เเนวท้องได้

ชื่อตอน : รอยบาปที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.8k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2560 14:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รอยบาปที่ 7
แบบอักษร

ความหนาวยามค่ำคืนทำให้ผมได้แต่กอดตัวเองเงียบๆ นั่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้ขนาดใหญ่ด้วยความรู้สึกกลัว ผมรู้สึกมืดมนทุกทิศทาง จับคอตัวเองที่แห้งผากริมฝีปากแตกเพราะถูกต่อยทั้งยัง เจ็บแขน เจ็บหลัง ผมกอดเข่าตัวเองแล้วหลับตาลงอย่างปวดร้าว

ผมขึ้นฝั่งไม่ได้ ผมคงได้ตายที่นี่จริงๆ ยังไม่ได้บอกความจริงกับพ่อเลยว่าผมไม่ได้ทำ ยังไม่ได้บอกเรื่องน้ำผึ้งกับพี่เดียวเลย

แต่ช่างเถอะปล่อยให้ทุกอย่างมันตายไปกับผมจะดีกว่า ผมนั่งกอดเข่าตัวเอง เช็ดน้ำตาที่มันไหลอาบแก้มเงียบๆ

……………………

“พี่รักษ์….”เสียงเรียกชื่อผมกับมือที่สะกิดแขนทำให้ผมค่อยๆลืมตาตื่น พอตื่นมาก็เห็นมาหยายืนยิ้ม ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นยามเช้าแล้ว

“พี่รักษ์หนูหาพี่ทั่วเลยดีนะที่ตรงนี้หนูชอบมาเล่นซ่อนแอบ”

ผมยิ้มบางๆ

“พี่รักษ์ไปบ้านมาหยาเถอะ เดี๋ยวพวกคนไม่ดีจะหาพี่เจอนะ”

“พี่ไปไม่ได้หรอก….ก็เขาไม่ชอบพี่”

มาหยาขมวดคิ้วแล้วนั่งลงข้างๆ “งั้นหนูจะอยู่กับพี่รักษ์ที่นี่ ช่างอาเดียวเถอะ อ้อ นี่” มาหยายื่นถุงหิ้วที่ข้างในมีข้าวและปลาหลายตัวคลุกอยู่ พร้อมกับยื่นน้ำที่อยู่ในขันให้ผม

“หนูเอามาให้ แหะๆ” มาหยายิ้มไร้เดียงสา ผมน้ำตาคลอแล้วกอดหนูน้อยที่แสนใจดีคนนี้ ผมใช้มือหยิบข้าวและปลากินด้วยความหิว

อาหารมือนี้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิตกินไม่นานก็หมดลง มาหยายิ้มดีใจ

“มาหยา!” เสียงตะโกนของพี่เดียวทำให้เราสองคนสะดุ้งเฮือก

“มาหยาอยู่ที่ไหน! มาหยา!”         

มาหยานั่งนิ่ง

“มาหยา! ถ้าไม่ออกมาอาจะโกรธจริงๆนะ” พี่เดียวตะโกนหาคงพอรู้ว่ามาหยาจะต้องมาหาผมและอาจแอบซ่อนอยู่แถวนี้ ผมมองเด็กน้อยที่กำมือแน่นแล้วจับมือผมให้ลุกไปด้วยกัน ผมหลับตาจำใจเดินออกไป พี่เดียวพอเห็นผมหน้าก็บึ้งทันที

“อาเดียว”

“มาหยา…อาบอกแล้วไงว่า…”

“หนูไม่มีเพื่อน…”มาหยาพูดเสียงสั่น พอได้ยินแบบนั้นพี่เดียวก็หยุดชะงัก   

“หนูไม่มีใครนอกจากอาเดียว คนบนเกาะไม่มีใครยุ่งกับหนูเลยเพราะหนูเป็นเด็กไม่ดีทำให้พ่อกับแม่ตาย ฮึกๆๆ” เสียงร้องไห้ของมาหยาทำให้ผมปวดใจไปด้วย

“ฮึก..ก..พี่รักษ์ไม่เกลียดหนู ให้พี่รักษ์มาอยู่ด้วยกันนะ ฮึก..ก..”

พี่เดียวมองผมตาขวาง แต่เมื่อหันไปมองมาหยาคิ้วที่ขมวดเป็นปมก็ค่อยๆคลายลง

“มาหยา….อาเข้าใจ…แต่ว่ายังมีพี่ลำดวน…”

“ไม่! หนูไม่ชอบพี่ลำดวน!”

“มาหยา….”

“หนูจะอยู่กับพี่รักษ์ หนูไม่กลับกับอาเดียวเด็ดขาด!”

“มาหยา..”ครั้งนี้ผมเป็นคนเรียกชื่อเด็กน้อยอย่างตกตะลึงจะให้มาลำบากกับผมได้ยังไงกัน ผมรีบย่อตัวลง “ไม่ได้นะกลับไปหาคุณอาเถอะ….อาเดียวรักมาหยามากนะ…ขอบใจสำหรับอาหารมื้อนี้นะพี่ขอบใจจริงๆ….”

“ฮือๆๆๆ”

มาหยาร้องไห้หนักมากขึ้น ผมชำเลืองมองหน้าพี่เดียวเล็กน้อยแล้วรีบหันไปมองที่อื่น ได้ยินเสียงถอนหายใจและตามมาด้วยคำพูดที่ทำให้ผมเบิกตากว้าง

“ก็ได้ ….อาให้มาอยู่ได้”

มาหยาหยุดร้องไห้ทันที “อะไรนะคะ” ไม่ใช่แค่มาหยาที่หูฝาด ผมเองก็แทบจะคิดว่าคำพูดเมื่อกี้นี้คือความฝัน

พี่เดียวนิ่งก่อนจะพูดออกมา “ก็ได้อาให้….มาอยู่ด้วยก็ได้”

ผมรู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว จุกในอก ริมฝีปากค่อยๆคลายยิ้มแต่ก็ต้องเม้มปากไว้

“ฮือๆๆ รักอาเดียวที่สุดเลย”

ทั้งดีใจและปวดใจอย่างบอกไม่ถูก ผมยิ้มแต่เหมือนไข้จะเล่นงานผมอีกแล้วจึงทำให้สติของผมค่อยๆเลือนหายและเลือนลางไป

……………………………………….

“นะ…น้ำ” เพียงแค่เสียงครางที่ร้องขอ น้ำก็ถูกส่งผ่านลำคอ ผมค่อยๆลืมตาตื่นเห็นร่างหนาที่นั่งอยู่ข้างๆ เหมือนเขามองผมอยู่แต่เมื่อผมลืมตาเห็นได้ชัดเขาก็เบือนหน้าไปทางอื่นและทำหน้าน่ากลัวเหมือนทุกครั้งที่ชอบทำหน้าแบบนี้ใส่ผม

“พะ…พี่เดียว” ผมนิ่วหน้าแล้วพยายามจะลุกแต่กลับถูกผลักให้นอนลงบนที่นอนแข็งๆเหมือนเดิม

“อย่าเพิ่งลุก”

ผมนอนลงตามเดิม

“เพราะมาหยากูถึงให้มึงมาอยู่ที่นี่ได้”

ผมนอนมองเขานิ่งแล้วเอ่ยบอก “ขอบคุณครับ…”

“ไม่ได้อยากจะช่วย” เขาพูดจบประโยคแล้วเดินออกไปจากบ้าน ผมนอนมองหลังคาที่ทำด้วยสังกะสีเก่าๆ มองไปรอบบ้านที่เล็กและแคบ ข้าวของกระจัดกระจายไม่เรียบร้อยคงเพราะมีแค่เด็กและผู้ชายอยู่ ของในบ้านจึงเป็นแบบนี้ ผมจับหน้าผากตัวเองที่ยังร้อนและความง่วงก็เข้ามาอีกครั้ง

……………………………

“หนูดีใจที่พี่รักษ์หายป่วยไว” พอผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งไข้ก็ลดลงอย่างมากทั้งที่ดื่มสมุนไพรไม่กี่ครั้ง อาการก็เริ่มดีขึ้น

“มาหยาไปไหนมาเหรอ”

“ไปช่วยป้าแมแกะปลามาค่ะ ได้ปลามาเยอะเลย”

ผมพยักหน้าและเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่เดียวแบกบางอย่างใส่กระสอบมา

“มาหยามาช่วยอาหน่อย”

มาหยารีบลุกไป ของในกระสอบคือสัตว์ทะเลจำนวนหนึ่งมาหยาช่วยหยิบมาล้างผมก็ค่อยๆลุกไปหา

“ผมช่วย”

พี่เดียวมองผมแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร มาหยาก็ช่วยสอนวิธีล้างที่ถูกวิธีให้

“วันนี้หนูมีความสุขที่สุดเลยที่พี่รักษ์มาอยู่ด้วย เดี๋ยวหนูจะช่วยอาเดียวทำอาหารสุดฝีมือเลยค่ะ”

ผมยิ้มนิดๆแต่สายตาที่มองมาจากเขาก็ทำให้ผมหยุดยิ้มทันที

หลังจากทำอาหารและทานข้าวจนเสร็จ ผมกับมาหยาก็คุยเรื่องปกติทั่วไป มีแค่พี่เดียวที่นั่งเชาอวนไปเรื่อยๆ

พอมาหยาหลับผมกับพี่เดียวจึงเหลืออยู่กันสองคน

“มึงไปนอนติดประตู”  ผมพยักหน้าได้หมอนมาหนึ่งใบผมก็ค่อยๆนั่งลงพิงประตู และเอนตัวนอนลง กอดตัวเองเพื่อคลายความหนาวแม้จะหนาวแต่ถ้าเทียบกับเมื่อคืนตอนนี้มันอบอุ่นกว่ามาก

…………………………………….

“แก้ว…แก้ว…”เสียงครางเรียกชื่อทำให้ผมที่กึ่งหลับกึ่งตื่นค่อยๆลืมตา ผมลุกนั่งได้ยินเสียงเรียกชื่อนั้นดังมาจากพี่เดียวที่กำลังนอนกระสับกระส่าย ไม่นานแสงไฟจากตะเกียงก็สว่าง มาหยาค่อยๆลุกนั่งแล้วจับมือพี่เดียวไว้

“เกิดอะไรขึ้นมาหยา”

“ตอนกลางคืนทุกครั้งอาเดียวจะเป็นแบบนี้ นอนเรียกชื่อใครก็ไม่รู้”

“แก้ว…อย่าทิ้งพี่ไป….”

แก้วงั้นเหรอ….คงจะเป็นเมียของพี่เดียว ผมเม้มปาก

“หนูสงสารอาเดียว” มาหยาพูดเสียงสั่นแล้วกุมมือแน่นขึ้น ผมค่อยๆเอื้อมมือไปสัมผัสมือของเขาและเพียงไม่นานเสียงครางก็สงบลง

มาหยามองผมแล้วทำโต อย่างอึ้งๆ

“พี่รักษ์ทำได้ยังไงคะ ปกติกว่าอาเดียวจะหายหนูต้องนั่งจับมืออีกนานเลย”

“เอ่อ พี่ก็แค่จับมือของเขาเท่านั้นเอง” ผมค่อยๆดึงมือกลับ คงจะบังเอิญเท่านั้น

“มาหยานอนเถอะนี่คงดึกมากแล้ว”

“ค่ะ” มาหยาค่อยๆล้มตัวนอนข้างพี่เดียวเหมือนเดิม ส่วนผมก็นั่งมองใบหน้ายามหลับของเขา ไม่อยากเชื่อเขาอยู่ใกล้ผมแค่นี้และผมกำลังจะเอื้อมมือไปจับใบหน้าของเขา แต่ก็หยุดชะงักและผมก็เดินกลับไปหน้าประตูเหมือนเดิม

นั่งกอดเข่ามองใบหน้าด้านข้างของเขาแล้วค่อยๆหลับตาลง

………………………………

“น้ำตกเหรอ”

“ค่ะ ไปอาบน้ำที่นั่นนะคะ เดี๋ยวหนูพาไปที่นั่นสวยมากๆเลย ไม่มีคนไปหรอกค่ะเพราะคนอื่นๆเขาจะไปที่น้ำตกอีกแห่งหนึ่ง” ผมยิ้มเพราะเหมือนตัวผมจะเริ่มเน่าแล้วไม่ได้อาบน้ำตั้งหลายวันแล้ว

“แต่เอ่อ..”ผมมองชุดตัวเอง ผมไม่ได้มีชุดมาเปลี่ยนเลย

มาหยายืนนิ่งก่อนจะยิ้มกว้าง “ไม่เป็นไรค่ะใช้ของอาเดียวก็ได้”

“มะ..ไม่ดีกว่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ หรือพี่รักษ์จะไม่ใส่เสื้อผ้า”

“เอ่อ….แต่ถ้าอาเดียวกลับมาเห็นพี่ใส่ชุดเขา”

“ไปเถอะค่ะ อย่าคิดมากไปดูน้ำตกกันดีกว่า” มาหยารีบรื้อเสื้อผ้าพี่เดียวมาให้ผมก่อนจะจับมือพาผมเดินเข้าไปยังด้านในป่า ระหว่างทางมีโขดหินอยู่ประปราย ทางเดินลำบากพอสมควรถ้าเดินไม่ระวังอาจลื่นล้มหรือสะดุดรากไม้และหินได้

เดินไปไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเจอกับภาพน้ำตกตรงหน้า เป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่นัก และน้ำนั้นใส่สะอาด

“สวย…”ผมเผลอหลุดปากไปทันทีที่เห็น

“สวยใช่ไหมคะ พี่รักษ์อาบน้ำได้เลยนะ”

“เอ่อ ขอบใจนะ แต่พี่ว่ามาหยากลับไปก่อนนะพี่อาบน้ำคนเดียวจะดีกว่า”

มาหยาทำตาปริบๆแต่เมื่อมองไปที่น้ำตกก็หัวเราะคิกคักเหมือนเห็นอะไร  แต่ก็เดินกลับไป เมื่อเหลือเพียงคนเดียวผมก็ค่อยๆถอดเสื้อผ้าจนไม่เหลือสักชิ้น รู้สึกอายแปลกๆแม้จะไม่มีคนอยู่ด้วยแต่การเปลือยเปล่าในที่โล่งแจ้งก็ทำให้ผมเขินนิดๆ ผมซ่อนเสื้อผ้าที่ถอดและของพี่เดียวไว้ใต้ใบไม้อาจจะทำให้คันแต่ก็ดีกว่ามีคนมาเจอผมตอนนี้ ผมค่อยๆว่ายไปกลางน้ำที่เย็นพอสมควรแต่ก็ทำให้สดชื่นเพราะผมไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว น้ำนั้นใสจนทำให้เห็นผิวของผมได้ชัด

“นั่นใคร” เสียงที่เอ่ยขึ้นทำให้ผมเบิกตากว้างเสียงนี้มัน เสียงนั้นมาพร้อมกับร่างเปลือยของพี่เดียวที่ว่ายออกมาจากโขดหิน

พอพี่เดียวเจอผมก็หยุดชะงักผมก็ตกใจไม่แพ้กัน มือไปเองอัตโนมัติที่จู่ๆก็ปิดร่างกายตัวเอง แต่สายตาผมก็อดที่จะมองกล้ามอกสีคล้ำของพี่เดียวไม่ได้ ไม่สิอาจเผลอมองไปยังเบื้องล่างก็ได้ ทำไมผมช่างเป็นคนแบบนี้

“เอ่อ…คือผมมาอาบน้ำ”

เขามองผมแปลกๆ เหมือนมองค้างอะไรอยู่เขาสะบัดหัวแล้วว่ายไปอีกทาง ผมถอนหายใจหวังว่าเขาคงจะไม่โกรธ หรือที่มาหยาหัวเราะเพราะรู้ว่าพี่เดียวอาบน้ำอยู่

ผมหันหลังแล้ววักน้ำอาบรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก

“พี่เดียว!” เสียงหวานใสดังขึ้นผมเบิกตากว้างแล้วรีบหาที่ซ่อน จะขึ้นจากน้ำสภาพก็ไม่เอื้ออำนวยผมจึงรีบว่ายไปหลังโขดหินแต่ก็ทำให้เจอพี่เดียวพอดี

พี่เดียวตกใจไม่น้อยที่เห็นผมแต่พี่เขาคงได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองเหมือนกันถึงได้มาอยู่หลังโขดหินแบบนี้

ผมทำหน้าไม่ถูกจะไปหลบตรงไหนดี ถ้ามีคนเห็นผม..ผมอาจถูกพวกนั้นจับไป

ระหว่างที่ผมกำลังสับสนมือหนาก็คว้าเอวผมไปแนบชิด

“อย่าเสียงดัง”

พี่เดียวกระซิบบอกตรงหูแค่นั้นหัวใจผมก็เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา หน้าผมร้อนเหมือนเป็นไข้ เป็นครั้งแรกที่ใกล้จนแนบเนื้อขนาดนี้

“พี่เดียว อ้าวไม่อยู่หรอกเหรอ โถ่ ลำดวนว่าจะมาอาบน้ำด้วยสักหน่อย” น้ำเสียงไม่ค่อยพอใจของหญิงสาวดังขึ้น แต่นั่นก็ทำให้ผมนิ่วหน้านิดๆ รู้สึกไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลยแม้จะมองไม่เห็นหน้าก็ตาม

จากนั้นเสียงก็เงียบลงเธอคงไปแล้ว

ผมนิ่งค่อยๆมองใบหน้าของพี่เดียว และก็เป็นจังหวะที่พี่เดียวก้มมองพอดี เขารีบผลักตัวผมออก แล้วรีบล้างตัวเองเหมือนรังเกียจ

“อย่าเข้าใจผิด แค่กลัวว่ามึงจะทำให้ลำดวนเจอกูเท่านั้น”

ผมหน้าสลดลงเมื่อมองการกระทำของพี่เดียวที่เหมือนขยะแขยงผมเหลือเกิน ผมค่อยๆถอยห่างแต่ก็หยุดชะงักก่อนจะหันหลังไปหาเขาอีกครั้ง

“พี่เดียว….ผมมีเรื่องจะบอกพี่” จู่ๆผมก็นึกถึงเรื่องหนึ่งได้

“น้ำผึ้ง..” ทันทีที่ผมเอ่ยเรียกชื่อน้ำผึ้งพี่เดียวก็หยุดนิ่งแล้วหันมามองผมทันที

“มึงพูดชื่อใคร”

“นะ…น้ำผึ้ง”  เสียงผมสั่น กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ทำไมผมต้องมาบอกตอนนี้ด้วยน่ะเหรอ ก็เพราะผมกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้บอกอีก

พี่เดียวว่ายมาหาผมแล้วจับแขนของผมทั้งสองแน่น

“น้ำผึ้ง มึงรู้จักน้ำผึ้งงั้นเหรอ”

ผมพยักหน้า  “น้ำผึ้งอยู่กับผม…ผมเป็นคนอุปการะน้ำผึ้ง”

พี่เดียวนิ่งงัน 

“ตอนนี้น้ำผึ้งอยู่ที่บ้านผม ก่อนป้ามาลัยเสียผมได้ขออุปการะดูแลน้ำผึ้ง….”เสียงผมสั่น หลับตารอรับหมัดแต่แทนที่จะเป็นหมัดกลับเป็นอ้อมกอดแทนพร้อมกับเสียงสะอื้น

“ขอบคุณ...ขอบคุณจริงๆ”

ผมนิ่งค้างไม่คิดว่าคำที่ได้รับจะเป็นคำขอบคุณ….แขนผมที่เป็นอิสระค่อยๆโอบกอดตอบ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้!

“ทำอะไรกันน่ะ!” เสียงตะโกนดังขึ้นเป็นเสียงของผู้หญิงก่อนหน้านี้ พี่เดียวละกอดผม

“ลำดวน”

“พี่เดียว! พี่เดียวกอดกับใคร!” หญิงสาวผิวคล้ำสวยคมร้องวี๊ดว๊าย

“แกนังหน้าด้านแกออกไปห่างๆจากพี่เดียวเดี๋ยวนี้นะ นึกแล้วว่าพี่เดียวต้องแอบลำดวน ที่ไหนได้แอบพลอดรักกับ….กับ...” เธอเพ่งมองผม

“แล้วแกเป็นใคร แกไม่ใช่คนบนเกาะนี่!”

ความคิดเห็น