ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 33 สงครามครั้งที่ 1 (100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 สงครามครั้งที่ 1 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2559 11:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 สงครามครั้งที่ 1 (100%)
แบบอักษร

                แล้วคืนแห่งสรวงสวรรค์ก็มาถึง งานเดินแบบแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าจากหลากหลายแบรนด์ดังที่พร้อมใจกันออกคอลเล็กชันภายใต้คอนเซปต์เดียวกันที่ว่า ‘Heaven on Earth’ วลีเดียวกันนี้ถูกตีความหมายออกเป็นหลายแบบตามสไตล์ของดีไซเนอร์แต่ละแบรนด์ และกำลังจะถูกนำมาจัดแสดงพร้อมกันในงานนี้ เสื้อผ้าจำนวนไม่น้อยกำลังถูกสวมใส่โดยเหล่านางฟ้า ที่จะช่วยเติมเต็มให้งานในค่ำคืนนี้กลายเป็นสวรรค์บนดินสมชื่อ

          ฉากหน้างานที่จัดแสดงในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งถูกจัดเป็นสีขาวเกือบทั้งหมด รันเวย์เดินแบบที่ยาวสุดลูกหูลูกตาถูกขนาบข้างด้วยธารน้ำจำลองที่ทีมงานเซตขึ้นมา เพื่อให้การเคลื่อนไหวของผิวน้ำสะท้อนลงบนผืนผ้าขาวที่นางแบบสวมใส่เดินบนรันเวย์เป็นลูกเล่นที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ร่วมงานได้ไม่น้อย เช่นเดียวกับสองฝั่งของเวทีที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่าเซเลบ ดารา ผู้มีชื่อเสียง รวมไปถึงลูกค้าระดับวีไอพีของแบรนด์ต่างๆ ที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานนี้ด้วย

          ฉากหน้างานดูยิ่งใหญ่ตระการตา แต่ด้านหลังเวทีนั้นกำลังวุ่นวายยิ่งกว่าผึ้งแตกรังเสียอีก ทั้งทีมงานที่ต้องคอยควบคุมให้ทุกอย่างรันไปตามคิวที่วางเอาไว้ ทั้งนางแบบที่วิ่งวุ่นเปลี่ยนเสื้อผ้ากันจ้าละหวั่น ไหนจะช่างภาพที่ต้องคอยมาเก็บภาพบรรยากาศหลังเวทีอีก แต่ไม่ว่าจะวุ่นวายแค่ไหน ทุกคนก็กำลังพร้อมใจกันทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดอยู่

          “แกโอเคไหมดาว” พิมพ์ขวัญที่ดูแลภาพรวมของงานเดินมาถามเพื่อนที่ยืนสแตนด์บายรอเรียกคิวอยู่หลังเวที เพราะยังกังวลไม่หายเกี่ยวกับเรื่องที่เคยคุยกันไว้

          “ถ้าแกหมายถึงเรื่องนั้นน่ะ ไม่มีไรแก วุ่นวายมากไม่เห็นเหรอ คุณเธอทั้งหลายไม่มีเวลามานั่งจิกกัดฉันหรอก ต่างคนต่างทำงานตั้งแต่วันซ้อมคิวแล้ว”

          “งั้นก็ค่อยหายห่วงหน่อย จะให้ช่วยอะไรก็บอกละกัน เดี๋ยวฉัน...”

          “เฮ้ย ไปละๆ” ยังไม่ทันที่พิมพ์ขวัญจะได้พูดจบ เกล็ดดาวและทีมนางแบบเซตเดียวกับเธอก็ถูกเรียกให้ขึ้นเวทีพอดี

          “หลังงานเลิกเจอกันนะ” ออร์แกไนเซอร์สาวตะโกนไล่หลังไป ก่อนจะได้รับสัญญาณตอบตกลงกลับมา พิมพ์ขวัญมองเจ้าของแผ่นหลังขาวที่กำลังวิ่งห่างออกไปก่อนจะอมยิ้ม “ที่นั่งแถวหน้าสุดเป็นเซอร์ไพรซ์จากเพื่อนนะจ๊ะดาว”

เกล็ดดาวสวมชุดผ้าชีฟองขาวยาวพลิ้วจดปลายเท้า เปิดแผ่นหลังให้เห็นความเนียนสวยจดช่วงเอวคอดที่มีผ้าสีเงินคาดทับ เสริมให้เอวที่เล็กบางดูเล็กและได้สัดส่วนมากขึ้นไปอีก นางแบบสาวเดินออกจากหลังฉากมาโพสท่าที่จุดเริ่มต้นของรันเวย์ตามตำแหน่งที่ได้บล็อกกิงเอาไว้ตั้งแต่วันซ้อมคิว 

          งานวันนี้เป็นการเดินแบบที่เน้นความเบาสบายเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายภายใต้คำว่า ‘สรวงสวรรค์’ การพรีเซนต์เสื้อผ้าบนเรือนร่างของไม้แขวนจึงถูกปรับให้ต่างจากการเดินแบบทั่วไป ที่เน้นความกระฉับกระเฉงให้เห็นความทะมัดทะแมงเมื่อสวมใส่เสื้อผ้า แต่ในการเดินแบบครั้งนี้เน้นความเบาสบาย นางแบบจะต้องทำให้ผู้ชมเคลิบเคลิ้มและผ่อนคลายไปพร้อมกับชื่นชมความสวยงามของเสื้อผ้า และด้วยเหตุนี้ทันทีที่เกล็ดดาวก้าวเท้าออกจากจุดบล็อกกิงเข้าสู่รันเวย์ เธอก็โปรยปรายรอยยิ้มให้ผู้ชมที่นั่งขนาบอยู่ทั้งสองฝั่ง และรอยยิ้มนั้นก็สะกดให้ทุกสายตามองตามร่างบางได้ ไม่แพ้ขายาวที่โผล่ออกจากแนวผ่าสองข้างของกระโปรงที่ยาวจดพื้นทุกครั้งที่เธอก้าวเดิน 

          แรงลมเพียงเล็กน้อยจากพัดลมตัวเล็กที่ใช้เป่าธารน้ำจำลองให้เกิดคลื่นนั้น พัดเข้าปะทะร่างนางแบบที่เดินบนรันเวย์ ทำให้เนื้อผ้าเบาหวิวของชุดที่นางแบบสวมใส่ถูกพัดจนลู่เข้าแนบเนื้อไปทุกสัดส่วนของเรือนร่าง บวกกับความแวววาวจากชิมเมอร์ที่ทาเคลือบผิวขาวสวยเอาไว้นั้นกำลังหยอกล้อกับแสงไฟที่สาดลงมากระทบ เป็นผลให้ชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่ในตำแหน่งที่เรียกว่าริงไซด์ติดขอบเวทีถูกความคมชัดระดับเอชดีพุ่งเข้าเขย่าหัวใจจนไม่อาจควบคุมไว้ได้

          ธัชมองนางเงือกแสนสวยของเขาที่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะกลายร่างเป็นวีนัส เทพนารีแห่งความรักที่กำลังเดินเล่นอยู่ในแดนสวรรค์ หมอหนุ่มที่ถูกตรึงไว้ด้วยความงดงามตรงหน้าค่อยๆ พ่นลมหายใจออกทางปาก เพื่อลดแรงสั่นรุนแรงในอกข้างซ้าย ก่อนที่ความคิดในหัวจะหลุดออกจากปากโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้รู้ตัว

          “หูว...สวยจัง แนบเนื้อจริงด้วย”

          นางแบบสาวที่พกพาความมั่นใจในทุกก้าวเดินมาหยุดตรงปลายรันเวย์ก่อนจะโพสท่างามสง่าตามที่ซ้อมคิวมา เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดสายตาไปทางด้านซ้ายหมายจะฉีกยิ้ม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอย่างที่ตั้งใจ สายตาของหญิงสาวก็ประสานกับสายตาของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่มองมา 

          เกล็ดดาวเบิกตาเล็กน้อยด้วยความตกใจเพราะภาพที่เห็น ก่อนที่ความตกใจนั้นจะเปลี่ยนรอยยิ้ม ยิ้ม...ที่ต่างไปจากยิ้มที่เธอโปรยปรายมาตลอดทางเดิน เพราะไม่ใช่ยิ้มที่มาจากหน้าที่ แต่เป็นยิ้มที่มาจาก...หัวใจ

          ร่างบางถอนสายตาก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกด้าน แล้วก็พบกับเจ้าแม่แผนการที่ยืนยิ้มพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้ ต้องเป็นพิมพ์ขวัญแน่ๆ ที่จัดแจงให้พ่อฉลามวาฬหน้าตี๋ของเธอนั่งเสียแถวหน้าสุดเกาะขอบเวทีขนาดนี้ ว่าแต่...ไหนบอกว่าปกติไม่มางานแบบนี้ไง วันนี้นึกครึ้มอะไรถึงได้แต่งหล่อมานั่งดูแฟชั่นโชว์ได้ 

          ‘ใส่สูทด้วยอ้ะ โอ๊ย เคลิ้มมม’ นางแบบสาวหมุนตัวกลับพร้อมอมยิ้ม ก่อนที่อีกความคิดหนึ่งจะแทรกเข้าสกัดรอยยิ้มนั้น เดี๋ยวนะ...นี่มาดูใคร มาดูนางเงือกหรือมาดูหอยเม่น กลับบ้านไปนะตี๋จะง้างปากให้ได้เลยคอยดู

          แล้วการแสดงก็ดำเนินมาถึงเซตสุดท้าย นางแบบทุกคนจะต้องขึ้นเดินเรียงแถวพร้อมกัน ก่อนจะเป็นการมอบช่อดอกไม้ให้บรรดาดีไซเนอร์คนดัง ที่เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานอันงดงามเหล่านี้ตามคิวที่วางเอาไว้ 

เกล็ดดาวกำลังวุ่นวายกับการเปลี่ยนชุดพร้อมกับเช็กความเรียบร้อยของทรงผม รองเท้า และเมกอัป เพราะทุกอย่างต้องทำแข่งกับเวลา ขณะที่สองนางแบบที่เดินในเซตก่อนหน้าและกำลังจะเป็นผู้ร่วมเดินในเซตต่อไปก็กำลังเช็กความเรียบร้อยของแผนการที่พวกเธอวางเอาไว้

          “ตกลงตามแผนนั้นโอเคใช่ไหม เมษา” หญิงสาวหน้าหวานที่วันนี้ดูแปลกไปจากทุกวันด้วยเมกอัปและเครื่องแต่งกายที่สวมอยู่ถามขึ้น

          “เรียบร้อย ฉันแลกตำแหน่งกับรุ่นน้องคนนั้นแล้ว รับรองกล้องสาดมาทุกตัวแน่” 

คำตอบจากนางแบบอีกคนทำให้คนถามอมยิ้ม

          “สงสัยพรุ่งนี้ต้องยอมยกพื้นที่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บันเทิงทุกฉบับให้ แถมลากยาวไปถึงพื้นที่ในโซเชียลทั้งอาทิตย์ให้พี่ดาวคนสวยซะแล้ว” ไลลาแค่นหัวเราะออกมาเมื่อคิดถึงแผนการที่เธอกับพาร์ตเนอร์คนใหม่เตรียมเอาไว้

          “คงต้องอายจนไม่กล้ารับงานเดินแบบไปอีกนานเลยแหละ”

          “ที่สำคัญ ขายหน้าต่อหน้าพี่หมอแล้วก็คนทั้งงาน ตายละ...จะช่วยแทรกแผ่นดินหนียังไงดีอ้ะ” สองสาวหัวเราะทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป ไม่นานนักใครอีกคนก็เปิดประตูห้องน้ำห้องในสุดออกมาพร้อมกับดวงตาที่เบิกโพลง

          “ซวยแล้วไอ้ดาว!”

 

        พิมพ์ขวัญ ผู้กำความลับที่เธอเพิ่งรู้มาโดยบังเอิญรีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนรักทันที แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิด ไม่มีการตอบรับจากปลายสาย แม้ว่าเธอจะไม่รู้แน่ชัดว่าศัตรูทั้งสองของเพื่อนรักกำลังจะทำอะไร แต่อย่างน้อยที่สุดเธอต้องเตือนให้คนที่กำลังตกเป็นเป้านิ่งได้รู้ตัวไว้ก่อน จะได้ระวังตัวเอาไว้ 

          “ไอ้ดาว!”

เกล็ดดาวซึ่งยืนเตรียมพร้อมจะขึ้นเวทีหันตามเสียงเรียกของเพื่อนสาว พิมพ์ขวัญกำลังเบี่ยงตัวแทรกเหล่านางแบบร่างบางที่ยืนเรียงแถวตามตำแหน่งที่ต้องขึ้นเวที แต่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัวเพื่อนรัก นางแบบก็ถูกปล่อยให้ขึ้นไปบนเวทีพอดีตามคิว เกล็ดดาวผู้ไม่รู้ชะตาชีวิตส่งสัญญาณให้เพื่อนรอก่อน แล้วหันหน้ากลับเพื่อตั้งสติให้พร้อมสำหรับการเดินรอบสุดท้ายเพื่อปิดงานในค่ำคืนนี้

           ทันทีที่หญิงสาวก้าวออกสู่สายตาของผู้ชม นางแบบสาวไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร ช่างภาพจึงต่างหันเลนส์กล้องของมาทางเธอและรัวชัตเตอร์กันอย่างเมามันจนผิดสังเกต ทั้งที่ชุดที่เธอสวมก็ยังคงเป็นชุดขาวบางที่พลิ้วไหวคล้ายกับเซตก่อนหน้า และก็ไม่ได้โดดเด่นไปกว่านางแบบคนอื่นๆ เลย 

          เกล็ดดาวไม่รู้เลยว่าต้นเหตุของมหกรรมลั่นชัตเตอร์ในครั้งนี้ไม่ใช่ชุดที่เธอสวมใส่ แต่เป็นนางแบบคนถัดไปที่เดินอยู่หลังเธอต่างหาก เมษาซึ่งสับเปลี่ยนตัวกับนางแบบรุ่นน้องที่ก่อนหน้านี้ถูกวางตำแหน่งให้เดินอยู่หลังเกล็ดดาวกำลังเดินตามมาในระยะประชิด และระบายยิ้มทำหน้าที่ผู้พรีเซนต์เสื้อผ้าบนเรือนร่างของเธออยู่ การร่วมงานแถมอยู่ในระยะใกล้ขนาดนี้ของสองสาวที่เคยมีข้อพิพาทภายใต้คำว่า ‘เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด’ ย่อมเป็นที่สนใจของช่างภาพและนักข่าวเป็นธรรมดา การช่วงชิงภาพร่วมเฟรมของสองสาวจึงเป็นเครื่องดึงดูดความสนใจจากผู้มีกล้องในมือได้เป็นอย่างดี

          ขณะที่ทุกคนกำลังโฟกัสที่การแสดงออกทางสีหน้าของสองนางแบบสาวคู่อริ เกล็ดดาวซึ่งยังคงงงกับภาพตรงหน้าเลยมัวแต่ครุ่นคิดหาต้นตอของเหตุการณ์นี้อยู่ จู่ๆ เธอก็ถูกนางแบบที่เดินอยู่ในแถวข้างๆ ซึ่งเป็นแถวที่เดินย้อนกลับมาและอยู่ในระยะใกล้มากชนเข้าอย่างจัง แต่เพราะมีประสบการณ์การเดินแบบมาพอสมควร บวกกับการทรงตัวในระดับบัลเลรินาจึงทำให้หญิงสาวยังประคองตัวเองเอาไว้ได้อยู่ แม้จะเซไปบ้างก็ตาม 

เกล็ดดาวชะงักเพื่อตั้งหลักพร้อมกับสะบัดสายตากลับไปหาต้นตออย่างรวดเร็ว และพบว่านางแบบสาวคนนั้นคือ...ไลลา แต่ยังไม่ทันที่คนถูกแกล้งจะได้ทำอะไร ความซวยซ้ำสองก็พุ่งเข้าใส่เธอทันที 

          ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตั้งใจหรือเพราะการผิดคิวที่เธอหยุดชะงักกะทันหัน อยู่ๆ นางแบบคนข้างหลังก็เดินมาชนเธอซ้ำเข้าเต็มแรง ร่างบางที่ยืนไม่มั่นคงอยู่แล้วพอโดนกระแทกซ้ำ จึงเสียหลักและร่วงจากเวทีตกลงไปในธารน้ำจำลองที่ขนาบข้างอยู่ท่ามกลางสายตาของทุกคน

          เมื่อเกิดความผิดพลาดที่ไม่คาดฝันขึ้น แน่นอนว่ากล้องทุกตัวถูกเบนความสนใจมาหานางฟ้าจากสรวงสวรรค์ที่ร่วงลงสู่ธารน้ำทันที และดูเหมือนความอับอายยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะชุดขาวบางที่เธอสวมใส่อยู่นั้น เมื่อได้สัมผัสน้ำเพียงน้อยนิดก็แนบสนิทติดไปกับตัว แถมซีทรูทะลุทะลวงไปถึงเนื้อหนังที่ซ่อนอยู่ภายใน

          นางแบบสาวที่เพิ่งได้สติรีบใช้ท่อนแขนปกปิดความล่อแหลมตามร่างกาย ก่อนจะยกแขนอีกข้างหนึ่งขึ้นบังใบหน้าสวยหมายจะซ่อนความรู้สึกและดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าวให้พ้นจากเลนส์กล้องหลายสิบตัว ซึ่งสนใจจะเก็บภาพลูกนกตกน้ำมากกว่าช่วยฉุดดึงหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายขึ้นจากความอับอายนี้ แล้วในตอนนั้นเอง...

          “อย่าถ่ายครับ!” เสียงเรียบนิ่งที่คุ้นหูวิ่งเข้าสู่หัวใจหญิงสาวพร้อมกับเสื้อสูทตัวใหญ่ที่ปกคลุมลงบนร่างที่เปียกปอนของเธอทันที 

          เกล็ดดาวเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง และก็เป็นเวลาเดียวกับที่ท่อนแขนแกร่งของเขาสอดเข้าใต้ร่างบางของเธอ คนตัวเปียกลอยขึ้นจากน้ำอย่างเบาหวิว ก่อนที่เธอจะรีบซุกหน้ากับแผงอกอุ่นเพื่อซ่อนใบหน้าจากการถูกบันทึกภาพความขายหน้าในครั้งนี้เอาไว้ รู้ตัวอีกทีเธอก็ถูกวางลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องแต่งตัวเสียแล้ว

          “คุณเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่า” ปลาฉลามใจดีเอ่ยเสียงทุ้มพร้อมกับปัดผมที่เปียกโชกของเธอออกจากใบหน้าสวย 

หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ แววตาเหม่อลอย ภาพเหตุการณ์ไม่กี่นาทีที่ผ่านมากลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับจะตอกย้ำเธออีกครั้ง แล้วความอดกลั้นที่เธอเพียรพยายามทำก็สิ้นสุด เกล็ดดาวระเบิดน้ำตาแห่งความอับอายออกมาอย่างผู้พ่ายแพ้ เป็นอย่างพิมพ์ขวัญเตือนเธอจริงๆ สองคนนั้นจงใจจะแกล้งให้เธอขายหน้า เป็นความผิดพลาดของเธอเอง เป็นความประมาทที่ไม่น่าให้อภัยเลย

          หญิงสาวบนเก้าอี้โน้มตัวเข้ากอดชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ถ้าไม่ได้เขา เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะทำอย่างไรกับสถานการณ์เมื่อตะกี้นี้ดี ในบรรดาผู้คนมากมายในห้องนั้น ผู้ชายคนนี้คือคนเดียวที่ยืนอยู่ข้างเธอ ผู้ชายคนนี้คือคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ และผู้ชายที่เธอพร่ำบอกว่าเขาเป็นอีหมอหน้าจืดคนนี้คือคนเดียวที่...ปกป้องเธอ

          มือหนาลูบศีรษะเปียกปอนเพื่อปลอบประโลมเงือกสาวเจ้าน้ำตา ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงจนสายตาอยู่ในระดับเดียวกับคนที่นั่งอยู่ แล้วไล้นิ้วปาดน้ำตาให้สาวตรงหน้า “เดี๋ยวกลับบ้านกันนะครับ” 

เกล็ดดาวพยักหน้าก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกอีกครั้ง จะขอบคุณใครดีที่ประทานผู้ชายคนนี้มาให้

          “ออกไปได้แล้วคุณ นี่ห้องแต่งตัวผู้หญิง นางแบบคนอื่นๆ กำลังจะมา” เธอว่าก่อนจะสังเกตเห็นว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาก็เปียกชุ่มจากการอุ้มลูกนกตกน้ำขึ้นมาเหมือนกัน เกล็ดดาวจึงส่งเสื้อสูทที่คลุมไหล่เธออยู่คืนให้เขา “เอาเสื้อคุณไปด้วย”

          “คุณเอาไว้เถอะ เปียกแล้วโดนแอร์แบบนี้เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา” 

          “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันก็เปลี่ยนชุดแล้ว” สาวร่างบางยังคงยืนยันคำเดิมด้วยเหตุผลบางอย่างในใจเธอ

          “เอาไว้เหอะ เดี๋ยวผมออกไปรอข้างนอก” 

เมื่ออีกฝ่ายยังดื้อดึงไม่ยอมทำตามที่เธอว่าง่ายๆ ความไม่ได้ดั่งใจจึงทำให้หญิงสาวสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว “เอาไปเหอะน่า ใครจะยอมให้คนอื่นเห็นความชมพูพาสเทลนั้นเล่า!” 

เกล็ดดาวเบิกตาโพลงพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดคำต้องห้ามที่อยู่ในใจออกมา

คนฟังขมวดคิ้วขณะพยายามเรียบเรียงความหมาย แต่แล้วใครอีกคนก็เข้ามาช่วยกู้สถานการณ์คับขันของเกล็ดดาวเอาไว้ได้เสียก่อน

          “ไอ้ดาว! แกโอเคไหมเนี่ย ฉันตกใจแทบตาย แกดันร่วงลงไปตอนที่ฉันเข้าไปเช็คคิวกับทีมงานหลังเวทีพอดี จะบ้าตาย!” แน่นอนว่านั่นคือเสียงจากใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเธอเสมอ แต่ไม่ต้องพูดย้ำว่า ‘ร่วงลงไป’ จะน่ารักมากกว่านี้

          “ก็อย่างที่เห็นเนี่ยแหละ”

พิมพ์ขวัญพยักหน้ารับก่อนจะหันไปหาคนตัวสูงที่ยืนอยู่

          “หมอธัชสุดยอดเลยค่ะ ฮีโรแบบนี้ได้ใจไอ้ดาวไปเลยเต็มๆ”

          “เว่อร์ไปละ” เกล็ดดาวสวนกลับทันควันด้วยความเขินอาย ใบหน้าแดงก่ำ อายเพราะตกน้ำหรอก ไม่ได้อายเพราะคำพูดของพิมพ์ขวัญเลยจริงๆ 

          คนปากแข็งเหลือบตามองคุณหมอตัวสูง แล้วเขาส่งยิ้มเบาๆ กลับมาให้เธอ ‘อ๊ากกก...ที่บอกว่ากลับบ้านไปจะง้างปาก ขอเปลี่ยนเป็นทำอย่างอื่นได้ไหม’ ขอกอดไง คิดอะไรกัน...หืม?

          เกล็ดดาวยัดเสื้อใส่มือหมอธัช “ออกไปได้แล้วคุณ เดี๋ยวเสร็จแล้วจะโทร. หา”

เขายิ้มทิ้งท้ายก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินออกไปแต่โดยดี

          ไม่นานนักลูกนกตกน้ำก็ถูกจับลอกคราบอย่างรวดเร็ว โดยมีพี่เลี้ยงจำเป็นอย่างพิมพ์ขวัญที่แอบทิ้งงานชั่วคราวมาช่วย และเมื่องานสิ้นสุดลง เพื่อนรักของเธอก็ต้องวิ่งกลับไปทำหน้าที่พร้อมๆ กับบรรดานางแบบที่เสร็จสิ้นภารกิจ และทยอยเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวมาตามลำดับ

          เกล็ดดาวเปลี่ยนชุดเป็นชุดเดิมเสร็จแล้ว และเก็บข้าวของเรียบร้อยก่อนจะเอ่ยลาและขอบคุณเพื่อนนางแบบที่เข้ามาถามไถ่เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อย่างเป็นห่วง ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ เธอเชื่อว่าอย่างนั้น เกล็ดดาวยิ้มออกมาเล็กน้อย พร้อมแล้วที่จะกลับบ้าน...กับใครบางคนที่รออยู่

          และในขณะที่นางแบบสาวเดินพ้นประตูห้องแต่งตัวมา สายตาของเธอก็สะดุดกับสองคู่ซี้คู่ใหม่ที่เดินเคียงคู่กันมาพอดี ทั้งสองไม่ได้มีสีหน้าพึงพอใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่มากนัก เพราะอย่างที่เห็น มันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเธอคาดการณ์ไว้เท่าที่ควร 

          เกล็ดดาวเบ้ปาก ก่อนจะเดินต่อไปยังทางเดียวกับที่สองสาวกำลังเดินมา สงครามเย็นก่อตัวขึ้นทันที ฝ่ายตรงข้ามจ้องเขม็งกลับมาสู้สายตาของหญิงสาวอย่างไม่มีใครยอมใคร และในจังหวะที่กำลังจะสวนกันนั้นเอง เกล็ดดาวสะบัดหน้าไปที่สองสาวด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะแค่นหัวเราะ ตามด้วยการยิ้มที่มุมปาก แล้วฝากคำพูดเอาไว้เพื่อตอกย้ำความจริงกับใครบางคน

 

          “ผัวก็คือผัว ไม่ต้องทวนซ้ำเนาะ...”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว