ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 34 ต้องได้ (100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 ต้องได้ (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2559 11:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 ต้องได้ (100%)
แบบอักษร

               สาวร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจชำระร่างกาย ถ้าใครคิดว่าคืนนี้จะได้ท่องทะเลลึกละก็... ฝันสิ เพราะทันทีที่ลูกนกตกน้ำก้าวขึ้นนั่งบนเบาะของไอ้ถั่วดำ ยาแก้หวัดก็เป็นสิ่งแรกที่คุณหมอซึ่งบางทีก็ทำหน้าที่ดีเกินไปนั้นยัดใส่มือเธอทันที แล้วก็อย่างที่ทุกคนรู้ เมื่อร่างกายของมนุษย์โดนยาแก้หวัดเข้าไป คิดจะไปร้องเพลงใต้มหาสมุทรที่กว้างใหญ่เหรอ โน่น...พระอินทร์เรียกยิกๆ ไม่เห็นเหรอน่ะ

         ธัชเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กขยี้ผมเปียกให้แห้ง เขาหยุดอยู่ปลายเตียงแล้วหันมองภรรยาคนสวยที่เข้าสู่ห้วงนิทราแทบจะทันทีที่หัวถึงหมอน ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่มีเหตุผล ธัชกดรีโมตปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้อุ่นขึ้นอีกนิดหนึ่ง ก่อนจะดึงผ้าห่มที่คลุมตัวหญิงสาวให้สูงขึ้น แล้วสายตาของเขาก็พลันไปสะดุดกับบางอย่างเข้า  

         หมอธัชจับมือขาวที่โผล่พ้นผ้าห่มนั้นขึ้นมา สงสัยตอนร่วงลงจากเวทีจะเอามือเท้าเข้าเต็มแรงถึงได้บวมแบบนี้ ไหนบอกว่าไม่เจ็บตรงไหนไง คุณหมอตัวสูงส่ายหน้า ถ้าพรุ่งนี้เขียวช้ำขึ้นมาได้โวยวายบ้านแตกแน่ๆ

         ธัชวางมือบางไว้บนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนเดินออกจากห้องไปครู่หนึ่ง แล้วกลับมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลในมือ และนั่งลงบนเตียงข้างกายหญิงสาว

         “อยู่เฉยๆ นะครับ เดี๋ยวผมทายาให้ก่อน” เขาเอ่ยแผ่วเบากับคนมือเจ็บที่ยังหลับใหล ก่อนบรรจงทายานวดแก้เคล็ดลงบนมือสวยอย่างเบามือ

หมอธัชหันมองใบหน้าสวยที่ยังคงหลับตาพริ้มก่อนจะค่อยๆ ผลิยิ้มอีกครั้ง พลันคิดถึงตอนที่เขาต้องจับนางแบบขี้โวยวายมาพันข้อเท้าที่แพลงเพราะตกส้นสูงขึ้นมาเสียนี่ น่าแปลกจริงๆ ที่วันนี้นางแบบขาวีนในวันนั้นกลับกลายเป็นเงือกสาวที่น่ารักในสายตาของเขาไปเสียได้ ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

         หมอหนุ่มละความคิดชั่วขณะพร้อมวางมือบางลง แล้วหันไปหยิบผ้ายืดพันแก้เคล็ดในกล่องที่วางอยู่ข้างตัว ตอนนั้นเองคนที่หลับไม่รู้ตัวก็พลิกตัวกะทันหันพร้อมกับยกมือขึ้นจะจับใบหน้า คุณหมอจึงรีบหันกลับมาแล้วพุ่งตัวไปคว้ามือบางเอาไว้ทันที

         ตอนแรกคิดว่าถ้ามือที่เปื้อนยาไปโดนหน้าโดนตาเข้าแล้วเกิดแสบร้อนขึ้นมาจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ แต่ตอนนี้หมอหนุ่มกำลังคิดว่า ไอ้ท่าที่เขาพุ่งตัวมาคว้าท่อนแขนเจ้าปัญหานี้จนต้องเอาตัวมาคร่อมเจ้าหญิงนิทราไว้แบบนี้ดูจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าเสียแล้ว

         ธัชกลืนน้ำลายอึกใหญ่เพราะภาพหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่ระหว่างท่อนแขนสองข้างของเขาที่ยันเอาไว้กับเตียง สายตาของชายหนุ่มไล่ไปตามเส้นผมยาวสลวย คิ้วเข้มสวยได้รูป จมูกโด่งที่เชิดปลายขึ้นอย่างเอาเรื่อง และริมฝีปากอมชมพูช่างจ้อนั่น หัวใจของเขาเต้นโครมครามเสียจนไม่แน่ใจว่า ถ้าเข้าใกล้กว่านี้มันจะดังจนปลุกคนที่หลับอยู่ให้ตื่นขึ้นมาหรือเปล่า

         กลิ่นโลชั่นกลิ่นนี้หอมทรมานหัวใจเขาเสมอ บอกแล้วไงว่าอย่าทาตอนกลางคืน ไม่เคยฟังกันเลย ดื้ออย่างนี้...มันน่าโดนสักฟอดจริงๆ

         ชายหนุ่มหลับตาลงแล้วค่อยๆ เลื่อนจมูกคมสันไล่ไปตามดวงหน้าขาวนวลเพื่อดื่มด่ำกลิ่นหอมอันยั่วยวนใจนี้ ธัชเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ แล้วก็พบว่าปลายจมูกของเขาอยู่ใกล้กับแก้มใสของหญิงสาวแค่ช่องอากาศบางๆ กั้นเท่านั้น ใกล้...จนอยากจะหยุดหายใจมันเป็นอย่างนี้เองหรือนี่

ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจทำให้เขาเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปว่า ที่จริง...ฤทธิ์ของยาแก้หวัดก็ทำให้คนหลับลึกได้เหมือนกันนะ แค่สัมผัสเบาๆ เธอคงไม่รู้ตัวหรอก ความคิดวูบหนึ่งเข้าเล่นงานคนใจแข็งจนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่แล้วในเสี้ยววินาทีที่เขาจะกดปลายจมูกลงนั้นเอง สติสัมปชัญญะก็เข้าสกัดความต้องการเอาไว้ได้เสียก่อน มันก็แค่ยาแก้หวัด ไม่ใช่ยาสลบเสียหน่อย ถ้าเธอรู้สึกตัวขึ้นมา มีหวัง...โลกคงได้แตกก็คราวนี้ละ

         หมอหนุ่มหักใจผละออกจากพลังอำนาจดึงดูดของสาวตรงหน้า อาการหัวใจสั่นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะแบบนี้ไม่เกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้วนะ ชายหนุ่มเริ่มจับความผิดปกติของตัวเองได้ นับวันความรู้สึกแบบนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เขาคงไม่ได้...ตกหลุมรักเธอหรอกใช่ไหม

         ไม่ใช่...มันเป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด มันเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะหลงรักคนสองคนในเวลาเดียวกันได้ ระหว่างเขากับเธอคงเป็นเพราะความใกล้ชิด เพราะความใคร่ เพราะความเผลอไผลเพียงชั่ววูบเท่านั้น มันคงไม่ใช่...ความรักหรอก มันจะเป็นความรักไปได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเขามอบให้ผู้หญิงอีกคนไปแล้ว...เขาเชื่อว่าอย่างนั้น

         ความสับสนที่เข้าจู่โจมหัวใจทำให้ชายหนุ่มหันไปหยิบผ้ายืดพันแก้เคล็ด แล้วรีบพันมือเรียวบางของเกล็ดดาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบลุกออกจากเตียงไป การพาตัวเองออกจากสถานการณ์อันตรายที่ยากต่อการต้านทานหัวใจนี้ให้ไวที่สุด คงจะเป็นสิ่งแรกที่เขาต้องทำก่อนที่อะไรๆ จะเลยเถิดไปมากกว่านี้

         

เกล็ดดาวสวมเสื้อคลุมตัวเก่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมเปียกโชกถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก เพราะฤทธิ์ของยาแก้หวัดทำเอาหญิงสาวหลับสนิททั้งคืน โดยไม่รู้เลยว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ร่างบางนั่งลงบนเก้าอี้ล้อเลื่อนหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะยกมือบางที่ตอนนี้เธอถอดผ้าพันแก้เคล็ดออกตอนจะเข้าไปอาบน้ำขึ้นมอง แล้วยิ้มอย่างเขินอายอยู่คนเดียวราวกับคนเสียสติ แม้เธอจะไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่แสนน่ารักนี้เกิดขึ้นตอนไหน แต่การที่ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองได้รับการดูแลอย่างดีจากพระเอกขี่ม้าขาวคนนั้น ก็เขินจนอยากจะกรี๊ดให้คนทั้งโลกได้ยินไปเลยว่า...ผู้ชายคนนี้ของใคร!

         นางแบบสาวปลดผ้าเช็ดตัวบนศีรษะออกปล่อยให้ผมยาวเปียกชื้นหล่นลงจดกลางแผ่นหลัง ก่อนจะเอี้ยวตัวคว้าไดร์เป่าผมขึ้นมากดทำงานด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เพราะมือข้างที่เจ็บยังไม่ใช้การได้ไม่เต็มที่

         ขณะที่เกล็ดดาวกำลังง่วนอยู่กับการทำผมให้แห้งอยู่นั้น จู่ๆ ประตูห้องนอนก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่เธอไม่คิดว่าจะได้เห็นในเวลาแบบนี้

         “อ้าวคุณ! คิดว่าออกไปทำงานแล้วซะอีก” เกล็ดดาวกดปิดการทำงานของไดร์เป่าผม ก่อนจะเอ่ยทักชายหนุ่มที่อยู่ดีๆ ก็พรวดพราดเข้ามาด้วยหน้าตาตื่น

         “วันนี้ผมเข้าเวรบ่ายน่ะ” เขาว่าก่อนจะนั่งลงบนปลายเตียงฝั่งที่ใกล้กับโต๊ะเครื่องแป้งของเธอ

         “คุณมีอะไรรึเปล่า หน้าตาตื่นมาเชียว”

         คนถูกถามหน้าตาเลิ่กลั่กคล้ายกำลังตัดสินใจว่าจะพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกไปอย่างไรดี “คือ...ในทีวีมีข่าวของคุณเมื่อคืนด้วย ในหนังสือพิมพ์ตอนเช้าก็ด้วย ผมเลยอยากมาบอกให้คุณรู้ไว้ก่อน กลัวว่าคุณจะตกใจ”

         คนฟังเบือนหน้าออกแล้วลอบยิ้ม ที่พรวดพราดเข้ามาเพราะเรื่องนี้เองเหรอ คนที่ตกใจดูจะไม่ใช่เธอหรอกนะ เขาคงไม่รู้ว่าเธอมีภูมิคุ้มกันเรื่องข่าวแข็งแรงขนาดไหน ข่าวเมื่อคืนอาจจะทำให้เธอต้องอับอายก็จริง แต่อีกไม่นานมันก็จะผ่านไป ถ้าแลกกับการได้รู้ว่าคนเย็นชาตรงหน้าเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน...มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก

         “ไม่เป็นไรหรอกคุณ ฉันเตรียมใจไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องเป็นข่าว มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่อยู่ในแสงไฟอย่างฉัน” เกล็ดดาวว่าแล้วยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

         “คุณโอเคแน่นะ” คุณหมอขี้ตกใจยังคงขมวดคิ้ว

         “สบายมาก แล้วก็เลิกทำคิ้วขมวดได้แล้ว ถ้าเป็นรอยเหี่ยวขึ้นมาฉันจะจับไปจิ้มโบเลย คอยดู” นางแบบสาวว่าพร้อมกับกดนิ้วลงบนรอยย่นระหว่างคิ้วของคนตัวสูงตรงหน้า ก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นคว้ามือบางที่ซุกซนนั้นเอาไว้

         “ก็อย่าทำให้ผมต้องกังวลสิครับ” คำพูดธรรมดาจากเสียงทุ้มของเขามีอานุภาพรุนแรงจนหญิงสาวร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า

         เกล็ดดาวรีบหมุนเก้าอี้ให้หันหลังกลับ หมายจะซ่อนความเขินอายที่เข้าจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวให้พ้นจากสายตาของอีตาหมอบ้าที่นั่งอยู่ตรงหน้า แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งหลักดี ฉลามวาฬตัวร้ายก็ส่งคลื่นลูกใหม่เข้าเขย่าหัวใจเธอต่อจนได้

         ธัชเอื้อมมือคว้าไดร์เป่าผมที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมา มือยาวอีกข้างลากเก้าอี้เลื่อนของหญิงสาวให้เข้ามาหาตัว

         “มานี่...มือเจ็บไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวผมทำให้”

เกล็ดดาวเบิกตากว้างเพราะการเคลื่อนที่ถอยหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะรับรู้ถึงสัมผัสแผ่วเบาที่เส้นผม

         ดวงตาสวยเหลือบมองช่างผมจำเป็นที่สะท้อนบนกระจกเงาตรงหน้า เขากำลังหยิบจับผมตรงนั้นทีตรงนี้ทีขึ้นมาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ คงไม่ถนัดกับผมยาวแบบนี้ ความน่ารักของคนในกระจกทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ ผลิบานออกอีกครั้ง จะมีผู้หญิงสักกี่คนกันนะที่ตกหลุมรักสามีตัวเองทุกวันแบบนี้ ให้ตายเหอะ!

         นางแบบสาวมองภาพสะท้อนนั้นอย่างไม่วางตาราวกับถูกมนตร์สะกด แต่แล้วจู่ๆ คนที่ถูกมองก็เงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเธอในกระจกพอดิบพอดี ความตกใจวิ่งแข่งกับความเขินอายพุ่งเข้าสู่หัวใจของหญิงสาวทันที ก่อนที่ชายในกระจกจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยราวกับจะถามว่า ‘หืม?’ แล้วความน่ารักระดับอันตรายก็วิ่งนำทุกสิ่งเข้าชนหัวใจของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

‘อ๊ากกก มีใครเคยบอกเขาไหมว่าหน้าตาตอนนี้ของเขาน่ารักแค่ไหน ถ้าจะทำให้เขินขนาดนี้ ก็ฆ่าฉันเถอะ ฆ่าฉันเดี๋ยวนี้!’

        เกล็ดดาวพยายามสงบสติอารมณ์แล้วนั่งมองการทำงานของช่างผมในกระจก พลันก็คิดถึงภาพติดตาเมื่อคืนนี้...หญิงสาวกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด นี่ถ้าเขาใส่เสื้อเปียกๆ แบบเมื่อคืนแล้วมาทำแบบนี้ ไม่รู้ว่าใจของเธอจะเต้นแรงขนาดไหน ‘หึๆๆ...ความชมพูพาสเทลที่มีฉันเท่านั้นที่ได้เห็น คิดแล้วก็ปริ่มเบอร์สุดแล้วอ้ะ’

         “อ้ะ เสร็จแล้วครับ” เสียงบอกเล่าจากช่างทำผมเรียกให้สติสตังที่ล่องลอยไปไกลของหญิงสาวกลับเข้าร่างอีกครั้ง ก่อนที่เก้าอี้ที่เธอนั่งจะถูกหมุนให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา คุณหมอตรงหน้าไม่สบตาเธอ แต่ง่วนอยู่กับการจัดผมของเธอให้เข้าที่ ก่อนจะใช้นิ้วช้อนเส้นผมทั้งหมดไปรวมกันไว้ที่แผ่นหลัง

         เกล็ดดาวมองการกระทำของคนตรงหน้าพร้อมหัวใจเต้นรัว ความใส่ใจจากผู้ชายคนนี้เกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ นี่เขาทำไปเพราะหน้าที่ หรือทำไปเพราะความรู้สึก เขาคงไม่ได้ทำไปเพราะหน้าที่แล้วปล่อยให้เธอรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียวใช่ไหม นางแบบสาวที่กำลังใช้ความคิดเลื่อนสายตาไปหยุดที่ดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่เขาจะระบายยิ้มอ่อนๆ

         “ไปทานข้าวกันครับ”

                เกล็ดดาวฉีกยิ้ม ก่อนจะเดินตามร่างสูงออกไปอย่างว่าง่าย ไม่ว่าสิ่งที่เขาทำจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เธอคนนี้จะเปลี่ยนมันให้เป็นความรู้สึก ‘รัก’ ในหัวใจเขาให้ได้

 

               นางแบบสาวทอดกายอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับเลื่อนหน้าจอสมาร์ตโฟนคู่ใจในมือ เป็นอย่างที่เธอคิด...ภาพข่าวเมื่อคืนถูกแชร์ออกไปทั่วทุกที่ในโลกออนไลน์ แต่ก็ยังถือว่าเธอโชคดีที่นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวงการ ชื่อเกล็ดดาวไม่เคยมีปัญหากับนักข่าวแขนงไหน แถมคนในวงการข่าวส่วนมากก็รู้จักกับมุกมณีเป็นอย่างดี ภาพข่าวที่ถูกเผยแพร่ออกไปจึงไม่ได้เป็นฝันร้ายสำหรับเธอมากเท่าไรนัก 

          ภาพลูกนกตกน้ำที่อยู่ในชุดซีทรูจนเห็นเนื้อหนังมังสาไม่มีให้เห็นในข่าวสำนักไหนเลยแม้แต่ภาพเดียว ในทางกลับกันข่าวที่ถูกเขียนออกมากลับเป็นการพูดถึงฮีโรคนเก่งที่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...สามีสุดหล่อของเธอที่บังเอิญได้รับเชิญให้ไปร่วมงานด้วยพอดี 

          เกล็ดดาวมองภาพชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อเชิ้ตขาวที่กำลังอุ้มนางฟ้าตกสวรรค์ที่เปียกโชกในอ้อมแขน และเนื้อหาข่าวที่พูดถึงความสัมพันธ์ของเธอกับเขาซึ่งสยบข่าวการแต่งงานเพื่อกู้ชื่อเสียง ไม่ได้เกิดจากความรักของทั้งคู่ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นข่าวเมาท์ออกไปในวงกว้างแทน ไม่มีการมุ่งประเด็นไปถึงความอับอายจากเหตุการณ์เมื่อคืนของเธอเลย

          “เฮ้อ ไม่รู้ว่าป่านนี้ยายสองคนนั่นจะอกแตกตายไปแล้วรึเปล่า” หญิงสาวเอ่ยลอยๆ พร้อมกับเบ้ปากยิ้ม

          “ถ้ารู้ว่าจะมีแต่เรื่องดีแบบนี้ ยอมตกน้ำไปตั้งนานแล้ว เอ...ส่งดอกไม้ไปขอบคุณเมษาหน่อยดีไหมน้า อืม...แต่ก่อนอื่นต้องส่งคำขอบคุณไปให้น้องไลลาคนต้นคิดซะก่อนถึงจะถูก” เกล็ดดาวว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกดเข้าแอปพลิชันรูปภาพยอดฮิต แล้วโพสต์ภาพที่เธอเลือกเอาไว้ลงไป

               ‘เมื่อวาน...สำหรับที่ชนฉัน แต่ของวันนี้...สำหรับแผนการที่ทำให้ฉันตกน้ำ...นะจ๊ะ

 

          “มีแต่ข่าวบ้าข่าวบออะไรก็ไม่รู้ ไหนเธอบอกว่าแผนนี้สำเร็จแน่ไงเมษา ทำไมมันออกมาเป็นแบบนี้ได้” สาวร่างบางโวยวายเมื่อเห็นภาพข่าวเมื่อคืนที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดไว้

          “แล้วใครใช้ให้ผู้ชายของแกเข้ามายุ่งล่ะ ถ้าเขาไม่เข้ามาช่วย ข่าวมันก็ไม่ออกมาเป็นแบบนี้หรอก” คนถูกว่าสวนกลับ “ดีนะ ฉันไม่ติดร่างแหโดนหาว่าเป็นคนชนไปด้วย”

          “ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ ครั้งหน้าเราต้องเอาให้หนักกว่านี้” ไลลาซึ่งอารมณ์มาคุว่าพร้อมกับตวัดสายตากลับไปทางคู่หู

          “ใช่! เราต้องวางแผนให้ดีกว่านี้ ครั้งหน้าเราจะพลาดไม่ได้อีกแล้ว” 

          “เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดแบบนี้อีก ครั้งหน้าเราต้องให้พี่หมอมาเป็นหนึ่งในแผนการของเราด้วย” ไลลาว่าพร้อมกับส่งยิ้มมีเลศนัยไปให้เมษา ก่อนจะก้มลงมองสมาร์ตโฟนในมือของเธอต่อ แต่แล้วสายตาก็สะดุดกับข่าวจากเว็บไซต์หนึ่งที่เพิ่งถูกเขียนขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ นิ้วเรียวสวยกดเข้าไปอ่านอย่างไม่ลังเล

          เนื้อหาข่าวพูดถึงสามีสุดเท่ที่กำลังฝ่าฝูงชนเข้าไปอุ้มภรรยาสาวที่พัดตกลงจากรันเวย์เดินแบบ ข่าวนี้เพิ่งถูกโพสต์ลงบนแอปพลิเคชันยอดฮิตโดยฝีมือนางแบบสาวเอง ภายใต้คำบรรยายภาพที่ว่า

          ‘สัญชาตญาณของเขา คือปกป้องฉัน!...เคยได้ยินที่ไหนก็ไม่รู้ ลืมไปละ แย่จัง!’

           มือบางกำโทรศัพท์แน่น ความโกรธที่ถาโถมทำให้หญิงสาวสั่นไปทั้งร่าง ก่อนที่เธอจะแผดเสียงออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร  

               “กรี๊ด...ด นังเกล็ดดาว! รอบหน้าแกโดนหนักแน่!”

 

 
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว