ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่19 การเกิด ที่มาพร้อมกับการตัดสินใจ

ชื่อตอน : ตอนที่19 การเกิด ที่มาพร้อมกับการตัดสินใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2562 05:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่19 การเกิด ที่มาพร้อมกับการตัดสินใจ
แบบอักษร

19 

“อีธัน มาก็สาย!” 

“แฮ่กๆๆ มึงนี่กูก็รีบแล้วนะเว้ย กูหนีไรมามึงไม่รู้หรอก..” 

“หนีตัวอะไรมานายธันวา 

! 

 

“เปล่าหรอกมารัสไม่ใช่สัตว์ร้ายอสูรกาย พี่คิงหน่ะ แฮะๆ..” 

พอผมวิ่งมาถึงที่ลานรวมก็เจอเข้ากับทุกคนที่มารวมกันเรียบร้อยอยู่แล้วหน้าเวที.. 

“แล้วเรื่องด่วนที่ว่าคืออะไรไอ้ธัน 

?” 

“อ๋อ  ไข่นี่แหละ มันบอกให้เอามาให้มึง” 

ผมหันไปพูดกับไอ้ภูมิ 

“ห้ะ ให้กู 

? 

เดี๋ยวๆ มึงเล่ามาก่อน ว่ามึงไปเอาไข่นี่มาได้ยังไง 

???” 

มันพูดพลางทำหน้าหมางงใส่ผม.. 

“ก็คือ ตอนนั้นอะกูรู้สึกว่ามีบางอย่างเรียกหากูจากกองไฟอันนั้น กูเลยทำตามที่กูรู้สึก.. ตอนนั้นหน่ะกูไม่ได้ยินเสียงใครเลยนะ พอกูเข้าไปด้านในนั้นอะกูได้ยินเสียงเด็กเว้ย กูก็ตกใจ กลัวไฟคอกน้องมันเลยตามหาแต่พอกูถามเสียงเด็กนั่นมันก็บอกกูว่าให้เดินไปตรงใจกลางกองไฟนั้นแล้วกูก็เจอกับไข่นี่เว้ย อ้อ ไฟกองนั้นอะกูไม่รู้สึกร้อนเลยนะเว้ย เสื้อผ้ากูก็ไม่ไหม้ เห็นปะ.. กูโอเคเว้ย กูไม่ได้บ้านะเว้ย..” 

“เดี๋ยวนะไอ้ธัน มึงจะบอกว่า ไข่นี่เรียกหามึง 

?” 

เสียงไอ้ภัทรถามผมด้วยใบหน้าที่ไม่เชื่อผมแบบสุดๆ 

“ก็เออ ทำนองนั้นอะ จริงนะเว้ย แถมพอกูถามว่ามันคืออะไรกันแน่ ไข่นี่ก็บอกกูว่าให้เอาไปให้ไอ้ภูมิเดี๋ยวก็รู้เอง กูเลยตามพวกมึงมานี่ไง..” 

‘ไม่มีใครเชื่อนายหรอก ตาบื้อ มีแค่นายที่ได้ยินเสียงของชั้น..’ 

“เอ้าไหงเป็นงั้นอะ! 

?” 

“อะไรของแกอีธัน บ้าไปแล้วปะเนี่ย ฉันว่าร่างกายแกปกตินะ แต่สมองนี่ไม่ไหวว่ะ..” 

“อีตุ่น มึงไม่เชื่อกูหรอวะ! 

?” 

“หึ ไม่อะ..” 

“มารัสอาร์เจนทัม.. 

? 

 

“พวกข้าก็ไม่...” 

โหยยยยไรอะ จะร้องไห้.. นี่คำพูดกูไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยไงวะ.. 

“งั้นเอางี้ อีตุ่น มึงลองมาถือ มึงดูกูนะ กูอุ้มไข่ใบนี้ได้สบายมาก.. ดู เบาหวิวเลย” 

ผมยกโชว์มัน โยกไปมาก็ทำ ชูเหนือหัวก็ทำ.. 

“แล้ว 

?” 

“พวกมึงก็ลองถือดู อะ..” 

ผมว่าพลางส่งไปให้อีตุ่นคนแรก.. 

“เชี่ยยยย! หนักอะ เร็ว! มารับอีภัทร ไข่จะตกแล้วๆ!” 

“เห้ยๆ! ระวังๆ! เชี่ย!! หนักจริงว่ะ มึงถือได้ไงวะไอ้ธัน! 

?” 

“เห็นไหมล่ะ ทีนี้ลองให้ไอ้ภูมิมันถือดูดิ้ กูว่ามันน่าจะถือไหว เพราะไข่นี่มันให้กูพามาหาไอ้ภูมิมัน” 

“มึงเอาไปเลยไอ้ภูมิ หนักสัด 

! 

” มันพยักหน้าแล้วส่งไข่ไปให้ไอ้ภูมิต่อ 

“อือๆ ไหน.. ก็ไม่เห็นจะหนัก..” 

จริงดังที่ผมคิดไอ้ภูมิมันต้องถือได้แบบผม แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่แปลกตรงที่ไข่ใบนั้นมันมีรอยแตกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและมีแสงสีเขียวสว่างออกมาตามรอยแตก 

เปรี๊ยะ!! เปรี๊ยะ!!! เปรี๊ยะ!!!!! 

“กูเปล่านะเว้ย 

! 

มันแตกเองอะไอ้ธัน..” 

“เออ! กูรู้แล้ว.. ” 

“มึงกูรู้สึกถึงสิ่งมีชีวิตกำลังจะเกิด..” 

“มึงหมายความว่าไงวะอีตุ่น 

???” 

เสียงไอ้ภัทรถามอีตุ่นกลับไป นั่นสิ่ มันหมายความว่าไงกัน... 

กรรรรรรรรรรรรรซ์!!!!!! 

เสียงมารัสและอาร์เจนทัมคำรามดังลั่นป่าแห่งนี้ 

“ดูนั่น!!!...” 

เสียงไอ้ภัทรตะโกนโหวกเหวกโวยวายพลางชี้ไปที่มือไอภูมิที่ถือไข่ใบนั้นที่ตอนนี้เปลือกไข่ได้แตกออกและหลุดออกไปเรื่อยๆ 

“อื้อ!!!!...” 

จู่ๆก็เกิดแสงสีเขียวสว่างจ้ามากกว่าตอนที่มารัสและอาร์เจนทัมออกจากดักแด้ที่รักษาของอีตุ่นตอนนั้นอีก 

พรึ่บๆ!! พรึ่บๆ!! 

ก๊าซซซซซซซซซ์!! 

“เชี่ยยยย!” 

พอผมได้ยินเสียงไอ้ภูมิพูดออกมาบวกกับเสียงคำรามแปลกๆที่ไม่เหมือนของมารัสและอาร์เจนทัมผมเลยตัดสินใจลืมตาขึ้นมาดู 

 

อีห่า!! ลูกนก!!! 

?” 

 

หือ.. ใช่จริงด้วยว่ะ 

 

ตอนแรกผมก็งงนะว่านกอะไร แต่พอมองดูดีดีกลับเป็นนกจริงๆด้วย 

ก๊าซซซซซซ์ 

~!! 

 

นี่ เจ้าคือวิงค์ใช่ไหม 

?” 

ผมถามนกน้อยๆที่บัดนี้นั่งอยู่บนมือของไอ้ภูมิมัน ขนาดประมาณฝ่ามือนึงได้ แต่ไอ้ภูมิต้องประคองสองมือไหนจะปีก ไหนจะหางอีก 

ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยหล่ะ.. นกตัวนี้มันมีสีน้ำตาลทองครับ โดนแดดก็จะสะท้อนแสงเงาๆออกมา ที่หางมีเป็นคล้ายๆขนแปรงพู่กันสามหางครับ แต่ปีกมีหกปีกด้วยกัน ไล่จากใหญ่ไปเล็ก นกอะไรกันเนี่ย.. 

 

ใช่แล้วหล่ะ ข้าเองวิงค์... 

 

ตอนนี้วิงค์พูดพลางนอนนาบไปกับฝ่ามือไอ้ภูมิแบบคลอเคลียเอาหัวถูไปถูมากับฝ่ามือของไอ้ภูมิ 

 

เจ้าชื่อวิงค์หรอ 

?” 

 

ครับคุณภูมิ... 

 

ก๊าซซซซซ์ 

~ 

พรึ่บๆๆ 

วิงค์ตอบภูมิกลับไปพลางกางปีกโดยที่ยืนบนฝ่ามือแล้วหันหน้าไปหาไอ้ภูมิ 

 

หือออ คุณภูมิ 

?” 

 

มึงสงสัยเหมือนกูเลยไอ้ภัทร ทีคุยกะกูนะอีกแบบเลยอะ ชิ... 

 

ผมหันไปพูดกับไอ้ภัทรมันพลางทำเสียงชิใส่วิงค์ 

 

ก็แหมนายธัน ผมอยู่กับครอบครัวนี้มานานแล้วนี่... 

 

 

หมายความว่าไงวิงค์ ครอบครัวชั้น 

?” 

 

นั่นสิ่วิงค์... 

 

เสียงอีตุ่นพูดเพิ่มความสงสัยสมสบกับไอ้ภูมิอีกที 

 

ก็แม่ของผมดูแลแม่ของแม่ของแม่ของแม่ของแม่ของแม่ของแม่ของคุณภูมิหน่ะสิ่ครับ รุ่นนี้เลยเป็นผมยังไงหล่ะ.. 

 

ก๊าซซซซซซซ์ 

~ 

 

บอกเฉยๆก็ได้ปะ ไม่ต้องร้อง... 

 

ผมบอกพลางทำหน้าเหม็นเบื่อใส่.. 

 

ก็มันเท่ห์นี่ครับ คิคิๆ 

 

วิงค์หันกลับมาพูดกับผมพลางนอนราบไปบนฝ่ามือของไอ้ภูมิ 

 

เอ่อ... นายคือนกชนิดไหนกันหล่ะ 

?" 

เสียงมารัสถามออกไปอย่างสงสัย 

 

นั่นสิ่ พวกนกฟีนิกส์ในโลกนี้ก็หายไปนานแล้วนะ.. 

 

อาร์เจนทัมพูดเสริมออกมา 

แต่แม่ของแม่หลายรอบไปปะ เรียงลำดับไม่ถูกแล้วเนี่ยยยย. 

 

ผมคือ 

 

ธันเดอร์เบิร์ด 

 

ครับ ความสามารถของตระกูลเราคือการควบคุมสภาพอากาศหน่ะ 

 

หือ... ควบคุมสภาพอากาศได้งั้นหรอ 

? 

ไม่เคยได้ยินมาก่อน 

 

ห้ะ!!.. แต่นั่นมันเป็นแค่ตำนานไม่ใช่หรอ! 

?.. 

มีจริงหรอเนี่ย 

???...” 

เสียงอาร์เจนทัมพูดอย่างตกใจ 

 

หือ 

? 

ตำนาน 

? 

ตำนานอะไรหรอครับ 

?” 

เสียงไอ้ภัทรหันไปถามอาร์เจนทัม 

 

ตำนานที่ว่าคือนกเจ้าแห่งท้องฟ้าที่สามารถควบคุมสภาพอากาศได้ มีประสาทสัมผัสที่ไวมาก เกิดเพียงหนึ่งตัวต่อหนึ่งพันปี ชั้นเกิดมาก็ไม่มีแล้วหล่ะ... ตำนานว่าไว้อย่างนั้นหล่ะนะ 

 

มารัสพูดอธิบายออกมา 

 

ว่าแต่ มารัสกับอาร์เจนทัมพวกท่านอายุกี่ปีกันแล้วหล่ะเนี่ย 

?” 

เสียงอีตุ่นถามสิงโตสองตัวของผม นั่นสิ่.. อายุเท่าไหร่กันนะ 

 

ห้าร้อยกว่าปีได้แล้วหล่ะ ตั้งแต่ค่ายโรมันยังไม่ถือกำเนิดขึ้นมาเลย... 

มารัสตอบกลับมา แต่คำตอบที่ว่านี่ทำพวกผมอึ้งแดกเลยหล่ะ.. 

 

แล้วนายหล่ะวิงค์ 

?” 

เสียงไอ้ภูมิถามมังกรของตนเองที่บัดนี้นอนสลบไสลอยู่บนฝ่ามือของมัน 

 

ผมหรอ 

? 

อืม.. สามร้อยกว่าแล้วหน่ะ 

 

 

ห้ะ แล้วทำไมนายไม่ฟักตัวออกมาหล่ะ! 

?” 

ผมถามอย่างสงสัย เกิดมาก็ตั้งนานแล้วแท้ๆ.. 

 

คือ... ผมถูกขโมยมาจากค่ายโรมันตอนสงครามครั้งล่าสุดหน่ะครับ ชาวกรีกสาปผมไว้ให้อยู่ในกองไฟจากนรกตรงนั้น ให้รอคอยชาวกรีกที่เหมาะสมพาออกไป แต่ไม่มีชาวกรีกคนใดเหมาะสมหรอกครับ.. จนผมมาเจอกับนายธันวา นายคงเป็นบุตรแห่งฮาเดสสิ่นะ ไฟนั่นเลยไม่สามารถทำอะไรนายได้ 

?” 

วิงค์พูดพลางชูหัวขึ้นมาคุยกับผม 

 

อื้อ ฉันบุตรแห่งฮาเดส... ละมั้ง 

 

ผมพูดพลางเอามือลูบท้ายทอย ก็มันไม่มั่นใจนี่หว่า.. 

 

เดี๋ยว.. แสดงว่านายสามตัวมาพร้อมกัน 

?” 

เสียงตุ่นพูดขัดจังหวะขึ้นมา 

 

ก็คงทำนองนั้นแหละ ถ้าหมายถึงสงครามครั้งล่าสุด 

 

เสียงมารัสตอบ 

 

แล้วเราควรทำยังไงกับนกหกปีก เด็กน้อยนี่ดี... 

 

เสียงไอ้ภัทรถามมารัสพลางชี้ไปที่วิงค์ 

 

เดี๋ยวเถอะนายภัทร! ผมธันเดอร์เบิร์ดนะ ไม่ใช่นกกระจิบ! ชี้ผมซะ.. 

 

ก๊าซซซซซซซ์!! 

 

แหมะ แค่นี้ก็ต้องทำเป็นขู่... 

 

ตลกดีครับ ไอ้ภัทรทะเลาะกับนก แต่ก็ไม่ใช่ไม่น่ากลัวนะครับ ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันเจ้าวิงค์เนี่ย ห้าวหาญน่าดูแค่โดนชี้หน้าแค่นี้ยังขึ้นเลยอะ ดีไม่บินมาจิกหน้าไอ้ภัทรมัน 

 

ข้าเคยได้ยินว่าการซ่อนตัวของธันเดอร์เบิร์ดนี่เป็นที่ยอมรับอย่างมาก วิงค์ เจ้าคงทำได้ใช่ไหม 

?” 

เสียงอาร์เจนทัมถามเจ้าวิงค์กลับไปทำให้มันสงบสติลงเพราะมีคนขัดจังหวะการทะเลาะ 

 

จะว่าได้ก็ได้อยู่แล้วหล่ะครับ เรื่องซ่อนแอบนี่ไว้ใจผม แต่ทำไมผมต้องแอบด้วยหละ 

? 

ผมอยากอยู่กับคุณภูมินี่ เผื่อมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นผมจะได้ช่วยทัน 

 

เสียงเจ้าวิงค์พูดพลางส่งสายตาเป็นห่วงไปยังไอ้ภูมิตอนพูดประโยคหลัง 

 

แหม เราไม่เป็นไรหรอก รอเจ้าโตก่อนจะดีกว่า เราไม่อยากทำให้นายลำบาก คนในค่ายนี้ก็เป็นชาวกรีก ถ้าเขารู้อะไรที่ไม่ควรรู้ขึ้นมาจะพากันแย่หมด แถมนกหกปีกถ้าใครเจอเข้าจะถูกสงสัยได้ง่ายๆนะว่าคือพันธุ์ไหน แล้วจะเดือดร้อนนะวิงค์ ถึงคราวนั้นเราอาจต้องจากกันไปตลอด... 

 

 

เฮ้อ.. ก็ได้ครับ ตอนที่อยู่ค่ายโรมันแม่ก็เฝ้าผมตั้งนานแต่ก็เสียไปก่อนผมจะเกิด กว่าผมจะฟักก็ใช้เวลาสามร้อยปีเลยนี่ครับ..  แถมพอใกล้จะออกมาก็ดันมีสงครามเกิดขึ้นในสมัยคุณย่าของคุณภูมิซะอีก.. คุณภูมิจะไม่ทิ้งผมไปแบบทุกคนใช่ไหมครับ 

?” 

วิงค์พูดขึ้นพลางเอาหัวไปถูกับฝ่ามือของไอ้ภูมิแบบออดอ้อนออเซาะเต็มที่.. 

 

เราไม่ทิ้งเจ้าหรอก แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน นายคงเข้าใจนะวิงค์ 

 

ไอ้ภูมิพูดตอบวิงค์กลับมาด้วยความเศร้า.. ก็แหงละครับ ที่เจ้าวิงค์มันเล่าก็น่าสงสารอยู่หรอก เกิดมาก็ไม่ได้เห็นหน้าแม่ของตน แถมพอจะฟักออกมาก็โดนสาปพาย้ายมาอีกค่ายซะงั้น.. ชีวิตหนอชีวิต 

 

งั้นเราจะทำยังไงกันดีละ พากลับไปที่บ้านพักคงมีคนเห็นแหงๆเลย 

 

 

อือ นั่นสิ่... 

 

เสียงไอ้ภัทรพูดเสริมทัพกับอีตุ่นมัน แต่มันก็เป็นหัวข้อที่คิดยากเหมือนกันนะเนี่ย.. เอาสมการเคมีมาให้ทำยังง่ายกว่าเลยอะ 

 

มีอยู่ทางเดียว... 

 

เสียงอาร์เจนทัมพูดพลางหันหน้าไปหามารัสที่ยืนอยู่ข้างกัน... 

 

ทางที่ว่านี่อะไรหรอครับ 

?” 

เสียงไอ้ภูมิถามอย่างสนใจ 

 

ทางที่ว่าคือ ปล่อยให้วิงค์อยู่ในป่า 

 

 

ห้ะ!! แต่มารัส! วิงค์ยังเด็กอยู่เลยนะครับ! 

?” 

เสียงไอ้ภูมิโวยวายพลางกุมมือเอาวิงค์กลับเข้าหาตัว 

 

ลองถามเจ้าตัวดูก่อน ข้าว่าเขาน่าจะเข้าใจ 

 

เสียงอาร์เจนทัมพูดออกมาพลางพยักหน้าส่งไปทางวิงค์ 

 

ผมเข้าใจครับ ผมเป็นนก อยู่ในป่าสบายมาก แถมสภาพอากาศต่างๆไม่มีผลอะไรกับผมอยู่แล้วหล่ะ 

 

วิงค์พูดออกมา 

แต่ตอนนี้มันเหมือนงูเลยอะ โผล่ออกมาแต่หัวกับลำคอ ส่วนอื่นๆไอ้ภูมิมันกุมเอาไว้.. 

 

เฮ้อ... ภูมิ ฉันว่าแกต้องยอมแล้วแหละ 

 

เสียงตุ่นพูดกับไอ้ภูมิพลางทำหน้าเศร้า.. 

 

ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ เรามาหาวิงค์เมื่อไหร่ก็ได้นะเว้ย! อย่าลืมดิ่ ไม่ได้แยกกันตลอดไปสักหน่อย... 

 

ที่ไอ้ภัทรพูดก็ถูกของมัน เราแค่แยกกันอยู่เฉยๆ แต่จะมาหากันเมื่อไหร่ก็ได้ 

 

งั้นถ้าฉันว่างๆจะแวะมาหานะวิงค์.. หาข้าวกินได้ใช่ไหม 

?” 

เสียงไอ้ภูมิถามวิงพลางแบมือออกมา ทำให้วิงค์หันตัวกลับไปเข้าหาไอ้ภูมิยืนอยู่บนฝ่ามือทั้งสองด้วยขาสี่ขาลำคอตั้งชันขึ้นเพื่อมองหน้าผู้เป็นเจ้านายของมัน.. 

 

ได้ครับ ถ้าคุณภูมิจะมาหาผม แค่ผิวปากสามรอบก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะบินไปหาเจ้านายเอง 

 

 

อื้อ.. ได้ 

 

เสียงไอ้ภูมิพูดตอบไปอย่างเศร้าๆ 

 

งั้นไว้เจอกันนะครับ ผมคอยคุณภูมิอยู่นะครับ... 

 

ก๊าซซซซซซซ์ 

~!!! 

พรึ่บ! พรึ่บ!! พรึ่บ!!! พรึ่บ!!! 

หลังจากวิงค์พูดลาเสร็จก็กางปีกทั้งหกของตนเองหายเข้าไปในป่าที่อยู่รอบๆของลานรวมแห่งนี้ หางทั้งสามของมันได้สะบัดไปตามความพลิ้วไหวของกระแสลม ขนาดของปีกมันข้างนึงก็ยาวสองเท่าของลำตัวมันได้ ปีกนั้นมีสีน้ำตาลทองเฉกเช่นเดียวกับสีขนส่วนอื่นๆของมัน พอต้องแสงแดดกลับก็มีแสงเงาสะท้อนกลับมา ทำให้ดูสง่างามและน่าเกรงขามไปในตัว ไม่อยากจะคิดตอนโตเลยว่าปีกทั้งหกของวิงค์จะกว้างขนาดไหนกัน.. 

 

ไว้เจอกันนะ.. วิงค์ 

 

เสียงภูมิพูดอย่างอาลัย 

ก๊าซซซซซซซซซ์ 

~ 

เสียงวิงค์ขานกลับมาจากที่ใดสักที่แต่ระดับเสียงนี้ก็พอรู้ว่าคงอยู่ไกลมากพอสมควรแล้ว.. หวังว่าคงไม่มีใครไปเจอเข้านะ.. 

 

เฮ้อ เจอกันแค่แปปเดียวแต่กูกลับรู้สึกผูกพัน... 

 

 

รักแรกพบไงมึง 

 

เพี๊ยะ!! 

 

สัด ไอ้ภูมิกำลังดราม่า 

 

ผมตบกะโหลกแล้วว่าไอ้ภัทรไปที ตลกพร่ำเพื่อ 

! 

 

มารัส ถ้าวิงค์โตขึ้นขนาดตัวจะใหญ่สักเท่าไหร่กันหรอ 

? 

ได้มีบอกไว้ในตำนานหรือเปล่า 

?” 

พวกเราหันไปมองมารัสเพื่อฟังคำตอบจากคำถามของอีตุ่น 

 

ก็ไม่มีบอกหรอกนะ... 

 

เสียงมารัสว่า 

 

แต่ข้าเคยเห็นตามรูปในถ้ำนะ มีคนเคยวาด มันใหญ่มากเลยหล่ะ แต่วิงค์อยู่ฝ่ายเรา คงไม่เป็นอันตรายอะไรนักหรอก 

 

เสียงอาร์เจนทัมพูดบอก 

 

ว่าแต่... นี่ก็จะเที่ยงแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ 

 

ไอ้ภูมิพูดบอกพวกเราแต่สายตามองเข้าไปในป่าอย่างไร้จุดหมาย.. หรือเพื่อนผมจะหลงรักนกวะ.. 

 

เออๆไปดิ่ บ่ายนี้จะน่าเบื่อไหมวะมึง 

 

ผมพูดพลางเดินนำพวกมันมาก่อน 

 

กูว่าคงมีอะไรให้ทำแหละมึง... 

 

หวังว่างั้นนะไอ้ภัทร.. 

 

เดี๋ยว... ธันวา 

 

 

หือออ มีอะไรหรออาร์เจนทัม 

?” 

ผมหันกลับไปมองที่มารัสกับอาร์เจนทัมที่นั่งอยู่กับพื้นไม่เดินตามพวกเรามา.. 

 

คือ.... 

 

 

มีอะไรหรือเปล่าอาร์เจนทัม 

?” 

เสียงตัวตุ่นพูดถามไป เพราะอาร์เจนทัมมัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้.. -3- 

 

คือข้ากับตัวตุ่นตัดสินใจกันแล้วหน่ะ... 

 

 

อะไร ตัดสินใจอะไรกันหรอ 

?” 

ผมถามอย่างสงสัย อย่าให้เป็นแบบที่ผมคิดเลยเถอะ 

 

พวกเราจะแยกกันอยู่กับนายแบบวิงค์กับภูมิหน่ะ... 

 

 

มารัส... 

 

ทำไมไม่ถามกันบ้างเลยหล่ะ.. มันหน่วงๆแปลกๆ แบบนี้แหละมั้ง ที่ไอ้ภูมิมันรู้สึก มันคล้ายๆเราเหมือนสูญเสียอะไรไปสักอย่าง ถึงจะคุยกันน้อย เพิ่งเจอกันก็ตาม แต่มันก็รู้สึกผูกพันไปแล้วนี่.. 

 

อีธัน.. 

 

ตัวตุ่นพูดพลางวิ่งมาจับแขนขวาผม 

 

อืม.. ได้สิ่ครับ มารัสกับอาร์เจนทัมคงคิดกันดีแล้ว เราเคารพการตัดสินใจของพวกนาย.. แล้วพวกนายจะอยู่ในค่ายนี้ใช่ไหม 

?” 

ผมพูดตามที่ผมคิด ผมว่าพวกเขาคงคิดกันมาดีแล้ว ผมเคารพการตัดสินใจของพวกเขา.. 

 

ใช่ เราจะอยู่ในของค่ายนี้แหละ ถ้านายต้องการพวกเราเมื่อไหร่แค่เรียกหาข้ากับอาร์เจนทัมทางความคิดแบบที่เคยทำก็ได้แล้ว พวกเราจะมาหานายทันที ข้าขอโทษนะ.. 

 

มารัสกับอาร์เจนทัมเดินมาพลางเอาหัวมาถูมือผม 

 

อื้อ.. ผมต้องคิดถึงพวกคุณแน่ๆเลย อื้ออออ 

~” 

ผมพูดพลางนั่งยองๆลงมาระดับเดียวกับอาร์เจนทัมและมารัสเพื่อกอดคอจับแผงคอของอาร์เจนทัมและมารัสไปมา 

 

ฮ่าๆๆ ธันวา พอแล้วๆ ฮ่าๆ 

 

อาร์เจนพูดพลางสะบัดคอหนีผมไปมา สงสัยจั๊กจี้แน่เลย.. 

 

ฮ่าๆๆ โอ๊ย พอๆ นายธัน... 

 

มารัสพูดเสียงสั่น.. ไหวไหมเนี่ยกลัวขาดอากาศหายใจตายจัง คงอนาถน่าดูสัตว์เทพในตำนานตายเพราะขำมากไป.. 

 

โอเคๆฮ่าๆ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าตรงนี่เป็นจุดอ่อน ฮ่าๆ 

 

ผมพูดพลางหยุดจับที่แผงคอของอาร์เจนทัมและมารัสแล้วลุกขึ้นยืน 

โรงอาหาร 

ผมเคยบอกรึยังนะว่าโรงอาหารที่นี่ก็เหมือนลานโล่งปกติ แค่มีหลังคาให้ร่ม ทำให้เป็นลานเปิดโล่ง ก็ดีครับ บรรยากาศรอบข้างก็ดีมีต้นไม้ ถ้าหน้าหนาวคงเย็นสบายน่าดู.. 

 

เชี่ย... 

!” 

สะดุ้งอย่างแรวงเลยพี่บ่าว.. ผมมองดูบรรยากาศภายในโต๊ะอาหารของทุกบ้านอยู่ดีๆก็ไปเจอเข้ากับพี่คิงที่นั่งอยู่หัวโต๊ะบ้านฮาเดสมองมาทางผมอยู่ก่อนแล้ว 

 

เป็นอะไรของมึงอีธัน 

? 

ทำท่าอย่างกับเห็นผี 

 

เสียงอีตุ่นบ่นผม คงเพราะอยู่ๆผมก็หยุดเดินกะทันหันกระมัง.. 

 

กูว่าก็คล้ายผีนิดๆนะ อย่างกับมัจจุราช มึงมองไปนู่นสิ่ 

 

เสียงไอ้ภัทรพูดพลางยู่ปากไปทางโต๊ะฮาเดส ทำให้เห็นหน้าพี่คิงตอนนี้ที่ทำหน้าโหดอยู่ 

 

เชี่ย.. มึงไปทำไรให้พี่เขาโกรธป่ะเนี่ย 

?” 

 

กูเปล่านะเว้ยมึง 

 

ผมปฏิเสธอีตุ่นไป มีแต่พี่เขาอะ ทิ้งกู เหอะ 

! 

.. 

 

เอ่อ.. ภูมิ.. กูไปกินข้าวบ้านมึงได้ปะ 

?” 

ผมจนตรอกแล้วจริงๆ ขืนไปนั่งกินบ้านตนเองคงกินข้าวไม่อิ่มแน่วันนี้.. 

 

อืม ได้ดิ่ กูจะได้ไม่เหงา 

 

 

เยส!! ไปกัน! 

 

ผมว่าอย่างดีใจ ไม่มีมารัสผมก็คงเหงาขอไปรวมกับไอ้ภูมิก็ยังดีผลพลอยได้คือหนีพี่คิง -3- 

 

เดี๋ยววว 

! 

อีภัทร งั้นกูขอไปแดกบ้านมึงบ้างได้ปะ 

?” 

เสียงอีตุ่นถามไอ้ภัทรมันครับ สงสัยเหงามั้งครับ ไม่มีอาร์เจนทัมแล้ว 

 

จะแดกอะไรหล่ะ อาหารหรือคนในบ้าน 

?” 

 

แหมมม ภัทรก็.. มีหล่อๆปะละ 

???” 

 

เอดอกกก พอเลย จะมาก็มา แยกๆ 

 

พอภัทรพูดจบเราก็แยกกันไปสองคู่ จะว่าผมหนีพี่คิงก็ไม่เชิง เพราะโต๊ะสองบ้านนี้ใกล้กันครับ.. 

 

พี่จักรพรรดิครับ เพื่อนผมขอมาฝากท้องสักมื้อได้ไหมครับ 

?" 

ไอ้ภูมิมันพาผมไปที่นั่งหัวโต๊ะบ้านซุสครับเพื่อไปบอกหัวหน้าบ้านเอาไว้ก่อนว่าพาคนนอกมากินที่โต๊ะ 

 

ได้สิ่ ยินดีต้อนรับ... 

 

พี่คนที่ไอ้ภูมิเรียกว่า 

 

จักรพรรดิ 

 

ก็ตอบกลับมาอย่างใจดีและเป็นมิตรทำให้ผมลดอาการเกร็งลงไปได้นิดนึง จะว่าไปพี่คิงก็อยู่ฝั่งตรงข้ามผมนี่ละ แต่ผมไม่เงยหน้าขึ้นไปมองหรอกนะ น่ารำคาญเก๊กหน้าโหดอยู่ได้ 

 

ไปมึง นั่งข้างกู 

 

พอไอ้ภูมิพูดจบมันก็ลากแขนผมไปนั่งตรงที่ว่างสองที่ข้างๆกันตรงท้ายโต๊ะ 

 

อ้าว น้องภูมิ พาใครมาด้วยคะเนี่ย.. 

?” 

พอพวกเราสองคนหย่อนก้นถึงเก้าอี้ปุ๊บก็มีเสียงคนถามขึ้นมาปั๊บ 

 

อ๋อ.. นี่เพื่อนผมครับ ชื่อธันวาอยู่บ้านฮาเดส 

 

 

ว้าวววๆ ใช่เพื่อนแน่หรอค้า 

~ 

ไม่ใช่ว่าเป็นแฟนกันนะ 

?” 

จะพูดเสียงดังไมวะอีนี่.. อ้าวววว.. อะไรจะบังเอิญได้ขนาดนี้ ก็คนที่ถามผมเขาก็คือพี่แอนหน่ะสิ่ 

! 

 

ฮั่นแน่ 

~ 

น้องภูมิ กิ้วๆ 

 

 

ไม่แนะนำ แฟนหน่อยหรอค้าาาา 

~?” 

 

ฮิ้ววววววว 

 

เสียงคนทั้งโต๊ะบ้านซุสพูดล้อไอ้ภูมิมันครับ ผมว่ามีเรื่องสนุกแล้วล่ะ.. คิคิๆ 

 

ไม่ใช่ครับๆ นี่เพื่อนผม.. 

 

 

สวัสดีครับ ผมธันวาครับ อยู่บ้านฮาเดส เป็น 

 

แฟน 

 

ของภูมิครับ ฝากตัวด้วยนะครับผม... 

 

ผมลุกขึ้นพูดขัดไอภูมิออกไปแล้วพลางส่งยิ้มให้คนทั้งโต๊ะ.. 

 

เชี่ย 

! 

ใช่จริงหรอวะ.. 

 

 

แกรรรรร ฉันเขินนนน... 

 

 

ดีนะที่กูยังไม่จีบน้องมัน มีผัวแล้วก็ไม่บอก 

!” 

เสียงคนบ้านซุสบ้านฮาเดสและบ้านดีมิเทอร์ซุบซิบกันใหญ่เพราะว่าสองโต๊ะนี้อยู่ข้างๆกันครับ ทำให้บางคนก็ได้ยินสิ่งที่ผมพูดออกไป.. 

 

ไอ้เชี่ยธัน 

!! 

มึงทำไรมึงเนี่ยยย... 

 

มันกระซิบคุยกับผมพลางฉุดแขนผมให้นั่งลง 

 

เอ้า 

! 

มึงจะได้ไม่มีใครมาจีบไง พี่พีระจะได้ไม่หึง.. 

 

 

กวนตีนละ แดกข้าวไปเลยไป 

!” 

มันว่าพลางผลักไหล่ผมเบาๆ 

 

อ้าววว คิงคะ มาหาแอนถึงโต๊ะเลยหรอคะเนี่ย 

?” 

หือออ??? คิงคงไม่มีหลายคนหรอกใช่ไหมครับ.. 

ผมคิดพลางมองไปตรงที่นั่งฝั่งตรงข้ามที่พี่แอนนั่งอยู่ 

 

เชี่ย... ไอ้ภูมิ ช่วยกูด้วยยยย 

!” 

ใช่จริงด้วยยยย 

T.T 

ผมกำชายเสื้อไอภูมิแน่น ก็ดูพี่คิงดิ่แม่ง กูไม่ได้ไปฆ่าพ่อเมิงนะเว้ยยย.. 

 

เชี่ย...โหดอ่ะ 

 

เสียงไอ้ภูมิพูดออกมาเบาๆ 

 

อ้าวแอน ไม่แนะนำแฟนหน่อยหรอ? เห็นตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ.. 

 

เสียงคนในบ้านซุสคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา.. 

 

แหมทำเป็นไม่รู้จักคิงกันไปได้... 

 

 

ฮ่าๆๆๆ 

 

ใครตลกก็ช่างไม่ใช่กูละหนึ่ง เหวอแดกมากตอนนี้.. มีแฟนแล้วหรอวะ.. นี่กูยังไม่ได้อ่อยหรือพยายามไรเลยนะเว้ย.. มาตัดกูทิ้งแบบนี้ได้ไงวะ… 

 

ไอ้ธัน มึงเป็นไรเนี่ย... 

 

เสียงไอ้ภูมิกระซิบถามผม 

 

เปล่าหรอก.. กูแค่อึ้งๆหน่ะ 

 

 

มีไรบอกกูได้นะ.. 

 

 

อืม เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง รอกูพร้อมก่อนนะ 

 

 

สวัสดีครับทุกคน ไว้ผมมาคุยด้วยนะ แต่ตอนนี้ขอคนของผมกลับก่อนละ 

!” 

พี่คิงพูดพลางเดินอ้อมมาฝั่งผมอย่างเร็วไว 

 

มากับพี่ 

!..” 

 

ไม่ 

! 

อยากไปก็ไปคนเดียวดิ่.. 

 

ผมโวยวายกลับไป อยู่ๆมาฉุดแขนกระชากผมลุกขึ้นมาแบบนี้ได้ไง แล้วใครคนของพี่ ไปบอกพี่แอนนู่น 

!.. 

 

ธัน 

! 

ตามพี่มา 

!” 

 

ไม่เอา 

! 

ภูมิ 

! 

ช่วยกูด้วย.. 

 

ผมสู้แรงพี่เขาไม่ไหวจริงๆครับเลยต้องวอนไอ้ภูมิให้มาช่วย ไม่งั้นผมต้องโดนพี่เขาลากไปแน่ๆ.. 

 

เอ่อ..พี่คิง ใจเย็นๆก่อนนะครับ.. 

 

 

อย่ามายุ่ง 

! 

ช่วยดูแลคนของนายด้วยจักร.. 

 

พี่คิงตะหวาดใส่หน้าไอ้ภูมิมันแล้วหันไปพูดกับพี่หัวหน้าบ้านซุสด้วยใบหน้าที่เหี้ยมโหดโกรธมาแล้วสิบชาติเศษๆจนไอ้ภูมิไม่กล้าขยับตัวทำอะไรเลยครับ พี่คิงพาร์ทนี้ผมยังกลัวเลย.. 

 

โอ๊ย 

!! 

พี่คิง 

! 

ธันเจ็บนะเว้ย 

!!” 

พี่เขาเล่นบีบข้อมือผมเหมือนระบายความโกรธ คือแขนคนอะ ไม่ใช่ตุ๊กตา 

Teddy bear 

 

เจ็บสิ่ดี จะได้จำ 

! 

มานี่ 

!!” 

พี่คิงพูดพลางฉุดกระชากผมออกจากโต๊ะอาหารนั้น 

 

คิงจะพาน้องไปไหนคะ? 

 

 

พี่แอน ช่วยผมด้วย.. โอ๊ย 

!! 

พี่คิง 

! 

ฮึก.. 

 

พอจะพ้นจากเขตโรงอาหารก็เจอกับพี่แอนที่รีบเดินอ้อมมาขวางทางผมกับพี่คิง วินาทีนี้ขอเป็นมิตรก่อนนะ แต่พอแค่พูดแค่นิดเดียวพี่คิงก็บีบข้อมือผมจนกระดูกแทบจะหักคามือพี่เขา 

 

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแอน แอนถอยไปก่อน 

 

พี่คิงพูดกับพี่แอนแล้วพยายามเดินออกไป 

 

จะไม่เกี่ยวได้ไงคะ น้องเขามาทานอาหารในบ้านซุส แอนเป็นพี่ก็ต้องดูแลบุคคลในบ้าน แถมน้องยังเป็นแฟนกับคนในบ้านแอนอีก แอนก็สมควรที่จะดูแล ไม่ถูกหรอคะคิง? 

 

 

ไม่ถูกครับแอน น้องอยู่บ้านฮาเดส ซึ่งอยู่ในการดูแลของผม ผมขอตัว หวังว่าแอนจะคิดได้ 

..” 

พี่คิงหยุดเพื่อหันไปพูดกับพี่แอนแล้วก็จากมาโดยที่มือยังคงทำหน้าที่ลากแขนผมให้ตามเขาไปอย่างไม่สนใจใยดี.. 

 

พี่คิง ผมเจ็บ... 

 

 

.... 

 

 

พี่คิง 

 

 

หุบปาก 

!” 

อะไรกันวะ กูแค่ไม่ได้เป็นแฟนพี่เขาต้องพูดกับกูขนาดนี้เลยหรอวะ.. ทีกับพี่แอน.. 

ก็อย่างว่า เขาเป็นแฟนกันนี่นะ… 

วูบบบบบบบบบบบบ 

!! 

ปั้ง 

!!!! 

 

อึก 

!..” 

 

อธิบายมา 

!!” 

พี่เขาพาผมเดินทางผ่านเงามาครับมาโผล่หน้าห้องของพี่เขา พอเข้ามาถึงในห้องของพี่เขาเขาก็กดตัวผมลงไปกับเตียงอย่างแรงแล้วตะหวาดใส่หน้าผม ส่วนมือก็จับแขนทั้งสองของผมตรึงไว้กับเตียง กดจนแขนผมแทบจะจมหายไปกับเตียง.. 

 

อะไรของพี่... 

 

 

ก็ที่พูดบนโต๊ะอาหารบ้านซุสนั่นไง 

!!” 

 

ผมพูดอะไร อย่ามาบ้า 

! 

ปล่อยผมดิ้ 

!!” 

ผมพูดพลางพยายามดิ้นให้หลุดจากกอบกุมของพี่เขา 

 

ก็ที่บอกว่าเป็นแฟนกับไอ้ภูมินั้นไง 

!!!!” 

 

ห้ะ.. 

?” 

อะไร ที่โกรธนี่คือเรื่องนี้อะนะ... ไอ้บ้า 

! 

หึงกูปะวะ.. 

 

แล้วที่บอกว่าจะไปบ้านซุสแล้วก็หายไปกับไอ้ภูมินี้คือสาเหตุใช่ไหม 

!” 

 

เดี๋ยว.. พี่จะบ้าหรอ 

!” 

 

กูไม่ได้บ้า 

!!” 

อะไรวะ... ตั้งแต่คุยกันมายังไม่เคยใช้ มึงกู เลยนะเว้ย.. มาพูดกันงี้ได้ไงวะ 

! 

 

งั้นมึงก็ออกไปจากตัวกูสิ่วะ 

! 

หมดความอดทนแล้วเหมือนกันนะเว้ย 

!!” 

ผมพูดอย่างหมดความอดทน ที่ไม่โวยวายอะไรเพราะคิดว่าจะอธิบายแล้วพี่เขาคงสงบสติอารมณ์ของตนได้ แต่พอใช้กูมึงกับผมเส้นสติของผมก็พลันขาดออกจากกัน ยอมเจ็บยอมโดนลากมาถึงที่นี่เพื่อโดนทำร้ายจิตใจกันงี้หรอวะ.. อุตส่าห์ชอบ แม่งเอ้ย 

!! 

 

หรอ 

! 

กูต้องฟังมึงปะ 

!!” 

 

ออกไปเลยนะเว้ย 

! 

กูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว 

! 

ปล่อยกู 

!!” 

ผมโวยวายลั่นห้องพร้อมดิ้นกระจุยกระจายขาปัดไปไหนได้ก็ทำ.. 

 

มึงก็ตอบกูมาสิ่วะ 

!! 

ที่มึงพูดหน่ะหมายความว่าไงหะ 

!!!” 

 

โอ๊ยยยยย 

!!.. 

เจ็บ 

!” 

รู้สึกเหมือนแขนขาจะหักออกจากตัวเลยครับ.. แขนก็โดนบีบโดนกด ขาก็โดนพี่เขาเอาขาของตนกดทับลงมาอีกทอดนึง 

 

ตอบ 

!!” 

 

ฮึก 

!.. 

เปล่า มะ..ไม่ได้.. ฮึก ไม่ได้เป็นไรกัน.. 

 

 

แล้วที่พูดมันคืออะไรวะ 

!!” 

 

พี่จะเสือกทำไมละวะ 

!! 

เป็นพ่อผมรึไง 

!!!” 

กูพูดดีดีๆด้วยละนะ 

! 

ยังจะมาตะคอกใส่กันอีก แม่ง 

! 

ไม่อธิบายแม่งแล้ว 

!! 

 

กูเป็นพ่อมึงคงไม่ได้สิ่นะ แต่กูว่ากูเป็นผัวมึงได้นะ 

 

 

พี่คิง 

!!!!!!!!!!! 

อ๊ากกกกกกก 

ความคิดเห็น