ฝากคอมเม้นท์ ฝากติดตามนิยายของไรท์ด้วยนะคะ

My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 1 100%

ชื่อตอน : My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 1 100%

คำค้น : Zayn, Khow Fang, Love, เมียเด็ก, เซน, ข้าวฟาง, รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.4k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 1 100%
แบบอักษร

ออ...อะไรก็ไม่รู้ เลิกเรียนก็มาเดินที่ห้างกับเพื่อน พอจะเดินไปที่รถของยัยนิวก็เห็นรถแลมโบกินี่จอดอยู่ข้างๆ มันสวยมาก ก็เลยเข้าไปลูบเพราะไม่เคยเห็นรถหรูราคาหลายสิบล้านอยู่ใกล้ขนาดนี้ พอลูบไปลูบมาก็โดนจับยัดเข้ามาในรถและมาโผล่ที่บ้าน ไม่สิเรียกว่าคฤหาสน์ต่างหาก

ฉันถูกเจ้าของรถแลมโบกินี่พามาที่คฤหาสน์หลังใหญ่สีขาว ฉันงอแงจนถูกเจ้าของรถแลมโบกินี่เอาปืนมาจ่อหัวขู่ ข่มขู่ไม่ให้งอแงยังพอทน แต่นี่ข่มขู่ให้มาเป็นเมีย

ข้าวฟ่างจิไม่โทนนนน

เจ้าของรถแลมโบกินี่มีนามว่า ‘เซน’ ได้ยินตอนแม่พี่เขาเรียกเมื่อกี้ หน้าตาก็หล่อทำไมถึงได้โหด เอาปืนมาจ่อหัวเด็กผู้หญิงหน้าตาสวยใสอย่างฉันได้ไง

เกิดมา 18 ปี เคยถูกแต่ผู้ชายจีบแบบเอาดอกไม้มาให้ ไม่เคยถูกเอาปืนจ่อหัวบังคับมาเป็นเมียเลยสักครั้ง ฉันถูกลากเข้ามาในคฤหาสน์โดยมีพี่เซนประกบตัวไม่ห่าง พี่เซนเอาแต่ข่มขู่ฉันสารพัด จนฉันกลัวไม่กล้าหนีไปไหน

“นี่มันเรื่องอะไรกันตาเซน ที่แกบอกว่าแม่หนูคนนี้เป็นเมียของแกนะหะ!” ฉันก้มหน้างุดด้วยความกลัวเมื่อเห็นแม่พี่เซนตวาดใส่พี่เซน

“ก็อย่างที่ผมบอก ข้างฟ่างเป็นเมียผม”

“แม่ไม่เชื่อแกหรอกว่าหนูคนนี้จะเป็นเมียแก” ใช่ค่ะคุณแม่ หนูไม่ใช่เมียพี่เซน พี่เซนเขาอุ้มหนูมาค่ะ T^T

“ทำไมแม่ถึงคิดแบบนั้น?”

“ก็แม่ไม่เคยเห็นแกจะสนใจใคร แล้วอีกอย่างหนูคนนี้ยังเด็ก ดูใสซื่อ ไม่เอาแกทำผัวหรอก” จริงค่ะ หนูยังเด็กและใสซื่อมากด้วย หนูไม่เอาพี่เซนมาเป็นผัวหรอกถึงแม้จะหล่อก็ตาม เพราะสกิลการพูดการจาไม่ผ่าน ยิ่งตอนเอาปืนมาขู่ ยิ่งไม่อยากเอาทำผัวใหญ่

“งั้นแม่ดูนี่” ในเมื่อแม่ผมไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด ผมก็คงต้องแสดงอะไรนิดหน่อยให้แม่เชื่อ

ผมเอื้อมมือไปจับคางมนของข้าวฟ่าง ที่นั่งก้มหน้างุดอยู่ข้างๆ ให้หน้าเงยหน้าขึ้น ผมไล่สายตามองตา จมูก ปาก และกรอบหน้าข้าวฟ่าง ฮึ! น่ารักวะ ข้าวฟ่างขมวดคิ้วด้วยความงงว่าผมเอามือจับคางตัวเองทำไม

“พี่จับ...อื้ออ...” พอข้าวฟ่างกำลังอ้าปากพูด ผมก็ทาบริมฝีปากตัวเองลงบนริมฝีปากเรียสวยของข้าวฟ่างทันที

กรี๊ดดดด!!! ฉันกำลังโดนจูบ

จูบแรกของฉานนนน!!!

ฉันนั่งตาโตด้วยความตกใจเมื่อถูกพี่เซนจูบปากอย่างกะทันหัน แค่ปากแตะปากสติแทบหลุด นี่พี่เซนเริ่มขยับปากและดันลิ้นเข้ามาในปากฉัน ฉันเม้มปากเข้าหากันเพื่อไม่ให้พี่เซนสอดลิ้นเข้ามาในปากได้ แต่พี่เซนรู้ทันเลยใช้ฟันกัดริมฝีปากฉัน ฉันอ้าปากร้องด้วยความเจ็บ พอฉันอ้าปากพี่เซนก็ถือโอกาสสอดลิ้นเข้ามาในปาก

“อื้อๆ” ข้าวฟ่างเริ่มดิ้นเมื่อผมสอดลิ้นเข้าไปในปากเธอ

การจูบนี่แหละที่จะทำให้แม่เชื่อว่าข้าวฟ่างเป็นเมียผมจริงๆ ครั้งแรกผมก็คิดแค่ปากแตะปากแหละ แต่พอปากผมแตะปากนุ่มของข้าวฟ่างเท่านั้นแหละ แม่งอย่างสอดลิ้นเฉย พอได้สอดลิ้น มันเหมือนผมว่ากำลังกินของหวานรสโปรดที่แสนหอมอร่อยมันถูกปากอย่างมาก จนผมเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ ผมผลักข้าวฟ่างให้นอนราบกับโซฟาก่อนจะเลื่อนมือลูบตามส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายข้าวฟ่าง

“โอเคๆ แม่เชื่อแล้ว แม่เชื่อแล้ว หยุดจูบกัน หยุดทำแบบนี้ต่อหน้าแม่” แม่จะบอกให้หยุดทำไมเล่า กำลังจะทำให้เชื่ออยู่เนี่ย

“อืออ...” ผมไม่ได้หยุดตามที่แม่ขอ อารมณ์มันพุ่งแล้วจะหยุดคงไม่ได้

“ตาเซนหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” แม่ลุกมาจับผมแยกออกจากข้าวฟ่าง

“โอ๊ย...หนุ่มสาวสมัยนี้ทำอะไรไม่อายคนแก่อย่างฉันเลย หัวใจฉันจะวาย ฟืด ฟืด” แม่ผมนั่งเอามือทาบอกตัวเองพร้อมกับยกยาดมมาดมหลายฟืด

“ฮึก...ฮืออ...ฮือๆ” หลังจากที่ฉันถูกพี่เซนจูบกะทันหันฉันก็นั่งร้องไห้

“เป็นอะไรหนู” แม่ผมที่เห็นข้าวฟ่างนั่งก้มหน้าร้องไห้ก็ถามขึ้น

“พี่เซนขโมยจูบแรกของหนูไป ฮืออ...” ยัยบ้านี่ทำตัวให้แม่ผมสงสัยอีกแล้ว ร้องไห้ที่ผมเอาจูบแรกไป มันจะอะไรนักหนาวะแค่โดนจูบ ผมไม่ได้จับยัยนี่ปล้ำซะหน่อย

“ยังไงตาเซน ดูเหมือนหนูคนนี้จะไม่ใช่เมียแกนะ นั่งร้องไห้ใหญ่เนี่ย” น่าน แม่สงสัยจนได้

“เงียบ! ถ้าไม่เงียบฉันฆ่าเธอแน่! ไม่ได้ขู่ด้วย!” ผมกระซิบพูดกับข้าวฟ่าง

“ฮึก อึก อึก” ฉันเม้มปากฮึบเสียงสะอึกไว้เมื่อถูกพี่เซนขู่

“ตาเซนแม่ได้ยินนะว่าแกขู่น้อง มานี่ หนูมานั่งข้างแม่” ข้าวฟ่างลุกไปนั่งข้างแม่ผมอย่างว่าง่าย

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะหนู” แม่ผมกอดปลอบข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างปล่อยโฮหนักกว่าเดิม

“ฮืออออ” ข้าวฟ่างร้องไห้สะอึกสะอื้นและเผลอหลับไประหว่างที่แม่ผมนั่งลูบหัวเพื่อปลอบ

“เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเซน” แม่ผมพูดเสียงแข็งก่อนจะให้คนใช้ที่บ้านอุ้มข้าวฟ่างไปนอนที่ห้องผม

“อธิบายแม่มา ว่าหนูข้าวฟ่างเป็นอะไรกับแก”

“ข้าวฟ่างเป็นเมียผม”

“แกคิดว่าแม่โง่รึไงตาเซน แกไม่เห็นเหรอว่าหนูข้าวฟ่างเขากลัวแกแค่ไหน ตอนที่ถูกแกจูบน่ะห่ะ!”

“ข้าวฟ่างเป็นเมียผม” ผมพูดประโยคเดิม ให้ตายผมก็ไม่ยอมให้แม่พาผู้หญิงที่ไหนมาเสนอให้ผมอีกแล้ว

“แกลักพาตัวเขามาใช่ไหม!?”

“ไม่ใช่! ข้าวฟ่างคือเมียผม เรารักกัน!” ผมพูดเสียงหนักแน่น

“ถ้าแกยืนยันว่าหนูข้าวฟ่างเป็นเมียของแกจริง แกก็ไปพาพ่อแม่เขามาหาแม่สิ แล้วแม่จะเชื่อ” เหี้ยแล้วไงกู

ผมไม่รู้จักพ่อแม่ข้าวฟ่างเลย แล้วผมจะพาพ่อแม่ข้าวฟ่างมาพบแม่ผมได้ยังไงวะ

เวรกรรมของกูแท้

“ว่าไง พาพ่อแม่ของหนูข้าวฟ่างมาหาแม่ได้รึเปล่าล่ะ?”

ตอนนี้เครียดยิ่งกว่าแม่หาผู้หญิงมาให้อีกนะ เอาวะเป็นไงเป็นกัน

“พรุ่งนี้ผมจะพาพ่อกับแม่ของข้าวฟ่างมาพบแม่”


เช้าวันต่อมา

“เชิญทางนี้ครับ”

ผมพาพ่อกับแม่ข้าวฟ่างมาที่บ้านเช้ามืดเลยล่ะ เมื่อคืนผมไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมั่งแต่หาที่อยู่บ้านข้าวฟ่าง พอทราบที่อยู่ผมก็รีบขับรถไปที่บ้านข้าวฟ่างเช้ามืด

‘มาหาใครจ๊ะ?’

‘เอ่อ...คือ...ผมมาหาพ่อกับแม่ของข้าวฟ่างครับ’

‘มาหาป้ามีอะไรรึเปล่าจ๊ะ?’

‘ใครมาน่ะคุณ?’

‘ไม่รู้ค่ะ เขามาถามหาคุณกับฉัน’

‘สวัสดีครับ ผมชื่อเซน เอ่อ...ผมเป็นแฟนกับข้าวฟ่าง ตอนนี้ข้าวฟ่างอยู่ที่บ้านผมครับ ผมมาในวันนี้คือ…ผมอยากจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปที่บ้านผมครับ’

‘...’ ไม่มีเสียงตอบรับจากพ่อกับแม่ข้าวฟ่าง ทำให้ผมถึงกับใจไม่ดีพวกท่านยืนเงียบมองหน้าผมนิ่ง

‘คือแม่ของผมไม่เชื่อว่าผมกับข้าวฟ่างเรารักกัน ผมจึงมาขอให้คุณพ่อคุณแม่ไปคุยกับแม่ของผมหน่อยครับ’

‘พวกเราก็ไม่เชื่อว่าเธอจะเป็นแฟนกับยัยฟ่าง พวกเรารู้จักลูกของพวกเราดีว่าเป็นยังไง ถ้าเธอมาแล้วพูดแบบนี้พวกเราจะแจ้งความนะ’

โอ๊ยยย...ไม่มีใครเชื่อผมเลยอะ ผมต้องใช้ไม้ตายสินะ

‘ผมกับข้าวฟ่างเรามีอะไรกันแล้วคะ...’

ผลัวะ!

ผมยังพูดไม่จบก็โดนพ่อข้าวฟ่างต่อยซะก่อน

‘แก!’ พ่อของข้าวฟ่างเข้ามาต่อยผมและยืนชี้หน้าผมอย่างเอาเรื่อง ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยนั่งคุกเข่าและยกมือไหว้พ่อกับแม่ของข้าวฟ่าง

‘ผมขอโทษครับที่ล่วงเกินข้าวฟ่าง ผมมาที่นี่เพราะผมจะมารับผิดชอบทุกอย่างที่ผมทำ ผมแค่ขอให้คุณพ่อกับคุณแม่ไปที่บ้านผมกับผมครับ’

‘พวกเราจะไปที่บ้านของเธอ ส่วนเรื่องที่เธอล่วงเกินยัยฟ่าง เราจะคุยกับแม่ของเธอเอง’

‘ครับ’

ปัจจุบัน

“นั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวผมเอาน้ำมาให้ครับ” พ่อกับแม่ข้าวฟ่างไม่พูดอะไรแต่ก็พยักหน้า ผมยกน้ำมาให้พ่อกับแม่ข้าวฟ่างและเดินไปตามแม่ที่เตรียมอาหารเช้าอยู่ในครัว

“สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่ของหนูข้าวฟ่าง”

“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ”

“ดิฉันเป็นแม่ของเซนค่ะ” พอแม่ของผมแนะนำตัวว่าเป็นใครพ่อของข้าวฟ่างก็ใส่แม่ผมทันที

“ลูกคุณบอกผมว่าเขาได้ล่วงเกินลูกสาวของผมแล้ว คุณจะรับผิดชอบยังไง?” พ่อข้าวฟ่างเวลาโกรธน่ากลัวฉิบ หน้านิ่งอยู่แล้วยังจะทำเสียงแข็งให้น่ากลัวเข้าไปอีก

“ดิฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างเลยค่ะ ดิฉันขอโทษด้วยนะคะ ที่ลูกชายของฉันล่วงเกินลูกสาวของพวกคุณ ดิฉันยินดีที่จะรับหนูข้าวฟ่างเป็นลูกสะใภ้ค่ะ ถึงแกจะยังเด็กแต่แกก็น่ารัก ดิฉันชอบหนูข้าวฟ่างค่ะ” แม่ผมพูดด้วยรอยยิ้ม ผิดกับผมที่กะจะหาผู้หญิงมาหลอกแม่ แต่ตอนนี้มันกลับตาลปัตรไปหมด

ผมแค่หาคนมากันไม่ให้ผู้หญิงคนอื่นมายุ่งกับผมแค่นั้น แล้วดูตอนนี้สิผมกำลังสร้างเรื่องให้ตัวเอง

“ข้าวฟ่างยังเด็ก เธอยังเรียนหนังสือไม่จบ ผมขอบคุณ ถ้าฝั่งคุณจะรับผิดชอบแต่ผมมีลูกสาวคนเดียว...”

“สินสอดเท่าไหร่เรียกมาได้เลยค่ะ” เดี๋ยวๆ แม่เดี๋ยว! สินสงสินสอดอะไร ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับข้าวฟ่างนะ ถึงเธอจะสวยแต่เราไม่ได้รักกันนะแม่

“พวกเราก็แค่คนธรรมดาไม่ได้ร่ำรวยเหมือนคุณ แค่คุณรับผิดชอบลูกสาวเราพวกเราก็ดีใจแล้ว ผมให้แม่ของข้าวฟ่างจัดการเรื่องนี้ละกัน” พ่อข้าวฟ่างว่าแต่ก็ไม่วายจ้องหน้าผม

“ตาเซนออกไปก่อน ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน”

“ครับ”


2 เดือนผ่านไป

ผมไม่รู้ว่าแม่คุยกับพ่อแม่ของข้าวฟ่างยังไง ข้าวฟ่างถึงได้มาอยู่ที่บ้านผม และผลาญเงินผมเป็นว่าเล่น

ผมก็นึกว่าผู้ใหญ่จะคุยกันว่าข้าวฟ่างยังเด็กให้ดูๆกันไปก่อน แยกกันอยู่อะไรแบบนี้ แต่นี่เปล่าเลย ข้าวฟ่างมาอยู่ที่บ้านผมเลย โดยที่แม่ผมโคตรยินดีปรีดา พวกเราไม่ได้แต่งงานกันแต่พวกเราจดทะเบียนสมรสกัน ผมสร้างเรื่องจนได้

ผมเครียดจะตายห่า เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องรับผิดชอบอะไรข้าวฟ่างบ้าง เพราะการกระทำของตัวเองแท้ๆ ถึงได้มีมนุษย์เด็กที่เรียกว่าข้าวฟ่างเข้ามาวนเวียนในชีวิต ผมเป็นคนรักอิสระ ชอบเที่ยว ชอบดื่ม แต่พอมีข้าวฟ่างทุกอย่างมันพังไปหมด ผมจะเที่ยวข้าวฟ่างก็จะไปด้วย พอผมบอกว่าผับเป็นที่ของผู้ใหญ่เขาไปกัน ข้าวฟ่างดี้ด้าใหญ่ และบอกว่าเรียนรู้ไว้เพราะวันข้างหน้าตัวเองก็จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ผมพาข้าวฟ่างไปด้วย พาไปเที่ยวผับที่ไม่ใช่ผับของไอ้บีกัน ผมมอมเหล้าข้าวฟ่างเพื่อให้รู้ว่าเธอไม่ควรมาที่แบบนี้อีก

แล้วยังไงล่ะ ทุกอย่างที่ผมทำมันก็เกิดปัญหากับผมเอง หลังจากที่ผมพาข้าวฟ่างไปเที่ยวผับและมอมเหล้าเธอ ข้าวฟ่างก็เมาแอ๋ ผมอุ้มข้าวฟ่างไปนอนที่คอนโดผม และเกิดอะไรขึ้นรู้ไหม? ผมกับข้าวฟ่างเสือกมีอะไรกัน มันเกิดจากความเมาของข้าวฟ่าง เมาแล้วยั่วแล้วผมก็เป็นผู้ชาย มีหญิงสวยๆ มาแก้ผ้าตรงหน้าแล้วเชื้อเชิญให้นอนด้วย ยั่วมาผมก็สนองสิครับ และเรื่องทุกอย่างมันก็เลยเถิดจนทำให้ผมพลาดเองทุกอย่าง แค่คิดจะหาคนมากันผู้หญิงของแม่ตัวเอง พอแม่ตายใจก็จะเลิก และจะไม่ยุ่งหรือข้องเกี่ยวกับข้าวฟ่างอีก

แต่ทว่าทุกอย่างมันดันไม่เป็นอย่างที่คิด ผมมีอะไรกับข้าวฟ่างและรู้ว่าเธอไม่เคย และยิ่งหนักกว่านั้นคือ...

ผมดันหลงรักข้าวฟ่างเมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้ตัวอีกที…ผมก็ชอบที่มีข้าวฟ่างมาวนเวียนในชีวิต

“ป๋าเซน...หนูอยากได้กระเป๋าใบใหม่จังเลยค่ะ” ผมนั่งทำงานอยู่ในห้อง แม่เมียตัวน้อยก็มากอดผมจากด้านหลัง อ้อนซื้อของอีกแล้ว

“ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกฉันว่าเฮียหรือพี่!” ผมตวาดใส่ข้าวฟ่าง แต่ดูเธอสิไม่กลัวแถมยังทำหน้าแบ๊วใส่ผมอีก

“ไม่เอาๆ หนูจะเรียกคุณว่าป๋าเซน ป๋าเซน งื้อ...น่ารักดีออก” ข้าวฟ่างไม่กลัวผมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะเธอมีแบ็คอัพที่สามารถเอามาสู้กับผมได้ เป็นใครที่พวกคุณก็รู้ดี

“น่ารักบ้านป้าเธอสิ! เดี๋ยวใครๆ ก็หาว่าฉันเลี้ยงต้อยเธอหรอกยัยบ้า!” ผมเพิ่งอายุ 25 เรียกป๋า มันแก่ไป

“แต่ป๋าเซนก็เลี้ยงต้อยหนูจริงๆ นี่คะ ให้เงินใช้ ซื้อของให้ นี่ยังไม่รวมค่าเทอมที่ป๋าจ่ายให้หนูด้วยนะ”

“หุบปากของเธอก่อนที่ฉันจะเป่าสมองเธอ!” ผมหลงรักข้าวฟ่างก็จริง แต่ไม่เคยบอกว่าต้องพูดดีหรืออ่อนโยนด้วยนี่

“ไม่รู้แหละ ถ้าป๋าไม่ซื้อกระเป๋าใบใหม่ให้หนู หนูจะไปบอกคุณหญิงแม่ของป๋า ว่าป๋าข่มขู่หนูให้มาเป็นเมียเพื่อหลอกแม่ตัวเองให้ดีใจเล่น!”

“โว๊ยยย! ฉันไม่น่าลากเธอมาหาแม่จริงๆ ไม่น่าลากเธอมาเลยจริงๆ ฆ่าทิ้งซะดีมั๊ยเนี่ย!!” ผมยีหัวตัวเองจนฟู เมื่อได้ยินคำต่อรองของข้าวฟ่าง

“อะๆ แล้วก็อย่าเล่นตุกติกกับหนูนะ หนูมีคลิปที่ป๋าข่มขืนหนู ถ้าหนูตายหรือหนูเป็นอะไรไป คลิปจะส่งถึงตำรวจทันที” ไม่รู้ว่าแอบถ่ายคลิปตอนไหน ขอดูคลิปก็ไม่ยอมกลัวผมทำลายหลักฐาน

“ยัยเด็กเหี้ย!” ผมตะคอกด่าข้าวฟ่างอย่างเหลืออด ไม่กลัวไม่ว่าแต่อย่าเยอะ

"ก็มีผัวเหี้ยก็เหี้ยตามผัวอ่ะค่ะ" ดูดิ ยัยเด็กนี่มันวอนตายจริงๆ กูไม่น่าเอาความอยากตัวเองบังตาเลย ได้เมียที่โคตรจะปวดหัวเนี่ย

"ยัย! โว๊ย! ...ดึกแล้วไปหาอ่านหนังสือทำการบ้านปะ" ขี้เกียจเถียงด้วย ยิ่งเถียงคนที่ปวดหัวเองก็คือผม

"ป๋าบอกมาก่อนว่าจะซื้อกระเป๋าให้หนู"

"สอบติดหมอเมื่อไหร่จะซื้อให้"

"โห้...อีกตั้งหลายเดือนที่หนูจะสอบ ขอกระเป๋า 1 ใบก่อนนะป๋านะ" มีต่อรอง

"ถ้าอยากได้กระเป๋าก็มาบริการฉันให้อารมณ์ดีหน่อยสิ ถ้าฉันอารมณ์ดีเธออาจจะได้กระเป๋าตามที่ขอ" ผมยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ข้าวฟ่าง

"ถ้าต้องเสียตัว หนูไปขอเงินพ่อซื้อก็ได้! " เหวี่ยงใส่กูอีก

"พ่อเธอฝากให้ฉันดูแล เธออย่าลืม" ถ้าข้าวฟ่างไปฟ้องพ่อว่าผมไม่ให้ตังใช้ ผมตายห่านะสิ พ่อข้าวฟ่างยิ่งไม่ค่อยจะชอบขี้หน้าผมอยู่ ก็ไม่ชอบขี้หน้าเพราะผมไปหลอกว่าได้กับข้าวฟ่างนั่นแหละ แล้วไงล่ะครับตอนนี้เสือกได้กันจริงๆ แล้วด้วย ตกกระไดพลอยโจนได้ยัยนี่เป็นเมียจริงๆ ไปแล้ว

"ป๋าดูแลหนู ป๋าต้องตามใจหนูสิ"

"อย่าเอาแต่ใจ ฉันไม่ใช่พ่อของเธอ เดี๋ยวจะโดนตัดค่าขนม"

"ป๋าเซนใจร้าย! " ฉันเบะปากใส่พี่เซนสะบัดบ๊อบใส่อย่างงอนๆ

"ฉันไม่เคยบอกว่าตัวเองใจดีนี่ ไปหาอ่านหนังสือทำการบ้าน อย่ามัวหมกมุ่นแต่วัตถุสังคม"

"หนูไม่อ่าน! หนูจะกลับไปนอนบ้าน หนูโป้งป๋าแล้ว! "

"เด็กดื้อเอาแต่ใจอย่างเธอต้องเจอฉัน อยากโป้งนักใช่มั๊ยยัยเด็กดื้อ! "

ฟุบ!

ผมกระชากแขนข้าวฟ่างแล้วเหวี่ยงไปที่โซฟา

"ในเมื่อไม่ยอมอ่านหนังสือก็มาออกกำลังกายกับฉันก็แล้วกัน" ผมแกล้งก้มลงไปหอมแก้มข้าวฟ่าง แต่ยัยเด็กดื้อนี่เอาหน้าหลบไม่ยอมให้ผมหอมแก้ม ผมก็ไม่ย่อท้อในการแกล้งเด็กดื้อหรอก ไม่ได้หอมแก้ม ดูดซอกคอเลยเป็นไง

จุ๊บ!

ผมก้มไปดูดที่คอของข้าวฟ่างสองสามจุด

"กรี๊ดดดด!! หยุดนะ!! หยุดดด....หนูจะอ่านหนังสือ! หนูจะอ่านหนังสือแล้วค่ะ! " ฮะฮ่าๆ พอผมบรรจงดูดคอยัยเด็กดื้อถึงกับสติแตกร้องกรี๊ดกร๊าดใหญ่เลย

"พูดว่าอะไรนะ ไม่ค่อยได้ยินเลย"

"หนูจะอ่านหนังสือค่ะ ป๋าลุกออกไปเลยนะ! "

"งั้นก็ไปอ่านหนังสือซะ ห้ามเล่นโทรศัพท์ ถ้าฉันเห็นเธอเล่นเจ็บตัวแน่" ผมลุกออกจากการคร่อมตัวข้าวฟ่าง แต่ก็ยังไม่วายชี้นิ้วคาดโทษเด็กดื้อก่อนจะกลับมานั่งทำงานตามเดิม

"รู้แล้วๆ "

ฮึ! ลองไม่รู้สิ พ่อจะจับตีตูดแน่

ผมนั่งทำงานไปเหล่ตาดูข้าวฟ่างที่นั่งอ่านหนังสือไป

"หาววว...ป๋าหนูง่วง นอนก่อนนะคะ"

"ก่อนนอนต้องทำยังไง"

จุ๊บ!

"อืม ไปนอนได้"

ผมเคยบอกกับข้าวฟ่างไว้ว่าก่อนนอนต้องจุ๊บผมทุกครั้ง ไม่งั้นผมตัดค่าขนมครึ่งหนึ่ง :) รู้สึกดีที่หลอกเมียตัวน้อยของตัวเองได้ ฮ่าๆ

"ป๋า ปิดไฟได้ไหม หนูนอนไม่หลับเลย"

"งั้นฉันไปทำงานข้างนอกก็ได้"

"ไม่เอา ป๋าก็รู้ว่าหนูกลัวผีอ่า" เริ่มงอแงใส่กูล่ะ

"ฉันยังทำงานไม่เสร็จ และต้องเปิดไฟทำงาน"

"งั้นหนูขอเปิดเพลงนะ จะได้กล่อมหนูนอน"

"ฉันต้องการสมาธิในการทำงาน"

"แต่ถ้าเปิดไฟหนูนอนไม่หลับอะ" หางเสียงมีความหงุดหงิด

"เฮ้อ...ฉันนอนก็ได้" ผมเก็บงานแล้วไปนอน พอล้มตัวลงนอนข้าวฟ่างก็ขยับมากอดผมและหลับไป

"เฮ้อ...ขี้อ้อนแบบนี้ กูจะทนได้ซักกี่น้ำกัน"

ผมจะมีอะไรกับข้าวฟ่างไม่ได้จนกว่าข้าวฟ่างจะเรียนจบ ม.6 แล้วดูเมียตัวน้อยของผมสิ เดี๋ยวงอแง เดี๋ยวอ้อน ถ้าผมเผลอจับปล้ำขึ้นมา พ่อตาฟันผมหัวแบะแน่

"ป๋า"

"นอน! " ผมพูดแล้วเอามือลูบหัวคนตัวเล็กในอ้อมกอด

"หนูไม่ง่วงแล้วอะป๋า" กูอยากจะบ้าตาย มีเมียเด็กนี่มันต้องเอาใจขนาดนี้เลยเหรอวะ!

"ไม่ง่วงก็ต้องนอน อย่าดื้อ"

"ป๋า...ถ้าวันหนึ่งแม่ของป๋ารู้ว่าเราหลอกท่าน ท่านจะโกรธเราไหม? "

"คงจะโกรธมั่ง"

"จะ...จริงเหรอ? "

"แต่ถึงจะโกรธก็ช่าง เพราะตอนนี้เธอก็เป็นเมียฉันจริงๆ แล้วนิ เป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย จะกลัวอะไรอีก"

"หนูกลัว...ถ้าวันหนึ่งเราต้องแยกจากกัน...จะไม่มีใครให้เงินหนูใช้" กำลังซึ่งพอเจอประโยคสุดท้ายก็หมดอารมณ์ซึ้งเลยกู

"ห่วงแค่ว่าตัวเองจะไม่มีเงินใช้แต่ไม่ห่วงว่าจะไม่เจอฉันอีกน่ะเหรอ ตกลงที่อยู่กับฉันเพราะเงินสินะ"

"ป๋างอนหนูเหรอ" ยังมีหน้ามาถาม ไม่ถีบตกเตียงก็ดีแค่ไหนแล้ว

"..." ผมไม่พูดอะไร ปล่อยมือที่กอดข้าวฟ่างแล้วนอนหันหลังให้เธอ

"ป๋าหนูขอโทษ" ข้าวฟ่างกอดผมจากด้านหลังพูดเสียงอู้อี้

"ป๋าเซน"

"นอนซะ พรุ่งนี้เธอต้องไปโรงเรียน"

"ไม่นอน ป๋าโกรธหนู หนูไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นนะคะ ป๋าเซนหนูขอโทษ" ข้าวฟ่างเอาหน้ามาคลอเคลียที่หลังผม มือก็กอดเอวผมแน่น

"หนูไม่ได้ตั้งใจทำให้ป๋าน้อยใจ ฮึก หนูไม่ได้เห็นเงินดีกว่าป๋านะ หนูไม่ได้...อื้ออ..." ผมอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปจูบคนตัวเล็กเพื่อให้เธอหยุดพูด มันดึกแล้ว มัวงอแงพรุ่งนี้ข้าวฟ่างตื่นไปโรงเรียนสายกันพอดี

"ฉันไม่ได้โกรธเธอ ไม่ต้องร้องไห้" ผมเอานิ้วเช็ดน้ำตาที่หางตาของข้าวฟ่าง เกิดมาไม่เคยที่จะมาพูดจาอ่อนโยนกับใคร ข้าวฟ่างเป็นคนแรกที่ผมอยากทำอะไรอ่อนโยนด้วย แต่ก็ในบางเวลาเท่านั้น

"ป๋าเกี่ยวก้อยกับหนูก่อน หนูถึงจะเชื่อว่าป๋าไม่ได้โกรธหนูจริงๆ " ข้าวฟ่างพูดพร้อมกับยกนิ้วก้อยให้ผม

"เฮ้อ...โอเคๆ ฉัน-ไม่-ได้-โกรธ-เธอ" ผมยกมือเกี่ยวก้อยกับข้าวฟ่างแล้วเน้นคำพูดใส่ข้าวฟ่าง เมื่อข้าวฟ่างได้ยินถึงกับฉีกยิ้มกว้างแล้วขยับหัวมาซบที่อกผม

"นอนซะเด็กน้อยของฉัน" ผมนอนลูบหัวข้าวฟ่างจนเธอหลับ ผมถึงจะหลับตาม


เช้าวันต่อมา

"หาววว ง่วงนอนจัง คร่อกกกก"

"ตื่นเดี๋ยวนี้ข้าวฟ่าง ฉันปลุกเธอตั้งแต่ 6 โมงเช้า ตื่นอีกที 7 โมง ยังจะมาง่วงนอนอยู่อีก ลืมตาเดี๋ยวนี้! " พี่เซนตะคอกใส่ฉันเสียงดัง

เมื่อเช้าพี่เซนมาปลุกฉันตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า แต่ฉันไม่ยอมตื่น นอนจนถึง 7 โมงเช้า พี่เซนก็เข้ามาปลุกฉันอีกรอบ ฉันงอแงไม่ยอมตื่น พี่เซนเลยอุ้มฉันไปโยนลงอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ ดูๆ ผู้ชายที่ขึ้นว่าเป็นสามี เค้าปลุกภรรยาแสนน่ารักด้วยการโยนลงอ่างน้ำ ไม่เคยอ่อนโยน บางทีฉันอ้อนก็ถูกถีบให้ไปไกลๆ ไม่โรแมนติกเอาซะเลยผู้ชายคนนี้

"หนูของีบระหว่างป๋าขับไปส่งหนูที่โรงเรียนนะคะ งีบสักนิดก็ยังดี"

"ถ้างีบ ฉันจับเธอโยนลงข้างทางแน่"

"O [] O" ฉันอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำขู่จากพี่เซน

"อยากนอนก็นอนดิ รับรองเธอได้ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ข้างทางแน่" โหดร้ายที่สุด

"หนูไม่งีบแล้วก็ได้ ชิ! " ฉันเบะปากใส่พี่เซนแล้วล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ามาเล่น

"วันนี้ฉันมีประชุมตอนเย็นอาจจะมารับเธอช้าหน่อยนะ"

"คิกๆ "

"ข้าวฟ่าง"

"ฮะฮ่าๆ น่ารักอ้า" ผมมองข้าวฟ่างที่นั่งเล่นโทรศัพท์ไม่สนใจคำพูดที่ผมพูดเลย

ผมไม่ชอบคนเมินเฉยใส่

ป้าป!

"อะ! ป๋าเซน! " ฉันเอามือจับหัวตัวเองแล้วหันไปมองพี่เซนที่นั่งขับรถด้วยสายตาเหวี่ยง

พี่เซนตบหัวฉันนะสิ

"ฉันพูดด้วยทำไมไม่สนใจฟัง! " ตะคอกใส่อีก หุ๊!

"หนูคุยกับเพื่อนอยู่นี่ เลยไม่ได้ยินที่ป๋าพูด" ฉันพูดเสียงอู้อี้

"วันนี้ฉันมีประชุมตอนเย็นอาจจะมารับเธอช้าหน่อย เข้าใจมั๊ย? "

"เข้าใจค่า"

"ดีมาก วันหลังผู้ใหญ่พูดอะไรก็หัดฟังซะบ้างไม่ใช่มัวแต่นั่งเล่นโทรศัพท์"

"อะถึงโรงเรียนหนูพอดีเลย สวัสดีค่ะ" ฉันรีบคว้ากระเป๋าลงรถก่อนที่จะถูกพี่เซนดุมากกว่านี้

"ไงจ้า อีคุณข้าวฟ่างช่วงนี้มาโรงเรียนก่อน 8 โมงทุกวันเลยเนอะ ฝนฟ้าถล่มนะกูว่า ทุกทีมาตอนเข้าแถวโน้น" พอเดินเข้ามาในห้องเพื่อนฉันก็เอ่ยแซวที่เห็นฉันมาโรงเรียนเช้า

ก็แหง่ล่ะ พี่เซนอาสาจัดเวลาตื่นนอนของฉันใหม่แถมยังมาส่งฉันที่โรงเรียนทุกวันด้วยตัวเอง ลองไม่มาโรงเรียนเช้าสิ โดนด่าหูชาแน่

"อย่ามาแซวกูค่ะ ที่กูมาเช้าเพราะป๋าเข้มงวดเรื่องเวลาตื่น หาววว ง่วงมากวันนี้ขอโดดเข้าแถวอีกวันนะมึง" ฉันถอดกระเป๋าวางแล้วฟุบหลับด้วยความง่วง

"โดดเข้าแถวทุกวันแท้ สักวันกูจะโทรบอกป๋ามึง" ยัยนิวพูด

"มึงอย่าหาเหาใส่หัวกูสิ ป๋ากูยิ่งดุๆ อยู่พวกมึงก็รู้"

"กูแค่ขู่มึงเล่น มึงโดดกูก็โดด กูขี้เกียจเข้าแถว ร้อนมาก" ยัยน้ำขิงพูด

"ใช่ ไปยืนเข้าแถวร้อนมาก ครูก็พูดอะไรไม่รู้โคตรเยอะกูไหม้ก่อนจะพูดจบพอดี พวกมึงโดดกูก็โดดด้วย" ยัยนิวพูด

พวกเรา 3 คนโดดเข้าแถวกัน ยัยนิวนั่งอ่านหนังสือ ยัยน้ำขิงเล่นโทรศัพท์ ส่วนฉันหลับ

"เฮ๊ยๆ อีข้าวฟ่างตื่นมึง ป้าระเบียบมาตรวจนักเรียนโดดเข้าแถวแล้วเว้ย" ยัยนิวเขย่าตัวฉันให้ตื่น พอฉันได้ยินมันพูดถึงป้าระเบียบถึงกับสะดุ้งตื่นรีบวิ่งไปหาที่ซ่อนกันทันที

ฉันจะโดนจับว่าหนีเข้าแถวไม่ได้ ไม่งั้นเรื่องได้ถึงหูพี่เซนแน่

"ป้าระเบียบไปยังพวกมึง"

"ยัง! "

"เฮ้ย! /เฮ้ย! /เฮ้ย! " พวกเราสามคนอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อพบว่าคุณครูระเบียบแห่งห้องปกครองยืนถือไม้เรียวอยู่ด้านหลัง

"หนีการเข้าแถวอีกแล้วนะพวกเธออะ นี่มันครั้งที่ 5 ของเดือนแล้วนะ! ไม่ได้การครูจำเป็นต้องโทรเรียกให้ผู้ปกครองมาพบ"

"ไม่ได้ค่ะ!!! " พวกเรา 3 คนพูดพร้อมห้ามพร้อมกัน

ฉันตายแน่ถ้าเรื่องถึงหูพี่เซน ได้โดนฟาดตูดลายแน่

"ไม่ได้! ถ้าครูไม่โทรบอกผู้ปกครองพวกเธอ พวกเธอก็จะไม่กลัวก็จะโดดการเข้าแถวเรื่อยๆ จนได้ใจ"

"ครูขา พวกหนูกราบงามๆ นะคะ อย่าโทรบอกพ่อแม่พวกเราเลยค่ะ พวกหนูสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีไม่โดดการเข้าแถวอีกแล้วค่ะ นะคะคุณครูระเบียบสุดสวย" ฉันพูดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้ครูระเบียบ

เห็นแก่ความน่ารักของพวกหนูนะคะคุณครู

"ฮึ! " คุณครูระเบียบไม่พูดอะไรนั่งกระตุกยิ้มให้พวกฉัน 3 คน และกดต่อสายหาผู้ปกครองของพวกเราทีละคน T^T

ตายอย่างอนาถค่ะ

"ส่งให้ไปเรียนแต่ดันโดดการเข้าแถว! "

"..."

"อยากโดนฟาดตูดใช่ไหมห๊า! "

"หนูขอโทษค่า"

ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่บริษัทพี่เซน โดนสวดยับเลย พี่เซนยกเลิกการประชุมเพื่อไปหาครูระเบียบโดยเฉพาะ โดนด่าตั้งแต่โรงเรียนจนมาถึงบริษัท บอกเลยว่ามึนมาก ฉันได้แต่นั่งก้มหน้าสำนึกผิด

"ขอโทษ ขอโทษๆ ๆ ๆ ทำผิดก็พูดแต่ขอโทษ พูดแล้วก็หัดปรับปรุงตัวบ้างสิ! ไม่ใช่ขอโทษแล้วยังทำตัวน่าถีบเหมือนเดิม! "

"..."

"ฉันต้องยกเลิกประชุมเพื่อไปฟังครูบ่นเรื่องพฤติกรรมของเธอ พ่อแม่เธอต้องรู้เรื่องนี้นะ" ม่ายยยย...ถ้าพ่อกับแม่รู้ต้องโดนบ่นอีกรอบแน่

"ป๋าอย่าบอกพ่อกับแม่หนูเลยนะ หนูสำนึกผิดแล้ว จะลงโทษหนูยังไงก็ได้ ขอแค่อย่าเอาเรื่องที่หนูโดนเรียกผู้ปกครองไปบอกพ่อกับแม่หนูเลย"

"ได้! ฉันจะไม่บอกพ่อกับแม่ของเธอ"

"ขอบคุณค่ะ ^_^" ฉันยกมือไหว้ขอบคุณพี่เซนด้วยรอยยิ้ม และต้องหุบยิ้มเมื่อ...

"ฉันจะไม่บอกพ่อกับแม่ของเธอ แต่จะหักค่าขนมเธอครึ่งหนึ่ง! "

"ม่ายยย!! ...ป๋า หนูกราบล่ะ อย่าตัดค่าขนมหนูเลย ป๋าเซนนน" ยกมือไหว้อ้อนวอนขอค่าขนมคืน ตัดค่าขนมเหมือนโดนตัดค่าหมูกระทะบุฟเฟ่ต์เลยนะ

"ฉันไม่ใจอ่อน จำไว้ห้ามโดดเข้าแถวอีก ไม่งั้นฉันจะจับเธอฟาดตูต! "

"ค่า"

"พูดให้ดังๆ หน่อย! "

"ค่า!! " แหกปากลั่นห้องเลยฉัน ดุยิ่งกว่าพ่อก็ผัวนี่แหละ

"มีการบ้านมั๊ยวันนี้"

"ไม่มีค่ะ"

"ไม่มีงั้นอ่านหนังสือรอ ฉันต้องเคลียร์งานอีกเยอะวันนี้คงกลับบ้านค่ำ"

"หนูของีบเอาแรงอ่านหนังสือซักชั่วโมงได้ไหมคะ? "

"ไม่ได้! นั่งอ่านหนังเดี๋ยวนี้ ถ้าเห็นว่านั่งสัปหงกตบนะ"

"โหดร้าย: (" ฉันเบะปากใส่พี่เซน

เพี๊ยะ!

โดนตบปากอีก อะไรเนี่ย!

"อย่ามาเบะปากใส่ฉัน นั่งอ่านหนังสือรอฉันไป"

"ค่า"


1 ชั่วโมงผ่านไป

"ป๋า หนูหิว" อ่านหนังสือไปท้องก็เริ่มต้องการอาหาร

"ไปบอกเลขาหน้าห้อง เดี๋ยวพี่เขาจะลงไปซื้อให้"

"เดี๋ยวหนูลงไปซื้อเองก็ได้ค่ะ เซเว่นอยู่ใกล้บริษัทป๋าไม่ถึง 100 เมตรเอง"

ปึก!

"บอกอะไรก็ทำตามแบบนั้น อย่าดื้อ"

"แต่หนูเกรงใจเลขาป๋า..." ทำไมชอบขึ้นเสียงใส่นักนะ

"อยากโดนเล่น? " พี่เซนเลิกคิ้วถามฉันเสียงนิ่ง ซึ่งฉันไม่ควรเสี่ยงการเล่นของพี่เซนทุกอย่าง

"ค่ะๆ "

"เอาตังไป" พี่เซนยื่นแบงก์ห้าร้อยให้ฉัน

"ขอบคุณค่ะ" รับเงินจากผู้ใหญ่ก็ต้องไหว้ขอบคุณ

"ฝากเลขาฉันซื้อถุงยางมาด้วย"

กึก!

ถุงยาง? เอามาทำมายยย

"ซะ...ซื้อ...ถะ...ถุงยางมาทำไมคะ? " ฉันถามพี่เซนอย่างงงๆ

"ซื้อมาเป่าเล่นมั่ง"

"ป๋าหนูซีเรียสนะ"

"ถ้าเคยเรียนสุขศึกษาว่าเขาใช้ถุงยางทำอะไรก็ตามที่เรียนมาเลย"

วะ...ว่า....ไงนะตามที่เรียนมา!

ก็ใช้ตอนที่มีเซ็กซ์นะสิ

"แล้วป๋าซื้อถุงยางมาใช้กับใครอะ? " ฉันโง่มากกับเรื่องพวกนี้ ถ้าถามเรื่องของกินนี่รู้ทุกอย่าง

"เด็กแถวนี้แหละ"

เด็กแถวนี้? ใครวะ?

ฉันเหรอ? ไม่มั่ง ฉันอายุ 18 แล้วนะ ไม่เด็กแล้ว







#จบตอนแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ ^^

ความคิดเห็น