ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หุบเขานรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ธ.ค. 2559 22:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หุบเขานรก
แบบอักษร

 

 

♦♦หุบเขานรก♦♦

 

 

 

ใช้เวลาในการเดินทางสองวันในที่สุดคริสและซิลเวอร์ก็พบกับต้นไม้สีแดงไกลสุดลูกหูลูกตา มันคือทางเข้าของหุบเขานรกนั่นเอง การเดินทางโดยไม้กวาดที่เร็วที่สุดในโลกเวทย์มนต์คาถาไม่ใช่มีดีแค่ชื่อเท่านั้น เมื่อใช้ไม้กวาดนี้ในการเดินทางพวกมดแมลงจากพรรคต่างๆที่ตามมาแทบไม่เห็นฝุ่นไม้กวาดด้วยซ้ำ ทิ้งห่างวิชาตัวเบาของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ถึงห้าไม่เห็นแม้แต่ฝุ่น แม้วิชาตัวเบาจะรวดเร็วแต่เมื่อมาเจอวิทยาการไม้กวาดที่เดินทางด้วยความเร็วสามร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงยังต้องพ่ายแพ้ไป

 

เงิน เงิน เงิน”   คริสท่องคำว่าเงินอย่างอารมณ์ดี ภายในหัววาดฝันอาภรณ์หรูหราอาหารมากมายหนุ่มหล่อๆ..แค่กๆ เขาคงไม่ได้หลุดใช่หรือไม่ หากมารดาเขาทราบเขาได้ตายอย่างแน่นอน

 

คนอย่างนายคงวางแผนการเดินทางแล้วใช่ไหม”  ซิลเวอร์ทำหน้าเอือมระอาถามคริสเกี่ยวกับแผนการที่พวกเขาจะมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น ในเมื่อยังไม่ทราบว่าภายในหุบเขานรกเป็นเช่นใดจะเป็นการดีถ้าหากมีแผนการที่รัดกุม หากเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเงินคริสไม่ปล่อยผ่านไปอย่างแน่นอน

 

นิสัยของแม่มันชัดๆ!

 

แน่นอน หันมาตอบซิลเวอร์พร้อมกับเดินเข้าไปในป่าที่มีแต่ต้นไม้ใบไม้สีแดง ซิลเวอร์เองก็เดินตามเข้าไปพร้อมกับระวังหลังให้คริสอย่างคุ้นชิน สัญชาติญาณระวังภัยเปิดทำงานทันที

 

เมื่อก้าวเข้ามาในป่าเรื่อยๆคริสแทบจะตาบอดสี มองไปทางไหนก็มีแต่สีแดงเต็มไปหมด มือขวาของเขากำไม้ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้แน่นพร้อมร่ายคาถาทันทีหากมีสิ่งใดเกิดขึ้น สัตว์อสูรหน้าตาประหลาดมากมายต่างจ้องมองพวกเขาตาไม่กระพริบ พวกเขาจึงต้องกลับมาใช้คาถาล่องลอยเพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์มีพิษที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน

 

อีคาตู!”คริสร่ายคาถากระแทกเข้าใส่ลิงยักษ์ตัวหนึ่งซึ่งกำลังจะกระโจนเข้าใส่พวกเขาก่อนที่มันจะลอยกระแทกเข้าใส่ต้นไม้อย่างแรง สัตว์อสูรอื่นๆเมื่อเห็นดังนั้นแทนที่พวกมันจะกลัวหากแต่พวกมันกลับกระโจนเข้าใส่พวกเขาทั้งสองพร้อมกันในทันที!

 

อารามีซี! มาอานา!”  ซิลเวอร์ที่สังเกตสถานการณ์อย่างจดจ่อเมื่อเห็นดังนั้นเขารีบร่ายคาถาเพื่อสร้างเกราะป้องกันทันที แถมด้วยการเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นในตอนท้าย

 

ปัง! ปัง!

 

เสียงสัตว์อสูรมากมายถูกเกราะป้องกันกระแทกส่งออกไปไกลเสียงดังขึ้นไม่ขาดสาย พวกมันวิ่งเข้าใส่เกราะป้องกันอย่างไม่กลัวตาย หากแต่เกราะป้องกันมิใช่ของเล่นที่พวกมันจะลองได้ อนุภาพป้องกันได้แม้กระทั่งอากาศที่เป็นพิษ! คาถาบทนี้ถูกวิจัยครั้งแล้วครั้งเล่าจนกลายเป็นคาถาที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก หากคาถานี้จะแพ้ก็แพ้เพราะคาถาถอนคำสาปที่สามารถถอนคาถานี้ออกไปได้ แต่ภายในโลกแห่งนี้ใครเล่าจะใช้เวทย์มนต์คาถาดั่งเช่นพวกเขาทั้งสอง

 

พวกมันไม่กลัวตายหรือโง่กันแน่”   คริสที่เห็นพฤติกรรมดุร้ายของสัตว์อสูรในป่าแห่งนี้อดไม่ได้ที่จะเวทนาเล็กน้อย มันแตกต่างจากสัตว์อสูรที่อยู่ในป่าที่พวกเขาโผล่ออกมาในวันแรก พวกมันที่นั่นสงบเสงี่ยมเป็นอย่างยิ่ง

 

อากาแฮซีเจียบีวันนาดีอาส! มาอานา!  เมื่อมีเวลาเพิ่มเพื่อตั้งหลักคริสก็จัดการร่ายคาถางงงวยที่คำร่ายแสนจะยาวก่อนจะเพิ่มเติมให้ผลของคาถามีขนาดใหญ่ขึ้นครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้างพร้อมชี้ไม้ศักดิ์สิทธิ์ไปที่พวกอสูรที่เหมือนลิงกว่ายี่สิบตัวที่พยายามกระโจนเข้าใส่พวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้จะถูกเกราะป้องกันกระแทกให้ถอยห่างออกไปก็ตามที

 

เมื่อเส้นแสงสีฟ้าส่องสว่างไปทั่วกระทบเข้าใส่วานรคลั่งทั่วบริเวณกว้างพวกมันก็เกิดอาการงุนงงสับสนทันที บางตัวเหม่อลอย บางตัวต่อสู้กันเองหรือบางตัวก็วิ่งหนีกระเจิงก็มี ผลของคาถานี้คงอยู่ได้ประมาณห้านาทีซึ่งไม่ต้องใช้คาถาถอนคำสาปแต่อย่างใด แม้จะมีผลเพียงแค่ห้านาทีแต่ก็จัดว่าเป็นคาถาอันตรายชนิดหนึ่งเนื่องจากหากอยู่ในสภาวะงงงวยอาจมีบางผู้คนฉวยโอกาสในการทำร้ายได้

 

รีโมวีมารีมีเชโด!” ซิลเวอร์ร่ายคาถาถอนคาถาเกราะป้องกันออกไปก่อนที่ทั้งคริสและซิลเวอร์จะเดินทางต่อ ว่าด้วยเรื่องเกราะป้องกันมันคือคาถาป้องกันพื้นที่มิใช่ป้องกันบุคคล หากอยู่ในพื้นที่ของคาถาผู้ร่ายก็จะปลอดภัย ผลของคาถาจะไม่ติดตัวผู้ใช้แต่จะติดอยู่ที่สถานที่แห่งนั้นแทน คนในออกได้คนนอกเข้าไม่ได้

 

เมื่อเดินทางเข้ามาในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆก็ต้องเจอกับสัตว์อสูรนานาชนิดที่พุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสองไม่มีว่างเว้น คริสไม่ทราบว่าสัตว์อสูรแต่ละชนิดมีระดับใดบ้างแต่เขาใช้วิธีเดิมที่จัดการกับพวกลิงประหลาดจัดการกับสัตว์อสูรมากมายที่กระโจนเข้าใส่เขา ป่ายิ่งลึกมากเท่าใดสัตว์อสูรยิ่งดุร้ายขึ้นและตัวใหญ่ขึ้น

 

คริสไม่แปลกใจสักนิดว่าเหตุใดหินผลึกปราณจึงได้หายากนักและมัราคาแพง มันได้ไม่คุ้มเสียจริงๆ พวกฝึกยุทธ์ระดับห้าระดับหกไม่มีทางเข้ามาในป่าแห่งนี้แล้วรอดออกไปได้เลย แม้แต่ระดับเจ็ดยังไม่แน่ใจว่าจะรอดออกไปได้ นี่พวกเขายังไม่พบสถานที่ที่มีหินผลึกปราณเสียด้วยซ้ำ สัตว์อสูรพวกนี้ไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นผู้ใด พวกมันทั้งหมดกระโจนเข้าใส่พร้อมกันเอาจำนวนเป็นข้อได้เปรียบ

 

นั่นหมอกใช่ไหม? คงไม่ใช่หมอกพิษหรอกนะ

 

คริสมองเห็นหมอกสีดำทมิฬเจืออากาศแต่ไกล เมื่อพวกเขาผ่านลิงประหลาดมาได้ก็มาเจอกับฝูงหมาบ้า จากนั้นก็พบกับฝูงผีเสื้อดูดเลือด ต้นไม้กินคน ฝูงเสือดำยักษ์และดงงูยักษ์ พวกเขาทั้งสองไม่รู้หรอกว่าในโลกนี้พวกมันเรียกว่าอะไร แต่พวกเขาเรียกพวกมันด้วยชื่อที่คล้ายกับสัตว์ที่มีอยู่ในโลกเดิมมากที่สุด และตอนนี้พวกเขากำลังจะได้พบกับหมอกที่มองดูแล้วภายในจิตใจของคริสกู่ร้องเสียงดังเลยว่ามันเป็นของอันตราย

 

มีคาถาบทไหนเจ๋งๆหรือเปล่า    ซิลเวอร์หันมาถามตริสด้วยใบหน้าที่แสนจะคาดหวัง

 

คริสและซิลเวอร์ตัดสินใจพักก่อนสักครู่ค่อยเดินทางต่อ ทั้งสองถอนคาถาล่องลอยก่อนที่คริสจะร่ายคาถาสร้างเกราะป้องกันอย่างดีเพื่อที่ทั้งสองจะได้พักดื่มน้ำทานอาหาร แม้รสชาติอาหารแย่เป็นอย่างมากแต่ความหิวก็มิเคยปราณีใคร เมื่อจัดการท้องของตัวเองเสร็จสิ้นคริสก็เล่าแผนการฝ่าหมอกพิษให้ซิลเวอร์ฟังทันที

 

เมื่อตกลงแผนการกันได้แล้วคริสก็ร่ายคาถาถอนเกราะป้องกันออกไปพร้อมกับที่ทั้งสองร่ายคาถาล่องลอยเพื่อความสะดวกในการเดินทางอีกครั้ง เมื่อคริสลอยเข้าใกล้หมอกพิษสีดำทมิฬพอสมควรเขาก็เริ่มร่ายมหาคาถาทันที

 

นาบู! มาอานา!”  คริสกวัดแกร่งไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเขาอย่างพลิ้วไหวก่อนที่เส้นแสงสีดำจะพุ่งออกมาจากปลายไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเขาพร้อมกับเกิดลมพายุหมุนขึ้น ยิ่งคริสตวัดแกว่งไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่อเนื่องเท่าใดลมพายุหมุนก็ยิ่งเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆและเริ่มดูดเอาหมอกพิษเข้ามาในลมพายุทีละเล็กทีละน้อย

 

                คริสยังคงควบคุมลมพายุหมุนขนาดใหญ่อย่างตั้งใจจนมันมีขนาดใหญ่ยักษ์สามารถกลืนกินเมืองได้ทั้งเมืองและในตอนนี้หมอกพิษทั้งหลายก็ไม่มีอยู่อีกต่อไป ด้านหน้าของพวกเขากว่าสองกิโลเตรคือหน้าผาหากเดินทางผ่าหมอกพิษไปเรื่อยๆผู้คนที่ไม่สามารถเคลื่อนที่บนอากาศได้ต้องพลัดตกลงไปในหุบเขาด้านล่างอย่างแน่นอน 

 

 

                ซิลเวอร์ลอยนำคริสไปก่อนอย่างรู้หน้าที่ คริสต้องใช้สมาธิอย่างมากควบคุมลมพายุหมุนขนาดยักษ์ไม่ให้มันกลืนกันพวกเขาและทำลายป่าแห่งนี้เป็นจุณ คริสค่อยๆลอยตามซิลเวอรไปพร้อมเพ่งสมาธิอย่างจดจ่อ ซิลเวอร์เองก็คอยระแวงระวังหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

 

 

                เมื่อพวกเขาลอยมาถึงหน้าผาทางลงหุบเขาคริสก็ร่ายคาถาถอนคำสาปมหาคาถาทันที เมื่อไม่มีลมพายุหมุนหมอกพิษก็กลับมาทำงานของมัน คริสและซิลเวอร์คาดเอาไว้อยู่แล้วพวกเขาจึงลอยดิ่งลงสู่หุบเหวทันที คริสนั้นรู้สึกล้าอย่างมาก แค่ควบคุมพายุหมุนขนาดยักษ์เพียงสามนาทีเขาก็รู้สึกเหนื่อยเสียแล้ว

 

 

                เมื่อลอยลงมาถึงใต้หุบเหวก็พบเจอกับแม่น้ำขนาดใหญ่สีแดงเข้ม ดวงตาของคริสกระตุกทันที เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลแน่นอน เขาไม่เชื่อว่าไม่มีอะไรรออยู่ในแม่น้ำ ครานี้ซิลเวอร์เป็นฝ่ายนำและคริสเป็นฝ่ายระวังหลังให้ พวกเขาลอยอยู่เหนือแม่น้ำสีแดงในระยะที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยเพื่อข้ามไปยังป่าสีเขียวชอุ่มที่พอมองเห็นอยู่ไกลลิบๆ

 

                ตูม!

 

                อีคาตู!”  ซิลเวอร์ร่ายคาถาอย่างรวดเร็วเพื่ออัดกระแทกตัวอะไรบางอย่างที่กระโดดขึ้นมาจากน้ำเพื่อจะโจมตีพวกเขา คริสและซิลเวอร์หันมาสบตากันเล็กน้อยก่อนจะเร่งลอยไปทางฝั่งป่าใบเขียวอย่างรวดเร็ว! ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจตัวประหลาดมากมายก็กระโดดขึ้นจากน้ำเพื่อจะเขมือบพวกเขาในทันที

 

 

                คริสร่ายคาถาไม่มีหยุดดั่งเช่นตอนออกรบในสงครามพร้อมกับลอยไปด้านหน้าเรื่อยๆไม่มีหยุดเช่นเดียวกับซิลเวอร์ ไม่มีแม้แต่เวลาให้หยุดพักหายใจ ทั้งคาถากระแทก คาถาตัด แม้แต่คาถาเส้นแสงสีแดงเช่นคาถาพิฆาตก็ถูกริมฝีปากสวยพ่นออกมาเรื่อยๆ หากหยุดก็พบเจอกับความตายเท่านั้น

 

                สัตว์ประหลาดคล้ายปลาไหลแต่ใหญ่ยักษ์บางตัวตายลงเมื่อถูกคาถาเส้นแสงสีแดงโจมตี เมื่อพวกมันเห็นเพื่อนพ้องตกตายกลับกลุ่มรุมกันแย่งกินซากเนื้อและอวัยวะของเพื่อร่วมเผ่าพันธุ์กันทันทีอย่างดุเดือดตะกละตะกลาม คริสไม่แม้แต่จะหันไปมองเขากำไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในมือโบกสะบัดร่ายคาคาคล้ายเครื่องจักรเข้าไปทุกที

 

                แม่งเอ้ย!…กาเทอร์!”  คริสร่ายคาถาตัดปลาไหลยักษ์ตัวสุดท้ายที่พุ่งจู่โจมเขาทันทีก่อนที่ตัวเขาจะลอยเข้าไปในป่าสีเขียวอย่างรวดเร็วตามซิลเวอร์เข้าไปติดๆ ซิลเวอร์ที่มาถึงก่อนหยุดเพื่อรอคริสและเริ่มมองสำรวจป่าไม้ใบเขียวอย่างระแวงพร้อมหอบหายใจเสียงดัง เมื่อคริสลอยมาอยู่ข้างเขาแล้วซิลเวอร์ก็จัดการร่ายคาถาสร้างเกราะป้องกันทันที พวกเขาต้องพักเอาแรงกันก่อนเล็กน้อยเนื่องจากคริสน่าจะเหนื่อยล้าพอสมควรจากการควบคุมมาคาถาและฝ่าดงปลาไหลยักษ์เมื่อครู่

 

 

                การร่ายมหาคาถาไม่ทำให้เหนื่อยนักหากแต่การควบคุมมันคืองานหนักอย่างแท้จริง

 

                อารามีซี!”  เมื่อเห็นว่าซิลเวอร์ร่ายคาถาสร้างเกราะป้องกันเรียบร้อยคริสก็จัดการหยิบกระบอกน้ำออกมาจากถุงขยายพื้นที่เพื่อดื่มน้ำทันทีอย่างหิวกระหาย หอบหายใจไม่นานลมหายใจของคริสก็กลับมาเป็นปกติ หากเขาได้กินอาหารดีๆเขาจะมีแรงมากกว่านี้อย่างแน่นอน ตั้งแต่มาที่นี้เขาได้กินแต่เนื้อแห้งที่ซื้อมาตุนเอาไว้ ภารกิจนี้ชั่งสิ้นเปลืองพลังงานเสียจริง!

 

                ปกติผู้ฝึกยุทธ์นักเดินทางทั้งหลายใช้เวลากว่าสิบวันเพื่อจะมาถึง ณ ตรงที่คริสและซิลเวอร์กำลังพักอยู่ พวกเขาเหล่านั้นต้องเสียเลือดเนื้อและโอสถราคาแพงไปมากมาย โอสถบางชนิดสามารถจัดการกับสัตว์อสูรให้มันสงบลงได้แต่ก็มีราคาแพงและมีจำนวนจำกัด หากมีผู้ใดรับรู้ว่าทั้งสองฝ่าเข้าหุบเขานรกภายในวันเดียวและทำการเข้าปะทะกับสัตว์อสูรเจ้าครองบึงทั้งหลายพวกเขาเหล่านั้นคงมิเชื่อเป็นแน่      

           

คริสมองสำรวจไปทั่วบริเวณที่เขาสามารถมองเห็นได้ พบพืชพันธุ์แปลกตามากมายหากแต่สบายสายตายิ่ง เมื่อเทียบกับป่าสีแดงแล้วป่าสีเขียวให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก หากแต่คริสก็ไม่อาจดูเบาป่าแห่งนี้ได้ ยิ่งลึกยิ่งอันตรายอย่างแท้จริง ถึงแม้จะตื่นตัวตลอดเวลาแต่คริสก็อดชื่นชมดอกไม้แปลกตาและใบหญ้าเล็กๆหลากชนิดไม่ได้ เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพราะพืชพวกนี้ไม่มีอยู่ในตำราสมุนไพรในโลกของเขา

 

                ถ้าหากแพทย์โอสถมากมายรับรู้ว่าคริสมองสมุนไพรมีค่าเหล่านั้นด้วยสายตานิ่งเฉยดั่งของไร้ค่าพวกเขาจะต้องสาปแช่งคริสอย่างแน่นอน สมุนไพรเหล่านี้หายากเป็นอย่างยิ่ง ราคาบางชนิดสูงเท่ากับราคาหินผลึกปราณหรือแม้แต่ราคาสูงกว่าก็มี

 

 

                สมุนไพรบางชนิดที่อยู่ตรงหน้าคริสตอนนี้คือสมุนไพรที่สามารถรักษาเส้นลมปราณที่บาดเจ็บหรือพิการได้

 

 

 

 

ความคิดเห็น