ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

chapter 1

chapter 1

 

คุณเคยนึกเสียใจที่ทำอะไรบางอย่างลงไปไหม?

 

แน่นอนแหละ ผมเชื่อว่าพวกคุณต้องเคย  มันอาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น ตัดสินใจนอน ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำการบ้านที่ต้องส่งในวันพรุ่งนี้  หรืออาจจะเป็น การตัดสินใจไปเปิดกระโปรงของอาจารย์ฝึกสอนคนใหม่ตามความคึกคะนอง ที่ท้ายที่สุดแล้วการกระทำเล่านั่นของคุณ ส่งผลให้คุณได้รับโทษอย่างกนัก

 

ผมเองก็เช่นกัน …

 

เพราะผมเองก็เคยทำอะไรบางอย่างลงไปเหมือนกัน และอะไรบางอย่างที่ว่าก็คือ การไปหมายหัวลูกชายคนเล็กของตระกูลมหาเศรษฐีรายใหญ่ของประเทศ  ที่บ้านเป็นเจ้าของธุรกิจนำเข้า  มีพ่อเป็นประธานของบริษัทไม่พอ แถมยังมีปู่เป็นถึงผบ.ตร.ทรงอำนาจ ทั้งหมดเพียงเพราะไม่ชอบชี้หน้ามัน ก็เลยกลั่นแกล้งมันไปสารพัด

 

และผลที่ตามมาก็คือ ชีวิตนักศึกษาปี3น้อยๆของผมที่แสนจะสดใส ต้องกลับตลับปัดเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังตีน เช่นในตอนนี้…

 

"อ่ะ อ้า อื้อ ยะ…หยุด"ผมร้องบอกด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น ในขณะที่ช่วงล่างถูกคนด้านบนรุกล้ำเข้าออกไม่หยุดมานานหลายชั่วโมง

 

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้  ที่ผมต้องตกอยู่ในสภาพน่าอายแบบนี้  ถูกจับเปลืองผ้าทั้งตัวจนร่างกายเปลือยเปล่าไม่พอ  ยังถูกลากขึ้นเตียงกระแทกกระทั้นเข้าที่ช่องทางด้านหลังซ้ำๆ ไม่อยู่หยุดอีก

 

ช่องทางสีสด และคับแน่นที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการร่วมราคะแสบร้อนจากการถูกสอดใส่เวลานานจนรู้สึกราวกับจะหลอมละลาย

 

"…"และเช่นเดิมไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา  มีเพียงแค่แรงกระแทกกระทั้นของสะโพกแกร่งที่เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

 

พาเอาความเสียวซ่านแล่นฉิวไปทั่วร่างจนสมองขาวโพลน

 

"มะ…อื้อ ไม่ไหว อ๊าาาา!!" ผมหวีดร้องสุดเสียง ก่อนที่ร่างกายจะกระตุกเกร็งแล้วปลดปล่อยของเหลวบางอย่างออกมา จนเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งหน้าท้อง 

 

แต่ทั้งๆที่ผมเพิ่งจะเสร็จไป คนด้านบนกลับไม่มีท่าทีที่จะหยุดสิ่งที่กำลังกระทำ กลับก้มลงมาครอบครองริมฝีปากของผม ส่งลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าดูดกลืนน้ำหวานอัมฤทธิ์ในโพรงปากผม พร้อมกับเร่งความเร็วซอยสะโพกถี่รัว ก่อนฉีดพ่นของเหลวร้อนระอุเข้ามาข้างใน เมื่อถึงจุดหมาย

 

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกฝ่ายปลดปล่อยเข้ามาในตัวผม สิ่งที่ถูกปล่อยเจ้าไปก่อนหน้าจึงล้นทะลักออกมาจากช่องทางคับแคบบวมแดง

 

"อือ อื้ม" เมื่อคนด้านบนเสร็จสมอารมณ์หมาย มันก็ค่อยๆถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

 

ส่วนผมพอปากได้รับอิสระอีกครั้งก็นอนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

เปลือกตาค่อยๆหนักอึ้งจนใกล้จะปิด แต่ขณะที่สติกำลังจะจมดิ่งสู้ห้วงนิทรา จู่ๆ ร่างของผมก็ถูกช้อนตัวขึ้นอุ้มลงจากเตียง ทั้งที่ส่วนนั้นยังคงเชื่อมประสาน

 

"อ้าาา"เพราะการเปลี่ยนท่ากะทันหัน ทำให้ส่วนแข็งขืนใหญ่โตรุกล้ำเข้ามาในกายลึกขึ้นกว่าที่เคย  จนรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

"มะ…ไม่เอาแล้ว อึก! กะ…กูไม่ไหวแล้ว"

 

ผมร้องบอกด้วยเสียงที่แหบแห้ง พยายามใช่แรงอันน้อยนิดที่มีดันตัวออกจากคนตรงหน้า แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ส่วนใหญ่โตแข็งขืนที่ยังคงเสียบคา ดุดันเข้ามาลึกขึ้นกว่าเดิม

 

เพราะความใหญ่โตที่ผิดมาตรฐานชายไทยไปไกล ยามที่มันอยู่ภายในตัวผมหน้าท้องผมจึงได้ป่องนูนขึ้นมา

 

"กูก็ไม่ได้บอกให้มึงเป็นคนเอา เพราะกูจะเอามึงเองต่างหาก"ทันทีที่พูดจบก็อุ้มแตงผมเดินตรงไปที่ห้องน้ำทันที เแล้วภารกิจร้อนฉ่าอีกครั้ง โดยไม่สนใจเสียงร้องอ้อนวอนของผม

 

มาคิดดูแล้ว เรื่องมันกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังกัน มันเริ่มมาจากตรงไหนกันนะเรื่องนี้…

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

ณ มหาวิทยาลัยTวันเปิดภาคเรียน

 

"ไอ้ปลาย ไอ้ปลาย ตื่นซิวะไอ้เชี่ย"ผมรู้สึกตัวขึ้นมาด้วยเสียงร้องเรียกที่น่ารำคาญของไอ้เชน เพื่อนร่วมภาควิชาของผม

 

"อืม…หืม?"ผมค่อยๆลืมตาขึ้นไปก่อนจะหันไปมองทางต้นเสียงที่ปลุกให้ผมตื่น

 

"มาฮงมาหืมห์เหี้ยอะไร นี่มึงไปอดหลับอดนอนมาจากไหนเนี่ย ยังไม่ทันขึ้นห้องแม่งก็หลับเลยหรอวะ"ไอ้เชนยื่นมือมาตบหัวผมหนึ่งที ก่อนจะสอดตัวนั่งที่ม้านั่งข้างๆ

 

"เมื่อคืนกูควบกะปิดร้าน กว่าจะถึงหอก็สว่างแล้ว ยังไม่ทันได้นอนก็ต้องแต่งตัวมามอเนี่ย"ผมบอก ก่อนจะยืดตัวบิดขี้เกียจไปมา 

 

"รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้เปิดเทอมแล้ว ยังเสือกจะควบกะอีกนะมึง  ปีนี้ปี3แล้วนะโว้ย ถ้าขาดเรียนบ่อยเหมือนปี2มึงจบไม่ทันเพื่อนแน่"ไอ้เชนว่า ก่อนจะยื่นขวดกระทิงแดงที่มันมักซื้อติดกระเป๋ามาส่งให้ผม

 

"เออน่ะ กูรู้ ปิดเทอมกูเลยรีบเก็บเงินไง กะว่าเทอมนี้จะทำแค่สุดสัปดาห์"ผมบอก ก่อนรับขวดกระทิงแดงมาเปิดแล้วกระดกดื่มจนหมด 

 

"อ้าวอยู่นี่นี่เองเฮดว๊ากของปีนี้ กูนึกว่าแม่งจะทำงานจนลืมว่าวันนี้เปิดเทอมแล้วซะอีก"ผมกับไอ้เชนหันไปมองตามทิศทางของเสียง ก่อนจะพบกับไอ้วัด เพื่อนอีกคนในชุดเครื่องแบบนักศึกษาถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดตีนเดินเข้ามา

 

"เฮดว๊ากเหี้ยอะไร แม่งโยนงานให้กูชัดๆ"ผมต่อว่าเมื่อได้ยินตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองในปีนี้

 

ปีนี้ผม เป็นนักศึกษาปีที่3 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในมหาลัยรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง และอย่างที่รู้กันว่า เด็กคณะวิศวะนั้นจะมีธรรมเนียมเกี่ยวกับการรับน้องที่ค่อนข้างจะจริงจังกว่าเด็กคณะอื่น และด้วยเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมาช้านาน (หึๆ) ผมก็เลยได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติของปีนี้

 

และไอ้ตำแหน่งที่ว่า ก็เฮดว๊าก หรือก็คือหัวหน้าในการรับน้อง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องต่างๆของการรับน้องของปีนี้มากที่สุด พูดง่ายๆคือเป็นตำแหน่งที่เด็กใหม่ทุกคนเกรงใจ

 

จริงๆผมไม่ได้ชอบเป็นคนใหญ่คนโตอะไรแบบนี้หรอกครับ แต่เนื่องจากวันประชุมวางแผนเรื่องรับน้องก่อนปิดเทอมของปีที่แล้ว  ผมมัวแต่หลับ ตื่นมาอีกทีเลยถูกยัดเยียดตำแหน่งนี้มาให้ 

 

เอาจริงๆได้ตำแหน่งเฮดว๊ากอะไรนี่มันก็ไม่ใช่ของที่ดีอะไรขนาดนั้นหรอกครับ เพราะนอกจากจะเป็นคนที่ต้องเข้าห้องเชียร์รับน้องทุกครั้งห้ามขาดแล้ว ยังต้องทำตัวให้น่าเกรงขาม ต้องคอยปราบไอ้พวกเด็กวอนตีนที่เพิ่งจบมัธยมทั้งหลายอีก  ต้องคอยควบคุมดูแลเรื่องการเข้าเชียร์  เห็นพี่คนที่แล้วที่เป็นเฮดว๊ากทำแล้วบอกเลยว่า เหนื่อย!! 

 

เพราะมันต้องทำทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ แถมยังต้องทำภายใต้กฎเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยอย่างเหมาะสมอีก ไม่ได้แค่มีหน้าที่ตะโกนด่าตะโกนสั่งลงโทษรุ่นน้องอย่างที่ใครๆคิดหรอกนะครับ

 

แล้วถ้าเกิดคิดจะอู้หรือไม่ทำให้หน้าที่ให้ดีๆ ก็จะโดนพี่ปี4จัดการอีกที   แค่คิดผมก็อยากจะสละตำแหน่งตั้งแต่ยังไม่เริ่มแล้วครับ

 

ไม่รู้แม่งอุตริคิดอะไรกันถึงต้องมีธรรมเนียมรับน้องบ้าๆนี่ แค่เรียนก็หนักจะตายแล้วยังต้องมาคอยทำกิจกรรมบ้าบออะไรอีก

 

แต่ถึงจะบ่นแบบนั้นแต่ลึกๆ ผมก็ชอบในธรรมเนียมนี้นะ เพราะมันทำให้เราได้เพื่อนๆได้พี่ๆน้องๆที่สามัคคีกันดี อารมณ์ประมาณแบบเพราะผ่านการอยู่ร่วมกันมา พวกเราก็เลยจะรักกันและสามัคคีกันมากขึ้นอะไรแบบนั้น

 

ข้อดีของการมีรุ่นพี่ก็คือ พวกเขาจะคอยช่วยเหลือคุณในเรื่องๆ ตั้งแต่เรื่องเรียน ไปจนเรื่องความเป็นอยู่ เช่นการเลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าเป็น แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินของพี่เขาด้วย ถ้าได้พี่รหัสที่บ้านรวยๆก็สบายไป แต่ถ้าได้บ้านจนแบบผมก็คือช่วยได้แค่เรื่องเรียนนิดหน่อยเท่านั้นแหละ

 

"ก็ใครใช่ให้แม่งเสือกหลับตั้งแต่ต้นจนจบประชุมล่ะ มึงก็รู้พี่ชัดแม่งจริงจังเรื่องรับน้องแค่ไหน"ไอ้เชนว่า

 

พี่ชัดที่ว่าคือพี่ปี4 เป็นเฮดว๊ากของปีที่แล้ว  พี่แกอย่างโหด ไม่ใช่แค่หน้าตานะ แต่ตัวแม่งก็ใหญ่มาก แค่เดินเข้าห้องเชียร์เด็กปีหนึ่งแม่งก็กลัวจนหัวหด แต่ถึงพี่แกจะหน้าโหดทรงโจรแค่ไหน แต่จริงๆพี่แกใจดีมาก  แกเป็นพี่รหัสของไอ้เชน ช่วยเรื่องเรียนไอ้เชนทุกวิชา ทั้งชีท ทั้งข้อสอบพี่แกหามาให้มันหมด แถมยังพาไปเลี้ยงเหล้าเกือบทุกอาทิตย์ตอนที่พวกผมอยู่ปี1  ผิดกับพี่รหัสผมขานั่นแม่งยาจกเหมือนผมเด๊ะ! แล้วแม่งยังไม่ค่อยฉลาดอีก ปีที่แล้วได้ข่าวว่าพี่แกแดกfเรียบ ดูแลน่าต้องรอจบพร้อมพวกผม เหอะๆ 

 

"ก็กูทำงานกลางคืนนี่หว่า แล้วแม่งปิดเทอมแล้วเสือกนัดประชุมตั้งแต่8โมง ใครเขาเคย"ผมบ่น

 

"เอาน่าบ่นไปก็เท่านั้น ยังไงมึงก็ต้องทำ  เด็กปีหนึ่งกำลังทยอยมาแล้ว ทำหน้าให้มันโหดๆหน่อยสัส ปากนี่ก็ชอบทาจังอุทัยทิพย์เนี่ย แดงสัสๆ กลัวเขาไม่รู้ไงว่ามึงเคยเป็นสก้อยซ้อนท้ายอ่ะ" ไอ้วัดว่า พร้อมยื่นมือมาเช็ดปากผม

 

"สก้อยพ่องมึงดิ ปากกูสีนี่อยู่แล้วเหอะ เขาเรียกคนสุขภาพดีอ่ะเข้าใจไหมสัส ไม่ได้อัดบุหรี่แบบมึงปากถึงดำขนาดนี้"ผมเถียงกลับ  

 

จริงๆผมเป็นคนภาคเหนือครับ ก็เลยได้เชื้อความขาวของพ่อแม่มา และพอขาวมากๆปากมันก็เลยแดงกว่าคนอื่น ตอนปีหนึ่งเลยโดนพวกรุ่นพี่แม่งแกล้งให้หอมแก้มเพื่อนประจำ แถมที่หอมคือแก้มเพื่อนผู้ชายด้วย คิดแล้วอยากจะร้องไห้ มันคืออดีตที่ข่มขื่นของผมเลยเรื่องนี้

 

"หึ กูว่าเฮดว๊ากปีนี้นอกจากรุ่นน้องจะไม่กลัวแล้ว ยังอาจจะถูกจับทำเมียอีก พี่ชัดแม่งก็ไม่ดูหน้ามันเลย หน้าอย่างกับตัวนาก แต่เสือกให้อยู่ตำแหน่งสิงโต กูอยากจะบ้าตาย"ไอ้วัดว่าไปขำไป ทำเอาตีนผมกระตุก เลยถีบขาแม่งไปแรงๆหนึ่งที

 

"นากพ่องมึงซิ อย่างกู เขาเรียกเสือโว้ย"ผมแย้ง  ก่อนจะหันไปมองหน้าคณะที่ตอนนี้คับคั่งไปด้วยผู้คน

 

ที่มองนี่ก็ไม่ใช่ตื่นเต้นหรืออะไรหรอกก็แค่มองหาเด็กใหม่ที่สวยๆอิ๋มๆสักคน แต่กลับไม่พบแบบที่ต้องการเลยสักคน

 

ก็อย่างที่รู้กันดี คณะวิศวะนั้นขึ้นชื่อเรื่องความป่าเถื่อน ดังนั้นสาวๆที่เข้ามาเรียนที่คณะนี้ส่วนใหญ่จึงเป็นพวกสายแกร่ง ทึก ทน นานๆทีจะมีสาวเอวบางร่างน้อยที่หน้าตาแช่มช้อยหลงมา ซึ่งปีผมนั้นไม่มีสาวแบบที่ว่าเลย  ขนาดดาวคณะยังหุ่นนักกีฬายกน้ำหนักเลย เหอะๆ 

 

อ่อไม่ใช่ว่าสาวหุ่นนักยกน้ำหนักจะไม่ดีนะ ก็แค่ไม่ใช่สเปคผมก็เท่านั้น

 

"พี่ปลายสวัสดีค่ะ"ในขณะที่ผมกำลังมองหาสาวในสเปคอยู่นั้น จู่ๆสาวที่ว่าก็วิ่งตรงเข้ามาหา

 

"หวัดดีครับน้ององุ่น วันนี้ก็น่ารักอีกแล้ว"ผมเอ่ยทักทายพร้อมหยอดคำหวานให้สาวน้อยแสนสวยตรงหน้า

 

น้ององุ่น แค่ชื่อก็น่ากินแล้ว แต่ตัวจริงน่ากินยิ่งกว่า เสียดายที่เธอเป็นน้องรหัสของผม องุ่นเรียนวิศวะ ภาคดนตรี  ส่วนผมภาคโยธา คนล่ะสายแต่ก็พอไปด้วยกันได้ อย่างน้อยๆผมก็ช่วยน้องติวพวกวิชาพื้นฐานได้  ไม่เหมือนพี่ใบ พี่รหัสผม รายนั้นแคลคูลัส1แม่งยังไม่ผ่านเลย

 

"อุ้ยพี่ปลายอ่ะ ปากหวานตลอด"น้ององุ่นยิ้มเขินตัวบิด  เรียกรอยยิ้มจากผมและเหล่าชายฉกรรจ์บริเวณใกล้เคียงได้อย่างง่ายดาย

 

"รู้ได้ไงเคยชิมหรอ"ผมแกล้งหยอด ทำเอาองุ่นหน้าแดงแปร๊ด

 

"พอเลยค่ะ องุ่นมานี่เพราะได้ยินว่าพี่ปลายเป็นเฮดว๊ากของปีนี้ใช่ไหมคะ"

 

"ใช่ครับ"ผมตอบ

 

"งั้น อย่าแกล้งพวกหนูมากนะคะ ปีที่แล้วพี่ชัดสั่งลุกนั่งจนกล้ามขาขึ้นหมดแล้ว"น้ององุ่นว่า

 

"เราอยู่ปีสองแล้วพี่จะสั่งลงโทษเราทำไม พี่ต้องลงโทษปีหนึ่งซิ"ผมว่า เอาจริงๆปีที่แล้วผมอยู่ปีสอง เพื่อให้เหล่าเด็กปีหนึ่งสำนึกผิด พี่ปีสามเลยมักจะสั่งลงโทษปีสองด้วยตลอด   มันอาจจะฟังดูไร้สาระ แต่มันได้ผลนะครับ เรียกน้ำตาน้องปีหนึ่งได้เป็นถังๆ

 

"ง่ะ ถ้าน้องปีหนึ่งโดนลงโทษ ปีสองก็ต้องโดนด้วยไม่ใช่หรอคะ"น้ององุ่นน่างอ บ่นอุบ

 

"องุ่นไม่ต้องห่วงปีนี้พี่จะคอยช่วยเราเอง จะเป็นแกนนำก่อการปฏิวัติต่อเฮดว๊ากผู้ชั่วร้ายให้กับพวกเราเอง"ไอ้วัดรีบเสนอตัว

 

"ส้นตีนเหอะ ได้ข่าวว่ามึงก็เป็นเฮดด้วยอีกคนไม่ใช่ไง จะปฏิวัติตัวเองเพื่อ?"ผมต่อว่า เนื่องจากอาจจะเกิดเหตุสุดวิสัยเลยต้องมีเฮดว๊ากสองคนขึ้นไปไว้สลับกันทำหน้าที่

 

"ขอบคุณค่ะพี่วัด เห็นโจบอกว่าเรียกร้องรวม8:30ได้เวลาแล้วเดี๋ยวองุ่นไปช่วยเพื่อนเรียกรวมน้องนะคะ"องุ่นว่า หลังมองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

 

"ครับผม ให้น้องตั้งแถวเลยนะ 9โมงพวกพี่จะลงไป"ผมสั่งการ วันนี้เป็นการเรียกเข้าห้องเชียร์ครั้งแรกที่มีปีสามอย่างผมเข้าร่วมด้วยเลยนัดเช้า แต่หลังจากนี้เวลานัดเข้าเชียร์จะนัดเป็นช่วงเย็นหลังเลิกเรียนแทน

 

"รับแซ่บค่ะ"น้ององุ่นรับคำ ก่อนจะวิ่งไปหาเพื่อน และเริ่มเรียกรวมน้องๆปีหนึ่ง

 

ส่วนผมกับพวกไอ้เชนไอ้วัดก็นั่งคุยแบ่งหน้าที่กันว่าใครจะทำอะไรบ้าง พอได้เวลาก็เลยเดินเข้าไปในห้องเชียร์

 

"มากันครับหรือยัง"ผมเดินเข้าไปถามตีท่าเคร่งขรึมสุดฤทธิ์

 

"เอ่อคือ เกือบครบแล้วครับพี่แต่ยังเหลือคนหนึ่ง"โจ เด็กปีสองที่ทำหน้าที่หัวหน้ารุ่นเดินมาส่งใบเช็กชื่อให้ ปีนี้มีเด็กปีหนึ่งเกือบ60คนซึ่งเยอะกว่าทุกปี

 

"แต่นี่มัน9โมงแล้วเหลือใครยังไม่มา!!"ผมตะโกนถามเสียงดัง ส่งผลให้เหล่าเด็กปีหนึ่งทุกคนหันมองหน้ากัน 

 

เริ่มต้นก็มีเหตุการณ์ให้โดนลงโทษเลยแฮะ ปวดใจนิดๆแต่เพราะหน้าที่ก็เลยต้องทำ

 

"ผมถาม พวกคุณได้ยินไหม!!"ผมตะโกนถามอีกรอบเมื่อไม่ได้คำตอบ เอาจริงๆในใบเช็กชื่อมันก็บอกแหละว่าใครยังไม่มา แต่ก็ต้องแกล้งถามอ่ะ

 

"ได้ยินค่ะ/ครับ"เสียงเอื่อยๆของเหล่าเด็กปีหนึ่งตอบกลับอย่างไม่พร้อมเพรียง

 

"ได้ยินแล้วทำไมไม่ตอบ!!! พวกคุณไม่รู้หรือไงว่าเพื่อนคุณหาจไปไหน!!"ผมยังคงตะโกนถามกดดันต่อ

 

"…"รอบนี้กลับไม่มีใครกล้าเปิดปากเลยสักคน

 

"เมื่อวานปฐมนิเทศ ทางคณะได้มีการแจกเอกสารกิจกรรมที่เด็กปีกนึ่งทุกคนต้องเข้าร่วมแล้ว  และยังระบุไว้ด้วยว่าหากใครฝ่าฝืนหรือไม่ทำกิจกรรมที่ว่าจะถูกตัดออกจากรุ่น พวกคุณอยากให้เพื่อนคุณถูกตัดรุ่นใช่ไหม!!"ผมตะโกนถาม

 

"ไม่ค่ะ/ไม่ครับ"เด็กปีหนึ่งตอบกลับมาเสียงอ่อน ทำเอาผมแอบสะเทือนใจ

 

"ปี2รวม!!!"พอบิ้วหนึ่งแล้ว ก็ต้องมาเพิ่มความรุนแรงโดยการใช้ปี2เป็นเครื่องมือ  ทันทีที่ผมสั่ง ปีสองจากทั่วสารทิศก็วิ่งมารวมกันพร้อมจัดแถมอย่างรู้งาน

 

"…" พอเห็นพี่ปีสองถูกเรียก ปีหนึ่งก็เริ่มตื่นตระหนกตกใจ

 

"ปี2คุณรู้ไหมว่าน้องคนไหนของคุณหายไป!!"ผมตะโกนถาม  จริงๆวันนี้ไม่ใช่วันแรกของการรับน้องนะครับ เพราะครั้งแรกคือทำไปตั้งแต่วันปฐมนิเทศแล้ว ซึ่งวันนั้นจะมีแต่ปี2ที่ทำหน้าที่ชี้แจงรายละเอียดต่างๆของการเป็นเด็กคณะวิศวะ และทำความรู้จักน้องๆ พร้อมทั้งจับน้องรหัส  ดังนั้นปีสองต้องรู้ว่าน้องคนไหนหายไป

 

"รู้ค่ะ/ครับ"ปีสองตอบอย่างพร้อมเพรียง

 

"แล้วพวกคุณรู้ไหมว่าทำไมน้องถึงหายไป!!!"

 

"…"รอบนี้ปีสองเงียบกริบ

 

"ในเมื่อคุณเป็นพี่ แต่ไม่รู้ว่าน้องหายไปไหน งั้นพวกคุณจะต้องถูกลงโทษ ปีสอง ลุกนั่ง50ที ปฏิบัติ!!!"ผมตะโกนสั่ง  

 

"ลุกนั่ง50ที ปฏิบัติ!!"ปีสอง ร้องตะโกนขึ้นมา ก่อนจะเริ่มลงนั่งพร้อมตะโกนนับเลขอย่างพร้อมเพรียง  จนครบ50  เห็นหน้าน้ององุ่นแล้วอยากจะเดินไปโอ๋จริงๆ

 

"ปีหนึ่งผมจะถามอีกครั้ง เพื่อนของคุณหายไปไหน!!"ผมตะโกนถามปีหนึ่งอีกครั้ง

 

"…"แต่คำตอบกลับไม่มี

 

"ปีสอง!! ในเมื่อน้องพวกคุณตอบไม่ได้ว่าเพื่อนหายไปไหน คุณก็ต้องตอบแทนน้อง คุณรู้ไหมน้องคุณหายไปไหน"ผมถามคำถามเดิมอีกครั้ง

 

"ไม่ทราบครับ/ค่ะ" แต่ปีสองก็ยังตอบไม่รู้เหมือนเดิม 

 

"ในเมื่อคุณพวกคุณทุกคนให้คำตอบผมไม่ได้ ก็ต้องถูกลงโทษ ปีหนึ่งปีสอง คุณเลือกมาว่าใครจะเป็นยอมรับโทษ!!"ผมตะโกนถาม แล้วรอดูปฏิกิริยา 

 

เหล่าเด็กปีหนึ่งเพราะยังไม่เข้าใจถึงความเป็นพี่น้องในคณะเลยพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

 

"ผมครับ/หนูค่ะ" แต่ในขณะที่ปีหนึ่งกำลังเลิกลั่นอยู่นั้นพี่ปีสองก็ต้องโกรธขึ้นมารับโทษแทนอย่างพร้อมเพรียง

 

จริงๆปีสองถูกทำโทษไปแล้ว ก็ไม่ควรจะต้องรับโทษ อีก แต่เพื่อแสดงสปิริตปกป้องน้อง ปีสองจึงต้องรับโทษแทนน้องอีกครั้ง

 

"ลุกนั่งอีก50 ปฏิบัติ!!!"ผมสั่ง และปีสองก็เริ่มทำตามคำสั่งเช่นเดิม

 

"ปีหนึ่งพวกคุณดูไว้ เพราะพวกคุณไม่รู้ว่าเพื่อนหายไปไหน พวกพี่ปีสองเลยต้องรับโทษแทนพวกคุณ ถ้าครั้งหน้ายังมีอีกผมจะเพิ่มโทษเป็นเท่าตัว!!"

 

TBC.

 

ขออนุญาตทุกคนเปลี่ยนมาลงเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักแทน เนื่องจากช่วงนี้สุขภาพไรท์ไม่ค่อยดี เลยไม่ เลยคิดอะไรไม่ออก แต่เรื่องนี้คือตั้งใจว่าจะลงนานแล้ว แต่งได้10กว่าตอน  แต่ยังไม่ได้คลีนคำ ไรท์เลยจะเอาเรื่องนี้ลงแทน เพราะไม่อยากหายไปนานๆ

 

กฏเดิมคือ ลงอ่านฟรี5ตอนแรก ตอนที่หกขึ้นไปจะเริ่มติดเหรียญ แต่ใครไม่สะดวกเปย์สามารถไปรอใช้กุญแจอ่านฟรีที่ธัญวลัยได้ไม่ว่า

 

เรื่องนี้มีกี่ตอนจบไรท์ยังไม่รู้ เพราะยังวางโครงเรื่องไม่จบดี  แต่จะพยายามลงวันเว้นวันให้ได้สม่ำเสมอนะ

 

ปล.ปกนี่เป็นแกชั่วคราวเด้อ รอถึงคิววาดปกอยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น