ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เพราะความโลภ

ชื่อตอน : เพราะความโลภ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2559 12:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพราะความโลภ
แบบอักษร

             

 

 

      ♦♦เพราะความโลภ♦♦

 

 

                 คืนนั้นพวกเขานอนพักอยู่ที่เดิมไม่ย้ายไปที่ใดเพื่อเพิ่มแรงเอาไว้รับมือกับวันพรุ่งนี้ คริสและซิลเวอร์นอนหลับสนิทเนื่องจากไว้วางใจเกาะป้องกันเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็มีดีให้ไว้วางใจจริงๆ ไม่มีสิ่งใดเล็ดรอดเข้ามาได้เลยแม้แต่น้อย มีเพียงอากาศบริสุทธิ์เท่านั้นที่เข้ามาได้ แม้แต่ฝุ่นเกราะป้องกันก็มิยอมให้ผ่านเข้ามา

 

                เมื่อแสงแดดยามเช้ามาเยือนคริสและวิลเวอร์ต่างรับประทานอาหารพูดคุยกันตามปกติโดยมีคริสสอนภาษาจีนให้กับซิลเวอร์ หลายวันมานี้เมื่อพวกเขาหยุดพักคริสก็จะเริ่มสอนภาษาจีนให้ซิลเวอร์ แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาครึ่งชั่วโมงแต่ก็ถือว่าใช้เวลาได้อย่างมีประโยชน์

 

                เมื่อทานอาหารแห้งกันเสร็จแล้วคริสและซิลเวอร์ก็เดินทางต่อ ซิลเวอร์ร่ายคาถาถอนเกราะป้องกันออกไป ทั้งสองล่องลอยไปด้านหน้าเรื่อยๆอย่างช้าๆพร้อมกับถือไม้ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้มั่น ผ่านสมุนไพรหายากต้นแล้วต้นเล่าร่ายคาถางงงวยใส่สัตว์อสูรตัวแล้วตัวเล่า สัตว์อสูรในป่าแห่งนี้ไม่ได้ดุร้ายเท่าใดนัก หากไม่เข้าไปอยู่ในอาณาเขตของมันมันก็จะไม่โจมตี

 

 

                สัตว์อสูรในที่แห่งนี้แพร่พุ่งลมปราณออกมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ บางตัวพ่นไฟใส่พวกเขาก็มี  เพียงแต่พวกเขาร่ายคาถาสะท้อนกลับแล้วจัดการด้วยคาถางงงวยตามสูตรเดิมทุกอย่างก็ถูกแก้ไขอย่างง่ายดาย

 

                ในที่สุดคริสและซิลเวอร์ก็มาถึงกลางหุบเขานรก ใจกลางหุบเขาแห่งนี้เป็นหลุมลึกภูเขาไฟขนาดใหญ่มหึมาเท่ากับเมืองใหญ่ๆสองเมืองเลยทีเดียว พวกเขาทั้งสองยังไม่รู้เลยว่าหินผลึกปราณหน้าตาเป็นยังไง เพียงแต่ทางเข้าหลุมใหญ่แห่งนี้มีหินก้อนสีม่วงเรืองแสงอ่อนๆเท่ากำปั้นเด็กบ้างประปลาย แม้จะพบเห็นหินเช่นนี้บริเวณที่มีสัตว์อสูรบางชนิดที่สามารถแพร่พุ่งลมปราณได้อยู่ใกล้ๆกันแต่ก็ไม่ได้หยิบมาด้วย  

 

 

                เพียงแต่ยามนี้แค่มองก็รู้แล้วว่ามันต้องไม่ธรรมดา

 

                มันจะใช่หินผลึกปราณหรือเปล่า  ซิลเวอร์เอ่ยถามความเห็นของคริสพร้อมกับระแวงระวังรอบบริเวณเผื่อมีตัวประหลาดโผล่ออกมา

 

 

                ฉันคิดวิธีดีๆออกละ”  คริสหันมายิ้มกริ่มส่งให้ซิลเวอร์ คริสยกยิ้มมุมปากดวงตาหมายมาดเปล่งประกายฉายแววลึกลับออกมา โดยไม่รอให้ซิลเวอร์ได้ถามต่อคริสก็ร่ายคาถาเรียกสิ่งของทันทีพร้อมกับปลายไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเขาที่ชี้ไปที่หินสีม่วงเปล่งประกายก้อนหนึ่ง

 

                เวนิเตอร์หินผลึกลมปราณ!” 

 

                หินก้อนที่ถูกไม้ศักดิ์สิทธิ์ของคริสชี้ใส่ลอยเข้ามาหาคริสทันทีซึ่งคริสก็ใช้อีกมือที่ยังว่างคว้าจับหินก่อนนั้นไว้ได้อย่างงดงาม  ตอนนี้ประกายในดวงตาของเขายิ่งเปล่งประกายมากขึ้น มองหินผลึกปราณเป็นเงิน เงิน เงิน อย่างคนโลภโมโทสัน

 

                ซิลเวอร์มองเห็นสายตาของคริสที่เป็นเช่นนั้นได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก เขารู้ว่าเพื่อตัวเองรักสบายแต่แผนต่างๆที่เจ้าตัวคิดขึ้นกลับมองไม่เห็นความสบายแม้แต่น้อย ดูจากแผนการเข้าพรรคในยุทธภพ แม้จุดหมายปลายทางของแผนจะเป็นความสบายก็เถิด เขาเองก็อดจินตนาการถึงอาหารดีๆไม่ได้เช่นกัน คิดได้เช่นนั้นซิลเวอร์ก็เริ่มลงมือเก็บหินผลึกลมปราณบ้าง

 

                ฮาฮา คราวนี้ละฉันจะซื้อวัง! สร้างบ่อน้ำร้อนไว้อาบ กินอาหารดีๆ ใส่เสื้อผ้าหรูๆ มีหนุ่มๆ แค่กๆ!”

 

                คริสเหมือนจะสติแตกไปแล้ว เขาลอยเก็บหินเข้าไปในล่องหลุมลึกของภูเขาไฟเรื่อยๆ ทางเข้าใจกลางหุบเขานรกมีหินผลึกปราณบ้างประปลายซึ่งคริสเก็บได้ห้าก้อนและซิลเวอร์เก็บได้สี่ก้อนหากแต่ความโลภก็นำพาคริสเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ

 

คลืน!!

 

ในขณะที่คริสและซิลเวอร์กำลังตามหาหินผลึกปราณอย่างจดจ่ออยู่นั้นจู่ๆแผ่นดินก็เกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงของพื้นดินดังดั่งเสียงฟ้าร้องคริสที่รับรู้การสั่นไหวที่รุนแรงยิ่งหยุดลอยกะทันหันก่อนที่จะเหลือบไปมองซิลเวอร์ตามสัญชาติญาณทันที พร้อมกับมุมปากของเขาที่เริ่มกระตุก

 

อารมณ์เบิกบานเมื่อครู่หายไปอย่างรวดเร็ว

 

กลับเลยไหม  ซิลเวอร์ผู้รับรู้ว่ามันไม่ชอบมาพากลเสียแล้วเอ่ยชวนคริสทันที สถานที่แห่งนี้ต้องมีสัตว์อสูรบางชนิดอาศัยอยู่อย่างแน่นอนเขามั่นใจ หากมิใช่บริเวณนี้จะเงียบสงบไม่พบสัตว์อสูรอื่นๆได้อย่างไร และสัตว์อสูรชนิดนี้ต้องอันตรายอย่างมากด้วยไม่เช่นนั้นอาณาเขตของมันคงไม่กว้างใหญ่ขนาดนี้

 

ฉันขออีกสองก้อนก็แล้วกัน”  คริสกัดฟันพูดก่อนจะลอยไปด้านหน้าต่อ เมื่อความโลภบังตาสมองของผู้คนมักจะทำงานไม่ดี คริสคงลืมไปแล้วว่าเขาจะหายตัวกลับมาที่แห่งนี้เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เขาต้องการ

 

เมื่อได้ยินคริสตอบเช่นนั้นซิลเวอร์ก็ถอนหายใจปลงตกไปรอบที่เท่าใดแล้วก็ไม่ทราบได้ แต่แล้วเมื่อพวกเขาทั้งสองลอยไปได้ไม่ไกลนักคริสก็พบกับกองหินผลึกปราณสีม่วงเปล่งประกายอ่อนๆขนาดเท่าภูเขาขนาดย่อม! โดยที่ไม่คิดอะไรให้มากความคริสร่ายคาถาเรียกมันในทันที

 

เวนิเตอร์หินผลึกลมปราณ!” แต่เมื่อคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว หินผลึกปราณสีม่วงมากมายกว่าร้อยๆก้อนลอยพุ่งเข้าใส่คริสในทันที! ดวงตาของคริสเบิกกว้างสมองแล่นฉิวเขาไม่อาจใช้คาถาทำลายหินผลึกปราณอันมีค่าเหล่านี้ได้ แม้จะมองเห็นพวกมันเป็นเงินหากแต่พุ่งเข้าใส่เข้าเป็นร้อยๆก้อนเช่นนี้ เมื่อร่างกายของเขาปะทะเข้ากับหินมากมายเหล่านี้เขาคงได้กระอักเลือดตายเป็นแน่!

 

.ไอ้โลภคริส!”  ซิลเวอร์ด่าคริสออกมาอย่างหัวเสีย เพราะความโลภของมันแท้ๆ แถมตอนนี้แผ่นดินก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับคริสจะไปปลุกตัวอะไรเข้าให้

 

 

คริสผู้ไม่อาจตัดสินใจทำลายหินผลึกปราณได้และไม่อาจให้มันทับตัวเองตายได้กัดฟันร่ายคาถาหายตัวไปในทันทีโดยที่ในหัวของเขาคิดภาพห้องพักภายในโรงเตี๊ยมที่ตนเองเคยพักเมื่อวันแรกที่มาอยู่ที่โลกแห่งนี้

 

เปรีบีเตอร์!”สิ้นเสียงร่ายคาถาของคริสร่างกายของเจ้าตัวก็หายไปจากบริเวณที่เคยอยู่ในทันที หินผลึกปราณสีม่วงกว่าร้อยๆก้อนหล่นลงกระแทกพื้นทันทีเมื่อเป้าหมายของคาถาไม่อยู่เสียแล้ว คริสรอดตายไปได้อย่างฉิวเฉียดเลยก็ว่าได้

 

ซิลเวอร์มองดูหินผลึกปราณสีม่วงที่หล่นกระแทกพื้นก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อพวกมันแข็งแรงเป็นอย่างมาก ไม่แตกไม่บุพสลายแม้แต่น้อย เขาจัดการเก็บหินผลึกปราณอีกหกก้อนรวมเป็นสิบก้อนจากของเดิมก่อนจะร่ายคาถาหายตัวไปในทันทีเนื่องจากเขารับรู้ได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจับจ้องมองดูเขาอยู่ คงมิพ้นสัตว์อสูรเจ้าของพื้นที่ใจกลางหุบเขานรกอย่างแน่นอน

 

ซิลเวอร์หายตัวมาที่ปากทางเข้าใจกลางหุบเขานรกเพราะเชื่อว่าคริสต้องหายตัวมาที่แห่งนี้เป็นแน่เนื่องจากเจ้าตัวยังเก็บหินผลึกปราณได้ไม่จุใจ แต่ผิดคาด เขาไม่พบคริสแต่อย่างใด ซิลเวอร์ตัดสินใจที่จะรอคริสอยู่ที่นี้หนึ่งวันหากยังไม่มาเขาคงต้องออกไปเนื่องจากเสบียงอาหารใกล้จะหมดเต็มที

 

ซิลเวอร์เชื่อว่าคริสจะต้องมาแน่นอนเพราะถึงจะอย่างไรพวกเขาก็มิเคยทอดทิ้งกัน ยิ่งมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักด้วยแล้ว หากจะให้เขาหายตัวเพื่อตามหาตามสถานที่ที่เคยผ่านคงมิดีแน่ หากต่างคนต่างหาจะทำอย่างไร เขารั้งรออยู่ที่แห่งดีนั่นละดีแล้ว

.

.

.

.

คริสรู้สึกปวดใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กว่าเขาจะรู้ว่าเลือกห้องนอนภายในโรงเตี๋ยมที่เคยพัก ตัวเขาก็ปรากฏขึ้นภายในห้องกว้างเสียแล้ว แม้จะเวียนหัวเล็กน้อยจากการเดินทางไกลหากแต่ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีคริสก็กลับมาเป็นปกติ

 

 

แต่ก่อนที่เขาจะได้หายใจคล่องคอคริสพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบรับรู้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในทันที เขาไม่มีเวลาคิดแม้แต่น้อยหากแต่มือที่ถือไม้ศักดิ์สิทธิ์กลับตวัดแกร่งไปตามสัญชาติญาณพร้อมริมฝีปากบางระเรื่อเอ่ยร่ายคาถาขึ้นอย่างรวดเร็วฉับไวปานสายฟ้า

 

รีเฟคเซอร์!” คาถาสะท้อนกลับขับไล่เปลวเพลิงสีดำกลับสู่เจ้าของของมันในทันทีหากแต่คนผู้นั้นมิได้หลบเลี่ยงแต่อย่างใด เพลิงสีดำเมื่อกำลังจะเข้าปะทะกับคนผู้นั้นผู้เป็นเจ้าของเพลิงแต่เพลิงกลับหายไปทันทีอย่างไร้ร่องรอย

 

 

คริสอ้าปากพะงาบๆพูดอันใดไม่ออกเมื่อโดนจู่โจมกะทันหันทั้งที่มาถึงเมื่อครู่นี่เอง แม้เขาจะรู้ว่าเป็นผู้บุกรุกหากแต่ตัวเขามิได้ตั้งใจแม้แต่น้อย คริสตั้งใจจะร่ายคาถาสร้างเกราะป้องกันหากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบสายตาเข้ากับบุรุษหนุ่มรูปงามเจ้าของห้องในขณะนี้ บุรุษผู้หล่อเหล่าดั่งเทพเซียนสวมใส่อาภรณ์สีแดงทั้งร่าง ร่างร่ายกายสูงใหญ่ ผมสีดำยาวสุขภาพดี อายุอานามประมาณยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด ดวงตาสีดำล้ำลึกหากแต่เย็นยะเยือกใบหน้านิ่งเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ

 

คริสแทบสำลักเมื่อเจอคนที่โคตรหล่อแบบสุดๆตั้งแต่มาที่โลกแห่งนี้

 

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนมิคาดว่าจะมีผู้ใดเล็ดรอดประสาทสัมผัสเข้าใกล้เขาได้ถึงเพียงนี้โดยที่เขาไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย ยามที่เขาสัมผัสถึงตัวตนอีกฝ่าย ฝ่ายนั้นก็อยู่ห่างจากเขาไม่ถึงห้าเมตรเสียแล้ว แม้จะโจมตีออกไปอย่างรวดเร็วหากแต่ฝ่ายตรงข้ามเองก็มีฝีมือไม่น้อยถึงกับปัดเปลวเพลิงทมิฬของเขาได้

 

หากแต่เมื่อเฟยหรงมี่เยี่ยนจ้องมองผู้บุกรุกชัดเต็มดวงตาเขากลับใจกระตุกเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีเขียวคู่นั้นหากแต่สีหน้าและดวงตายังคงเรียบเฉยเฉกเช่นเดิม  ตอนแรกเขาคิดว่าคงเป็นมือสังหารหากแต่เมื่อพินิจดูฝ่ายตรงข้ามที่จ้องมองเขาดวงตาเป็นประกาย?และด้วยรูปโฉมที่งดงามยิ่งกว่าสตรีก็ทำให้เขาผู้นี้หยุดโจมตีชั่วครู่ ผมสีทองแปลกตากับดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นช่างน่ามองยิ่ง เด็กหนุ่มตรงหน้าอายุไม่น่าจะเกินสิบแปดปีหากแต่ฝีมือกลับร้ายกาจมิอาจดูเบา

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนเริ่มแผ่ไอร้อนออกมาจากร่างกายจากการฝึกเคล็ดวิชาเพลิงพร้อมจิตสังหารอย่างรุนแรงแทบจะทำให้หลังคาของโรงเตี๋ยมทะลุ

 

อะ...เอ่อ อากาศชั่งร้อนยิ่งนัก”  คริสรีบหาเสียงตัวเองจนเจอก่อนจะพูดในสิ่งที่ไม่ช่วยอะไรเขาเวลานี้แม้แต่น้อย เหตุใดเขาจึงได้ลนรานเช่นนี้กัน?

 

เทมพูสแวรามู!”  และคริสก็ทำให้สิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุดออกมา เขาร่ายคาถาเรียกฝนในทันที ไม่ต้องรอนานไม่ถึงชั่วอึดใจน้ำฝนมากมายก็ตกลงมาจากอากาศที่ว่างเปล่าไปทั่วทั้งห้องแห่งนี้ กว่าคริสจะรู้ว่าทำอะไรลงไปทั้งเขาและบุรุษหนุ่มรูปงามผู้นั้นอาภรณ์ที่สวมใส่ก็เปียกไปหมดเสียแล้ว

 

                เฟยหรงมี่เยี่ยนตากระตุกเล็กน้อยพรางจ้องมองคริสด้วยดวงตาดำมืดลงเรื่อยๆพรางคิดในใจว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ชั่งน่าตายนัก เขาต้องฆ่ามันให้จงได้! บังอาจทำอาภรณ์ของเขาเปียกทั้งที่เขามิชอบให้ผู้ใดได้แตะต้องของของเขา แม้จะชอบดวงตาคู่นั้นหากแต่ก็อภัยให้มิได้!

 

                พี่ชายใจเย็น เอ่อ ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ไม่อยู่รกหูรกตาท่านแล้ว”   คริสรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆก็จัดการล่ำลาบุรุษหน้าหล่อหากแต่เย็นชาอย่างรวดเร็ว

 

 

                “…เจ้ากล้าหนี?”  ประโยคแรกของบุรุษรูปหล่อตรงหน้าทำให้คริสสะท้านไปทั้งตัว ไม่เคยมีใครพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแล้วทำให้เขาเป็นเช่นนี้ได้นอกจากมารดาบังเกิดเกล้าของเขาคนเดียว และเหมือนว่าเขาจะลืมถอนคาถาที่กำลังทำให้ฝนตกซึ่งน้ำแทบท่วมห้องอยู่แล้ว

 

                รีโมวีมารีมีเชโด!...ลาละ  คริสถอนคาถาเพื่อหยุดฝนอย่างรวดเร็วพร้อมเอ่ยล่ำลาแต่ก่อนที่เขาจะได้ไปไหนดาบเพลิงมากมายก็ผุดขึ้นมาจากพื้นไม้ของโรงเตี๋ยมในที่ที่เขากำลังยืนอยู่! คริสตาโตแทบไม่เชื่อสายตาในใจกู่ร้องตะโกนว่าพี่ชายท่านนี้ของจริง! เขาโดนเข้าให้แล้ว!

 

 

                โฟท!”  สั้นๆง่ายๆแต่ทำให้คริสรอดตามมาได้อย่างหวุดหวิด เขากระโดดขึ้นหลบดาบเพลิงสีดำที่ผุดขึ้นจากพื้นพร้อมท่องคาถาล่องลอยไปด้วย ทำให้ตอนนี้เขาลอยอยู่กลางอากาศโดยไม่เป็นอะไรหากแต่ยังรู้สึกร้อนๆอยู่บ้าง

 

 

 

ความคิดเห็น