสดิ่งลงสู่พื้นในทันทีที่ปลดคาถา แม้ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงแต่มือของคริสยังกำไม้ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้แน่นเหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เฟยหรงมี่เยี่ยนเมื่อเห็นร่างของคริสดิ่งลงสู่พื้นดินตัวเขาเองก็ร่อนลงมาด้วยเช่นกันแถมยังช่วยพยุงร่างของคริสให้ลงสู่พื้นอย่างปลอดภัยเสียด้วย

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนเหลือบมองผู้ที่ลอบโจมตีเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง บุรุษผู้นั้นหน้าตาหล่อเหลาผมสีแดงสั้นดวงตาสีฟ้าสดใสหากแต่กรุ่นไปด้วยโทสะเจือด้วยความห่วงใยร้อนรน

 

 

                ซิลเวอร์สมองรวนไปหมดไม่รู้จะทำเช่นใดดี เขาพูดภาษาจีนไม่ได้และฟังไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จะจัดการสถานการณ์ตอนนี้อย่างไรดี หากใช้กำลังก็กลัวคริสที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ถูกลูกหลงไปด้วย ตอนนี้ซิลเวอร์ปวดหัวแทบระเบิด!  ไอ้คริสมันซวยของแท้!

 

 

                ฝ่ายเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่ได้สนใจซิลเวอร์แม้แต่น้อย เจ้าตัวดึงเข็มเงินที่ปักอยู่ที่ไหล่คริสออกพร้อมกับหยิบโอสถจำนวนสองเม็ดส่งเข้าปากของคริสพร้อมกับบังคับด้วยลมปราณเพื่อให้คริสกลืนกินมันเข้าไป

 

 

 

ความคิดเห็น