ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สงคราม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2559 22:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สงคราม
แบบอักษร

 

 

  

   ♦♦สงคราม♦♦

 

 

     ปัง!

 

 

     อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก

 

 

     “แม่ง! เร็วเข้า อย่าให้มันถล่มเราฝ่ายเดียว”

 

 

 

เสียงร้องตะโกนและเสียงโหวกเหวกโวยวายพร้อมเสียงของความเจ็บปวดดังขึ้นทุกพื้นที่ในรัศมีกว่าหนึ่งกิโลเมตรตามพื้นดินไม่ว่าจะมองไปทางไหนต่างก็มีศพของมนุษย์ไม่ต่างกัน ศพที่พบมักมีอายุสิบเจ็ดปีถึงสี่สิบปีทั้งชายและหญิง ทั้งเชื้อชาติตะวันออกและตะวันตก

 

 

 

“ไป! ไป!...เปรีบีเตอร์”

 

 

 

ทั่วทั้งพื้นที่ที่เป็นสนามรบภาษาแปลกประหลาดถูกพ้นออกมาไม่มีหยุดเพื่อรักษาชีวิตของตนเองและคร่าชีวิตของผู้อื่น บ้างก็หลบหนีเพื่อกลับไปตั้งหลักหรือส่งข่าว ศึกนี้ไม่ง่ายนักเนื่องจากทุกผู้คนมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน นั่นคือพ่อมดและแม่มด

 

 

 

“คริส! อย่าเข้าไปใกล้  นายอยากตายหรือไงห๊ะ!”

 

 

 

พ่อมดหนุ่มน้อยใบหน้างดงามคล้ายกับหญิงสาวด้วยตัวเล็กกว่าเด็กผู้ชายทั่วไปเนื่องด้วยความสูงเพียงแค่หนึ่งร้อยหกสิบหกเซนติเมตร ผมสีทองดั่งเส้นไหมนุ่มยาวละต้นคอกับดวงตาสีเขียวมรกตยิ่งเสริมให้คล้ายหญิงมากกว่าชาย หากแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้บอบบางเช่นหญิงสาวมากนัก แม้จะคล้ายหญิงหากแต่ก็ไม่เคยมีใครเข้าใจผิดว่าเป็นหญิง โดยรวมแล้วคริสยังดูออกว่าเป็นผู้ชายอยู่มาก แม้จะเป็นลูกครึ่งจีนอังกฤษแต่ฝั่งเอเชียไม่มีปรากฏแม้แต่น้อย

 

 

 

แม้จะโดนเพื่อนในรุ่นเดียวกันกล่าวตักเตือนแต่ก็อดชะโงกดูไม่ได้ แม้จะได้รับการยินยอมให้ออกรบร่วมกับผู้ใหญ่ได้เนื่องจากบรรลุนิติภาวะแล้วสำหรับพ่อมดแม่มดนั่นคืออายุสิบเจ็ดปี แต่ในที่แห่งนี้พวกเขาอายุน้อยที่สุดหากแต่มีจำนวนที่เข้าร่วมการรบมากเป็นอันดับที่สอง

 

 

 

และพวกเขายังเรียนไม่จบหลักสูตรพ่อมดแม่มดตลอดเจ็ดปีเสียด้วย

 

 

 

“ถ้าเราหลบอยู่ตรงนี้ก็ตายเหมือนกันละน่า ทางที่ดีเรารีบไปเป็นกำลังเสริมให้สภาคาถาจะดีกว่า”

 

 

 

คริสหันกลับมาสนใจและเอ่ยพูดในสิ่งที่ตนเองคิดกับเพื่อนร่วมรุ่นหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเพื่อนสนิทก็ว่าได้ 

 

 

 

ซิลเวอร์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงสมส่วนใบหน้าหล่อเหลาเช่นนายแบบวัยรุ่นที่มักพบได้ตามปกนิตยสารชื่อดังคือเพื่อนสนิทของคริส ชายหนุ่มอายุสิบเจ็ดปีสูงร้อยแปดสิบสองเซนติเมตรผมสีแดงดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเป็นชาวอังกฤษและยังเป็นเพื่อนบ้านของคริสอีกด้วย

 

 

 

“ถ้าเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นนายรู้ใช่ไหมคริสว่าต้องท่องคาถาอะไร” ซิลเวอร์อดห่วงคริสไม่ได้เสียจริง ตั้งแต่เด็กจนโตคอยวิ่งหาเรื่องตลอดเวลา มีความซวยตั้งแต่เด็กยันโต แม้ไม่มีเรื่องมีราวหากแต่มันก็มักวิ่งเข้าใส่คริสทุกครั้งไป

 

 

 

“รู่น่า ฉันไม่ใช่เด็กปีหนึ่งนะ ฉันอยู่ปีเจ็ดแล้ว”  ใบหน้างามของคริสบูดบึ้งเล็กน้อยเมื่อซิลเวอร์พูดเหมือนตนไม่เข้าในสถาณการณ์ตอนนี้ ใครมันจะเล่นๆอยู่ได้ในเมื่อมันคือสงครามและมันแลกมาด้วยชีวิตมากมาย

 

 

 

“ห้ามนายคลาดกับฉันเด็ดขาด! แม่นายได้ฆ่าฉันแน่”  ซิลเวอร์ย้ำกับคริสอีกครั้งก่อนที่ทั้งสองจะวิ่งออกจากที่หลบภัยไปพร้อมกัน ทั้งสองระแวงระวังคาถาที่ลอยไปลอยมาอย่างเอาเป็นเอาตาย แสงสีเขียวและสีแดงตัดกันไปทั่ว

 

 

 

คริสนั้นรู้ดีว่าสีแดงต้องหลบให้พ้นไม่ว่ายังไงก็ตาม สีแดงมันคือคาถาที่ทำให้บาดเจ็บหรือตายได้ในทันที ส่วนสีเขียวเกิดขึ้นจากคาถาที่ไม่มีอันตราย มันคือคาถาป้องกัน

 

 

 

“รีเฟคเซอร์!”

 

 

 

คริสตะโกนเสียงดังร่ายคาถาพร้อมจับไม้ศักดิ์สิทธิ์ของตนเองชี้ไปที่เป้าหมายอย่างตกใจเมื่อเห็นเส้นสายสีแดงวิ่งเข้าใส่ตนเองอย่างรวดเร็ว คาถาสะท้อนกลับของคริสทำงานได้อย่างดีทำให้สามารถรอดตายมาได้อย่าฉิวเฉียด อีกด้านซิลเวอร์เองก็ร่ายคาถาไม่มีหยุด ทั้งสองทั้งวิ่งทั้งร่ายคาถาเพื่อปัดป้องและโจมตีกลับอย่างไม่ยอมแพ้

 

 

 

“อีคาตูเซอร์!...แม่งเอ้ย! ตายเถอะมึง ”

 

 

 

คริสร่ายคาถาระเบิดพร้อมสบถอย่างหัวเสียสลับกับคาถาสะท้อนกลับอย่างเอาเป็นเอาตาย ยิ่งเข้าใกล้ส่วนกลางของสนามรบเส้นแสงของคาถาและผลกระทบของคาถายิ่งมากมายและรุนแรงขึ้น

 

 

 

“คริส! มาทางนี้เร็ว สภาคาถาเรียกรวมตัวทางนั้น”

 

 

 

.คริสหันไปมองเส้นทางที่ซิลเวอร์บอกก่อนจะพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับตามไปติดๆ ระหว่างทางพบเห็นเพื่อนร่วมชั้นก็หลายคน บ้างต่อสู้บ้างเป็นศพไปแล้ว สงครามครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำไมสภาคาถาเรียกรวมตัวในยามคับขันแบบนี้ ถ้าไม่รวมตัวกันเพื่อร่ายมหึมาคาถาแล้วจะอะไร

 

 

 

“ขอแสดงความขอบคุณที่ทุกคนรอดมาได้จนถึงตอนนี้ เอาละ! พิธีของเราจะเริ่มแล้วประจำที่กันได้เลย เด็กๆที่เพิ่งมาถึงให้ไปหาศาสตราจารย์ฟิกทางด้านนั้น”

 

 

 

เมื่อคริสและซิลเวอร์มาถึงคนของสภาคาถาก็เรียกจัดการและชี้ทางแก่พวกเขาและคนที่เพิ่งมาถึงพร้อมกันอย่างรวดเร็ว คริสไปหาศาสตราจารย์ฟิกผู้ที่เคยสอนในชั้นเรียนคาถาตอนที่เขาเรียนอยู่ปีที่สี่ทันทีอย่างรวดเร็ว

 

 

 

“พวกเรามีหน้าที่คุ้มกันให้สภาคาถาร่างคาถานี้ให้สำเร็จ ทุกคนกระจายออกไปเป็นวงกลมล้อมพวกเขาที่กำลังทำพิธีเอาไว้ จำไว้! เพื่ออนาคตของลูกหลาน แม้ตายก็ห้ามถอย ห้ามให้พวกเวรนั่นได้ในสิ่งที่พวกมันต้องการ ไปได้!”

 

 

 

คริสรีบไปประจำที่ของตนอย่างรวดเร็วโดยมีซิลเวอร์อยู่ข้างๆ ไม่มีเวลาให้พูดคุยกันแม้แต่น้อย เส้นสายคาถาสีแดงลอยเข้ามาไม่มีหยุดเพื่อยับยั้งการร่ายคาถาของสภาคาถาไม่ให้สำเร็จ คริสตวัดไม้ศักดิ์สิทธิ์ของตนเองอย่างไม่มีหยุดพักพร้อมคาถาที่หลุดออกมาจากปากเรื่อยๆ แม้จะกลัวตายแต่ก็ไม่มีการถอยกลับไป เขากล่าวกับตนเองอยู่ตลอดว่าต้องรอด!

 

 

 

ปัง!!

 

 

 

“แย่แล้ว!”

 

 

 

ในระหว่างนั่นเองหญิงสาวที่มีอายุประมาณสิบเก้าปีที่ทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันร่วงล้มลงสู่พื้นแน่นิ่งไม่ไหวติงพร้อมกับเส้นแสงของคาถามากมายที่โจมตีคนของสภาคาถาที่กำลังร่ายคาถาอยู่เกิดเป็นการผิดพลาดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

 

 

“ทุกคนใช้คาถาหายตัวหนีไป! พีธีไม่เสถียรแล้ว!”

 

               

 

ศาตราจารย์ฟิกตะโกนก้องบอกแก่นักเรียนบางคนที่อาจจะยังไม่รู้เรื่องราว พวกผู้ใหญ่บางคนหายตัวไปก่อนแล้วก็มี ความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คริสรับรู้ได้ถึงไอสีม่วงมหึมาจากการร่ายคาถาของพวกสภาคาถาที่มันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

 

                

 

บางคนหนีไปได้บางคนถูกคาถาที่โจมตีเข้ามาสังหารทันทีเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้น พวกผู้ใหญ่พากันหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งคริสก็อยากจะหายตัวไปหากแต่ตนเองยังคงอึ้งกับไอสีม่วงที่แผ่ออกมาอย่างงงงัน แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น

 

 

 

ปัง!

 

 

 

คริสรู้สึกว่าตนเองล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง สมองอื้ออึงไปหมดได้ยินเสียงซิลเวอร์ร้องเรียกหากแต่กลับไกลเหลือประมาณ สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือเส้นสายสีฟ้าที่ลอยเข้ามาปะทะอย่างรวดเร็ว ประมาทเพียงแค่เสี้ยววิทำให้คนที่อยู่ในช่วงเวลาคับขันตายได้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

 

ไอสีม่วงค่อยๆคลืนกินร่างของคริสเข้าไปอย่างช้าๆ ทุกคนที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ในบริเวณดังกล่าวใช้คาถาหายตัวหลบหนีไปนานแล้ว ซิลเวอร์ที่ยังไม่ไปไหนร่ายคาถาสะท้อนกลับอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อเหลือแต่เขาเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ จะให้เขาหนีไปได้ยังไงในเมื่อคริสยังนอนอยู่ที่พื้น แม้จะป็นศพเขาก็ต้องพาคริสกลับไปด้วยให้ได้ แม้เขาจะถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามไม่หยุดยั้งแต่เขาก็จะไม่ทิ้งคริสเด็ดขาด

 

 

 

แม่มันฆ่าเขาแน่!

 

 

 

ซิลเวอร์ตัดสินใจกระโดดเข้าไปในไอสีม่วงทันทีอย่างรวดเร็ว ภายในใจกู่ร้องว่าตัวเองบ้าไปแล้ว แต่เป็นไงเป็นกัน! เขาเห็นว่าคริสถูกแสงสีฟ้าปะทะเข้าใส่ไม่ใช่สีแดง ยังไงคริสก็ยังไม่ตาย สองคนมันดีกว่าตัวคนเดียวอยู่แล้ว!

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

“เฮ้! ตื่นได้แล้ว! นายจะหลับอีกนานไหม ฉันแก้คำสาปแล้วเว้ย จะทิ้งฉันพูดคนเดียวหรือไง”

 

 

 

ได้ยินเสียงเอะอะอะไรบางอย่างลอยเข้ามาในหู คริสขยับยุกยิกทันทีเนื่องจากรำคาญเป็นอย่างมาก แต่เมื่อสมองที่ตื่นเต็มที่แล้วทำงานอย่างรวดเร็วก็ทำให้เขาลืมตาขึ้นพร้อมกับเด้งตัวลุกขึ้นนั่งในทันที

 

 

 

สงคราม! แถมเขายังถูกคาถาปะทะเข้าใส่เต็มๆ!

 

 

 

“ตื่นได้สักที” ซิลเวอร์ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมองดูคริสแล้วไม่ได้เป็นอะไรมาก หากแต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ดีนัก

 

 

 

“ซิลเวอร์?”

 

 

 

คริสมองซ้ายมองขวาสำรวจไปทั่วเนื่องจากเมื่อครู่เขาอยู่ในสนามรบ เมื่อรู้สึกตัวก็เริ่มประเมินสถานการณ์ทันทีด้วยความเคยชิน แม้จะรู้ว่าตัวเองไม่ตายแน่เพราะเส้นแสงคาถาที่ปะทะตัวเขาเป็นสีฟ้าลักษณะของคาถาที่ไม่รุนแรงหากแต่ก็ไม่อาจดูเบาได้

 

 

 

คริสถอนหายใจอย่างโล่งอกเนื่องจากบริเวณรอบด้านเงียบสงบมองไปทางไหนมีแต่ต้นไม้กับต้นไม้ ที่นี้คือป่ารกทึบดีๆนี่เอง แม้จะเป็นตอนกลางวันหากแต่แสงก็ไม่ค่อยเล็ดลอดเข้ามาได้นักทำให้ป่าแห่งนี้รกทึบน่ากลัวเป็นอย่างมาก หากแต่เขาเป็นใคร? เขาคือพ่อมดที่ผ่านสงครามมาแล้ว แค่นี้ไม่ทำให้คริสเกิดความกลัวใดๆแม้แต่น้อย

 

 

 

“เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง นายพาฉันหายตัวมาเหรอ?”

 

 

 

คริสหันไปถามคำถามซิลเวอร์ทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่าสถานที่แห่งนี้มันดูแปลกๆ การใช้คาถาหายตัวนั้นทุกคนต้องบรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น สถานที่ที่เป็นที่หมายปลายทางคือสถานที่ที่ผู้ใช้คาถาเคยไปเยือนมาแล้วหรืออยู่ในความทรงจำ แต่ป่าแห่งนี้คริสแน่ใจว่าซิลเวอร์ไม่น่าจะรู้จักแน่นอน ตั้งแต่เด็กพวกเขาก็รู้จักกันเป็นเพื่อนบ้านพ่อมดแม่มดกันแล้ว เป็นเพื่อนสนิทที่ตัวติดกันตลอด ไปไหนไปด้วยกัน ไม่มีทางที่ซิลเวอร์จะมีสถานที่แบบนี้ในความทรงจำแน่นอน!

 

 

 

“ฉันก็ไม่รู้ ไอสีม่วงพาเราสองคนมาที่นี้ ดูเหมือนมันจะกลืนกินแค่สิ่งมีชีวิตเท่านั้นเพราะฉันไม่เห็นศพใครเลยนอกจากเราสองคนที่มีชีวิตอยู่”   ซิลเวอร์พูดในข้อสัณนิฐานของตัวเองออกมาอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งรู้มากพวกเขายิ่งปลอดภัย

 

 

 

“นายล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย ไอ้พวกสภาคาถามันร่ายคาถาเวรอะไรของมันวะ แม่ง!”   คริสสบถอย่างหัวเสีย เขารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดหากแต่ถูกไอสีม่วงส่งมาอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่อาจทราบได้

 

 

 

“ฉันลองแบกนายตอนที่ยังไม่ตื่นใช้คาถาหายตัวเพื่อกลับไปที่บ้านดูแล้วแต่ฉันไม่สามารถกลับไปได้เลย ไม่ใช่แค่ที่บ้าน ที่โรงเรียนก็ด้วย แม้แต่สนามรบที่เราเพิ่งจากมาฉันก็พานายกลับไปไม่ได้”

 

 

 

ข้อมูลใหม่ที่ซิลเวอร์เพิ่งพูดออกมาทำให้คริสได้แต่นั่งอึ้งไม่สามารถพูดออกมาได้ประมาณสามนาที 

 

 

 

ความคิดเห็น