ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลกใหม่ที่ไม่รู้จัก

ชื่อตอน : โลกใหม่ที่ไม่รู้จัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2559 22:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โลกใหม่ที่ไม่รู้จัก
แบบอักษร

 

♦♦โลกใหม่ที่ไม่รู้จัก♦♦

 

 

หลังจากรวบรวมข้อมูลต่างๆและสรุปได้ว่าไอสีม่วงนั้นจะดูดกลืนแต่สิ่งมีชีวิตและส่งมายังที่ไหนสักที่ซึ่งพวกเขาไม่รู้จักแม้แต่น้อย ไม่สามารถใช้คาถาหายตัวได้และไม่รู้ว่าทำไมด้วย ส่วนคาถาต่างๆยังใช้ได้ตามปกติ คริสได้แต่กำไม้ศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แม้จะยังไม่มีอันตรายอะไรแต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอน ประสบการณ์จากสนามรบแม้ประมาทเพียงเสี้ยววิก็อาจตายได้ซึ่งเขาประสบกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ

 

 

 

คริสและซิลเวอร์ตัดสินใจออกเดินทางเพราะยิ่งอยู่นิ่งยิ่งจะเป็นอันตราย ถ้าหากออกจากป่าแห่งนี้ได้จะถือว่าดีอย่างมาก การใช้คาถาเพื่อโจมตีเป็นศาสตร์ที่ทั้งสองถนัดอย่างยิ่ง! คริสเกลียดที่สุดคือศาสตร์ของการแปลงร่าง เขามักจะไม่ประสบความสำเร็จและมักทำให้ตนเองขายหน้าเป็นประจำโดยเฉพาะยามที่ต้องใช้ตนเองเป็นหนูทดลองคาถา

 

 

 

เวทย์มนต์คือความมหัศจรรย์ที่ทั้งสองทราบดี ไม่ต้องเดินเท้าให้เหนื่อยเพียงแค่ใช้คาถาล่องลอยก็ทำให้เคลื่อนที่อย่างกับภูตผี เพียงแค่มีไม้ศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าคาถาอะไรก็ไม่คณามือ

 

 

 

ไม้ศักดิ์สิทธิ์คือไม้วิเศษที่พ่อมดแม่มดทุกคนต้องมี ไม้ศักดิ์สิทธิ์ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ร่ายและการแสดงผล เมื่อไม่มีไม้ศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ไม่สามารถควบคุมเวทย์มนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม้ศักดิ์สิทธิ์ยังช่วยเพิ่มผลของคาถา กล่าวคือ หากท่านอายุน้อยแต่สามารถร่ายคาถายากๆได้ประสิทธิ์ภาพที่ได้ก็ไม่แตกต่างไปจากพวกพ่อมดแม่ที่มีอายุมาก อายุสำหรับพ่อมดแม่มดเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับประสิทธิภาพของคาถา หากสามารถร่ายคาถาได้ประสิทธิภาพที่ได้ก็ไม่ต่างกัน

 

 

 

และสิ่งนี้ก็เป็นเหตุให้เด็กในวัยเพียงแค่สิบเจ็ดปีที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะ(พ่อมดแม่มด)เข้าร่วมสงครามได้อย่างง่ายดาย ความรุนแรงของคาถาไม่ได้ด้อยไปกว่าลุงป้าน้าอาแม้แต่น้อย แต่จะรู้จักคาถายากๆแล้วร่ายได้ไหมนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

 

 

 

โฮกกกกกกกกกกกก

 

 

 

“เสียงตัวอะไรวะ”

 

 

 

คริสสะดุ้งเล็กน้อยเนื่องจากเมื่อครู่รอบด้านยังคงเงียบอยู่หากแต่จู่ๆก็ได้ยินเสียงคล้ายกับเสียงสัตว์ร้องเสียงดังไปทั่วทั้งป่าแห่งนี้ คริสคิดว่ามันคงตัวใหญ่ไม่น้อยเพราะเสียงมันดังก้องสุดๆ

 

 

 

“นายคงสังเกตสัตว์ต่างๆที่เราเห็นที่ผ่านมาแล้วใช่ไหมคริส”

 

 

 

ซิลเวอร์ถามคริสเสียงเรียบซึ่งคริสเองก็พยักหน้าว่าตนเองก็เห็นแล้ว สัตว์ที่ทั้งสองพบเห็นนั้นไม่เหมือนกับที่ทั้งสองเคยเห็นมาในชีวิตแม้แต่น้อย แม้จะคล้ายกันแต่ก็ไม่ใช่ ยิ่งสัตว์ของโลกพ่อมดแม่มดที่ขึ้นชื่อว่าประหลาดแต่ที่แห่งนี้ก็มีไม่ต่างกัน ยิ่งเดินทางก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆเข้าไปทุกที ภาวนาอย่าให้สิ่งที่ตนเองกำลังคิดนั่นเป็นความจริง

 

 

 

“เราจะไม่ไปดูหน่อยเหรอ? เผื่อได้ข้อมูลอะไรบ้าง”

 

 

 

คริสเสนอความคิดเห็นทันทีเมื่อเสียงของสัตว์ดังกล่าวดังขึ้นเรื่อยๆไม่มีหยุด ซิลเวอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อบวกลบคูณหารแล้วน่าจะเอาตัวรอดได้ คริสที่ลอยตัวในอากาศห่างจากพื้นประมาณครึ่งเมตรลอยนำไปทางต้นเสียงทันทีอย่างรวดเร็ว เวทย์มนต์คาถามันก็ดีอย่างนี้แล ไม่ต้องถูกสัตว์ภาคพื้นและภาคอากาศโจมตีง่ายๆ 

 

 

 

เมื่อเข้าใกล้ที่หมายคริสก็ดวงตาเป็นประกายทันทีเนื่องจากพบเห็นมนุษย์หรือคนเหมือนกับพวกเขานั่นเอง คิดว่าจะตะโกนเรียกแต่ก็หุบปากฉับทันทีเมื่อมองดูดีๆแล้วพวกเขาสวมใส่ชุดแปลกๆ ยิ่งจ้องยิ่งดูคุ้นๆ เหมือนกับชุดจีนโบราณที่ตนเองเคยเห็นเมื่อกลับไปเยี่ยมตากับยาย แม้จะไม่ได้ไปอยู่นานแต่ทุกซัมเมอร์จะต้องไป คริสเองก็พูดภาษาจีนได้เนื่องจากแม่ทั้งข่มขู่ทั้งบังคับให้เรียน

 

 

 

ตากับยายไม่รู้สักนิดว่าแม่ของเขาแต่งงานกับพ่อมด คริสเป็นลูกผสมของมนุษย์และพ่อมด เวลาที่ไปเยี่ยมตากับยายเขาต้องปกปิดสถานะของตนเองเอาไว้ ตระกูลของแม่ไม่ธรรมดาซึ่งเขาบอกได้เลย แต่แม่ก็ไม่ได้บอกอะไรมากและเขาก็ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นเพราะลำพังการเป็นพ่อมดมันก็ยุ่งอยู่ตลอดอยู่แล้ว

 

 

 

“นั่นมันอะไร?”

 

 

 

คริสหันไปถามซิลเวอร์ที่เอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวดมองดูภาพเบื้องหน้าที่ห่างไปกว่าห้าร้อยเมตรอย่างจดจ่อ ผู้คนมากมายในชุดจีนโบราณสีดำถือกระบี่ฟาดฟันสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายหมีอย่างไม่ออกมแรง แถมบางครายังมีประกายประหลาดออกมาจากกระบี่ที่พวกเขาถืออยู่ด้วย การเคลื่อนไหวของพวกชุดจีนโบราณสีดำยิ่งแปลกพิศดาน ผลุบๆโผล่ๆยังกะผี

 

 

 

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆฉันคิดว่าเรามาอยู่ผิดที่ซะแล้วละ”

 

 

 

ซิลเวอร์ตอบคริสเสียงเบาก่อนจะจับแขนลากคริสออกมาจากบริเวณดังกล่าวทันที ที่แห่งนี้มันแปลกมาก มีหลายอย่างที่พวกเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยในชีวิต! ทั้งวิชาบางอย่าง? หรือจะเป็นคาถา? แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่มีใครมีไม้ศักดิ์สิทธิ์สักคน แต่ละคนถือกระบี่ออกฟาดฟันหมีสัตว์ประหลาดตัวนั้น และทุกครั้งที่ลงกระบี่จะพบแสงบางอย่างก่อตัวขึ้นที่กระบี่และเมื่อฟันออกไปอนุภาคผลที่ได้มันรุนแรงเป็นอย่างมาก

 

 

 

“นั่นใคร!!”

 

 

 

หนึ่งในคนชุดดำหันมาเจอคริสและซิลเวอร์ที่กำลังหลบออกไปพอดี เขาเป็นถึงหัวหน้าหน่วยวรยุทธ์ระดับห้าที่คนทั่วหล้าก้มหัวให้ เมื่อพบกับเด็กหนุ่มสองคนที่กำลังหลบหนีเขารีบใช้วิชาตัวเบาติดตามไปทันที ตอนแรกเขามั่นใจมากว่าจะจัดการทั้งสองคนที่สอดรู้สอดเห็นเรื่องในพรรคของเขาได้ แต่เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนที่กำลังหลบหนีล่องลอยอยู่ในอากาศเขาก็หยุดติดตามทันที

 

 

 

จะไม่ให้เขาหยุดได้อย่างไรในเมื่อทั้งสองเคลื่อนที่อยู่ในอากาศ! ผู้ที่จะทำอย่างนั้นได้จะต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับเจ็ดขึ้นไป ซึ่งนั่นหาได้ยากมาก! ผู้ที่ฝึกยุทธ์ระดับเจ็ดเป็นถึงระดับหัวหน้าพรรค! หากเขายังติดตามไปไม่รู้ว่าศพของเขาจะยังหลงเหลืออยู่หรือไม่ เขาขอบคุณสวรรค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ทั้งสองไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย

 

                

 

ไม่อาจดูเบาเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนยังอายุน้อยได้เลย! นั่นต้องเป็นผู้ที่หยุดรูปลักษณ์ของตนเองเป็นแน่! และคนระดับนั้นต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบขึ้นไปซึ่งมันไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในรอบพันปีแล้วว่าเคยมีใครไปถึงระดับนั้น! เขาแทบจะหมดแรงล้มทั้งยืนเมื่อคิดว่าตนเองเกือบตายแล้วเมื่อครู่

 

 

 

.

 

.

 

 

 

ทางด้านคริสและซิลเวอร์ที่ทำการหลบหนีออกมาไม่ได้รู้เรื่องสักนิดว่าตนเองจะทำให้เกิดข่าวลือบางอย่างขึ้น ซิลเวอร์ไม่เข้าใจว่าลุงคนเมื่อกี้ตะโกนใส่พวกเขาว่าอะไรเพราะเขาเอาแต่ลากคริสเพื่อหลบออกมา แต่คริสนั่นไม่ใช่ เขาฟังออกทุกคำเนื่องจากมันคือภาษาจีนนั่นเอง  แม้จะยังงงๆแต่เขาก็เคยได้ยินเรื่องพวกกำลังภายในหรือปราณมาบ้าง แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง? ไม่สิ! ขนาดพ่อมดแม่มดยังมีเลย

 

 

 

“ฉันว่าฉันรู้แล้วละว่าพวกนั้นมันเป็นใคร”   คริสพูดขึ้นในขณะที่เขาเปลี่ยนมาลอยไปเองโดยไม่ให้ซิลเวอร์กระชากลากถูให้เคลื่อนที่อีกต่อไป

 

 

 

“อะไรนะ นายรู้เหรอ? เมื่อกี้ฉันรู้สึกไม่ดีเลยวะ”  ซิลเวอร์ตอบออกไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก เขาจับได้ว่ามีจิตสังหารพุ่งตรงมาที่พวกเขาแต่ก็หยุดไป

 

 

 

“พวกเขาแต่งตัวเหมือนคนจีนโบราณ พูดภาษาจีน และดูเหมือนพวกเขาจะใช้กำลังภายในหรือวรยุทธ์นี่ละ ถ้าฉันเดาไม่ผิดนะ นายก็รู้ว่าแม่ฉันเป็นคนจีน ฉันว่าฉันเดาไม่ผิดแน่นอน”

 

 

 

คริสตอบซิลเวอร์อย่างมั่นอกมั่นใจ เขาเคยดูละครโบราณของจีนกับแม่อยู่บ่อยๆเมื่อไปเยี่ยมตากับยาย และดูเหมือนแม่จะฝึกภาษาเขาไปด้วยเลยบังคับให้ดูเป็นเพื่อน นั่นมันใช่เลยละ! แต่เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสองอยู่ที่ไหนกัน ประเทศจีนเหรอ?

 

 

 

“เอาเป็นว่าฉันจะเชื่อนายไปก่อนจนกว่าเราจะมีข้อมูลที่ดีกว่านี้ ถ้านายรู้เรื่องภาษาฉันก็พอเบาใจลงหน่อย เราคงต้องหาบ้านคนแล้วลองสอบถามดู”

 

 

 

คริสพยักหน้าเห็นด้วยกับบทสรุปของซิลเวอร์ก่อนที่ทั้งสองจะล่องลอยมุ่มหน้าออกจากบริเวณป่ารกทึบเข้าสู่ที่โล่งแจ้งขึ้นเรื่อยๆ ล่อยลอยอยู่กว่าหกชั่วโมงในที่สุดทั้งสองก็พบกับถนนที่ค่อนข้างกันดาร หรือจะให้พูดอีกอย่างคือไม่ใช่ถนนคอนกรีตแต่มันเป็นทางเกวียนหรืออะไรสักอย่างที่ต้องใช้สัตว์ลากแน่นอน แค่มองดูลอยล้อรถก็สามารถบอกได้แล้ว

 

 

 

“ฉันคิดว่าเราคงต้องทำใจกันเอาไว้แล้วละ”

 

 

 

คริสหันไปกล่าวกันซิลเวอร์ผู้ที่จ้องร่องรอยนั้นอย่างไม่วางตา ซิลเวอร์เองทำใจเอาไว้ตั้งแต่กระโดดเข้ามาในไอสีม่วงนั่นแล้ว

 

 

 

“ลงเดินกันเถอะ” :ซิลเวอร์ออกความเห็นทันทีเมื่อคิดว่าที่แห่งนี้ไม่ธรรมดา ถ้าหากฉลาดหน่อยก็ควรทำตัวดั่งมนุษย์ทั่วๆไป อย่างแรกคงต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ให้เป็นที่แปลกสายตาใคร

 

 

 

“…รีโมวีมารีมีเชโด!”

 

 

 

คริสตวัดไม้ศักดิ์สิทธิ์ของตนเองพร้อมกับร่ายคาถาอย่างรวดเร็วชี้มาที่ตนเองและซิลเวอร์ด้วยท่วงท่าที่เป็นธรรมชาติและรื่นไหลอย่างที่สุด มันคือคาถาถอนคำสาปทุกชนิดที่เกิดจากเส้นแสงสีฟ้าได้เช่นกันหรือแม้แต่ลบผลของคาถาธรรมดาสามัญ โดยเส้นแสงที่ออกมาจากปลายไม่ศักดิ์สิทธิ์ของคริสนั้นก็เป็นเส้นแสงสีทอง

 

 

 

ไม่นานพวกเขาทั้งสองก็กลับมาเดินดินเหมือนคนธรรมดาหลังจากถอนคาถาล่องลอยไปแล้ว คริสไม่ยอมปล่อยมือจากไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเขาอย่างแน่นอน ในหัวของเขาคิดว่าตนเองได้หลุดเข้ามาในที่ที่ไม่รู้จักเสียแล้ว การที่ต้องมาเจอพวกฝึกยุทธ์มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยสักนิด แถมบรรยากาศโบราณนี่มันอะไร?

 

 

 

เดินเท้ากว่าหนึ่งชั่วโมงในที่สุดพวกเขาก็มองเห็นกำแพงขนาดใหญ่เมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆก็ทราบว่ามันคือกำแพงเมืองนั่นเอง คริสกระพริบตาปริบๆเนื่องจากในใจกู่ร้องว่ามันใช่แล้ว! โลกที่เขาจากมามีที่ไหนบ้างที่มีเมืองแล้วต้องสร้างกำแพงล้อมเอาไว้ถ้าไม่ใช่พวกสมัยโบราณ

 

 

 

หน้าประตูเมืองมีรถม้าและเกวียนพร้อมชาวบ้านมากมายเดินทางสัญจรไปมาพร้อมกับมีทหารชุดแปลกตาตรวจสอบผู้คนที่เดินทางเข้าออกประตูเมือง มองดูเครื่องแต่งการคริสก็แทบล้มทั้งยืน มันคือชุดจีนโบราณแน่นอน! และทุกคนในที่นี้มีสีผมสีดำและสีน้ำตาลกันทั้งนั้น เขาผู้มีผมสีทองพร้อมตาสีเขียวจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอ? ซิลเวอร์เองผมสีแดงตาสีฟ้า?

 

 

 

“ฉันคิดว่าเรามีปัญหาแล้วละ”

 

 

 

คริสหันไปพูดกับซิลเวอร์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกายด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจนัก ซิลเวอร์พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะลากคริสมาหลบอยู่ที่พุ่มไม้แห่งหนึ่งเพื่อซ่อนตัวเพื่อเก็บข้อมูลและวางแผนกันสักเล็กน้อย หากทำอะไรไม่คิดคงต้องตายแน่ ที่แห่งนี้หากเป็นคนธรรมดาก็ว่าไปอย่างแต่พวกเขายังไม่รู้จักวรยุทธ์กันดีพอ

 

 

 

“นายมีอะไรติดตัวมาบ้าง”  เมื่อได้ยินคำถามของซิลเวอร์คริสก็ตาโตขึ้นทันทีก่อนจะค้นตัวของตัวเองอย่างรวดเร็ว พบถุงขยายพื้นที่ที่ในนั้นมีตำราคาถาต่างๆหนังสืบประวัติศาสตร์โลกเวทย์มนต์มากมายทั้งนิตยสาร ไหนจะหนังสือปรุงยาที่ใช้เรียน ทั้งหนังสือทั่วไป เอาเป็นว่ามีแต่หนังสือทั้งนั้น ดีหน่อยที่มีไม้ศักดิ์สิทธิ์สองสามไม้ที่เป็นไม้สำรองเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

 

 

 

“ถุงขยายของฉันมีแต่หนังสือ”  คริสบอกซิลเวอร์เสียงอ่อย

 

 

 

“ดีหน่อยที่ของฉันมีไม้กวาดกับอาหารติดมาด้วยนิดหน่อย”  ซิลเวอร์หันมาบอกคริสพร้อมสายตาเอือมระอา เขาไม่แบ่งพื้นที่ไม้กวาดให้คริสแน่ เป็นพ่อมดภาษาอะไรไม่พกไม้กวาด

 

 

 

“เราคงต้องดักปล้นเงินกับเสื้อผ้าแล้วละ”  คริสไม่สนสายตาซิลเวอร์ เพราะเขาถูกมองเป็นพวกน่าห่วงใยมาตั้งแต่เด็กแล้ว เขามักมีเรื่องวิ่งเข้ามาหาตลอด และส่วนมากจะเป็นเรื่องร้ายๆเสียด้วย

 

 

 

การปล้นเกวียนพ่อค้าไม่ง่ายเลยเมื่อพวกเขามีผู้ฝึกยุทธ์คุ้มกัน คริสไม่รู้ว่ามันมีการแบ่งระดับหรืออะไรหรือไม่ เขารู้แค่ว่าต้องซุ้มโจมตีเท่านั้นถึงจะเป็นผลดี เมื่อโจมตีคนหนึ่งอีกคนหนึ่งไหวตัวทันทำให้พวกเขาพบกับเกราะบางชนิดที่ป้องกันคาถาของพวกเขาที่เข้าโจมตีได้ ทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ โดยให้เขาเป็นผู้ร่ายคาถาเพื่อสลายเกราะป้องกันส่วนซิลเวอร์เป็นผู้ร่ายคาถาโจมตี

 

 

 

ผลลัพธ์ที่ได้รวดเร็วฉับไวอย่างยิ่ง

 

 

 

 

 

ดูเหมือนผู้คุ้มกันจะไม่สามารถโจมตีระยะไกลได้ทำให้พวกเขาได้เปรียบเป็นอย่างมาก ไม่นานคริสกับซิลเวอร์ก็ปล้นรถสินค้าได้สำเร็จ ทำการขโมยเปลี่ยนเสื้อผ้าและขโมยเงินตราแปลกๆพร้อมใช้ผ้าปิดหน้าปิดตามุ่งเข้าสู่ประตูเมืองที่ยามนี้ท้องฟ้ามืดมิดดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้วและคริสก็ไม่ลืมใช้คาถาควบคุมจิตใจกับทหารเพื่อผ่านประตูเมืองเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น