💕💕💕ชอบกดไลค์...ใช่กดแชร์ฝากติดตามเพจด้วย มือใหม่หัดเขียน💕💕💕💕

โฉมงามผู้อาภัพ (ภาคเมืองเสียนหยาง)

ชื่อตอน : โฉมงามผู้อาภัพ (ภาคเมืองเสียนหยาง)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2559 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โฉมงามผู้อาภัพ (ภาคเมืองเสียนหยาง)
แบบอักษร

 

 

•จักรวรรดิที่ 1•

 

          ร่างที่เริ่มเย็นชืดของโจวหว่านหรูนั้นถูกทิ้งให้ทอดร่างอยู่เพียงลำพังในป่าไผ่  เป็นเพราะถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดและไร้ความปราณี  ใบหน้าที่เคยงดงามนั้นปรากฏแผลลึกยาวกว่าคืบพาดผ่านตั้งแต่ขมับไปจนถึงริมฝีปาก  อันเป็นบาดแผลที่เกิดจากมีดหรือของมีคม  ผู้กระทำนั้นต้องมีความแค้นกับนางเป็นอย่างยิ่งด้วยรอยกรีดนั้นทั้งลึกและหนาราวกับตั้งใจกรีดทำลายความงดงามของนาง  

 

          ดวงตาที่ปิดไม่สนิทนั้นเหมือนไม่ยินยอมพร้อมใจและประหลาดใจอยู่ในที  อาจจะเป็นเพราะฆาตกรเป็นผู้ที่นางนึกไม่ถึงก็เป็นได้  แต่ถึงอย่างไรคนก็ตายไปแล้ววิญญาณความแค้นนั้นได้ผ่านไปยังประตูยมโลกแล้ว  สิ่งที่เหลือนี้ก็เป็นเพียงแค่ซากของสาวงามนางหนึ่ง  ที่คงรอวันเน่าเปื่อยพุผังหรือเป็นได้เพียงแค่อาหารของสัตว์ป่าเพียงเท่านั้น  แต่จะไม่เป็นเช่นนั้นหากว่าก่อนตายนางได้บังเอิญไปปลดปล่อยบางสิ่งที่ถูกคุมขังเป็นเวลาเนิ่นนานมาแล้ว  

 

          สิ่งนั้นเป็นเพียงก้อนหินรูปทรงประหลาดสี่ก้อนที่เรียงซ้อนกันเพียงเท่านั้น  มันตั้งอยู่ณที่ตรงนี้มานานแสนนานแล้ว  โดยที่ไม่มีผู้พบเห็นจนกระทั่งโจวหว่านหรูได้วิ่งหนีเอาชีวิตรอดมาถึงที่นี่  ในชั่วขณะที่นางกำลังจะตายก็ได้เผลอทำลายหินผนึกนี้ลง  ค่ายกลที่ถูกซ่อนไว้และพรางตาจากผู้พบเห็นได้เกิดทำงานขึ้นอีกครั้งและมันก็ปลดปล่อยสัตว์อสูรจำนวนมากออกมา  

 

          สัตว์อสูรที่หลุดออกมานี้ส่วนใหญ่ถูกคุมขังไปพร้อมกับบางสิ่งในนั้น  และเมื่อเป็นเช่นนี้พวกมันก็มีอายุมาหลายร้อยปีและมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก  เมื่อได้พบกับอิสรภาพก็ต่างกรูกันออกไปยังโลกภายนอกจนหมด  เหลือแต่เพียงร่างที่แห้งกรังอยู่ภายในค่ายอาคมเท่านั้น  ร่างนั้นดูเก่าแก่และโบราณอีกทั้งแผ่ปราณออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง  ไอสีเขียวกระจายไปทั่วสถานที่แห่งนี้ราวกับหมอกมรกตที่กำลังกลืนกินพื้นดิน

 

          ในชั่วขณะนั้นเองก็มีลำแสงสายหนึ่งที่ค่อยๆล่องลอยออกมาจากร่างนั้น  ปรากฏเป็นดวงประทีปขนาดย่อมคล้ายแสงเทียนที่ลอยอยู่ในอากาศ  จากนั้นมันก็มุ่งหน้าไปหาร่างที่สิ้นชีวิตอยู่ตรงหน้าค่ายกลของโจวหว่านหรู  แสงน้อยนั้นค่อยๆซึมหายเข้าไปในตัวของนางแล้วก็บังเกิดสิ่งมหัศจรรย์เมื่อร่างกายที่เคยแข็งทื่อนั้นกลับกลายเป็นมีชีพจรอีกครั้งหนึ่ง  

 

          ลมหายใจแรกที่สูดเข้าไปนั้นรวบรวมเอาปราณสีเขียวจากทั่วบริเวณทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน  พวกมันถูกสูดผ่านรูจมูกเข้าสู่อวัยวะภายในและเส้นลมปราณทั้งสามอันได้แก่ ซ้าง จง เซี้ย  หมุนเป็นวงวนรอบแกนกลางและกระจายส่งผ่านไปยังส่วนต่างๆ

 

           ร่างที่ซีดขาวนั้นได้ค่อยๆกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  ดวงตาที่เปิดออกของโจวหว่านหรูกระพริบไล่หยดโลหิตที่แห้งกรังบริเวณใบหน้า  จากนั้นจึงค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นมาอีกครั้งในท่านั่งขัดสมาธิและเดินลมปราณอย่างช้าเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ปรับสมดุลของลมปราณ

 

          แม้บนใบหน้าจะมีรอยแผลขนาดใหญ่แต่ก็ไม่สามารถกลบความงามที่โดดเด่นนั้นลงได้  ดวงตาที่หวานซึ้งนั้นดังตากวางและริมฝีปากสีชมพูก็ดูชุมฉ่ำรับกับใบหน้ารูปไข่และผิวที่ขาวเนียนไร้สิวฝ้าสักเม็ด  เส้นไหมสีดำที่ทอประกายนั้นทั้งนุ่มนวลและเงางามไม่ต่างกับขนนกน้ำ  รวมๆแล้วเรียกได้ว่าเป็นสาวงามล่มเมืองผู้หนึ่งโดยแท้

 

          เมื่อลืมตาขึ้นมานั้นค่ายกลผนึกแปดทิศก็ถูกนางทำลายจนสิ้นเหลือแต่เพียงซากหินและบริเวณที่เป็นถ้ำถูกปกคลุมด้วยเถาไม้มากมาย  นางค่อยๆสำรวจตัวเองและพบว่ามีบาดแผลขนาดใหญ่บนใบหน้า  แม้มันจะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดนางก็ไม่ได้คิดจะรักษามัน  ความงามที่นำมาซึ่งความวุ่นวายนี้เป็นเพียงภาระเท่านั้น

 

          ชื่อของร่างที่ตายนี้คือโจวหว่านหรู  บุตรีของแม่ทัพโจวสี่ที่ได้เสียสละในสงครามของแคว้นเกาฟางกับชาวโพ้นทะเล  เมื่อตระกูลของแม่ทัพโจวนั้นเหลือเพียงโจวเจียงสงที่เป็นเพียงไม้ใกล้ฝั่ง  ฮ่องเต้จึงพระราชทานสมรสแก่โจวหว่านหรู  และเสียนหยางจวิ้นหวังหลี่อี้หานเพื่อเป็นการตอบแทนความดีของโจวสี่  และเพื่อรวมอำนาจทหารมาไว้ที่ราชวงศ์

 

          เมื่อทั้งคู่ได้ทำการหมั้นหมายกันแล้วนั้นในทีแรกจวิ้นหวังได้ปฏิบัติต่อนางด้วยดีเสมอมา  ถึงแม้นางจะเป็นว่าที่พระชายาของเขาแต่จวิ้นหวังก็ไม่เคยล่วงเกินนางให้ต้องหมองมัว  และจากนั้นในปีที่3ของการหมั้นหมาย  จวิ้นหวังได้รับเหยาจือซินเข้าจวนมาในฐานะอนุภรรยา

 

          เหยาจือซินเป็นบุตรสาวของเหยากัวเถียนเป่ยเล่อ  ด้วยรูปโฉมและจริตมารยาของนางนั้นถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับบุตรสาวของขุนนางผู้หนึ่ง  นางนั้นมิใช่คุณหนูในห้องหอแต่เป็นนางจิ้งจอกที่ถูกเสี้ยมสอนมาจากครอบครัว  เพียงปีแรกของการรับใช้จวิ้นหวังนางก็สามารถครอบครองหัวใจของเขาเอาไว้ได้

 

          แต่เดิมนั้นหลี่อี้หานเป็นชายเสเพลที่มักมากในกาม  แต่เนื่องด้วยต้องการสร้างภาพลักษณ์แห่งคุณธรรมเขาจึงเลือกปกปิดความชั่วทั้งหลายไว้ภายใต้ใบหน้ามีเมตตา  มักจะแสดงว่าตนนั้นเป็นผู้สูงส่งและเปี่ยมไปด้วยเมตตาจนแม้กระทั่งฮ่องเต้ก็ยังหลงเชื่อและโปรดปรานเขาถึงขนาดพระราชทานโจวหว่านหรูบุตรของแม่ทัพผู้เกรียงไกรให้เขาดูแล

 

          แต่ด้วยจริตมารยาที่แสนยั่วยวนนั้นของเหยาจือซินทำให้จวิ้นหวังนั้นหาได้ใส่ใจต่อคู่หมั้นเช่นโจวหว่านหรูอีกต่อไป

 

      ในปีที่3ของการหมั้นหมายนั้นหลังจากที่จวิ้นหวังได้รับเหยาจือซินเข้ามาในจวนแล้ว  พระองค์ก็ไม่ได้ใส่ใจต่อโจวหว่านหรูอีกด้วยเพราะความโปรดปรานต่อเหยาจือซิน  ด้วยรูปโฉมและหน้าตาที่ทั้งสองนั้นไม่เป็นรองกัน  แต่โจวหว่านหรูนั้นเป็นเพียงคุณหนูที่อยู่กับเหย้ากับเรือนดุจดังดอกไม้ขาวที่แลดูแล้วงดงามตาเมื่อยามแรกเห็น  แต่เมื่อมองจนเคยชินก็จืดชืดไร้สีสันดูน่าเบื่อ

 

          แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเหยาจือซินที่เปรียบได้กับดอกไห่ถังแดงกลางหิมะ  ทั้งดูงดงามและเบ่งบานอย่างเต็มกำลังเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตและความสดใส  เพียงให้ผู้ได้พบเห็นนั้นรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาเช่นกัน  และเมื่อนำทั้งสองนางนั้นมาเปรียบเทียบกันแล้วจะเห็นว่าความขาวพิสุทธิ์ของดอกบัวน้อยเช่นโจวหว่านหรูนั้น  ถูกกลบด้วยความร้อนแรงของไห่ถังแดงอย่างเหยาจือซินจนหมดสิ้น

 

          เมื่อนางนั้นไร้ผู้หนุนหลังในจวนนั้นก็มีเพียงท่านปู่โจวเจียงสงที่แก่ชราแล้ว  ทางราชวงศ์ก็เสมือนตีตัวออกห่างจากนางไปเรื่อยๆ  แต่ถึงแม้จวิ้นหวังจะมีใจออกห่างจากนางแต่ก็ไม่ได้รับสั่งที่จะถอนหมั้นนาง  จนกระทั่งวันหนึ่งเหยาจือซินได้รวมหัวกับขุนนางชั่วกลุ่มหนึ่งและครอบครัวของตนเอง  เพื่อที่จะวางแผนกำจัดดอกบัวน้อยที่ขวางทางความรุ่งโรจน์ของตระกูล

 

  ☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆

 

 
ความคิดเห็น