ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 การพบเจอที่น่าหลงใหล กับใจที่หล่นหาย ตอนที่ 1 4/12/16

ชื่อตอน : บทที่ 5 การพบเจอที่น่าหลงใหล กับใจที่หล่นหาย ตอนที่ 1 4/12/16

คำค้น : สราภรณ์, คุณน้อย, ผู้ชายในชีวิต, ชลชินี, สุพรเพ็ญ, ภาวิณี

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2559 12:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 การพบเจอที่น่าหลงใหล กับใจที่หล่นหาย ตอนที่ 1 4/12/16
แบบอักษร

ทั้งสองคนมาถึงงานสายไปเกือบ 1 ชั่วโมงเดินเข้าไปในงาน คู่ของเขาได้รับการต้อนรับด้วยแสงแฟลชวูบวาบถี่ยิบ อรุณฤทธิ์เลยหยุดเดิน โอบประคองภรรยาแล้วโพสต์ท่าให้นักข่าวทั้งสายบันเทิงและธุรกิจถ่ายรูปกันอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสายตาของแขกในงานที่มองทั้งชื่นชม เฉยๆ และริษยา สราภรณ์ไม่คิดถึงสิ่งอื่นที่เป็นเรื่องนอกกาย รับรู้แต่ว่าตัวเองสุขใจที่ได้เคียงข้างกับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นสามีที่ดีของหล่อน เขาให้ทำสิ่งใด หล่อนทำตาม เพราะเรียนรู้แล้วว่าสามีจะทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับหล่อนเสมอ อรุณฤทธิ์ตอบคำถามนักข่าวสายธุรกิจถึงงานใหม่ที่ประมูลได้ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่มาก เขาตอบอย่างมีอารมณ์ขัน ความหล่อและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ทำให้อรุณฤทธิ์เป็นที่รักของนักข่าวหลายคน บางค่าย บางสำนักพิมพ์ จึงมีการเขียนยกย่องในฐานะนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง สำหรับสราภรณ์ หล่อนวางตัวดีตลอด ทำให้เป็นที่ชื่นชมของคนส่วนมาก แม้จะมีบางคนมองว่าหล่อนสวยใส ไร้สมอง แต่ก็เป็นคำพูดที่หล่อนไม่เคยเก็บมาใส่ใจ เพราะเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ที่ได้แสนยากเย็นเป็นของหล่อน และได้มาด้วยความสามารถ ดังนั้น ใครจะว่าอย่างไรหล่อนวางเฉยตลอดอย่างคนที่มั่นใจในตัวเอง ท่านผู้หญิงอนงค์นาถยืนมองอย่างยินดี เพราะอรุณฤทธิ์เป็นหลานชายสุดที่รักของท่าน

ด้วยเป็นทั้งหลานที่ท่านโอบอุ้มเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก เคียงคู่มากับบุตรชายที่เงียบขรึม เมื่ออรุณฤทธิ์จะแต่งงาน ท่านก็เป็นเถ้าแก่สู่ขอตกแต่งให้ ผ่านงานแต่งที่สร้างชื่อให้ท่านในฐานะแม่งานได้ไม่กี่เดือน บุตรชายก็กลับมาทำให้ท่านปลื้มใจอีกครั้ง ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้า พร้อมตา

“สวัสดีครับคุณป้า”

 “ตาเอก คุณน้อย ดูสิ! ป้าคิดว่าเราจะเกไม่มางานน้องเสียแล้ว  ตาปอถามหาแน่ะ! มาถึงถามถึงตาเอกทันที เสียใจที่ไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานของเรา”

ท่านผู้หญิงอนงค์นาถกล่าวไป พร้อมโอบกอดอรุณฤทธิ์ ก่อนหันมาหอมแก้มหล่อน สามีของหล่อนหันมารอบๆ ก่อนถามขึ้นมาเมื่อมองไม่เห็นเป้าหมาย

”แล้วนี่...”

“โน่นแน่ะ เพื่อนๆ ยายอ้อพาไปสัมภาษณ์อยู่ ...คุณน้อยคงไม่เคยเห็นตาปอสินะ เขาไปทำด็อกเตอร์อยู่ที่อังกฤษ แต่เป็นทางโบราณคดีนะจ๊ะ ตอนวันแต่งงานของตาเอก ก็มัวไปขุดดินที่อียิปต์”

            สราภรณ์ฟังไป ก็ยิ้มและพยักหน้าให้ถูกจังหวะ เพราะท่านผู้หญิงเป็นคนพูดเก่ง หล่อนเลยไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ฟังอย่างเดียว ตามองตามสามีไปอย่างรักใคร่ เมื่อเขาทำท่าทีว่าขอไปตามฐาปกรณ์ หล่อนแอบพยักหน้ารับทราบ ก่อนหันหน้ามา เมื่อได้ยินเสียงเรียก

“น้อยจ๊ะ”

“พี่หนึ่ง คุณพ่อ”

สราภรณ์อุทาน ก่อนยิ้มอย่างยินดี ตั้งแต่แต่งงานมา หล่อนเพิ่งจะพบหน้าคนทั้งคู่ ในวันนี้ จนหล่อนแปลกใจว่า ทำไมถึงไม่เจอคนทั้งคู่เลยแม้จะโทรนัดก็ยังไม่มีช่วงเวลาให้กัน จนดูเหมือนหล่อนถูกทอดทิ้งจากคนทั้งคู่

“ใจดำกันจังเลย ไม่มาหาน้อยเลยนะคะ”

เสียงหวานใส ของบุตรสาว ทำให้ผู้เป็นพ่อยกมือ อย่างยอมรับผิด เมื่อสราภรณ์ แต่งงานผู้เป็นพ่อถือว่า ได้ปลดภาระอันหนักอึ้งออกจากตัว แล้ว ท่านจึงเดินทางท่องเที่ยวทันที ตามที่เคยเปรยไว้ มีเพียงโทรมาคุย 2 ครั้ง สราภรณ์มองผู้เป็นบิดา และพี่ชายทักทายท่านผู้หญิง พี่หนึ่งโอบหล่อนเข้าไปกอดแนบอก ในขณะที่อธิบายถึงข้อมูล ที่ท่านผู้หญิงสนใจ อ้อมแขนของพี่หนึ่งยังคงเหมือนเดิม ให้ความรู้สึกอันอบอุ่นของคนในครอบครัว หล่อนเอนศีรษะอิงไหล่พี่หนึ่ง อย่างสบายๆ เหมือนที่เคยทำ โดยไม่ทราบว่าตัวเองได้ตกอยู่ ในสายตาตะลึงงันของบุรุษสุดหล่อนายหนึ่ง สายตาของสราภรณ์ทอดมองคุณปพน พลางคิดว่าทั้งผู้เป็นพ่อและพี่ชายช่างน่ามอง ชื่นชมความดูดี หน้าตาดี บุคลิกดี ท่าทางเจนสมาคม มาดมั่นในตนเอง สราภรณ์ภาคภูมิใจ ในครอบครัวของหล่อนมาก

ข้อเสียมีเพียงอย่างเดียวคือความเสเพลที่มีกันอย่างล้นเหลือ เมื่อไรพี่หนึ่งจะแต่งงานเสียที ฟังเขาคุยเพลิน ก่อนสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อมีมือคุ้นเคยแตะไหล่เปลือย หันไปมองก่อนยิ้มให้อย่างยินดี ยิ้มของหล่อนจึงเลยเผื่อไปที่คนข้างๆ ก่อนจะรู้สึกวูบไหวอย่างรุนแรง เมื่อสบตาดำสนิทที่อยู่บนใบหน้าที่หล่อและเซ็กซี่อย่างสุดๆ  ในความรู้สึกของหล่อน สราภรณ์รู้สึกเข่าอ่อนยวบ แต่พยายามตั้งสติ มีแวววูบไหวในแววตาเขาแล้วหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนดั่งว่าไม่เคยเกิดขึ้น จนหล่อนคิดว่าตาฝาด แววตาของเขานิ่งสงบและดูเป็นมิตร อรุณฤทธิ์ ทำความเคารพคุณปพนและพลวัฒน์ พร้อมกับแนะนำฐาปกรณ์ให้ทั้งสองรู้จัก สราภรณ์รู้สึกว่า ฐาปกรณ์จะทำดีเป็นพิเศษกับบิดาและพี่ชายของหล่อน เมื่อทราบว่าเขาเป็นใคร

“คุณน้อยจ๊ะ นี่ปอ ฐาปกรณ์ เพื่อนและญาติสนิทของผม”

หล่อนพนมมือไหว้เขาอย่างงดงาม เขามองหล่อนนิ่ง

“ปอ นี่คุณน้อย สราภรณ์ พี่และเพื่อนสะใภ้ของนาย”

เขารับไหว้ พร้อมมองหล่อนนิ่งๆ ก่อนคว้าตัวสราภรณ์ ไปกอดแบบแนบแน่นและจูบหน้าผากของหล่อน ท่ามกลางความตะลึงของเจ้าตัว สัมผัสของเขาร้อนรุ่มเหมือนไฟ ในขณะที่สามีของหล่อนยืนหัวเราะชอบใจ คุณพ่อและคุณป้าหญิงต่างยิ้มๆ พร้อมมองอย่างเอ็นดู แต่พี่หนึ่งกลับขมวดคิ้ว แววตาคมดุวาบขึ้นมาก่อนจางหายไป เมื่ออรุณฤทธิ์ซึ่งแสดงบทบาทของสามี ที่รักหวงภรรยามาตลอดยืนหัวเราะมองด้วยสายตาอ่อนโยน

ต่อมาหล่อนจึงรู้ว่า พี่หนึ่งดูคนเก่งที่สุด และเป็นคนแรกที่รู้ว่า       ฐาปกรณ์คิดอย่างไรกับหล่อน ก่อนที่ตัวหล่อนและอรุณฤทธิ์จะรู้ เพียงแต่พี่หนึ่งให้ความเชื่อถือว่า ทั้งอรุณฤทธิ์และหล่อนจะจัดการกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

“บ๊ะ !!! เหลือเกินจริงๆ นะแก ไม่เสียทีที่ไปอยู่เมืองนอกเสียนาน แค่นี้นะ อย่ากอดนาน คนนี้สุดหัวใจของฉัน”

สราภรณ์รู้สึกวูบไหว จนต้องวางมือบนอกซ้ายของสามี แรงเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอของเขาทำให้หล่อนสงบขึ้น หล่อนรักอรุณฤทธิ์มาก

มันเป็นความรักจากหัวใจจริงๆ ของสราภรณ์ จนไม่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหน มีใครมากมายเพียงใดในชีวิต อรุณฤทธิ์อยู่ในหัวใจหล่อนตลอดเวลา สามีสุดที่รักของหล่อน ก้มลงมองหน้าหล่อนแล้วยิ้มให้

“ต้องทำใจหน่อยนะจ๊ะ เจ้าปอเขาคุ้นกับตะวันตก เลยหรั่งจ๋าไปหน่อย”

สราภรณ์ยิ้มเซียวๆให้ และไม่กล้ามองฐาปกรณ์อีกเลย หล่อนรู้สึกตัวตลอดเวลาว่า ตัวหล่อนอยู่ในสายตาที่แสนแปลกของเขา เขาจ้องหล่อนด้วยตาคมเหมือนเหยี่ยวจ้องกระต่ายตัวน้อยจนหล่อนไม่กล้าสบตาเขา เพราะรู้สึกว่ามันเป็นหลุมพรางทางอารมณ์อันชั่วร้าย หากหล่อนหลวมตัวตกลงไป แต่เรือนร่างของหล่อนร้อนวูบวาบไปหมด อุปทานว่าโดนลูบไล้จากมือร้อนผ่าวที่มีอาการสั่นเล็กน้อย เมื่อเขาสัมผัสผิวเปลือยด้านหลังของหล่อนตอนที่คว้าตัวหล่อนไปกอด หล่อนพยายามฝืนตัวเองที่จะวางตัวตามปกติ พูดคุยกับผู้เป็นบิดาและพี่ชายอย่างชื่นบาน

“คุณปอคะ”

เสียงหวานใสเรียกก่อนที่เจ้าหล่อนจะพาร่างในอาภรณ์หรูหรามากระแซะข้างกายของฐาปกรณ์

“ครับ”

 ฐาปกรณ์รับคำอย่างสุภาพ แม้ในใจจะหงุดหงิด เขารู้สึกเหมือนตัวเองตกนรก มันเป็นนรกทางอารมณ์ และมันกำลังฆ่าเขาทีละน้อย สุดแสนจะเสียดายว่าทำไมไม่เป็นเขานะที่เจอสตรีนางนี้เป็นคนแรก หากมิใช่ว่าหล่อนเป็นภรรยาของอรุณฤทธิ์ผู้มีศักดิ์เป็นน้อง แต่อายุมากกว่า เขาจึงเรียกพี่และเป็นพี่ที่เขาสนิทสนมรักใคร่เติบโตมาด้วยกัน เขาจะยอมปีนต้นงิ้ว ทุกครั้งที่คนทั้งสองสัมผัสกัน ทุกครั้งที่เห็นหล่อน มองอรุณฤทธิ์ด้วยสายตารักใคร่ เขารู้สึกเหมือนหัวใจดิ่งวูบ ลงสู่หุบเหวที่ทั้งลึก มืดและเหน็บหนาว ผ่านโลกผ่านชีวิต และผู้หญิงมามากมาย ไม่คิดว่าจะมาเจอสภาพเช่นนี้ เขายอมเคลื่อนกายไปตามมือที่ดึง พยายามฉีกรอยยิ้มเพื่อมรรยาท

“เราไปทางโน่นก่อนนะเอก เดี๋ยวคุยกัน”

อรุณฤทธิ์พยักหน้าและยิ้มล้อเลียนให้ ตลอดเวลาที่เต้นรำกับผดาชไม ฐาปกรณ์มองดูสราภรณ์ที่พูดคุยหัวเราะ กระซิบกระซาบในอ้อมแขนของอรุณฤทธิ์ด้วยแววตาหิวกระหาย แต่เขาพยายามหรี่ตาลง ใช้ขนตายาวงอนที่บรรดาสตรีที่ใกล้ชิดพากันอิจฉาปิดบังไว้ ท่าทางที่หล่อนอิงศีรษะกับไหล่พี่ชาย ซุกตัวในอกของบิดา ทำให้เขารู้ว่า หล่อนเป็นลูกแมวที่ขี้อ้อน อยากเป็นคนที่หล่อนออดอ้อนจังเลย ทุกคนดูรักและเอ็นดูหล่อนอย่างที่สุด หากเขาเป็นคนเหล่านั้น เขาก็คงรักและเอ็นดูหล่อนยิ่งกว่าที่ใครจะคาดคิดได้ พระเจ้า...นี่เขาเป็นอะไรไป ผู้หญิงคนนี้มีสามีแล้ว และเขาเพิ่งจะเจอหล่อนเป็นครั้งแรก หัวใจของฐาปกรณ์วาบหายจนเขาอยากจะทรุดกายลงนั่ง

“ไม่เอาค่ะพี่เอก...น้อยเสียเปรียบสิคะ”

เสียงเง้างอนน้อยๆ ของหล่อนเขาฟัง แล้วรู้สึกประทับใจอย่างประหลาด ช่างเป็นผู้หญิงที่ถูกตาถูกใจเขาไปเสียหมด ฐาปกรณ์สบตาอรุณฤทธิ์ซึ่งมีแววตาพราวระริกด้วยแววขัน

“ขอเราเต้นรำกับคุณน้อยสักเพลงเถอะเอก”

อรุณฤทธิ์มองหน้าภรรยา เห็นทำหน้าเหมือนตกใจ เขายิ้มใส่ตาหล่อน ก่อนพยักหน้าให้ฐาปกรณ์ และพาผดาชไมออกไปเต้นรำ สาวสวยอดคิดเปรียบเทียบบุรุษทั้งสองไม่ได้ โอ้...คนโน่นก็ดี คนนี้ก็เยี่ยม หล่อนอิงตัวเข้าแนบชิด อกอิ่มที่อยู่เหนือคอเสื้อตั้งครึ่งค่อนเต้าของหล่อนแนบอกกว้างของอรุณฤทธิ์ ที่กำลังรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง หากเป็นช่วงก่อนที่จะเจอภรรยาเขาคงชอบไม่น้อย แต่ตอนนี้ทั้งใจและร่างกายมีไว้เพื่อสราภรณ์คนเดียว คิดถึงภรรยา คิดถึงกลิ่นของหล่อน ผิวกายของหล่อน อวัยวะบางส่วนอดแสดงความรู้สึกไม่ได้ ผดาชไมห่อปากและมองหน้าเขาอย่างมีความหมาย

“ขอโทษครับ”

เสียงขอโทษที่รู้กันสองคนว่าขอโทษเรื่องอะไรทำให้ผดาชไมยิ้มอย่างหว่านเสน่ห์ แววตาระริกระรี้มองสบตาของเขาอย่างทอดสะพาน

 “ผดาว่างนะคะคืนนี้”

หล่อนบอกเขาเสียงกระเส่า พร้อมเอามือลูบอกและหลังของเขา อรุณฤทธิ์ยิ้มไม่พูดอะไร ปล่อยให้หล่อนลวนลามร่างกายของเขาต่อไป แม้ใจเขาอยากกลับบ้านเร็วๆ และจัดการกับภรรยาให้สมรัก ชดใช้ที่ทำให้เขาต้องขัดเขิน ดูสิเพียงคิดถึงหล่อน มังกรน้อยของเขาก็คึกคัก ฝ่ายสราภรณ์ก็ไม่ได้แสดงความสนใจทางอรุณฤทธิ์เพราะกำลังวุ่นวายควบคุมความรู้สึกบางอย่างที่กำลังกดดันหล่อน

“ทำไมไม่ปล่อยตัวตามสบายครับคุณน้อย”

ร่างบอบบางแต่อวบอิ่มไปทุกสัดส่วนของหล่อนเกร็งตัวยิ่งขึ้น หล่อนไม่ตอบ ไม่สบตา เมื่อเขาก้มมองหล่อน เห็นผิวขาวผ่องเนียนละเอียดของเนินอก เห็นร่องอกของหล่อน เขาก็ปากคอแห้งไปหมด ผิวของหล่อนขาวผ่องอมชมพู มองดูน่ากัดกินเหลือเกิน แถมอกอวบสวย อวบอิ่มเต่งตึงจนเขาอยากเห็นปลายถัน เขารู้ว่ามันต้องน่าดูด น่าอม เขาใจเต้นระรัว ขนาดมองดูนอกเสื้อผ้า หากได้เห็นของจริงจะขนาดไหน เขาพยายามควบคุมสิ่งที่ผงาดให้ฟุบลงไป เมื่อเห็นใบหน้า ที่แดงระเรื่อขึ้นของหล่อน

“ผมน่ารังเกียจขนาดที่คุณจะไม่ยอมพูดกับผมเลยเชียวรึ”

สุ้มเสียงน้อยใจของเขาทำให้สราภรณ์อดเงยหน้าขึ้นมองเขาไม่ได้ สบตาเขาแล้ว หล่อนรู้สึกเหมือนผีเสื้อที่ถูกตรึงด้วยเข็มหมุด ไม่สามารถขยับไปไหนได้ ต้องสบตาเขานิ่งงัน รับรู้ถึงบางอย่างที่ค่อยๆ แข็งขึ้นมาแนบท้องของหล่อน ดวงตาที่ทอประกายอารมณ์หลากหลายของเขาทำให้หล่อนสะท้าน ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น เสียงดนตรีก็จบเสียก่อน สราภรณ์ถอนหายใจอย่างโล่งอก

*****

ขออภัยที่ต้องหยุดอัพเรื่องนี้ไประยะหนึ่ง ตอนนี้จะกลับมาอัพต่อเนื่องนะคะ
ตอนนี้เลยขอชดเชยเป็นอัพยาวๆ จบเต็มตอนเลยนะคะ

 

คำเตือน : นิยายเรื่องนี้ มีฉาก NC+18 โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

คุณน้อย สราภรณ์ มีจำหน่ายในรูปเล่มจำหน่ายในราคา ราคา 560 บาท รวมค่าจัดส่งแล้ว ถ้าต้องการก็ส่งใบสั่งซื้อตามลิงก์นี้ได้เลยค่ะ

https://goo.gl/forms/VVP1tY3rKRrM1Hjn2

 

ส่วนคนที่ถนัดอีบุ๊คก็ดาวน์โหลดจาก Meb ตามลิงก์นี้ได้เลยค่ะ

https://www.mebmarket.com/ebook-30052-ผู้ชายในชีวิต

 

ท่านสามารถติดตามข่าวสารและอ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของชลชินีได้จากเฟสบุ๊คกลุ่ม เรื่องลับๆ ของชลชินี

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกสามารถขอแอ็ดได้ตามลิงก์นี้เลยนะคะ

 

https://www.facebook.com/groups/167222610303819/

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว