ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Hidden Story 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2559 15:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hidden Story 2
แบบอักษร

Hidden Story : เกล็ดดาว

ตอนที่ 2 หมอธัชซุกกิ๊ก!

 

               เพราะการไปเชียงใหม่กะทันหันด้วยเรื่องของธีร์เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทำให้เกล็ดดาวได้รู้ความลับของสองแฝด น้องชายของสามีเธอโดยบังเอิญ แฝดคนรอง ทหารหนุ่มตัวแสบที่แอบซุกกิ๊กเอาไว้ที่เชียงใหม่ ส่วนแฝดคนเล็กก็ไม่ยอมน้อยหน้า แคซาโนวาธามผู้มีข่าวเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ความร้ายกาจไม่ได้อยู่แค่ตรงนั้น เพราะดูเหมือนว่ากิ๊กเบอร์หนึ่งที่ถูกซุกไว้อย่างยากต่อการระแคะระคายของคนในบ้าน กลับไม่ใช่ใครที่ไหน สาวน้อยผู้ช่วยพยาบาลส่วนตัวของคุณย่านั่นเอง!

               ดูเหมือนว่าผู้ชายบ้านนี้จะร้ายกว่าที่เธอคิด น้องชายสองคนยังขนาดนี้ แล้วแฝดพี่คนโตที่ใช้ความนิ่งกลบเกลื่อนทุกความเคลื่อนไหวคนนี้ล่ะ คงไม่ได้ซุกกิ๊กหรอกใช่ไหม!

               นางแบบสาวนั่งเหยียดขาวอยู่ที่โซฟาหน้าทีวี นิ้วโป้งเรียวงามถูกับปุ่มของรีโมตในมือไปมาอย่างไม่ได้ใส่ใจเพราะกำลังจดจ่ออยู่กับความคิด ดวงตาคู่สวยที่ปรากาศจากการแต่งเติมเพราะเธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จ กำลังมองสามีหนุ่มอย่างไม่วางตา สองสัปดาห์แล้วที่เธอเฝ้าจับผิดพฤติกรรมของเขาอยู่เงียบๆ แต่เขาเองก็หาได้แสดงพิรุธอะไรไม่ จะมีก็แต่...ทรงผมที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ซึ่งเจ้าตัวก็ให้เหตุผลกับเธอว่า

               ‘ช่างที่ร้านเขาปรับให้น่ะครับ เขาบอกว่าแบบนี้เหมาะกว่า’

               ใช่! โอเค เธอยอมรับว่าผมทรงใหม่ของเขา มันทำให้เขาดู...น่ากิน ไม่ใช่! น่ารักขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย แต่เธอจะแน่ใจได้ยังไง ว่าเหตุผลที่คุณหมอหน้าเดียวที่แทบจะไม่ยอมเปลี่ยนสีเสื้อทำงาน ทว่ายอมลงทุนเปลี่ยนทรงผมแต่โดยดีนั้น ไม่ได้เป็นเพราะ...มีสวีทฮาร์ตคนใหม่ที่อยากจะหว่านเสน่ห์ใส่หรอกใช่ไหม ยิ่งเจ้าเล่ห์ซ่อนเงียบอยู่ด้วย

               ธัชที่เริ่มรู้สึกถึงการตกเป็นเป้าสายตา ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากตำราวิชาการในมือ สบตาคนที่ยังง่วนอยู่กับภวังค์ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วให้กับเธอด้วยความสงสัย

               “คุณดาว...มีอะไรรึเปล่าครับ”

               เสียงทุ้มที่ไม่ดังไปกว่าเสียงจากโทรทัศน์มากนัก ดึงหญิงสาวออกจากห้วงความคิด เกล็ดดาวที่ไม่ทันตั้งรับกับคำถามหลุดแสดงอาการอ้ำอึ้งเพียงเล็กน้อย ก็จะรีบกู้สถานการณ์กลับมาตีสีหน้าปกติได้ทันท่วงที

               “เออ...เปล่าค่ะ ฉันแค่คิดว่า ผมทรงใหม่ของคุณ ดูหล่อดีนะคะ”

               “ก็หล่อทุกทรงนั่นแหละครับ” หมอหนุ่มคนซื่อตอบกลับภรรยาสาวทันทีด้วยคำพูดที่ช่างผมบอกกับเขา

               คนฟังถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะขำพรืดออกมาเพราะมุกตลกหน้าตาย “แหม เดี๋ยวนี้มีเล่นมุกด้วยนะตี๋”

               “ไม่ได้เล่นมุกครับ ผมพูดจริงๆ” ว่าเสร็จ ก็ก้มลงอ่านหนังสือต่อ ทิ้งให้นางแบบสาวอึ้งระลอกสองจนอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

               เห็นไหม เห็นไหมน่ะ ไปเอาความมั่นใจที่ใหญ่เบอร์นี้มาจากไหน ต้องมีแน่ๆ อย่างงี้ต้องมีนางสนมซุกไว้แน่ๆ

 

               ขณะที่เกล็ดดาวกำลังติดแหง็กอยู่บนท้องถนนเพราะการจราจรที่แทบจะทำให้ล้อของไข่เจียวฝังรากลงไปกับถนนอยู่แล้ว สายตาของหญิงสาวเลื่อนไปหาตัวเลขบอกเวลาของนาฬิกาดิจิตัล ก่อนจะพบว่าเป็นเวลาเลิกงานของสามีเธอพอดี มือเรียวบางหยิบสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึงแผนจับกิ๊ก! ที่เธอแอบวางเอาไว้เมื่อคืนนี้

               นางแบบสาวกรีดนิ้วแล้วกดเข้าแอปพลิเคชั่นติดตามตำแหน่งที่เธอเพิ่งแอบลงเอาไว้ในโทรศัพท์ของเขาเมื่อคืน

               “ถ้าออกนอกเส้นทางนะตี๋ คืนนี้เราเห็นดีกันแน่!”

               ภรรยาสาวจ้องจุดๆ เล็กที่บ่งบอกการเคลื่อนที่ของโทรศัพท์อีกเครื่องซึ่งแน่นอนว่าเป็นของสามีเธออย่างใจจดใจจ่อ ก้อนเนื้อในอกซ้ายสั่นไหวแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างลุ้นระทึก แอร์ในรถยนต์เย็นฉ่ำหากแต่กลับมีเหงื่อผุดขึ้นบนฝ่ามือจนเปียกชุ่ม แล้วก็เพียงไม่นานนักหลังจากนั้น มือเรียวบางก็ค่อยๆ ยกขึ้นแตะริมฝีปาก คิ้วโก่งได้รูปผูกเข้าหากัน ก่อนที่หญิงสาวจะเม้นกลืนเอาความจริงที่ได้รับรู้ลงคอไป

               “นี่มันแถวบ้านฉันเลยนะ” เสียงเรียบที่เกือบจะเปลี่ยนเป็นสั่นเพราะอารมณ์ที่เริ่มพุ่งขึ้น “มันชักจะหยามกันมากเกินไปหน่อยแล้ว!”

 

               นับตั้งแต่สิ้นประโยคพร้อมกับการฟาดแขนเต็มแรงลงกับพวงมาลัยรถ ภรรยาที่อารมณ์พุ่งปรี๊ดเพราะข้อสันนิษฐานในหัวมีแนวโน้มว่าจะเป็นจริงมากขึ้นก็แสดงอาการบึ้งตึงอย่างออกนอกหน้า เธอเพิกเฉยกับสามี ถามคำตอบคำ หลีกเลี่ยงการประสานสายตาและสนทนาอย่างชัดเจน จนในที่สุด คนที่จับความผิดปกติได้ไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป

               หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ และอยู่ด้วยกันอย่างเป็นส่วนตัวในห้องนอน คนถูกโกรธอย่างไม่รู้สาเหตุจึงถามในสิ่งที่ค้างคาใจ และคำตอบที่บอกว่า

               “ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ” หากแต่น้ำเสียงเย็นเฉียบนั้น ก็ทำให้คนถามรู้ได้ทันทีว่า...

               “ผมทำอะไรให้คุณรู้สึกไม่โอเคใช่ไหม”

               เมื่อถูกถามเซ้าซี้ คนที่ร้อนใจอยู่ก็เก็บอาการไม่ได้อีกต่อไป ในเมื่ออยากรู้มากนัก ก็เตรียมรับมือเอาไว้ให้ดีละกัน!

               “คุณมีอะไรอยากจะบอกฉันรึเปล่าคะ”

               คนฟังหัวใจหล่นวูบ หายใจติดขัดขึ้นมาฉับพลัน ตาที่มองเธออยู่เมื่อครู่นั้น เสมองไปทางอื่นอย่างพยายามจะซ่อนอะไรบางอย่างให้พ้นจากการจับผิดของเธอ

               “ก็...ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ” เขาโกหกเสียงแผ่ว

               “งั้นวันนี้หลังเลิกงาน คุณไปไหนมาคะ คุณไปเจอใครมา”

               คำถามที่สวนกลับมาทำเอาระบบหายใจของชายหนุ่มหยุดชะงักลงชั่วขณะ ทั้งที่เขาอุตส่าห์ซ่อนเรื่องนี้ให้พ้นจากสายตาของเธอมาได้หลายสัปดาห์แล้วแท้ๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

               เกล็ดดาวมองสามีที่ออกอาการอึกอักอย่างเห็นได้ชัด สายตาของเขาส่ายไปมาราวกับพยายามหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับเธออยู่ แล้วนั่นก็ยิ่งทำให้เธอมั่นใจในข้อกังขาของตัวเองมากยิ่งขึ้น

               “ตอบฉันมาสิคะ แต่อย่าลืมนะคะว่า...คุณโกหกไม่เนียน”

               คู่สนทนาเลื่อนสายตากลับไปหาหญิงสาว เขาไม่แน่ใจว่าเธอกำลังเธอตีความหมายของสิ่งที่เธอได้รับรู้มาว่าอย่างไร แต่ที่แน่ๆ จากสีหน้าและน้ำเสียงที่ทำให้เขารู้สึกเย็นวาบถึงขั้วหัวใจนั้น ยืนยันกับชายหนุ่มได้ดีว่ามันไม่ใช่ลางดีแน่ๆ

               ธัชลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของเขา แล้วเดินตรงไปหาภรรยาสาวที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากตู้เสื้อผ้า ชายหนุ่มสวมกอดภรรยาของเขาแทนคำตอบ “ไม่เอาสิครับคุณดาว หงุดหงิดมากๆ เดี๋ยวไม่สวยนะ”

               เกล็ดดาวช้อนสายตาขึ้นมองสามีที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน หากนั่นกลับทำให้คนในอ้อมกอดคิดว่า คนมีความผิดติดตัวกำลังพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของเธอ เพื่อซุกซ่อนความผิดของเขา

               “หมอธัช! ไม่ต้องทำแบบนี้ บอกฉันมา!” ภรรยาสาวกระแทกเสียงใส่ หากคนที่อมพะนำอยู่ทำได้แค่ส่งความเงียบกลับไปเท่านั้น

               ธัชส่งสายตาวิงวอนไปให้สาวร่างบางในอ้อมกอด หมายจะให้เธอลดทอนความเกรี้ยวกราดลงบ้าง ทว่า...ดูเหมือนคำวิงวอนผ่านสายตาของเขานั้น กลับทำให้น้ำใสๆ รื้นขึ้นปกคลุมดวงตาของเธอแทน หัวใจของชายหนุ่มบีบรัดทันทีเมื่อความจริงตรงหน้ากำลังบอกเขาว่าความลับที่เขาปกปิดเอาไว้ มันได้ทำร้ายหัวใจผู้หญิงที่เขารักมากแค่ไหน  ริมฝีปากของเขาขยับเล็กน้อยราวกับอยากจะเอ่ยอะไรออกมา หากแต่ความลังเลใจกลับทำให้เขาไม่ยอมพูดอะไรกับเธอสักที

               เกล็ดดาวมองคนตรงหน้าผ่านม่านน้ำใสๆ ด้วยความผิดหวังในตัวเขาที่เอ่อล้นอยู่เต็มอก ผู้ชายแสนดีในสายตาของใครต่อใคร สามีที่น่ารัก ผู้ชายซื่อๆ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอไม่เคยระแคะระคายว่าเขาจะนอกลู่นอกทางเลยสักครั้ง แต่พอมาตอนนี้ แค่ถามว่าเขาไปพบใครมา ผู้ชายคนนี้ยังให้คำตอบกับเธอไม่ได้ ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจจริง คงไม่พยายามซ่อนความจริงแบบนี้หรอก

               มันจริงที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอกับเขามีเรื่องไม่เข้าใจกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต่างก็ให้อภัยซึ่งกันและกันมาตลอด ด้วยรู้ดีว่า นิสัยที่แตกต่างต้องได้รับการปรับและทำความเข้าใจ แต่มันไม่ใช่เรื่องนี้! ถ้าเป็นเรื่องอื่น เธอยินดีที่จะเข้าใจและให้อภัยเขา แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เขาทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของเธอแบบนี้ล่ะก็ เราคงอยู่ด้วยกันไม่ได้อีกต่อไป!

               เกล็ดดาวผลักอกสามีของเธอออกเต็มแรงจนคนที่ตั้งรับไม่ทันถึงกับเซไปอีกด้านหนึ่ง หญิงสาวเดินตรงไปอุ้มเจ้าแมวอ้วนบนเตียง แล้ววิ่งออกประตูห้องนอนไปทันที

               ธัชนิ่งมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เขามั่นใจว่าเห็นน้ำตาของหญิงสาวไหลลงอาบสองแก้มในวินาทีที่เธอผละออกจากเขา ชายหนุ่มกะพริบตาซ้ำๆ ราวกับกำลังระดมความคิด รู้สึกใจหวิวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นี่เขาเผลอทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ที่กำลังจะกลายเป็นรอยขีดข่วนบนความสัมพันธ์ของเขาและเธอไปแล้วหรือนี่ คนตัวสูงพ่นลมหายใจทิ้งด้วยความหนักอก ก่อนจะรีบตามไปเคลียร์มรสุมใหญ่ที่ถ้าหากปล่อยเอาไว้ให้นานกว่านี้ คงได้มีบ้านแตกอย่างไม่ต้องเดาเลย

               เกล็ดดาววางอดัมลงบนเตียงของห้องเสื้อผ้าที่เธอมักจะใช้มันเป็นหลุมหลบภัยทุกครั้ง ยามเกิดความแปรปรวนของอารมณ์และจิตใจ หญิงสาวนั่งลงข้างๆ เจ้าแมวเหมียว ก่อนจะยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ เธอคิดไม่ออกจริงๆ ว่านอกจากข้อสันนิษฐานที่เธอตั้งเอาไว้แล้ว เขาจะมีเหตุผลอะไรอีก ที่ไม่ยอมบอกความจริงนั้นกับเธอ

               นางแบบสาวหันกลับไปที่ประตู เมื่อได้ยินเสียงการมาของใครอีกคน ก่อนที่เธอจะเบือนหน้าหนีการพยายามสบสายตาของเขา แน่นอน เธอไม่ใช่พวกหนีปัญหา ไม่มีทางที่คนอย่างเกล็ดดาวจะยอมให้เรื่องนี้คาราคาซังอย่างไม่มีข้อยุติ เธอจะต้องได้พูดคุยและหาทางออกของเรื่องนี้กับเขาแน่ หากแต่เวลานี้ หัวใจของคนที่เคยถูกคนรักหักหลัง ยังตั้งรับความจริงไม่ไหว และไม่พร้อมจะฟังอะไรเพิ่มมากไปกว่านี้ทั้งนั้น!

               ทว่า...ใครอีกคนกลับไม่ยอมปล่อยให้ปัญหาขยายใหญ่ขึ้นตามเวลาและการเติมเชื้อไฟโดยความคิดของคนอารมณ์อ่อนไหว ธัชเดินไปลากเก้าอี้จากโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ไม่ห่างไปมาก มานั่งประจันหน้ากับเธอ เขาเอื้อมไปจับสองมือของหญิงสาวมาวางไว้บนตักของเธอ ก่อนจะใช้มือใหญ่ของเขารวบจับสองมือเล็กของเธอเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว

               คนตัวสูงโน้มตัวลงเล็กน้อย มองดวงหน้าเปื้อนน้ำตาที่ก้มหน้างุด มือแกร่งอีกข้างหนึ่งยื่นไปเชยคางเธอขึ้นสบตาเขา ก่อนจะค่อยๆ ปาดน้ำตาให้ภรรยาขี้แยอย่างเบามือ

               “ไม่เอาแบบนี้สิครับ มีอะไรคุยกันดีๆ สิ ไหนลองบอกผมมาซิ ว่าคุณคิดอะไรอยู่”

               “คุณก็ตอบคำถามฉันมาก่อนสิ” เสียงสั่นเครือเพราะคนพูดยังมีน้ำตา เกล็ดดาวไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โง่เง่าขนาดนี้มาก่อน

               ธัชเม้มปากมองใบหน้าที่บอกความเจ็บปวดของเจ้าของได้ดี ก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกมาเบาๆ “ผมไปบ้านคุณมา ถ้าคุณไม่เชื่อ โทร. ถามคุณแม่คุณก็ได้นะครับ ผมไปพบท่าน”

               คิ้วเรียวของคนฟังกระตุก หากสายตาของเธอยังบอกชัดว่าไม่ได้เชื่อในสิ่งที่เขาพูดเต็มร้อย “ไปทำไม ถ้าคุณไปหาแม่ฉันจริงๆ ทำไมต้องปิดบังด้วย!” แววตาโกรธเกรี้ยวจ้องเขม็งไปที่คนอึกอัก ก่อนจะกระแทกเสียงซ้ำ “หมอธัช!”

               “บอกครับบอก” คนที่พยายามปกปิดความลับรีบตอบรับอย่างยอมจำนน “คือ...เดือนหน้าผมลางานได้อาทิตย์นึง แล้วผมก็คิดว่า...ภรรยาผมอาจจะน้อยใจได้ ถ้าไม่ได้ไปฮันนีมูนเหมือนคนอื่นๆ เขา ผมเลยโทร. ไปปรึกษาคุณแม่คุณ แล้วท่านก็ใจดีจัดการทุกอย่างให้ วันนี้ผมเลยแวะไปขอบคุณท่าน ท่านกำชับผมว่าไม่ให้บอกคุณเด็ดขาด”

               “...” ความจริงที่อยากรู้ทำให้คนฉุนเฉียวถึงกับพูดไม่ออก

               “ผมกะว่าจะเซอร์ไพรส์คุณ แต่ดูเหมือน...ผมจะโดนเซอร์ไพรส์ซะเองแล้วล่ะ”

               “ฮือ...อ หมออ้ะ” น้ำตาของคนขี้แยไหลทะลักออกมาพร้อมกับการโผเข้ากอดชายตรงหน้า “ทำไมไม่บอกแต่แรก ฉันก็คิดว่าคุณซุกกิ๊กอ้ะ!”

               ธัชเลิกคิ้วให้กับความจริงที่เพิ่งเข้าหู เขาคิดว่าเธอโกรธเพราะเขามีความลับกับเธอ แต่ที่ไหนได้ ที่คนตัวเล็กในอ้อมกอดฉุนเฉียวขนาดนี้ ที่แท้ เป็นเพราะ…

               “นี่คุณหึงผมเหรอเนี้ย”

               “ไม่ได้หึง!” คนไม่ยอมรับความจริงที่น้ำตายังไม่หยุดไหลเถียงกลับ พร้อมกับซับน้ำตาลงกับเสื้อนอนของชายหนุ่ม แต่คนเสื้อเปรอะกลับระบายยิ้ม

               “งั้นก็หวง”

               คนยอมจำนนไม่ตอบ แต่ทุบแผงอกของสามีเบาๆ ระบายความขัดเขินแทน เกล็ดดาวเช็ดน้ำตาบนใบหน้า ก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดเล็กน้อยเพื่อมองหน้าสามีของเธอ

               “คุณสัญญากับฉันได้ไหมคะ ว่าเรื่องแบบนั้น...จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณคิดจะทำ”

               ธัชยิ้มให้เจ้าของคำขอร้อง ก่อนจะโน้มศีรษะของเธอให้ลงมาแนบอกเขาดังเดิม “คงสัญญาไม่ได้หรอกครับ เพราะมันคงไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่ผมคิดจะทำ การไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ชีวิต ไม่เคยอยู่ในความคิดของผมด้วยซ้ำ แค่วูบหนึ่งของความคิด ก็ไม่เคยมี ผมไม่เคยคิดจะทำ”

               ไหล่บางของหญิงสาวไหวด้วยแรงสะอื้น “สาอ้ะ ไม่พูดซึ้งสิ น้ำตามันไม่หยุดไหล”

               คนปลอบหัวเราะออกมาเบาๆ “ใจรู้สึกยังไง ผมก็พูดไปแบบนั้น”

               เกล็ดดาวฟังแล้วกอดสามีของเธอแน่นขึ้น รู้สึกผิดสุดใจที่ลมหึงหวงทำให้เธอเผลอคิดกับเขาไปแบบนั้น แต่มันก็เป็นเพราะเขานั่นแหละ เป็นเพราะเขาทำให้เธอรักมากขนาดนี้ไง ใครมันจะไม่หวงบ้างเล่า!

               “แต่สาคะ ฉันยังมีอีกเรื่องที่อยากจะขอ”

               เสียงอ่อนของภรรยาดึงให้คนถูกเรียกก้มลงมองสบตากับเธอ ใบหน้าที่เปรอะคราบน้ำตาของหญิงสาวแดงระเรื่อ

               “คือเรื่องเมื่อกี้อย่าบอกใครนะ” ธัชเลิกคิ้วให้ดวงหน้าสวยที่กำลังคลอเคลียอยู่กับแผงอกของเขาอย่างออดอ้อน “เล่นใหญ่ไปหน่อยอ้ะ...อาย”

               หมอธัชกลั้นยิ้ม แกล้งหรี่ตามองคนพูด ทำทีว่ากำลังพิจารณาคำขอของเธอ

               ภรรยาสาวที่ตกเป็นรองจึงยืดตัวขึ้นเล็กน้อย ส่งคำขอร้องระลอกสองฟอดใหญ่ให้ที่ข้างแก้ม “นะคะสา แล้วถ้าเราไปฮันนีมูนกัน ฉันสัญญาว่าจะชดเชยให้”

               คนที่ไม่อาจต้านทานลูกอ้อนได้ไหวระบายยิ้มเขินจนเต็มแก้ม

               “สัญญาแล้วนะครับ”

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ใน meb ก็อัปเดตให้แล้วนะคะ
 
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว