ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ข้อมูลใหม่ๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2559 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข้อมูลใหม่ๆ
แบบอักษร

 

 

♦♦ข้อมูลใหม่ๆ♦♦

 

 

เมื่อเก้าเท้าเข้ามาในเมืองได้คริสก็ถึงกับผงะตกใจในทันที บ้านเรือนสิ่งก่อสร้างแปลกตาเป็นอย่างมาก ใช้เทียนไขและตะเกียงในการให้แสงสว่างยามค่ำคืน ภายในจิตใจของคริสตะโกนกู่ร้องว่าใช่แน่แล้ว ที่แห่งนี้มันโบราณเป็นอย่างมาก มีพวกที่ใช้กำลังภายในและแต่งชุดเหมือนจีนโบราณคงจะไม่พ้นโลกยุทธภพที่เขาเคยนั่งดูกับมารดา

 

ไม่ทราบว่าเขาจะกลับไปยังโลกเดิมได้อย่างไร? ที่แห่งนี้ไม่ใช่ประเทศจีนและยังไม่มีสนามบินบินไปอังกฤษอีก แม้ไม่มีสนามบินเขาหายตัวไปยังได้ แต่ติดที่ว่าพวกเขาหายตัวไปยังสถานที่ในความทรงจำของโลกเดิมไม่ได้เลย แต่พวกเขากลับหายตัวกลับไปยังกลางป่าที่เดินทางผ่านมาได้ ซึ่งพวกเขาหายตัวกลับไปกลับมาเพื่อทดสอบจนเวียนหัวไปหมด

 

อาจจะสรุปสั้นๆได้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในโลกเดิมแล้ว การหายตัวไม่สามารถใช้หายตัวข้ามมิติได้

 

คริสเดินนำซิลเวอร์เข้าไปในโลกเตี๊ยมอย่างที่เคยดูในภาพยนตร์ คริสจองห้องพักหนึ่งห้องที่ดีที่สุดเพื่อพักอยู่ด้วยกันโดยนำเงินที่ปล้นเกวียนพ่อค้าขายผ้าเมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ พวกเขาทั้งสองหยิบผ้าและอาภรณ์ติดมือมาด้วยหลายผืนทั้งขโมยเงินมาส่วนหนึ่ง(เกือบทั้งหมด) ก่อนจะทำการลบความทรงจำทั้งขบวนพ่อค้าไม่ทิ้งหลักฐานเอาไว้

 

หากจะถามว่าทำไมพวกเขาไม่ใช้เวทย์มนต์ในการปกปิดสีผมและสีตาของตัวเอง คริสบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าไม่ไว้ใจตัวเองและไม่ไว้ใจซิลเวอร์ พวกเขาทั้งสองไม่มีใครชำนาญวิชาแปลงร่างนี้กันสักคน เมื่อใช้ตนเองทดลองคาถาทีไรต้องถูกส่งไปที่โรงพยาบาลเวทย์ทุกที พวกเขาถนัดโจมตีทำลายล้างแต่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์แบบนั้น แม้คาถาลับต้องห้ามบางบทเขายังใช้ได้เลย

 

ไม่รู้ว่าสงครามจะเป็นยังไงบ้าง

 

หลังจากคุยกับเฒ่าแก่โรงเตี๊ยมด้วยสำเนียงเปล่งๆเพื่อจองห้องตอนนี้คริสกับซิลเวอร์ก็เข้ามาพักในห้องขนาดใหญ่ของโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว คริสอดไม่ได้ที่จะพูดถึงสงครามขึ้นมา ตอนที่มาถึงโลกนี้ใหม่ๆเขายังแตกตื่นกับสถานการณ์แปลกใหม่อยู่เลยไม่ได้พูดเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเงียบกริบคริสจึงอดไม่ได้ที่จะชวนซิลเวอร์คุย

 

เราคงเสียฐานที่มั่นที่สามไปแน่นอน

 

ซิลเวอร์เอ่ยตอบคริสเสียงเรียบก่อนจะโยนผ้าปิดหน้าทิ้งแล้วกระโดดขึ้นเตียงนอนอย่างรวดเร็ว คริสเห็นดังนั้นก็เดิมมาที่เตียงก่อนจะล้มตัวนอนข้างๆซิลเวอร์พร้อมถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย

 

                สงครามครั้งนี้ฉันไม่แน่ใจว่าฝ่ายเราจะชนะไหม แต่ฉันก็หวังให้เป็นแบบนั้น

 

                เมื่อซิลเวอร์ได้ยินคริสพูดออกมาแบบนั้นเขาก็ส่ายหัวเล็กน้อย พร้อมคิดว่าสภาคาถาคงไม่กระจอกขนาดนั้นพร้อมกับพูดตัดบทไม่ให้คริสคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

                นายไม่ต้องไปสนใจมันมากหรอก ตอนนี้สนใจเรื่องของตัวเองก็พอ

 

                คริสพยักหน้าเห็นพ้องเนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดี ไม่รู้พวกเขาจะเอาตัวรอดได้ไปถึงเมื่อไหร่ พรุ่งนี้คงต้องจับใครสักคนมารีดข้อมูลเสียแล้ว อยู่ในโลกที่ไม่รู้อะไรแบบนี้ไม่ดีเอาเสียเลย

 

                ว่างๆฉันคงต้องสอนนายพูดภาษาจีนแล้วละ

 

คริสออกความเห็นขณะที่กำลังจะหลับ วันนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆ ทั้งสงคราม ทั้งโลกใหม่ เขาใช้เวทย์มนต์และร่ายคาถาทั้งวันเลยก็ว่าได้ ซิลเวอร์เองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน พวกเขาไม่รับบริการถังน้ำอุ่นเพื่ออาบน้ำเนื่องจากหมดแรงเสียแล้ว

 

 

ดี”  คริสได้ยินซิลเวอร์ตอบกลับมาหนึ่งคำก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไปเข้าสู่ห่วงนิทราในที่สุด

.

.

.

.

 

เช้าวันต่อมาที่แสนสดใส  เสี่ยวเอ้อเข้ามารับทราบความต้องการของลูกค้าเมื่อพวกเขาเรียกร้องอยากจะอาบน้ำ คริสและซิลเวอร์ตั้งใจว่าจะพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้อีกสักหนึ่งวันเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ เมื่อคริสจัดการอาบน้ำเสร็จเขาก็เรียกเสี่ยวเอ้อเข้ามาพบอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้ปิดบังใบหน้าและสีผมของตนเอง ทำให้เสี่ยวเอ้อที่เข้ามาผงะตกใจเป็นอย่างมาก ผมสีทองสะท้อนแสงอาทิตย์ชั่งแสบตายิ่งนัก

 

อานีมีเปรีโอ!    คริสร่ายคาถาควบคุมจิตใจทันทีพร้อมกับไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เขาถืออยู่ชี้ไปที่เสี่ยวเอ้อทันทีก่อนที่เส้นแสงสีดำจะพุ่งออกมาจากปลายไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่เขาถืออยู่

ดวงตาที่เคยเบิกกว้างของเสี่ยวเอ้อเพราะตกใจกับสีผมของคริสเปลี่ยนมาล่องลอยทันที ซิลเวอร์ที่รอเวลาอยู่แล้วร่ายคาถาเพื่อล็อคประตูอย่างรวดเร็ว

 

เคาดิติส!  เส้นแสงสีขาวพุ่งออกมาจากปลายไม้ศักดิ์สิทธิ์ของซิลเวอร์ทันทีที่เขาร่ายคาถาจบ ปลายไม้ชี้ไปที่ประตูห้องก่อนที่ประตูจะทำการล็อคตัวเองเสร็จสัพโดยทันที

 

จงตอบคำถามทุกคำถามของข้า คริสเริ่มทำการสอบสวนทันทีเมื่อซิลเวอร์เดินมายืนอยู่ข้างๆ ดวงตาของเสี่ยวเอ้อดูเลื่อนลอยก่อนจะตอบรับคำสั่งของคริส

 

ได้ขอรับ”   คริสพยักหน้าอย่างภูมิใจเมื่อคาถาใช้ได้ผลอย่างไร้ที่ติเนื่องจากคาถาบทนี้มันคือคาถาลับต้องห้าม หากใช้ที่โลกเดิมของเขาพวกสภาคาถาคงจับยัดเขาเข้าคุกแน่นอน

 

โลกแห่งนี้เรียกว่าอะไร? คนที่นี้ฝึกฝนวิชาอะไรกัน?”  คริสถามในสิ่งที่เขาสงสัยทันทีซึ่งเสี่ยวเอ้อก็ตอบคำถามของเขาอย่างตรงไปตรงมาเช่นกันเนื่องจากตกอยู่ภายใต้คาถาควบคุมจิตใจ

 

โลกนี้ไม่มีชื่อเรียกหากแต่กว้างใหญ่นัก ผู้คนล้วนฝึกฝนวรยุทธที่แตกต่างกันออกไปขอโปรดท่านลูกค้าโปรดระบุลักษณะของเคล็ดวิชาด้วย อาจบางทีเสี่ยวเอ้อต่ำต้อยผู้นี้เคยพบเห็น

 

                ซิลเวอร์ยืนเงียบไม่ไหวติงเนื่องจากเขาฟังไม่รู้เรื่อง แม้จะหนักใจอยู่บ้างที่คริสเป็นคนถามเพราะเขากลัวคริสจะถามคำถามที่ไม่เป็นประโยชน์ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเขาพูดภาษาจีนไม่ได้ฟังก็ไม่รู้เรื่อง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคงต้องบังคับให้คริสสอนพูดภาษาจีนอย่างจริงจังเสียแล้ว

 

                ที่โลกนี้แบ่งการปกครองอย่างไรรึ? คริสเปลี่ยนมาใช้คำโบราณตามสถานการณ์และภาษาที่เขาดูตามภาพยนตร์จีนโบราณ

 

                ที่โลกแห่งนี้แบ่งขั้วอำนาจออกเป็นห้าแคว้นใหญ่ เจ็ดพรรคมาร เก้าพรรคธรรมมะ หนึ่งหอโอสถและสองตระกูลเก่าแก่ขอรับ

 

                คริสหน้าสลดลงทันทีเพราะมันชั่งวุ่นวายเสียเหลือเกิน ทั้งพรรคมารพรรคธรรมมะอีก เหมือนในภาพยนตร์จีนกำลังภายในไม่มีผิด! นี่มันยุทธภพชัดๆ!

 

                วรยุทธแบ่งแยกเป็นอย่างไรรึ?  คริสถามคำถามต่อทันทีเกี่ยวกับวิชาที่โลกนี้ใช้กัน เขาที่รู้เรื่องกำลังภายในพอสมควรจึงมั่นใจว่ามันต้องมีระดับพลังแน่นอน เหมือนในเกมส์ที่เขาเคยเห็นมาบ้าง

 

                “..วรยุทธหรือเคล็ดวิชาแบ่งออกเป็นห้าระดับขอรับ ระดับล่าง ระดับกลาง ระดับสูง ระดับสวรรค์และระดับเทพตำนานขอรับ ส่วนผู้ฝึกยุทธ์แบ่งออกเป็นสิบเอ็ดระดับ ระดับสิบเอ็ดคือระดับเทพสวรรค์ที่มีเพียงแค่ในตำนานเท่านั้นขอรับ

 

                หลังจากนั้นคริสก็ทำการสอบถามเกี่ยวกับการแยกแยะระดับของผู้ฝึกยุทธ์ซึ่งคำตอบที่ได้ทำให้เขาปวดหัวไม่ใช่น้อย ทุกอย่างมันซับซ้อนไปเสียหมด มีแต่สิ่งใหม่ๆให้เขาได้เรียนรู้เรื่อยๆ นอกจากนั้นเขาก็ไม่ลืมถามเรื่องเงินตราซึ่งได้คำตอบว่าหนึ่งร้อยอีแปะคือหนึ่งตำลึงหนึ่งร้อยตำลึงคือหนึ่งเหรียญทองซึ่งตอนนี้พวกเขาทั้งสองมีเงินติดตัวตอนนี้เพียงแต่สี่ตำลึงเท่านั้น!

 

                แม้คริสจะถามเรื่องห้าแคว้นใหญ่เจ็ดพรรคมารเก้าพรรคธรรมมะหนึ่งหอโอสถและสองตระกูลเก่าแก่เพื่อเจาะลึกแต่เขาก็ไม่ได้ข้อมูลมากนักเพราะผู้ให้ข้อมูลเป็นแค่เสี่ยวเอ้อเท่านั้น ข้อมูลที่เขาได้จึงมีจำกัด แต่เพียงแค่ชื่อของห้าแคล้นใหญ่เขาก็จะจำมันไม่ได้อยู่แล้ว เจ็ดพรรคมารและเก้าพรรคธรรมมะเขาจำชื่อสลับกันไปมามั่วไปหมด

 

                เมื่อถามคำถามจนพอใจและรับรู้เรื่องราวทั่วไปของยุทธภพแล้วคริสก็จัดการถอนคาถาควบคุมจิตใจก่อนจะใช้คาถาลบความทรงจำต่อโดยทันที เสี่ยวเอ้อผู้มีร่างการของผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งเท่านั้นเมื่อถูกสามคาถาเข้าไปส่งผลให้เป็นลมหมดสติไปในทันที เดือดร้อนซิลเวอร์ที่ต้องลากเสี่ยวเอ้อออกไปโยนไว้หน้าห้อง

 

                ได้เรื่องยังไงบ้าง   ซิลเวอร์เอ่ยปากถามคริสทันทีเมื่อทั้งห้องเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน คริสถอนหายใจออกมาอย่างปลดปลงก่อนจะเล่าออกมาเป็นเรื่องราวตามที่ตนเองได้จัดเก็บเอาไว้ในความคิด ยิ่งซิลเวอร์ฟังเขาก็ยิ่งใบหน้ามืดครึ้มขึ้นเรื่อยๆ โลกแห่งนี้มันแปลกมากสำหรับเขา

 

                ฉันรู้ว่านายกังวลซิลเวอร์ แต่ฉันพอรู้เรื่องแบบนี้มาบ้าง นายก็รู้แม่ฉันเป็นคนจีน เชื่อฉันเถอะว่าเราอยู่รอดแน่ๆ เผลอๆพวกเราอาจจะกลายเป็นเทพของที่นี้เลยก็ได้

 

  คริสพูดปลอบซิลเวอร์ด้วยทาทีมั่นใจเต็มร้อย เขามั่นใจในความแข็งแกร่งของเวทย์มนต์คาถามากมายของเขาไม่แพ้ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีวรยุทธแน่นอน! เวทย์มนต์มหัศจรรย์กว่าใครหลายคนคิดนัก หากแต่ซิลเวอร์ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับตัวเองแม้แต่น้อย เขาเพียงคิดว่ามันจะต้องมีเรื่องให้คริสวิ่งเข้าใส่อย่างแน่นอนเนื่องจากมันเกิดขึ้นเป็นประจำ แถมยังมีแต่เรื่องซวยๆเสียด้วย

 

 

เราลงไปกินข้าวกันเถอะ”  เมื่อเล่าเรื่องต่างๆจนหมดแล้วคริสก็เอ่ยชวนซิลเวอร์เพื่อหาอะไรกินทันที พวกเขาไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตอนนี้คริสรู้สึกหิวเป็นอย่างมาก

 

นายไม่เอาผ้าคลุมหัวไปด้วยหรือไง  ซิลเวอร์ถามอย่างแปลกใจเมื่อคริสในชุดจีนโบราณสีขาวผ้าเนื้อดีเดินไปที่ประตูโดยไม่เหลียวแลผ้าที่ใช้ในการปกปิดใบหน้าและสีผมเลยสักนิด

 

ไม่จำเป็นหรอก โลกนี้มีคนผมสีขาวอยู่ด้วย มีผมสีทองกับสีแดงเพิ่มขึ้นมาอีกคงไม่แปลกเท่าไหร่หรอก อีกอย่างฉันก็กินข้าวไม่ถนัดด้วย

 

คริสหันมาตอบซิลเวอร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสจนใบหน้างามน่ามองขึ้นเป็นเท่าตัว จากที่งามอยู่แล้วยิ่งงามมากยิ่งขึ้น ยิ่งดวงตาสีเขียวมรกตต้องแสงยิ่งชวนให้หลงใหล

 

แล้วทำไมนายไม่สั่งขึ้นมากินที่ห้องละ”  ซิลเวอร์ไม่เห็นด้วยเพราะมันเสี่ยงเกินไป แม้จะเปลี่ยนการแต่งกายให้เหมือนกับผู้คนแล้วก็ตามที แต่เขาก็ยังอดห่วงเรื่องสีผมไม่ได้อยู่ดี

 

ฉันต้องการลงไปสืบเรื่องราวในยุทธภพด้วย ในโรงเตี๊ยมนี่แหละแหล่งข่าวชั้นดีหรือนายกลัว?

 

เหตุผลของคริสดูมีเหตุมีผลเป็นอย่างมาก หากแต่คำพูดสุดท้ายก็ไม่วายท้าทายเพื่อนตัวเองไปด้วย เขาเป็นพวกพุ่งเข้าชนอยู่แล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ในเมื่อเขาไม่วิ่งไปหาเรื่องไม่นานเดี๋ยวเรื่องก็วิ่งมาหาเขาอย่างแน่นอน เพียงแค่สีผมกับสีของดวงตาที่แปลกผู้คนคงไม่เดินมาฆ่าหรอกใช่ไหม อย่างมากก็แค่มองและสงสัยไปเท่านั้น ร้ายแรงสุดน่าจะเกิดเป็นข่าวซุบซิบเดามั่วไปเรื่อยมากกว่า

 

ฉันไม่ได้กลัว! เฮ้อ! ไปก็ไป ”   ซิลเวอร์ถอนหายใจอย่างปลงตกก่อนจะตามใจเพื่อสนิทของตนเองอย่างเช่นทุกครั้งตั้งแต่เด็กยันโต ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นเพื่อกันเขากระโดดถีบมันไปนานแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่อยากหลบๆซ้อนๆแต่ก็ไม่คิดว่าคริสจะเปิดเผยตัวเองเร็วขนาดนี้

 

หรือมันมีแผนอะไรหรือเปล่า? แม้มันจะเป็นคนแบบนี้แต่มันก็เก่งใช้ได้เลย

 

นายมีแผนเหรอคริส?”   ซิลเวอร์อดที่จะถามคริสไม่ได้ เขาพอมองอะไรออกบ้างแล้วตอนนี้

 

อะไรที่สำคัญในการเอาตัวรอดละ? คริสไม่ตอบแต่กลับถามคำถามซิลเวอร์แทน ถ้าจะถามว่าอะไรสำคัญที่สุดในการเอาตัวรอดคงจะเป็นความรู้ แต่สำหรับคริสมันคือความแข็งแกร่ง! กองกำลังหรือผู้สนับสนุนเป็นสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง ยิ่งผู้สนับสนุนแข็งแกร่งเท่าไหร่ก็จะยิ่งปลอดภัย มันคือการหาพรรคพวกดีๆนั่นเอง แต่เราก็ต้องแข็งแกร่งด้วยเช่นกันเผื่อมีสิ่งใดที่เกิดขึ้นนอกเหนือแผนการ ถ้าหาที่ดีๆเก่งๆแล้วเข้าร่วมด้วยชีวิตในโลกนี้มีแต่สบายกับสบายเพราะไม่ว่าจะที่แห่งใดต่างก็เคารพบูชาและหวาดกลัวผู้ที่แข็งแกร่งทั้งนั้น!

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ขอต้อนรับนักอ่านทุกคนที่หลงเข้ามาค่ะ ^^ เฮ้!

 

 

 

ความคิดเห็น