ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คิดชื่อตอนไม่ออกหว่ะ 555 100%

ชื่อตอน : คิดชื่อตอนไม่ออกหว่ะ 555 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2559 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คิดชื่อตอนไม่ออกหว่ะ 555 100%
แบบอักษร

12

[ TOSSAWASS ]

 

 

 

 

          4 อาทิตย์ผ่านไปหลังจากวันนั้น

            เคลียร์งานเสร็จแล้วโว้ยยยย!” ผมตะโกนร้องลั่นทันที หลังจากส่งงานชิ้นสุดท้ายของเทอมแรกจนครบ ในที่สุดผมก็จะได้ไปเที่ยวแล้วเว้ยยย!

            ปีนี้คณะเราไปเที่ยวไหนหว่ะ?” ผมเอ่ยถามเพื่อนของผมที่ยืนอยู่ข้างๆ

            ไปเกาะล้านป่ะ? เออ! รู้สึกจะมีคณะอื่นไปด้วยนะ แต่ไม่รู้ว่าคณะไหนแทนพูดขึ้น ผมก็พยักหน้าส่งๆทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ

            เหยดดดดด! ไปเกาะหัวล้านนนนน!” แสนพูดขึ้นพร้อมกับทำตาลุกวาวเหมือนกับ - -

            เกาะหัวล้าน พ่อมึงดิสัส!” เนมเดินเข้ามาพร้อมกับตบกบาลของไอ้แสน เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนในกลุ่มที่กำลังยืนรอคนอื่นส่งงานอยู่ในห้องพักครู

            ก็เหมือนๆกันป่ะวะ? เออ! ช่วงนี้ไอ้เชอรี่กับไอ้เนยหายไปไหนหว่ะ ไม่ค่อยเห็นมาสุงสิงกับพวกกูเลย เกือบ 1 เดือน แล้วนะเว้ย! ไม่แปลกไปหน่อยหรอว่ะ?” เจมส์พูดขึ้นทำให้ผมและคนอื่นในกลุ่มครุ่นคิดกันอยู่พักใหญ่

            เฮนโหล่ว! หนุ่มๆ มายืนรอ F หน้าห้องพักครูหรอจ้ะ?” เสียงของเชอรี่ดังขึ้นมาแต่ไกล ก่อนจะมาหยุดประโยคท้ายตอนที่มายืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนผม

            โทษทีนะเว้ยมึง! เทอมนี้ F ไม่ได้แดกพวกกูหว่ะ พวกกูส่งงานครบหมดแล้ว 555” ผมพูดขึ้นแล้วหัวเราะขึ้นมา ทำเอาอีเชอรี่เงิบไปพักนึง

            คือมึง! กูยังทำงานส่งครูไม่ครบอ่ะ ช่วยกูทำหน่อยดิเชอรี่พูดขึ้นแล้วลากกลุ่มเพื่อนผมไปที่ม้าหินอ่อนโต๊ะประจำของพวกเราหน้าตึกคณะวิศวะฯ

            พอมาถึงพวกผมก็แยกย้ายนั่งที่ใครที่มัน แล้วรออีเชอรี่หยิบงานของมันออกมา พวกผมพร้อมที่จะช่วยมันเสมอแหละ เพราะยังไงๆซะ มันก็เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเราหนิ

            เห้ย! มึงงงงงง!” เชอรี่พูดเสียงดังทำเอาคนที่ในโต๊ะสะดุ้งขึ้น แค่นั้นไม่พอ มันยังทำให้โต๊ะรอบๆสะดุ้งตามไปด้วย จนทุกสายตาจับจ้องมาที่อีเชอรี่คนเดียว กูลืมเอาเลคเชอร์มาจากห้องสมุดตึกสินกำ!”

            มึงก็กลับไปเอาดิ สมองมึงอ่ะมีป่ะ หรือว่าคิดแต่เรื่องผู้ชายจนหมดแล้ว ไม่เหลือพื้นที่ในสมองให้กักเก็บความรู้สักนิดสักเลยหรอ?” ผมพูดขึ้น

            เออดิ! ช่วงที่กูไม่ได้ไปไหนมาไหนกับพวกมึงก็เพราะกูไปแอบส่องเด็กจตุรมิตรมา มีแต่คนหล่อๆอ่ะมึง! นี่ๆกูจะเล่าไรให้ฟัง วันที่กูไปเว้ย! กูเห็นน้อง…”

            “มึงครับ สรุปมึงเรียกกูมาช่วยงานหรือมาฟังมึงพล่ามเรื่องผู้ชาย ถ้ามาพล่ามเรื่องนี้กูกลับละนะ กลับกันเหอะพวกมึงผมพูดบอกอีเชอรี่ แล้วชวนเพื่อนในโต๊ะพากันเดินออกจากม้าหินอ่อน ส่วนอีเชอรี่มันจะทำไงได้หล่ะครับ ก็คงต้องไปควานหาอีเนยนั่นแหละครับ

            น้องศร!” เชอรี่ตะโกนเรียกชื่อของคนที่ผมไม่อยากได้ยินชื่อมาตลอด 4 อาทิตย์นี้ แต่ไม่รู้เพราะอะไรทำให้ผมต้องหันหัวกลับไปมอง

            ผมคิดที่จะไม่สนใจน้องมัน เลยทำเหมือนผมแค่หันมามองอากาศบริเวณนั้นแล้วหันหัวกลับไปเดินต่อกับเพื่อนผมเหมือนเดิม

            เมื่อผมเดินออกมาจากมหาลัย แล้วผมรีบควานหากระเป๋าเงินของผมที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ด้านหลัง แต่เดี๋ยวนะ!...ผมลืมกระเป๋าเป้ไว้ที่หอวิศวะหนิ! โอ้ตายแล้ว!!!! ผมไม่อยากเดินกลับเข้าไปอีกรอบ มันกลายยยยยยยยยย!

            สุดท้ายผมก็ต้องเดินกลับมาเอาครับ ระหว่างทางที่ผมเดินกลับมาก็เห็นน้องศรมันนั่งอยู่คนเดียวที่ม้าหินอ่อนที่ประจำของพวกผม ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่น้องมันดันหันมามองผมแล้วก็เดินเข้ามาหาผม ผมเลยเลี่ยงที่จะไม่คุยกับน้องเลยรีบวิ่งไปยังหอของผม แต่น้องมันก็ยังคงวิ่งตามผมตลอดจนมาถึงหน้าหอของผม ผมรีบไขกุญแจเข้าห้องแล้วล็อกประตูทันทีพร้อมกับใส่กลอนเอาไว้ด้วย

            หลังจากที่ผมล็อกได้ประมาณ 1 นาที น้องมันก็เริ่มเคาะประตูเรียกผม

            พี่ทศพี่ทศคร้าบบ!...พี่โทสสสสสสสสสส!” น้องมันยังคงเรียกชื่อผมและเคาะประตูต่อไป จนกระทั่ง 1 ทุ่ม เสียงของน้องมันก็หายไป ผมเลยคิดว่าน้องมันน่าจะกลับไปแล้ว เลยไปหยิบกระเป๋าเป้ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเตียงนอนมาสะพายไว้ที่หลังของผม แล้วเปิดประตูออกจากห้อง

            พอเปิดประตูออกจากห้องก็มีร่างของชายหนุ่มซึ่งผมคุ้นเคยอย่างดีล้มลงมานอนอยู่พื้นห้องผม

            เห้อ! นี่กูต้องทำยังไงดีว่ะเนี่ย?! เอาว่ะ! คิดซะว่ามันก็เป็นแค่น้องชายกูคนนึงหล่ะกันผมพูดอยู่คนเดียวแล้วตัดสินใจพยุงน้องศรมันขึ้นมานอนบนเตียงนอนของผม แน่นอน ผมไม่ลืมเขียนโพสอิทแล้วแปะไว้ที่กระดานแปะโพสอิท เผื่อน้องมันตื่นขึ้นมาจะได้รู้ว่ามันอยู่ไหน

            ก่อนออกจากห้องผมก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องมันเป็นชุดลำลองของผม แล้วเอาเสื้อผ้าของน้องมันไปซักอยู่ที่ห้องน้ำเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วเอาไปสะบัดตาก พอจัดการเรื่องของน้องมันเสร็จแล้วผมก็ต้องมันจัดการห้องของผมต่อ โดยการกวาดห้อง เก็บห้องที่เคยรก ให้กลับมาเป็นที่อยู่อาศัยเหมือนเดิม พอเสร็จธุระของผม ผมก็เขียนโพสอิทแปะไว้ที่กระดานอีกใบนึง ซึ่งข้อความที่ผมเขียน คือ

            “ศร ไม่ต้องคิดว่าพี่เกลียดศรหรอกนะพี่ไม่เคยคิดที่จะเกลียดศร เพราะพี่เคยบอกไปแล้วว่าพี่รักศรมาก จะให้พี่เกลียดเพราะเรื่องแค่นี้พี่มีเหตุผลพอ แต่พี่อยากให้ศรมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้ว่าพร้อมที่จะคบกับพี่เป็นแฟนแล้วจริงๆ ถ้าศรยังไม่พร้อมศรก็ไม่ควรมาพยายามทำในสิ่งที่ศรไม่อยากทำ แต่ถ้าศรพร้อม ศรก็เข้ามาหาพี่ได้ตลอดนะ พี่ก็อยู่ตรงที่เดิม ที่ตรงนี้ตลอดเวลานั่นแหละ เว้นแต่ ศรอยากจะมีแฟนใหม่ที่ไม่ใช่พี่ พี่ก็รับได้นะ แต่ถ้าศรเลือกแบบนั้นไว้ ศรก็ควรหยุดความสัมพันธ์ของพี่และศร ไว้แค่พี่น้องนะ อย่าให้มันเกินเลยไปมากกว่านี้ พี่รักศรนะ <3”

 

 

ตอนที่ 12 จบค่ะ!

            คือแบบว่า! เป็นอะไรที่เขียนอย่างยากลำบากมาก (.เอ๋ย ก.ไก่ ล้านตัว ) เพราะบางทีเรื่องนี้อาจจะถึงจุดจบและก็ได้ ตอนแรกๆเรื่องนี้กะจะไว้ให้ถึงแค่ 15 ตอน แต่ดูเหมือน 15 ตอนจะไม่พอ เลยจะเพิ่มให้เป็น….กี่ตอนดีอ่ะ 555 เม้นบอกหล่ะกันเนอะ

            ส่วนน้องทศ มีแต่คนสงสารสินะ เจ้ก็สงสาร สงสารทั้งสองคนนะ แต่จะให้รักกันแบบไม่มีอุปสรรคมันเป็นไม่ได้หรอกเนอะ แต่มันติดตรงที่ว่า เจ้ชอบอุปสรรคแบบรุนแรง 555( เกี่ยวป้ะ? ) เลยทำให้เขียนยากหน่อย แต่ก็พยายามเขียนให้ดีที่สุดอ่ะเนอะ!

            ส่วนทางด้านของน้องศร มีแต่คนว่า แต่จริงๆแล้ว น้องศรมันไม่ได้ใสอย่างที่คิด ไว้ได้อ่านตอนพิเศษของน้องศรเมื่อไหร่ จะรู้ว่าทำไมน้องศรถึงกลายเป็นคนใสๆแบบนี้ ไร้เดียงสา ซื่อ หรือ เสแสร้งทำเป็นอ่อนต่อโลก

 

            เจ้มาพูดแค่นี้แหละ แถลงความเข้าใจกันสักหน่อย ซี ยู เลอะเทอะ นะจ้ะ ทุกคน บรั๊ยส์!

ความคิดเห็น