ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความรักจอมปลอม 100%

ชื่อตอน : ความรักจอมปลอม 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2559 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรักจอมปลอม 100%
แบบอักษร

11

[ ASSAKORN ]

 

 

 

 

            แค่กแค่กแค่ก!

            เสียงไอแบบนี้คงไม่พ้นใครแน่นอนครับ ก็ผมนี่ไง! ที่ดั๊น! ไปกินปลาหมึกที่พี่ทศตักมาป้อนผมเมื่อสักครู่ กว่าพี่แกจะรู้ตัวก็ขอโทษผมหลายต่อหลายครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก เพราะที่พี่เขาป้อนมามันเป็นปลาหมึกแผ่นที่ผ่านการปรุงมาแล้ว แต่ถ้าเป็นพวกปลาหมึกปิ้ง ย่าง ผมบอกเลย! ถ้าผมไม่น็อคผมก็ตายอ่ะครับ ฮ่าฮ่าฮ่า ( ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก )

            “เอ่อคุณอาครับ ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับ ที่เผลอทำอะไรโดยไม่ได้ถามก่อน ขอโทษจริงๆครับ ขอโทษพี่ทศก้มไหว้คุณอาอยู่หลายครั้ง แต่คุณอาของผมเป็นพวกมีเหตุผลแกเลยไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย เพราะพี่ทศแกก็ไม่ได้รู้เรื่องที่ผมแพ้ปลาหมึกด้วย

            ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องทศ เดี๋ยวก็หายแล้วแหละ ไม่เป็นอะไรมากหรอก ถ้าไม่น็อคก็ตายอ่ะนะ 555” โห! อาแช่งกันป่ะเนี่ย?! ( เมื่อกี้แกยังพูดอยู่เลยนะ - - )

            “ผมว่าลองพาไปโรงพยาบาลดีกว่านะครับ จะได้หาทางแก้ถูก ผมเห็นน้องศรเป็นแบบนี้แล้วผมไม่สบายใจหน่ะครับพี่ทศพูดบอกคุณอา ทำให้คุณอาที่กำลังยิ้มอยู่ต้องตีหน้าเข้ม สงสัยครูปกครองสิงแล้วสินะ

            พูดเป็นห่วงเป็นใยอย่างนี้ เหมือนกับว่านายเป็นแฟนของหลานชายฉันซะอีกคุณอาถามพี่ทศ ทำให้พี่แกต้องหยุดการกระทำเพียงเท่านั้น ว่าไงหล่ะ? ตอบมาสิ

            พี่ทศแกอ้ำๆอึงๆ เพราะกลัวที่จะบอกเรื่องของผมกับคนอื่นได้ฟังที่ไม่ได้อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

            ผมกับน้องศรเราเป็น/เป็นแค่พี่น้องกันครับ ไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้นครับพี่ทศหันขวับมามองที่ผมก่อนที่ผมจะรู้ว่าสิ่งที่พี่ทศกำลังสื่อถึงผมอยู่คืออะไร?

          ‘ทำไมตอบไปแบบนั้น

          ใจจริงของผมแล้ว ผมก็ไม่อยากจะบอกเรื่องนี้ให้ใครด้านนอกฟังสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นพวกเพื่อนๆของพี่ทศหล่ะก็สนิทกันเป็นที่เรียบร้อย แถมพวกพี่เขายังเป็นกันเองอีกด้วย ผมเลยค่อนข้างที่จะเล่นตรงๆไปเลย

            แต่ติดตรงที่ว่าพอออกมาจากมหาวิทยาลัยแล้ว ผมกับพี่ทศเราต่างก็ทำตัวเป็นเหมือนแค่พี่น้องกัน หลังจากวันที่ผมงอนพี่ทศเรื่องของพี่ก้า ( ตรูอีกละ - - ) ผมก็รู้ดีว่าไม่ควรเปิดเผยว่าผมกับพี่ทศเราอยู่กันในสถานะแฟน ไม่สิ! ผมยังพูดเต็มปากไม่ได้ว่าพี่เขาคือแฟนของผม แต่ผมก็เชื่อว่า ผมต้องการพี่เขาจริงๆแต่ใจของพี่เขาหลังจากที่ฟังคำพูดของผมเมื่อกี้ ไม่แน่เขาอาจจะคิดมากอยู่ก็ได้

            “อืมดีแล้วหล่ะ งั้นเดี๋ยวอาฝากน้องศรไปโรงพยาบาลหน่อยนะ พอดีอามีประชุมตอนบ่ายหน่ะ อาไปหล่ะ ส่วนค่าอาหารอาเลี้ยงเองนะทันทีที่คุณอาพูดจบ แกก็ลุกออกจากที่นั่งไปทันทีเหลือแค่ผมกับพี่ทศ 2 คนที่อยู่ที่โต๊ะ

            ผมรีบเด้งตัวขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วจัดการสอยผัดกะเพราที่วางอยู่ต่อหน้าผมจนหมดภายในเวลาต่อมา ทำให้พี่ทศแปลกใจที่เห็นผมไม่ได้เป็นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

            ศร?” พี่ทศเรียกชื่อผมทำให้ผมต้องหันข้างไปมองพี่เขา

            ว่าไงครับพี่ทศผมพูดแล้วฉีกยิ้มให้เห็นฟันขาวๆของผมที่ตอนนี้มีเศษกากอาหารติดอยู่ตามซอกฟัน

            เอ่อหายแล้วหรอ?”

            “อื้มหายแล้ว ตอนที่ผมไอ ผมเอามือปิดปากไว้แล้วคายเศษปลาหมึกออกมาแล้วทิ้งขยะด้านล่างหน่ะ แต่ผมเผลอกัดไปนิดนึงเลยไอนิดหน่อยผมพูดบอกพี่ทศไปก่อนที่สีหน้าของพี่ทศจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่กำลังสิ้นหวัง

            พี่ทศ พี่…”

            “ทำไมไม่บอกเรื่องของเรา?”

            “พี่ผมแค่คิดว่าพี่ยังไม่พร้อมที่จะบอกให้คนนอกรู้ผมพูดบอกพี่เขาไปด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย

            พี่ว่าศรต่างหากที่ไม่พร้อมผมอึ้งทันทีที่พี่ทศพูดคำนี้ออกมา ก่อนที่พี่เขาจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไปที่ป้ายรถเมล์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหาร แล้วช่วงนั้นก็ไม่มีคนเลยด้วย

            ผมเดินตามหลังพี่ทศออกมาก่อนจะคว้ามือพี่ทศไว้แต่พี่ทศก็สะบัดมือของผมออก

            พี่ทศผมไม่ใช่ไม่พร้อม ผมแค่ไม่รู้จะบอกว่ายังไง ผมแยกแยะออกนะพี่ทศว่าที่เราเล่นๆกันนั่นมันในมหาลัย แต่นี่มันนอกมหาลัย ผมทำตัวไม่ถูกผมอธิบายให้พี่ทศฟัง แต่ดูเหมือนพี่ทศจะไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดสักเท่าไหร่

            แสดงว่าเราคบกันแค่ในมหาลัย สินะ โอเค! พี่จะได้ทำตัวถูก เอาเป็นว่า ด้านนอกมหาลัย เราก็เป็นแค่พี่น้องกัน ถ้าไม่มีอะไรจะพูดพี่ไปก่อนนะ

            “พี่ทศ คุยกันดีก่อนไม่ได้ไง ทำไมต้องพูดเองเออเองด้วย พี่อย่าเอาความคิดเห็นตัวเองเป็นหลักดิ คิดถึงหัวอกคนอื่นเขาบ้าง ว่าเขาจะรู้สึกยังไงถ้าพี่พูดแบบนี้ใส่เขา

            “โอเค พี่ไม่ดีเอง ที่เอาความคิดเห็นตัวเองเป็นหลัก ที่พูดเองเออเอง แต่ศรเคยคิดไหมว่าคำพูดที่พูดออกมามันจะเข้าตัวของเราเองอย่างคำว่า คิดถึงหัวอกคนอื่นเขาบ้าง ว่าเขาจะรู้สึกยังไง ฟังดูคุ้นๆไหม?” พี่ทศพูดขึ้นทำให้ผมต้องหยุดคิด แต่ก็คิดไม่ออก

            คงคิดไม่ออกสินะ พูดเองเออเองนี่มันก็มาจากตัวของศรทั้งนั้นแหละ ทั้งเรื่องที่บอกว่าเป็นพี่น้องกัน ทั้งเรื่องที่บอกว่าพี่ไม่พร้อม พี่ไม่เคยไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องของเราให้คนอื่นฟัง เรื่องของศรหน่ะ พ่อแม่พี่ก็รู้หมดแล้ว พี่เป็นคนบอกเขาเอง พ่อแม่พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะพี่มีความสุขเขาก็มีความสุข แต่ศรมันไม่ใช่ ศรคิดแต่เรื่องของตัวเองมากเกินไป หรือจะให้พี่เรียกสั้นๆง่ายก็คือ เห็นแก่ตัว นั่นแหละพี่ทศพูดบอกผมทำให้ผมอึ้งกับสิ่งที่พี่ทศเล่าให้ผมฟัง แต่มันก็ดูเหมือนจะถูกหมด เพราะผมก็เป็นคนแบบนั้นจริงๆ

            ถ้าพี่พูดมาขนาดนี้แล้ว ผมก็ต้องรับไว้สินะผมก้มหน้ามองพื้นมองที่เท้าของตัวเองก่อนจะควักกระเป๋ากางเกงหยิบเกียร์ของพี่ทศขึ้นมาแล้วเอาไปวางไว้ตรงที่นั่งรอรถเมล์

            ผมคืนเกียร์ให้พี่ละกัน เพราะดูเหมือนผมไม่คู่ควรที่จะเก็บมันไว้กับตัวเอง เพราะขนาดผมยังไม่ยอมรับตัวเอง ก็เท่ากับผมไม่มีความเชื่อใจพี่ก็แค่นั้น หรือว่าบางที พี่อาจจะให้ใจผมมาไม่หมด หรือ ผมอาจจะไม่ได้ให้ใจพี่จนหมด แต่ก็ทำให้ผมได้รู้อยู่อย่างหนึ่ง คือ พี่ทศหน่ะ รักผมจริงๆ แต่เหมือนว่าผมจะไม่ได้รักพี่ทศ หรือว่า รักที่ผมให้พี่ทศไป มันเป็นแค่ความรักจอมปลอม

 

 

ตอนที่ 11 จบละเน้อ!

 

            เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นมาแล้วววววว! เป็นไงหล่ะน้องศร! เล่นไม่เข้าเรื่อง ไปเบอกว่าเป็นพี่น้องกัน ทะเลาะกันซะงั้น?! แต่ทำไมสงสารพี่ทศ! ทั้งๆที่ไม่กี่ตอนมานี้พึ่งจะเกลียดพี่ทศกันไปหมาดๆ แล้วสงสารน้องศร งั้นคราวนี้สงสารพี่ทศ แต่เกลียดน้องศรได้ไหม! หัดยอมรับใจตัวเองบ้างเหอะลูก! ไหนๆเมียเขาก็บอกเรื่องของหนูให้ทางบ้านเขารู้ละนะ แล้วไหง? หนูจะไม่บอกเรื่องให้กับที่บ้านฟังอีกหล่ะ เห้อ! นี่สินะ จุดจบของเด็กใสซื่อ อย่างน้องศร T_T ยังไงก็ฝากเชียร์ ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะจ้ะ จุ้บๆ! บรั๊ยส์! มาม่าไปกินซะ 555

ความคิดเห็น