ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผนการอันสวยหรู

ชื่อตอน : แผนการอันสวยหรู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2559 23:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผนการอันสวยหรู
แบบอักษร

 

 

 

♦♦แผนการอันสวยหรู♦♦

 

 

ในเวลาที่คริสและซิลเวอร์เดินลงมาจากชั้นสองซึ่งเป็นชั้นที่พักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้บรรดาเสียงพูดคุยต่างๆกลับเงียบสนิทได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตกกระทบพื้น ทุกสายตาของผู้คนในโรงเตี๊ยมที่กำลังนั่งรับประทานอาหารที่ชั้นหนึ่งต่างมองมาที่คริสเป็นตาเดียว ผมสีทองสะท้อนแสงอันแปลกตาและดวงตาสีเขียวมรกตนั้นเข้ากับใบหน้างามอันคล้ายคลึงกับอิสตรี แม้ผมจะสั้นไปบ้างหากแต่โดยรวมแล้วมันคือชายงามล่มเมืองดีๆนี่เอง ท่วงท่าการเดิมงามสง่ามิได้อ้อนแอ้นดั่งเช่นชายคณิกา ภาพคุณชายผู้สูงศักดิ์ใบหน้างามล้มเมืองกระแทกตาผู้คนในโรงเตี๊ยมเข้าอย่างจัง

 

ผู้ที่มาพร้อมกับคนงามคือบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคมคายสวมอาภรณ์สีดำหรูหราไม่น้อยไปกว่าอาภรณ์สีขาวของคนงาม บันดาหญิงสาวมากมายภายในโรงเตี๊ยมต่างมองมาที่ซิลเวอร์ตาเป็นประกาย ผมตัดสั้นสีแดงดวงตาสีฟ้าแม้มองดูประหลาดหากแต่ช่วยเสริมให้ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

 

ผู้คนในโรงเตี๊ยมกลับมาสนใจในเรื่องของตนเองเช่นเดิมเมื่อคนทั้งสองที่ก่อนหน้าถูกจ้องมองเสียจนแทบพรุนไปทั้งตัวนั่งลงที่โต๊ะว่างตัวหนึ่งภายในโรงเตี๊ยม

 

 

เมื่อคริสจัดการสั่งอาหารขึ้นชื่อสองสามอย่างจากเสี่ยวเอ้อเสร็จแล้วเขาก็หันมาสำรวจผู้คนในโรงเตี๊ยมที่กำลังพูดคุยพร้อมทั้งรับประทานอาหารเสียงดังเล็กน้อย แม้บรรยากาศจะแปลกใหม่ไม่น้อยแต่เขาก็มีความสามารถในการปรับตัวได้ดีไม่แพ้กัน

 

 

ทั้งคริสและซิลเวอร์ต่างยกชาขึ้นจิบอย่างผ่อนคลายซึ่งลอกเลียนแบบผู้คนบางคนที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ไม่ไกล ท่วงท่าในการจิบชามองดูแล้วดูดีไม่น้อย คริสไม่เสียเวลาในการลอกเลียนแบบสักนิด

 

เมื่ออาหารถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะโดยเสี่ยวเอ้อคริสก็จัดการกับอาหารแปลกตาตรงหน้าทันที แม้ตอนแรกการใช้ตะเกียบจะยุ่งยากไปบ้างแต่เขาก็ทำได้ดีเนื่องจากการไปเยือนประเทศจีนบ่อยครั้ง ส่วนซิลเวอร์การใช้ตะเกียบสำหรับเขามันคืองานบรรลัยอย่างเห็นได้ชัด กว่าเขาจะคีบอาหารเข้าปากได้ต้องใช้แรงกายแรงใจมิใช่น้อย อยากจะหยิบไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนเอาไว้กับเชือกผูกเอวขึ้นมาโบกสะบัดร่ายคาถาให้มันทำงานป้อนเขาเองเสียจริง

 

เจ้าได้ยินข่าวลือหรือไม่ ภายในพรรคกระบี่เทียมฟ้าเล่าลือกันว่าเมื่อไม่นานมานี้มีผู้พบเห็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบ!” 

 

 

จะเป็นไปได้อย่างไร ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบมิใช่มีเพียงแค่ในคำเล่าลือตั้งแต่สมัยโบราณหรอกหรือ

 

เจ้ามิรู้อันใด พรรคกระบี่เทียมฟ้าเป็นตัวตนอันใดกัน ผู้คนเช่นนั้นจะโป้ปดไปใย เรื่องนี้จริงแท้อย่างแน่นอน!”

 

เสียงพูดคุยของโต๊ะข้างๆดังเข้ามาสู่โสตประสาทการรับฟังของคริสโดยไม่ต้องแอบฟังแต่อย่างใด เรื่องราวที่พูดคุยกันอยู่นั้นเป็นเรื่องใหญ่โตมิน้อย น้ำเสียงที่ใช้มีทั้งความนับถือเลื่อมใสและหวาดกลัวรวมถึงตื่นเต้นรวมอยู่ด้วย เขาเองเมื่อได้ยินชื่อพรรคกระบี่เทียมฟ้าก็อดจะเค้นสมองออกมาไม่ได้ก่อนจะร้องอ้อขึ้นในใจเมื่อมันคือพรรคธรรมมะที่แข็งแกร่งเป็นลำดับที่สามเลยทีเดียว

 

เจ้าอย่าได้เสียงดังไป เรื่องนี้เป็นความลับของพรรคกระบี่เทียมฟ้า พวกเขากำลังควานหาตัวสองผู้อาวุโสกันอยู่

 

เป็นเช่นนั้นหรือ? มิกลัวทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองมิพอใจเอาหรือไร

 

ข้าเองก็มิทราบ แต่หลานชายข้าที่อยู่ในพรรคกระบี่เทียมฟ้าเล่าว่าพวกเขาต้องการดึงผู้อาวุโสทั้งสองให้เข้าร่วมพรรคกระบี่เทียมฟ้า

 

คริสขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรต่อไปอีก ข่าวในพรรคอะไรกัน? ความลับอะไรกัน? ผู้คนมากมายในโรงเตี๊ยมต่างพูดคุยเรื่องนี้กันทั้งนั้น มิใช่ทั้งห้าแคว้นต่างเล่าลือเรื่องนี้ไปหมดแล้วหรอกหรือ? ความลับไม่มีอยู่ในโลกจริงๆ

 

คริสเองก็อยากเข้าร่วมพรรคต่างๆบ้าง คงเหมือนในเกมส์ที่เป็นเหมือนกิลนักผจญภัยต่างๆกระมัง คงต้องสร้างชื่อให้คนพวกนั้นตามหาชักชวนเข้าร่วมด้วยเสียแล้วสิ

 

 

มีอะไรน่าสนใจหรือไง เมื่อเห็นคริสชะงักการคีบอาหารเข้าใส่ปากซิลเวอร์ก็เอ่ยถามเสียงเบาด้วยความอยากรู้ทันที การฟังไม่รู้เรื่องนี่มันแย่จริงๆ

 

เรื่องไรสาระนะ”   คริสตอบซิลเวอร์เสียงเบาไม่แพ้กันพร้อมกับลงมือรับประทานอาหารต่อ

 

 

ได้ยินมาว่าผู้อาวุโสทั้งสองรูปลักษณ์ดั่งบุรุษอายุสิบเจ็ดสิบแปด มองจากที่ห่างไกลเส้นผมสีทองสะท้อนแสงเจิดจ้าเสียจนตาแทบมืดบอด

 

แม้คริสจะไม่สนใจหากแต่ก็ยังได้ยินโต๊ะใกล้เคียงพูดคุยเรื่องนี้ไม่หยุดอยู่ดี หากแต่ผมสีทองอย่างนั้นหรือ? นี่มิใช่สีผมของเขาหรอกหรือ อาจจะมีผู้อื่นผมสีเดียวกับเขาก็เป็นได้

 

ข้าไม่เคยพบเห็นผู้ใดมีผมสีทองแม้แต่น้อย มิใช่ข่าวลวงรึ?

 

 

จะเป็นข่าวลวงได้อย่างไร เรื่องนี้ในพรรคกระบี่เทียมฟ้าต่างพูดคุยเป็นเสียงเดียวกันและถือว่ามันคือความลับของพรรคอีกด้วย” 

 

 

ยิ่งฟังโต๊ะข้างๆถกเถียงกันมากเท่าใดคริสก็ยิ่งอยากจะหัวเราะขึ้นมาดังๆ ความลับอย่างนั้นหรือ? ความลับอันใดจะเอามาพูดปาวๆเช่นนี้ มิใช่วิธีการหาตัวผู้คนที่ต้องการโดยใช้แรงชาวยุทธพวกนี้หรอกหรือ

 

อา...ผมสีทองคล้ายกับบุรุษที่นั่งอยู่ข้างๆโต๊ะของพวกเราใช่หรือไม่

 

เมื่อหนึ่งในคนที่กำลังถกเถียงกันเรื่องผู้ฝึกยุทธระดับสิบเอ่ยเช่นนี้ออกมาทั้งโรงเตี๊ยมก็เกิดความเงียบขึ้นในทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างก็แอบฟังเรื่องราวในยุทธภพที่พวกเขากำลังเล่าลือและถกเถียงกันไปมา ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่โต๊ะของคริสและซิลเวอร์อย่างมิต้องสงสัย

 

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนักแต่คริสก็มั่นใจว่าเรื่องซวยๆกำลังมาเยือนตนเองแน่แล้ว ซิลเวอร์เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาผู้คนมากมายก็เลิกทานอาหารแล้วมองหน้าคริสส่งสายตาเป็นเชิงถามคำถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นทันที

 

พวกเขาแค่สงสัยว่าเราเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบนะ” 

 

 

คริสเอ่ยตอบซิลเวอร์เสียงเบาใบหน้ายิ้มแย้มเล็กน้อยไม่มีอาการตื่นตกใจแต่อย่างใด ส่วนซิลเวอร์เองก็พยักหน้าว่าเข้าใจแล้วพร้อมกับกวาดสายตามองผู้คนไปทั่วโรงเตี๊ยมที่ต่างคนต่างส่งสายตาสงสัยและอยากรู้อยากเห็นมาให้

 

รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคริสก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เวลานี้ก็ดีไม่น้อยที่เขาจะทำตามแผนที่วาดเอาไว้ แม้จะดูรวดเร็วไปบ้างก็ตามที

 

มีเรื่องอันใดกับพวกข้างั้นรึ?”  คริสหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนสี่คนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆซึ่งก็คือกลุ่มของผู้ที่พูดคุยเรื่องผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบนั่นเอง คริสแย้มรอยยิ้มเป็นมิตรส่งไปให้พร้อมเอ่ยถามเข้าเรื่องทันที

 

มะ ไม่มีอันใด แค่เพียงสงสัยเล็กน้อยเท่านั้น”  หนึ่งในนั้นหลังจากที่โดนรอยยิ้มชายงามเข้าให้เพิ่งจะกลับมามีสติเอ่ยตอบคริสด้วยน้ำเสียงแผ่วเบายิ่ง

 

สงสัยอันใดรึ?”  คริสได้ทีถามจี้เพื่อกดดันพวกเขาต่อ ยิ่งน้ำเสียงรื่นหูที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากระเรื่อเอ่ยถามต่อพวกเขาก็ยิ่งเกิดอาการตะกุกตะกัก เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างอย่างพวกเขาไหนเลยจะเคยได้ยลชายงามล่มเมืองใกล้ชิดถึงเพียงนี้

 

เอ่อ..เอ่อ...”  คริสอยากจะหัวเราะออกมาให้ดังลั่นโรงเตี๊ยมแต่ก็ยังคงใบหน้ายิ้มแย้มเล็กน้อยแต่ไปไม่ถึงดวงตาเอาไว้ เมื่อพวกเขาไม่สามารถพูดอันใดออกมาได้อีกคริสก็ลุกขึ้นยืนเรียกเสี่ยวเอ้อเพื่อชำระเงินก่อนจะลากซิลเวอร์ออกไปจากโรงเตี๊ยมทันทีเมื่อวางเหยื่อล้อแห่งความสงสัยเอาไว้ในใจของทุกคนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมแล้ว

 

จะใช่เขาหรือไม่คริสไม่สนใจ อย่างไรก็ขอใช้เรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์เสียหน่อย

 

นายคิดจะทำอะไรกันแน่คริส บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยซิลเวอร์ที่ถูกคริสลากออกมาจากโรงเตี๊ยมทั้งที่เขายังกินข้าวไม่อิ่มเอ่ยถามด้วยใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย คริสยกยิ้มบางก่อนจะอธิบายแผนการคร่าวๆให้ซิลเวอร์ฟัง

 

อีกเดี๋ยวต้องมีคนมาลองของเราแน่นอน”   คริสมั่นใจอย่างมากว่าเหยื่อจะต้องมาติดกับเขาแน่นอน

 

 

ทั้งสองเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆพูดคุยเรื่อยเปื่อยไม่รีบเร่งแต่อย่างใด พยายามเสพความเก่าแก่?ของพื้นที่อย่างคนมาเที่ยวสถานที่โบราณ ทั้งบ้านเรือนทั้งของแปลกตามากมายและร้านค้าร้านอาหาร ผู้คนทั้งชาวบ้านชาวยุทธ์คุณชายคุณหนูต่างทำกิจกรรมของตนไปมีบ้างที่จ้องมองสีผมของคนทั้งคู่

 

คุณชายทั้งสองได้โปรดหยุดเท้า”  รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมงในที่สุดเรื่องที่คริสอยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้ คริสที่รออยู่แล้วหยุดเท้าลงอย่างว่าง่ายโดยไม่ลืมจับแขนซิลเวอร์ผู้ฟังไม่รู้เรื่องให้หยุดเท้าด้วยเช่นกัน

 

 

                บุรุษสามใส่อาภรณ์สีดำรัดกุมกว่าห้าคนล้อมคริสกับซิลเวอร์เอาไว้ทันทีเมื่อเห็นว่าทั้งสองหยุดเท้าอย่างว่าง่าย แม้จะหวาดหวั่นเล็กน้อยหากแต่ตนเองและพรรคพวกมีหน้าที่พิสูจน์อะไรบางอย่างตามที่ได้ยินข่าวลือมา หากคนทั้งสองมิใช่ก็แล้วไปถือเป็นความผิดที่มีลักษณะเช่นคนที่เป็นข่าว แต่หากใช่พวกเขาทั้งห้าคงต้องตกตายอย่างแน่นอน! ใครใช้ให้พวกเขามาหาเรื่องผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบกัน? แต่จะให้ถามออกไปตรงๆว่าพวกเจ้าใช่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบใช่หรือไม่? ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็มีแต่ตายกับตายเพราะถึงยังไงก็เข้ามาขัดความสำราญของผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว

 

                จะให้ฉันทำยังไง?”  ซิลเวอร์มองดูบุรุษวัยฉกรรจ์ทั้งห้าที่ล้อมพวกเขาเอาไว้ดูก็รู้ว่าต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างแน่นอนก่อนที่เขาจะเอ่ยถามคริสเสียงเบา แม้จะรู้แผนการคร่าวๆแต่ก็ไม่ได้เจาะลึกเฉพาะเหตุการณ์แบบนี้

 

                ประกาศศักดิ์ดาไง”   คริสตอบคำถามซิลเวอร์พร้อมปลายตามองคนทั้งห้าด้วยใจที่แสนจะเบิกบาน

 

พวกข้ามีเรื่องจะพูดคุยกับพวกเจ้า  ชายผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยพูดในสิ่งที่ต้องการทันทีเมื่อผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างหันมาสนใจอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

ถ้าเกิดว่าพวกข้าไม่อยากพูดคุยด้วยเล่า   คริสเอ่ยตอบเสียงเรียบพร้อมกับดึงไม้ศักดิ์สิทธิ์ออกมาถือเอาไว้แน่นเตรียมพร้อมโจมตีและป้องกันทุกสถานการณ์

 

ถ้าอย่างนั้นพรรคมารกระบี่ฟ้าของเราคงจะไม่สุภาพอีกต่อไป”  ได้ยินฝ่ายตรงข้ามตอบโต้ออกมาเช่นนี้คริสก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างปลดปลง ใครจะพูดชื่อพรรคของตัวเองตอนทำเรื่องชั่วๆกัน ใครเชื่อก็โง่แล้ว

 

 

ที่แท้พรรคมารกระบี่ฟ้านี่เอง พวกพรรคอธรรมนี่มันตัวเลวร้ายจริงๆ” 

 

 

แต่ไม่ใช่สำหรับชาวบ้านและชาวยุทธ์สมองกลวงเหล่านี้

 

เสียงชาวบ้านต่างสาปแช่งพรรคมารกระบี่ฟ้าที่กำลังจะทำการกลุ่มรุมบุรุษหนุ่มน้อยดังไปทั่วบริเวณ คริสถอนหายใจอย่างเอือมระอาก่อนจะเริ่มลงมือก่อนทันที เริ่มก่อนได้เปรียบหนังสือบางเล่มได้กล่าวไว้

 

อีคาตู!คริสร่ายคาถากระแทกเข้าใส่หัวหน้ากลุ่มทันทีก่อนที่ร่างของบุรุษผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มจะกระเดนไปไกลหลายเมตรกระแทกพื้นแน่นิ่งไปทันที แม้จะเป็นคาถาธรรมดาทั่วไปหากถูกเข้าจังๆแรงอัดที่โดนกระแทกเข้าไปก็ทำให้หมดสติได้ไม่ยาก กับคนที่ไม่ระวังตัวด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

ศิษย์พี่! จัดการพวกมัน!”  ทั้งสี่คนตะโกนออกมาเป็นเสียงเดียวกันเมื่อเห็นศิษย์พี่ของตนถูกอะไรบางอย่างทำให้ลอยกระแทกพื้นหมดสติไป แม้จะเกิดอาการหวาดหวั่นหากแต่ความโกรธและการอยากแก้แค้นให้ศิษย์พี่ก็มีมากกว่าเหตุผลที่พวกเขาควรจะมี

 

ชาวบ้านที่ไม่ได้ฝึกยุทธ์ต่างวิ่งหนีกระเจิงเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น พรรคพวกที่อ้างว่ามาจากพรรคมารกระบี่ฟ้าชักกระบี่ของตนเองออกมาจากฝักอย่างรวดเร็วพร้อมกับสร้างเกราะลมปราณครอบคลุมตนเองเอาไว้ แม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์เพียงแค่ระดับสามยังไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้แต่กระบี่ก็ถือเป็นอาวุธที่ดีชนิดหนึ่งและพรรคของพวกเขาเองก็ฝึกเคล็ดวิชากระบี่ด้วย

 

 

 

ความคิดเห็น