ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทที่ 1

หลินเจียวเจียว หญิงสาวที่ร้ายกาจของหมู่บ้าน เป็นคนปากร้ายนิสัยไม่ดี เธอไม่คิดที่จะทำอะไร งานในกองพลน้อยก็ไม่อยากทำเพราะกลัวผิวจะเสีย กลัวจะหาสามีดีๆ ไม่ได้ ครอบครัวเธอก็ไม่ได้บังคับลูกสาวคนนี้ให้ทำงาน ดีหน่อยที่เธอยังยอมเรียนหนังสือจนจบมัธยมปลาย เธอมีพี่ชาย 2 คน พี่ชายทั้งสองคนไม่ต่างจากคนเป็นพ่อและแม่ ที่รักน้องสาวคนนี้ดั่งแก้วตาดวงใจ 

หลินต้าจินและหลินตงหนิงนั้นตามใจน้องสาวคนนี้มากไม่ว่าเธออยากจะได้อะไรก็พยายามสรรหามาให้เธอทุกอย่าง พี่ชายคนโตนั้นอายุ 25 ปี ทำงานที่โรงงานยาสูบ ส่วนพี่ชายคนรองทำงานที่กองพลน้อยไม่ยอมไปทำงานโรงงานเหมือนกับพี่ใหญ่ของเขา เพราะเขาต้องการที่จะดูแลพ่อกับแม่ที่เริ่มจะอายุมาก ครอบครัวหลินมีกันอยู่ 5 คนทั้งครอบครัว พี่ชายทั้งสองคนยังไม่ยอมที่จะแต่งงาน ทั้งสองคนกลัวว่าคนที่เป็นภรรยาจะเข้ากับพ่อแม่และน้องสาวของพวกเขาไม่ได้ 

แต่แล้ววันหนึ่งอยู่ๆ น้องสาวกลับบอกกับทุกคนในวันปีใหม่ว่า 

“พ่อ แม่ พี่ใหญ่ พี่รอง ฉันต้องการที่จะแต่งงานกับพี่เฉินหยาง ทุกคนช่วยฉันได้ไหม” หลินเจียวเจียวบอกความต้องการของเธอออกไป วันนี้เธอได้พบหน้ากับซ่งเฉินหยางที่สหกรณ์ของตำบล เขาน่าจะกลับมาบ้านช่วงปีใหม่นี้ เธอเห็นชายหนุ่มครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วก็ชอบเขาทันที พี่เฉินหยางของเธอนั้นหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างกำยำ ที่สำคัญยังเป็นทหารอีกด้วย ผู้หญิงในหมู่บ้านนี้มีใครบ้างไม่อยากแต่งให้กับเขา หากได้แต่งงานกับเขาคงจะดีไม่น้อย 

“เจียวเจียวแต่ว่าน้องพึ่งจะอายุ 16 เองนะ จะรีบแต่งไปไหน พี่ว่าไม่ดีหรอก” หลินต้าจินที่ได้กลับบ้านมาช่วงปีใหม่บอกกับน้องสาว เขาคิดว่าเจียวเจียวนั้นอายุยังน้อยไม่ควรที่จะต้องรีบแต่งงาน 

“นั่นซิเจียวเจียว พี่รองเห็นด้วยกับพี่ใหญ่นะ” หลินตงหนิงก็เห็นด้วยกับพี่ใญ่ 

“พวกพี่ไม่รักฉันแล้วใช่ไหม ถึงไม่อยากให้ฉันแต่งงาน ทำไมละก็ฉันชอบพี่เฉินหยางนี่ พวกพี่ไม่ต้องมาห้ามฉันเลย ยังไงฉันก็จะแต่งกับเฉินหยาง หากพวกพี่ไม่ช่วยไม่สนับสนุน ฉันก็จะหาวิธีเอง” เจียวเจียวไม่พูดเปล่าเธอเดินกระแทกเท้าออกจากโต๊ะอาหารไป ไม่สนใจว่าทุกคนจะรู้สึกยังไงกับการกระทำของเธอ ทุกคนได้แต่มองการกระทำของหลินเจียวอย่างเศร้าใจ หลินเหวินเทาคนเป็นพ่อและจางย่าเจียวคนเป็นแม่ได้แต่นั่งน้ำตาตกใน เพราะความที่มีลูกสาวคนเดียวและยังเป็นคนสุดท้องที่คนทั้งบ้านได้แต่ตามใจมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย จนทำให้หลินเจียวเจียวที่โตขึ้นมากลายเป็นสตรีร้ายกายนิสัยเอาแต่ใจแบบนี้ 

“พ่อ แม่ อย่าเสียใจเลยผมว่าน้องเล็กคงไม่คิดจริงจังหรอก เดี๋ยวสักหน่อยก็คงจะลืม” หลินต้าจินเอ่ยปลอบพ่อกับแม่ 

“นั่นซิครับ ผมก็คิดแบบพี่ใหญ่เหมือนกัน น้องเล็กคงเห็นพี่เฉินหยางกลับมาบ้าน เธอถึงได้พูดแบบนั้นออกมา” หลินตงหนิงรู้มาตลอดว่าน้องสาวของเขานั้นหลงรักพี่เฉินหยางมาตั้งแต่ปีใหม่ปีที่แล้ว เขาไม่คิดว่าน้องสาวจะฝังใจจนอยากที่จะแต่งงานด้วยแบบนี้ คิดว่าแค่รัก ชอบแบบเด็กสาวทั่วไป 

“แม่ก็ขอให้เป็นแบบนั้นนะลูกใหญ่ ลูกรอง แม่กลัวว่าเจียวเจียวจะไม่คิดแบบนั้นนะซิ กลัวเธอจะทำอะไรที่ร้ายแรงลงไป ลูกทั้งสองคนอย่าลืมนะว่าถึงแม้ซ่งเฉินหยางจะเป็นคนดี แต่ว่าแม่ของเขาร้ายกาจมาก หากว่าเจียวเจียวแต่งเข้าไป ด้วยนิสัยของเธอแม่ว่าคงจะอยู่ที่บ้านนั้นลำบาก” 

จางย่าเจียวเธอไม่คิดจะกีดกันหรือห้ามลูกสาวหากว่าซ่งเฉินหยางรักใคร่กับลูกสาวเธอ แต่นี่ลูกสาวเธอรักเขาฝ่ายเดียว หากเจียวเจียวของเธอคิดจะทำอะไรไม่ดีจนได้แต่งเข้าไปในบ้านซ่ง แล้วลูกสาวเธอจะอยู่ยังไง เธอไม่อยากจะคิดเลย แต่แล้วไม่นานสิ่งที่เธอคิดก็เป็นจริงขึ้นมา 

วันหนึ่งหลินเจียวเจียวเห็นซ่งหยางเฉินเดินไปที่ลำธารเพื่อที่จะว่ายน้ำตามปกติที่เขามักจะทำประทุกคืนตอนที่ลากลับมาบ้าน คืนนี้หลินเจียวเจียวจึงสบโอกาสเธอไปดักรอเขาที่ลำธาร เมื่อเห็นว่าซ่งเฉินหยางมาแล้วเธอก็รีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดแล้วเดินเข้าไปสวมกอดเขา ซ่งเฉินหยางที่ปกติก็ไม่เคยที่จะคุยกับเธออยู่แล้วจึงได้รีบสะบัดเธอออกจากตัว แต่เพราะแรงของเขาจึงทำให้หลินเจียวเจียวกระเด็นไปโดนก้อนหินก้อนใหญ่จนทำให้เธอเจ็บจนจุก แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นคือดันมีชาวบ้านผ่านมาเห็น ซ่งเฉินหยางจึงทำได้เพียงกอดซ่งเจียวเจียวไว้ในอ้อมแขนเพื่อบดบังร่างกายเธอไม่ให้คนอื่นเห็น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้จักเธอเป็นการส่วนตัว แต่เพราะความเป็นสุภาพบุรุษของตัวเอง ซ่งเฉินหยาวจึงต้องทำเพื่อปกปิดร่างกายของหลินเจียวเจียว และการกระทำในครั้งนี้ทำให้เขาต้องส่งแม่สื่อมาสู่ขอหลินเจียวเจียวไปเป็นภรรยาโดยไม่ฟังเสียงการคัดค้านจากของครอบครัวเขา 

ความร้ายกาจของหลินเจียวเจียวยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เธอรู้ว่าซ่งเฉินหยางไม่ได้คิดอะไรกับเธอ คืนแต่งงานเธอจึงวางยาปลุกกำหนัดกับเขา เพื่อที่คนที่เป็นสามีจะได้มีความสัมพันธ์ทางกายกับเธอ หลังจากคืนแต่งงานได้เพียงสามวัน ซ่งเฉินหยางก็ต้องกลับไปที่กรมทหาร หลังจากนั้นสองเดือนหลินเจียวเจียวก็รู้ว่าตัวเองตั้งท้องเธอจึงเขียนจดหมายบอกกับสามี ซ่งเฉินหยางไม่ได้กลับมาที่บ้านอีกเลยจนหลินเจียวเจียวคลอดลูกแฝดเป็นชายหญิงให้แก่เขา บ้านซ่งนั้นตั้งแต่หลินเจียวเจียวแต่งเข้ามาบ้านก็ไม่ค่อยจะสงบเท่าไหร่ เพราะแม่ของซ่งเฉินหยางต้องการให้ลูกชายแต่งงานกับซูเย่วอิงลูกสาวของผู้นำหมูบ้าน จางเหมยจูแม่ของซ่งเฉินหยางจึงคอยกลั่นแกล่งและด่าว่าหลินเจียวเจียวอยู่เป็นประจำ แต่เธอไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่จะให้แม่สามีและเหล่าพี่สะใภ้คอยกลั่นแกล้ง เธอเลือกที่จะเอาคืนทุกครั้ง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบ้านซ่งถึงไม่สงบสุขเลยตั้งแต่เธอแต่งงานเข้ามา 

ซ่งเฉินหยางรักลูกทั้งสองคนมาก แต่ต่างกับหลินเจียวเจียวที่เขาเลือกที่จะเงียบและเย็นชาเหมือนเดิม จนหลินเจียวเจียวคิดว่าเขาคงไม่รักเธอจริงๆ ในวันที่ซ่งเฉินหยางกลับมาตอนที่ลูกทั้งสองคนได้สองขวบ ก็เกิดเหตุการณที่ทำให้ต้องแยกบ้าน เพราแม่ของเขาไม่ยอมให้ลูกๆ เขากินอาหารดีๆ ทั้งๆ ที่เขาส่งเงินค่าอาหารของครอบครัวเขาให้กับแม่ทุกๆ เดือน ซ้ำแม่ยังให้ซูเย่งอิงยังมาเกาะแกะวุ่นวายกับเขาอีก รู้ทั้งรู้ว่าเขามีภรรยาและลูกแล้วแต่ก็ยังทำ ซ่งเฉินหยางจึงขอแยกบ้านเพื่อตัดปัญหาและส่งสารลูกๆที่ไม่ค่อยจะได้กินของดีๆ 

หลังจากที่แยกบ้านแล้ว ไม่นานซ่งเฉินหยางก็กลับไปที่ค่ายทหารที่เขาประจำการอยู่ นิสัยของหลินเจียวเจียวกลับแย่ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เธอไม่สนใจลูกน้อยทั้งสองคนใช้เงินที่สามีส่งมาให้ซื้อของให้กับตัวเอง แต่ลูกน้อยทั้งสองคนเธอกลับเอาไปฝากไว้ที่บ้านแม่ของเธอปล่อยให้ผู้เป็นตา ยาย และลุงรองช่วยเลี้ยง ยิ่งเธอคิดว่าซ่งเฉินหยางไม่รักเธอมากเท่าไหร่เธอยิ่งไม่สนใจลูกมากขึ้นเท่านั้น เธอมองว่าสามีรักแต่ลูกๆ แต่กลับไม่รักไม่สนใจเธอทำให้เธอไม่ชอบลูกทั้งสองคนมากขึ้น 

จนวันนี้วันที่เธอคิดได้ ว่าลูกๆ ของเธอทั้งสองคนน่ารักขนาดไหน อายุเพียงแค่ 4 ขวบ สามารถดูแลเธอได้ตอนที่เธอป่วย เมื่อเธอตัวร้อนจัดสองคนพี่น้องจูงมือกันวิ่งไปบ้านตา ยาย เพียงเพื่อไปบอกว่าแม่ของเขาตัวร้อน 

“ตาขา ยาขา แม่ตัวร้อน ไปดูแม่หน่อย” ซ่งเหมยจูเป็นคนบอกกับยายพร้อมน้ำตา ส่วนซ่งจื้อผิงพยักหน้ารับกับคำพูดพี่สาว เด็กน้อยทั้งสองคนจูงมือพาตา ยาย มาดูแลที่ตัวร้อน ไม่นานพี่ชายทั้งสองก็ตามมา ตอนนี้หลินเจียวเจียวตัวร้อนป่วยหนักแทบที่จะคุมสติไม่อยู่แล้ว ลมหายใจเธอแผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนในที่สุดร่างของเธอก็หมดลมหายใจ 

หลินเจียวเจียวเธอสำนึกในสิ่งที่ตัวเองทำก็สายเกินไปแล้ว เธอมองลูกน้อยทั้งสองคนร้องให้กอดเธอ ไหนจะพ่อ แม่ พี่ใหญ่พี่รองของเธออีก ทุกคนคิดว่าเธอเพียงแค่ป่วย คิดว่าเธอยังไม่สิ้นใจ ยังร้องให้เสียใจขนาดนี้ เธอรู้ว่าทั้งหมดรักเธอมากแค่ไหน เธอเสียใจกับความร้ายกาจและไม่มีเหตุผลของเธอ 

“พ่อ แม่ พี่ใหญ่ พี่รอง ฉันสำนึกผิดแล้ว ฉันรู้แล้วว่าไม่มีใครรักฉันไปกว่าครอบครัวของฉันอีกแล้ว” 

“ลูกจ๋า แม่ขอโทษ แม่รักลูกทั้งสองคน แม่ผิดไปแล้วใจแม่มืดบอดถึงไม่เคยจะสนใจหนูทั้งสองคนเลย” หลินเจียวเจียวเสียใจกับการกระทำของตัวเองตลอดมา 

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายหากฉันมีโอกาสที่จะได้เกิดใหม่ ฉันขอที่จะกลับมาเป็นคนเดิมได้หรือไม่ ใครก็ได้ช่วยฉันที จากนั้นร่างโปรงแสงค่อยๆ หายไปจากตรงนั้น 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น