BURNING TWINS พันธะร้ายท้าทายรัก
เลโอสีพิ้งค์ EPISODE 01
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

เลโอสีพิ้งค์ EPISODE 01

LEO'S TALK 

“กินข้าวหน่อยไหม”  

“ไม่หิวอะเฮีย” 

“จะอยู่แห้งตายที่ห้องกูไปถึงเมื่อไหร่” ผมหันไปถามเลออน น้องชายคนเดียวของผม ตอนนี้มันนอนซมเหมือนคนใกล้ตายอยู่บนเตียง ไม่ยอมลุกไปไหนเลย 

“ขออยู่ด้วยหน่อยไม่ได้เหรอ” กว่ามันจะปริปากตอบผมก็ปาไปเป็นนาที เฮ้อ ผมล่ะหนักใจจริง ๆ เป็นห่าอะไรก็ไม่ยอมพูด วัน ๆ มัวแต่นั่งจ้องมือถือจนตาแทบบอดแล้วมั้ง 

"ใครทำให้มึงเป็นแบบนี้วะเลออน" ผมหัวเสียกับท่าทางอ่อนหัดของน้องชายผมคนนี้นัก ทั้งที่เมื่อก่อนเจ้าชู้กะล่อนตัวพ่อ ไม่เคยเห็นมันจะเสียใจกับใครสักคน ดีแต่ทำให้คนอื่นเสียใจเสียด้วยซ้ำ แต่นี่อะไรกัน ตอนนี้มันดันมาทำหน้าเศร้าซึม แถมยังสิงตัวอยู่ที่ห้องของผมหลายคืนแล้ว! "พูดมาสิวะ!!" 

“ช่างมันเถอะเฮีย ไม่มีใครทำอะไร ผมทำตัวเองทั้งนั้น" ผมแย่งมือถือมันมาเปิดดู สงสัยมานานแล้วว่าจะนั่งจ้องมือถือไปอีกนานเท่าไหร่ แต่ก็ต้องเอะใจเพราะสิ่งที่มันดูอยู่นั้นเป็นเพียงรูปภาพของหญิงสาวหน้านิ่งคนหนึ่งเท่านั้น แถมเธอยังสวมชุดที่ดำไปทั้งตัวอีกต่างหาก ไหนจะตรงเปลือกตาที่เคลือบสีดำ ๆ เทา ๆ เอาไว้ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเรียกว่าอะไร รู้แค่อายอะไรสักอย่าง แต่ช่างมันเถอะเพราะที่แน่ ๆ ผู้หญิงคนนี้มันใช่ไทป์น้องของผมที่ไหน ต้องออกแนวหวาน ๆ สิถึงจะถูก 

“มึงชอบผู้หญิงดุ ๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” ผมถามออกไปด้วยความข้องใจ 

“ถามมากจังวะเฮีย ปกติไม่เห็นจะพูดเกินห้าประโยค” ไอ้นี่มันชักกวนตีนผมขึ้นทุกวัน ตกลงใครเป็นพี่ใครเป็นน้องกันแน่ 

 

"แล้วสรุปว่านี่ใคร คนนี้ใช่ไหมที่ทำให้มึงเป็นแบบนี้" ผมถามขึ้นพลางจ้องสายตาเขม็งไปทางมัน และยื่นโทรศัพท์ที่มีรูปของผู้หญิงคนนั้นไปตรงหน้า ก่อนที่มันจะถอนหายใจแรง ๆ และหลบสายตาผมไป มีพิรุธเว้ยเฮ้ย 

“ช่างมันเหอะเฮีย ผมไม่ได้สนใจสักหน่อย” เด็กประถมมาฟังก็รู้ว่ามันตอแหล 

“ก่อนที่จะพูดว่าไม่สนใจ มึงช่วยลุกขึ้นไปดูสภาพตัวเองในกระจกก่อนดีกว่าไหม” ผมชี้ไปทางห้องน้ำที่มีกระจกบานใหญ่บริเวณหน้าประตู 

“มันก็ไม่ได้แย่นี่” มันพูดทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังนอนติดอยู่กับเตียงของผม 

“นี่ถ้าคนอื่นมาเห็นมึงสภาพนี้เขาคงเรียกป่อเต็กตึ๊งแล้ว ข้าวปลาก็ไม่กิน ไปเรียนก็ไม่ไป ถ้ามึงยังเป็นแบบนี้อยู่ กูจะบอกพ่อกับแม่” ขู่ไปงั้นแหละ ไม่เคยทำสักที ผมไม่ใช่ผู้ชายประเภทขี้ฟ้องน่ะ  

“เอาเป็นว่าไม่เกี่ยวกับเค้าเลย ผมทำตัวเองเองเฮีย" หึ สรุปว่าเป็นคนนี้จริง ๆ งั้นสินะ ผมจึงพิจารณาจากรูปนั้นอีกครั้ง ให้พูดกันตามตรงเลยก็น่ารักดีถึงแม้จะดูหยิ่ง ๆ หน่อย หน้าตาไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่ชอบแนวนี้  

"มึงพอเลย กูไม่เคยเห็นมึงเป็นแบบนี้มาก่อน" ผมส่งมือถือคืนเลออน แต่ก็ไม่ลืมที่จะส่งรูปของผู้หญิงคนนั้นเก็บไว้ในไลน์เสียก่อน อยากจะรู้นักผู้หญิงแบบไหนกันที่ทำให้เสืออย่างน้องชายผมอ่อนปวกเปียกเหมือนแมวป่วยแบบนี้ 

"เขาไม่ผิดเลย ผมไปจีบเขาก่อน แล้วเขาแค่ไม่ชอบผมเท่านั้นแหละ" ฉิบหาย! น้องผมอกหักเพราะผู้หญิงปฏิเสธ นับว่าเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่เลยก็ว่าได้ ปกติมันจีบติดไปเสียทุกคน ซึ่งตรงข้ามกับผมอย่างสิ้นเชิง หรืออาจจะเป็นเพราะผมไม่เคยคิดที่จะจีบใครก่อนล่ะมั้ง 

"เหอะ อย่าโกหกเฮีย คนที่จะทำให้มึงเป็นขนาดนี้ได้กูว่าต้องไม่ธรรมดา" ถ้าแค่สาวปฏิเสธแล้วมานั่งทุกข์ใจแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องปกติของมันสักนิด 

 

"เฮียไปจัดการเรื่องของตัวเองเหอะ เจ๊ซีเขารับรักเฮียหรือยังล่ะ" มันเงยหน้าพร้อมกับเหล่ตามาทางผม  

"เรื่องของกู" นี่มันกล้ายอกย้อนผมเหรอ แต่ขอสารภาพเลยว่าจุกกับประโยคคำถามของมันจริง ๆ 

"เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ไม่ได้ใจเขาสักที" เมื่อพูดถึง 'ซีนีน' เพื่อนสนิทของผมตั้งแต่สมัยมัธยมต้นที่ผมแอบชอบ ผมก็พูดไม่ออกทันที ผมจะเอาอะไรไปสู้กับ 'คนที่อยู่ในใจ' ของเธอได้กันล่ะ ถึงแม้ว่าผมจะพยายามทำดีกับเธอแค่ไหน แต่ก็อย่างว่าแหละนะ เพื่อนก็คือเพื่อนอยู่วันยังค่ำ  

“เสือก” ผมด่ากลบเกลื่อนไป ก่อนที่จะเดินไปหยิบกีตาร์มาดีดเบา ๆ  

“แล้วนี่ไม่คิดจะสารภาพรักหน่อยเหรอ สิบปีได้แล้วมั้งที่แอบชอบอยู่แบบนี้” ใช่ สิบปีแล้วล่ะ ที่ผมคิดกับเธอมากกว่าเพื่อน 

“บอกไปแล้วจะมีอะไรดีขึ้นวะ” ผมกระตุกยิ้มเบา ๆ ให้กับตัวเอง 

“ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอเฮีย” มันลุกขึ้นมานั่งข้างผม 

“มึงก็รู้ว่าเขายังตามหารักแรก รักเดียวในใจอะไรของเขาอยู่เลย แล้วอีกอย่าง กูไม่อยากเสียเพื่อน” ที่จริงผมก็ไม่ได้หวังให้เขามารักผมกลับหรอก เป็นเพื่อนกันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว 

“โง่” อ้าวไอ้นี่ นับวันยิ่งลามปามขึ้นทุกวัน อีกหน่อยไม่ตบหัวผมเลยเหรอ 

"มึงอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง เอาเรื่องของมึงก่อนเหอะ ตกลงผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมที่ทำให้เป็นแบบนี้" ใครกล้าทำให้น้องผมเป็นแบบนี้ ผมไม่ปล่อยไว้หรอก ข้าวกับน้ำแทบจะไม่แตะ อย่างน้อยก็ต้องมารับผิดชอบมันในเรื่องนี้ ถ้าเจอเมื่อไหร่ล่ะก็ผมไม่ปล่อยเอาไว้แน่ 

 

PINK'S TALK 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก...  

ไม่ใช่เสียงหัวใจใครที่ไหน เป็นเสียงของใจของฉันเองที่ตอนนี้เต้นระรัว 

 

เป็นกลองชุดเลย ฉันไม่น่าไปตบปากรับคำท้าจากยัยกิ่งก้อยเพื่อนสนิทของฉันเลย ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ต้องแบกหน้ามาสารภาพรักกับหนุ่มฮอตอย่าง 'โชกุน' ที่เป็นถึงอดีตเดือนของคณะวิศวฯหรอก แล้วให้ตายเถอะฉันแอบชอบเขามาสามปี แต่ไม่เคยสารภาพกับเขาสักครั้ง มิหนำซ้ำเขายังไม่รู้จักฉันเลยด้วย 

 

ย้อนไปเมื่อไม่กี่วันก่อน... 

'ถ้าไม่บอกเขา เขาจะรู้สักทีปะ' เสียงของกิ่งก้อยพูดขึ้นเมื่อฉันมาปรึกษาเรื่องความรักครั้งที่ร้อย 

'ก็กูไม่กล้าบอกเขาอะ มึงก็รู้นี่' 

'ไม่กล้าบอกก็กินแห้วไป แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะมีผัว เอ๊ย แฟนกับเขาสักที' นางพูดเหมือนตัวเองไม่โสดอย่างนั้นแหละ 

'ไม่เอางี้ดิ งั้นกูจะไปบอกเขาเร็ว ๆ นี้แหละ!' ฉันกำมือขึ้นอย่างมุ่งมั่น ก่อนที่จะแหงนหน้าขึ้นฟ้าเหมือนกำลังทำสิ่งนั้นสำเร็จแล้ว 

'เดี๋ยวนะขอดูที่จดไว้ก่อน' กิ่งก้อยกดอะไรบางอย่างในมือถือแล้วยื่นมาตรงหน้าฉัน 'รอบนี้เป็นครั้งที่สามสิบสองแล้วที่มึงบอกว่าจะไปสารภาพรักกับโชกุน!' 

'จริงเหรอเนี่ย มึงอะพูดเว่อร์ตลอด ใส่ความกูแน่ ๆ' ฉันก้มหน้างุดอย่างเสียมิได้เพราะที่เพื่อนพูดมานั้นมันอาจจะจริงก็ได้ ฉันเคยพูดเอาไว้หลายรอบอย่างที่มันว่านั่นแหละ แต่ไม่คิดว่าเพื่อนรักจะถึงขั้นจดเอาไว้น่ะสิ 

‘พูดเว่อร์อะไร กูจดวันที่ไว้ด้วยนะ จะดูปะ?’ กิ่งก้อยยื่นมือถือมาตรงหน้า แต่ฉันเฉไฉทำเป็นมองไม่เห็น 

'ไม่รู้แหละ มึงต้องช่วยกู' ฉันพูดแกมบังคับในเมื่ออยากให้ฉันไปบอกรักเขาดีนัก ฉันก็จะทำ! 

'ให้ช่วยอะไรอีก คราวที่วันที่ xx/xx/20xx ก็ปอดแหกวิ่งหนีกลับมาก่อน' นี่มันจดไว้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย 

'รอบนี้ต้องกล้าแน่ ๆ' ฉันตั้งปณิธานด้วยใจที่แน่วแน่ ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยแค่การสารภาพรักกับใครสักคน คนที่เข้ามาสารภาพรักกับฉันเป็นร้อยเป็นพัน คนพวกนั้นยังไม่เห็นว่าพวกเขาจะมีท่าทีเขินอายอะไรเลย ฉันก็ต้องกล้าสิ!! 

'คนอย่างมึงน่ะเหรอพิ้งค์จะกล้าไปสารภาพรัก ลงเงินสิบล้านก็ได้เงินฟรี' กิ่งก้อยเบ้หน้ามาทางฉันพร้อมกับตั้งพนันเพื่อหยามความกล้าของฉันไปด้วย ไม่ได้หรอก ฉันจะให้เพื่อนมาดูถูกฉันอย่างนี้ไม่ได้! คนอย่างอีพิ้งค์ ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้โว้ย 

‘รอบนี้กล้าแน่ ๆ' ฉันยืนยันอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม 

'งั้นกูขอท้ามึงเลย ถ้ารอบนี้แกกล้าไปสารภาพรักกับโชกุนได้จริง ๆ สักที กูจะเป็นเบ๊ให้หนึ่งเดือนเต็ม ๆ แต่ถ้าไม่กล้า... หึหึ' กิ่งก้อยมองหน้าฉันเหมือนคนที่ได้รับชัยชนะแล้ว 

'คอยดูเลยแล้วกัน!' ฉันตะโกนใส่หน้าเพื่อนอย่างหารกล้า 

 

ปัจจุบัน 

ฉันยืนอยู่ลานเกียร์ของตึกวิศวฯด้วยจิตใจที่สั่นไหว ให้มันได้อย่างนี้สิ กิ่งก้อยพูดถูกทุกอย่างเลย พอเอาเข้าจริงฉันดันเกิดปอดแหกขึ้นมาเสียอย่างนั้น และในขณะที่ฉันกำลังจะหมุนตัวกลับใครสักคนมาฉุดข้อมือฉันให้เดินตามเขาไป แล้วถ้าหากว่าฉันมองไม่ผิดนี่มัน...!! 

ตึกตัก... ตึกตัก...  

"โชกุน!" เขาไม่หันมามองฉันด้วยซ้ำ แล้วนี่เขาจะลากฉันไปไหนกันล่ะเนี่ย เขาลากฉันมาจนถึงลานจอดรถของคณะเขา แล้วขึ้นไปนั่งคร่อมดูคาติสีดำขลับคู่ใจของเขาทันที "เอ่อ...คือจะพาฉันไปไหนเหรอ?" 

"อ้าว เธอไม่ใช่..." ถ้วยคำของเขาขาดห้วงไป แต่เขากลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเหมือนกำลังพิจารณาอะไรสักอย่าง "สวยกว่านี่หว่า" 

"หือ?" สวยงั้นเหรอ? กรี๊ด เขาชมฉันว่าสวย! เรื่องนี้ต้องถึงหูกิ่งก้อยเป็นคนแรกเสียแล้ว ว่าแต่สวยกว่า? สวยกว่าใครกันนะ 

"แล้วเธอเป็นใครล่ะเนี่ย เดินตามฉันมาทำไม" เขาถอยห่างออกไปเล็กน้อยพลางมองฉันจากหัวจรดเท้า แต่เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้เขาบอกว่าฉันเดินตามเขาไปอย่างนั้นเหรอ 

"นายเป็นคนลากฉันมาเองต่างหาก!" ใครจะไปกล้าเดินตามเขากันล่ะ กะอีแค่จะเดินเข้าไปหาเขาเมื่อกี้ยังลังเลแทบตาย 

"งั้นเหรอ ฉันทำงั้นเหรอ แล้วนี่มารอใครอยู่ลานเกียร์ล่ะ" เขาถามขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร แล้วฉันจะบอกยังไงดีล่ะว่าฉันยืนรอเขาอยู่ เขินจนเป็นบ้าอยู่แล้วเนี่ย แต่เอาวะ เป็นไงเป็นกัน! 

"ฉันมารอนาย" เสียงขาดห้วงไปเพราะความตื่นเต้น ปลายนิ้วมือเริ่มเย็นจนรู้สึกชาวาบไปหมด ตอนนี้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออย่างกับขอนไม้  

"รอฉัน? รอทำไม เรารู้จักกันด้วยเหรอ" เขาคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย 

"นายไม่รู้จักฉันหรอก แต่ฉันรู้จักนาย" ใจฉันเต้นไม่เป็นส่ำ เพียงแค่คิดว่ากำลังจะบอกรักเขาไป จิตใจก็แทบระเบิดแล้ว 

"อ่าฮะ มีอะไรล่ะครับคนสวย" เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เหมือนรับรู้ว่าฉันจะบอกอะไรเขา จิตใจของฉันพลันล่องลอยเมื่อสายลมพัดกลิ่นหอมประหลาดจากตัวเขามาแตะที่ปลายจมูก ฉันตกอยู่ในภวังค์สักครู่ และตั้งสติอีกครั้ง ไหน ๆ ฉันก็ได้โอกาสคุยกับเขาแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้เวลาสามปีของฉันมันสูญเปล่า ฉันเลือกที่จะหลับตาลงแล้วตัดสินใจสารภาพออกไป 

“ที่ฉันมาหานายวันนี้...” 

“..........” 

"เพราะฉันจะมาสารภาพรักกับนาย!!" สำเร็จ! ในที่สุดฉันก็กล้าพูดความในใจที่เก็บงำเอาไว้สักที 

"………" ทำไมเขาเงียบไป? ท่าจะไม่ดีแล้วล่ะ ฉันจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แต่กลับต้องตกใจเพราะเห็นเขาในระยะที่ใกล้กว่าเดิมจนจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่แล้ว! 

เสี้ยววินาทีฉันกลับกลั้นหายใจราวกับกลัวคนตรงหน้าจะปลิวหายไปเพียงเพราะลมหายใจของฉัน ตอนนี้ฉันทำได้เพียงยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวออก  

คนตรงหน้ากระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ลมหายใจกลิ่นมิ้นท์จากลูกอมในปากเขาสะกดสติสัมปชัญญะของฉันจนสิ้นซาก ฉับพลันเขาประกบริมฝีมือชุ่มชื้นเข้ามา แล้วแทรกลิ้นนุ่มนิ่มของเขาเข้ามาในปากอย่างนุ่มนวล ฉันเผลอไผลไปกับรสสัมผัสของเขา โชกุนส่งลูกอมในปากให้ฉันแต่กลับดูดกลืนความหวานจากปลายลิ้นที่เราสัมผัสกัน เราจูบกันอยู่สักพักเขาก็ถอนจูบออก และยื่นมือมาเช็ดมุมปากให้ฉันด้วยท่าทีอ่อนโยน 

"หึ! ไม่เลวนี่ นอกจากจะกล้าแล้ว ปากยังหวานอีก" มุมปากกระตุกยิ้มอย่างพอใจพลางเอ่ยชมฉันที่ยื่นตัวสั่นอยู่ตรงหน้า 

"เอ่อคือ..." ฉันพูดอะไรไม่ออกเพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับเขา แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วฉันจะไม่ถอยอีกต่อไป "...คบกันมั้ย?" 

"หืม? คบกันงั้นเหรอ? เธออยากเป็นแฟนฉันงั้นสินะ" เขาระบายยิ้มออกมาอย่างไม่เชื่อหู 

"อื้อ ใช่" ฉันพยักหน้ากึก ๆ 

“เธอคิดว่าเธอมีอะไรดีในตัวเธอ ที่จะทำให้ฉันเลือกเธอกันล่ะ” เขาเหล่ตามองมาที่ฉันอีกครั้ง 

“วะ ว่ายังไงนะ” 

“วัน ๆ มีผู้หญิงตั้งมากมายเข้าหาฉันเป็นว่าเล่น เธอคิดว่าเธอจะสู้ไหวเหรอ นั่นไง มาอีกคนละ” เขาพยักพเยิดหน้าไปทางข้างหลัง เห็นผู้หญิงผมสั้นตัวเล็กน่ารักถือตุ๊กตาเอาไว้ในมือ และจ้องมาที่เราสองคน 

“แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะ” ฉันถามออกไปเหมือนคนไร้หนทาง 

“นั่นเป็นหน้าที่ของเธอ ถ้าอย่างนั้นก่อนจะถึงวันเกิดฉันในอีกสองเดือนข้างหน้า ทำยังไงก็ได้ให้ฉันจดจำและประทับใจในตัวเธอมากที่สุด แล้ววันนั้นฉันจะให้คำตอบ" 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น