ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่16 พลังที่นายเลือก

ชื่อตอน : ตอนที่16 พลังที่นายเลือก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2562 05:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่16 พลังที่นายเลือก
แบบอักษร

16

ซ่า 

!!! 

เปรี้ยงงงงง 

!!! 

ฟู่วววว 

! 

ครืนนนนนนนน 

!! 

“อือ 

แสบตาชะมัด... 

 

พอผมเดินไปที่แสงนั้นก็ออกมาด้านนอกบนน้ำตกที่ผมเคยมองหาพี่คิงก่อนที่ผมจะลงไปเจอพ่อด้านล่าง ตอนนี้ฝนตกแรงมากครับ อาจจะโหมกระหน่ำตามอารมณ์ของไอ้ภัทรกับอิตุ่นมัน จะว่าไปใครเรียกฝนวะ ไอ้ภูมิแหงเลย รึเปล่า? หรือว่ามันเรียกได้แค่สายฟ้าวะ โอ้ย คิดละปวดเฮด.. 

แต่ดูท่าแล้วพี่เพลิงกับพี่แผ่นดินน่าจะเสียเปรียบนะนั้น เพราะดูจากสภาพตอนนี้ฝนตกแบบนี้ไฟของพวกพี่เขาก็คงไม่มีค่าอะไรมากนัก.. 

ผมคิดพลางหันไปมองหาพี่แผ่นดินกับพี่เพลิงที่สู้กับไอ้ภัทรอีตุ่นมัน จริงดังที่ผมคาดไว้ไม่มีผิด ตอนนี้พี่เขาสองคนเอาแต่ใช้กำลังหมัดสู้ บ้างก็วิ่งหนี แต่ผมว่าฝนแค่นี้ทำอะไรพี่เขากันไม่ได้หรอก บางทีอาจออมมือไว้เพราะเราเป็นน้อง รึเปล่า...?ทางหางตาผมตอนนี้เห็นคนวิ่งฝ่าสายฝนไปมาซ้ายที่ขวาที บางทีก็หายไปเฉยๆ ใครกันนะ... 

เปรี้ยง 

!!!!!! 

 

อ๊าก 

!!!!!” 

เสียงผมเองแหละก็จู่ๆไอ้ภูมิมันก็เรียกสายฟ้าลงมา เสียงดังแถมมีแสงสีอีกอะ ตกใจหมด... 

พรึ่บ 

!!!! 

 

เอ่ออออ... เชิญต่อกันเลยครับ โทษที แฮะๆ 

 

ผมพูดพลางเอามือมาเกาท้ายทอยแก้เก้อ....  ก็จู่ๆหลังจากที่ผมตกใจร้องเสียงหลงทุกคนในลานต่อสู้เฉพาะกิจตอนนี้ก็หันมามองผมเป็นตาเดียว บางคนก็หยุดปล่อยพลัง หันมามองผม อะไรอะ 

? 

ก็คนมันตกใจนี่หว่า ให้ร้อง อุ้ย อุ๊บ มันก็ไม่ใช่ปะว้า..... 

ฟรึ่บ 

!!!!! 

 

หายไปนานเหมือนกันนะ 

 

“…..” 

ช็อคครับ จู่ๆพี่คิงก็มายืนด้านหลังผม มาไวมาก ไม่รู้ตัวเลย... ทำไมถึงรู้หน่ะหรอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนนี้แบบว่าประสาทสัมผัสของผมมันไวไปหมด แถมได้กลิ่นแปลกๆด้วย กลิ่นพี่เขามันให้ความรู้สึกกดดันและอันตรายเวลาอยู่ใกล้ๆ 

กรรรรรรรรซ์ 

!!!!! 

 

ธันวา เจ้าระวังตัวด้วย ออกมาห่างๆจากเจ้านั่น... 

 

เสียงมารัสคำรามออกมาแล้วคุยกับผมผ่านทางความคิดอีกครั้ง 

 

อ๊ะ... 

 

ฟู่ 

!!!!!!! 

ซ่า 

!!! 

จู่ๆพี่เพลิงก็ปล่อยพลังไฟออกมาใส่ภัทร ตอนที่มันกำลังฟังเสียงมารัสผ่านความคิด แต่ดีที่ไอ้ภัทรมันรู้ตัวเลยเรียกน้ำจากน้ำตกขึ้นมาเป็นแบเรียกำแพงป้องกันทัน ไม่งั้นป่านนี้คงเป็นไอ้ภัทรย่างไปแล้วแน่ๆ... 

ฟรึ่บ 

!!! 

ฟรึ่บ 

!!! 

 

จะหนีไปไหนหล่ะ? 

 

 

ไปให้ไกลจากพี่ไงเล่า ถามแปลกๆ 

!!” 

ผมหนีมาเท่าไหร่ก็ยังไม่วายตามผมมาอีก โรคจิตเอ้ยยยย 

!! 

ฟรึ่บ 

!! 

ฟรึ่บ 

!!! 

 

โอ๊ย 

!! 

ไม่หนีแม่งแล้ว 

! 

เหนื่อย 

!!! 

แห่กๆๆ.. 

 

แม้ผมจะพยายามหนีพี่เขา แต่พี่เขาก็มิวายที่จะตามผมมา จะตามมาทำทำไม มาแล้วก็ไม่ทันอะไร เดี๋ยวก็พาเข้าป่าเลยนิ่... 

จะว่าไป แค่ผมก้าวมันก็พุ่งไปไกลแล้วอะ หนีแรกๆก็ควบคุมระยะไม่ได้ แต่พอหนีมาเรื่อยๆก็ชินกะระยะได้ถูก แต่มันเร็วมากเลยแหละการก้าวแต่ละที.. 

 

ไม่หนีแล้วหรอ... งั้นขอโทษนะ 

 

 

อะไร? 

 

 

กรงโลกันต์ 

!!” 

“......” 

ปึ้ง 

!!! 

ปึ้ง 

!!! 

ปึ้ง 

!!! 

ปึ้ง 

!!! 

อะไรวะ มันคืออะไรกัน อยู่ๆก็มีเสาสีดำสนิทพุ่งลงมาจากบนฟ้าด้วยความเร็วแสง แล้วก็มาปักตามมุมต่างๆ พอหันไปสังเกตดีดีจะรู้ว่ามันปักทำมุมกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส 

เมื่อกี้พี่เขาบอกว่า 

 

กรงโลกันต์ 

 

งั้นหรอ แสดงว่านี้คงเป็นกรงสิ่นะ 

ผมคิดพลางมองหน้าพี่เขาที่ยืนอยู่ตรงข้ามผมห่างไปไม่ไกลนักสักสามถึงสี่เมตรได้ พี่เขายืนมองผมหน้านิ่ง 

ฟรึ่บ 

!! 

ปึ้ง 

!!!! 

 

เจ็บ ร้อน!...” 

ตอนแรกผมพยายามวิ่งออกไปเพื่อไปสู้กับพี่เขา แต่จู่ๆก็ชนเข้ากับกำแพงอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็นแถมมีความร้อนสูงอีกด้วย แต่ประสาทสัมผัสของผมตอนนี้มันบอกว่าอีกไม่นานจะมีภัยคุกคามอันใหญ่หลวงแน่นอน 

ครืดดดดดดดดดด 

~!!!!! 

 

เห้ย!..... 

 

อะไรกันวะ จู่ๆเสาสีดำทั้งสี่มุมที่สูงเกินสามเมตรก็ขยับเข้ามาพร้อมกัน ทำให้เหลือพื้นที่ด้านในน้อยลงมากกว่าเดิมเรื่อยๆ 

อีกไม่นานมันต้องบีบผมเละแน่ๆ... 

กรรรรรรรรรซ์!! 

 

วิถีผนึกมารขั้นสอง! 

 

ตุบ!! 

 

อะไรกัน.... 

?” 

ผมกำลังกังวลกับเสาทั้งสี่นี้แต่อยู่ๆก็มีเสียงสิงโตคำราม พอผมหันไปตามเสียงก็เจอเข้ากับอาร์เจนทัมที่กระโดดง้างขาเตรียมตะปบพี่คิงจากด้านหลัง แต่แล้วพี่คิงก็พูดอะไรสักอย่างแล้วอาร์เจนทัมก็แข็งกลางอากาศและตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก อาร์เจนทัมเป็นอะไร... แล้วทำไมจู่ๆถึงนอนตัวแข็งแบบนั้นกัน 

??? 

 

พี่คิง!! พี่จะทำอะไรอาร์เจนทัม!!! 

 

 

สนใจชีวิตตัวเองจะดีกว่า 

 

ครืดดดดดดดด 

~!! 

เสาทั้งสี่ยังคงเขยิบเข้าใกล้ตัวผมอยู่เรื่อย ถ้าผมไม่ออกไปจากที่นี่ตอนนี้ละก็ โดดบีบตายเป็นธันวาสลิ่มแน่ 

!! 

ผมเริ่มมองหาทางออกต่างๆที่เป็นไปได้ ด้านข้างมีกำแพงใสๆกั้นอยู่แถมร้อนมากด้วย มีอยู่สองทาง ไม่ใต้ดินก็บนฟ้า ถ้าผมเป็นไอ้ภูมิป่านนี้คงเหาะออกจากกำแพงบ้าๆนี้ไปแล้ว 

แต่ผมสามารถใช้อุโมงค์ใต้ดินได้นี่หว่า... 

 

จงพาข้าลงไป... 

 

“…..” 

อีห่านนนน 

! 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย อะไรกันวะ... ผมรู้สึกสัมผัสได้ถึงความร้อนและแผ่นใสๆที่ขวางกั้นคำสั่งของผมกับแผ่นดินเบื้องล่าง มันคือไรกันวะ... 

ครืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด 

!! 

โอ๊ยยยย มันเริ่มใกล้ผมเข้ามาทุกทีแล้ว เหลือเพียงตาสองเมตรกว่าได้ แล้วทำไมผมลงไปไม่ได้วะ นึกๆๆ 

 

จริงด้วย 

!!!!” 

มันคือกรงโลกันต์ กรงมักถูกปิดทั้งหกด้าน... ทำให้ผมไม่สามรถหนีออกไปได้ 

นอกจาก... ทำลายมันจากภายใน 

แต่ผมทำลายมันยังไงละวะ 

!!? 

ผมหลับตาลงพยายามรวบรวมสมาธิไม่สนเสียงต่างๆที่อยู่รอบตัว แม้แต่เสาทั้งสี่ที่ส่งเสียงบ่งบอกว่าขยับเข้ามาอยู่ตลอด...ผมสัมผัสได้ถึงพลังงานที่คุ้นเคย มันดูไม่อันตรายในบางทีแต่ก็ดูเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมากในบางครั้ง มันเหมือนดวงวิญญาณหลายร้อยดวงมารวมกัน มันวนอยู่รอบๆร่างกายผม มันคือวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในกรงนี้แน่ๆ 

“… 

พวกเจ้าทรมานมานานแล้ว จงกลับไปที่ๆเจ้าจากมาเสียเถอะ... 

 

วี้ดดดดดดดดดดด 

!! 

อ้ากกกกกก 

!! 

มีเสียงร้องโหยหวนต่างๆมากมายออกมาจากกำแพงและเสาทั้งสี่ต้น ใช่จริงๆสิ่นะ มันคือพลังงานจากดวงวิญญาณหลายร้อยดวง.. ซึ่งหลังจากที่ผมกล่าวจบก็มีดวงวิญญาณบางดวงเชื่อคำผมและสลายตัวกลับไปในนรกเบื้องล่าง แต่บางดวงก็โมโหเกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น คงเพราะผมไม่ใช่เจ้านายมันแต่มาสั่งมันแน่ๆ... 

 

อ๊ะ 

!!...” 

ผมรู้สึกถึงลมและอากาศจากข้างนอกพัดมาวูบหนึ่งจากด้านบน... 

ฟรึ่บ 

!! 

ฮึบ 

!! 

ผมกระโดดออกมาจากกรงนั่นจากรูโหว่เล็กๆของกำแพงด้านบนที่มีดวงวิญญาณบางดวงสลายหายไป ซึ่งสูงได้สักสองเมตรกว่าๆได้ แต่ผมก็คิดเพียงแค่ต้องออกไปจากที่แห่งนี้ แรงมากมายมหาศาลก็เกิดขึ้นทำให้ผมสามารถกระโดดออกมาได้ ซึ่งตอนนี้ผมลอยอยู่กลางอากาศ สามมารถมองเห็นภาพมุมสูงและเห็นทุกๆคนอีกครั้ง 

เปรี้ยง 

!! 

อึก 

!! 

ฟ้าวววว 

!! 

ฉึก 

!! 

ฟู่ววววววว 

!! 

ซ่า 

!!!... 

กรรรรรรรรรรรรซ์ 

ทุกคนยังคงยืนหยัดกันต่อสู้กันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่ผมมองออกว่าตุ่นมันเริ่มเหนื่อยแล้วแต่มันก็ยังคงฝืนไว้อยู่ หน้ามันซีดมากตอนนี้ ยิ่งพี่เพลิงยังโหมไฟใส่มัน มันก็ยิ่งต้องใช้พลังอย่างมากในการหลบจากการโจมตีนั้น... 

ฮึบ 

!! 

ผมลงมายืนบนพื้นโลกตามปกติตรงหน้าพี่เขาที่มีอาร์เจนทัมนอนแข็งอยู่ ร่างกายอาร์เจนทัมเหมือนถูกผนึกเอาไว้ ร่างกายไม่ขยับ.. แล้วแบบนี้หัวใจและระบบการหายใจจะทำงานอยู่ไหมนะ แย่แล้วสิ่... 

 

หึ 

! 

สั่งวิญญาณของพี่ไม่พอ ยังหนีออกมาได้นี่ก็เก่งอยู่นะแต่ก็ยังไม่เก่งพอที่จะ...ฮึบ วิถีผนึกมารขั้นหนึ่ง 

!” 

 

กึก 

!! 

อะไร.. ทำไมขาผม 

…?” 

ผมพยายามก้มตัวลงไปหาอาร์เจนทัมเพื่อทดสอบการเต้นของชีพจรแต่ไม่ทันได้ทำร่างกายส่วนล่างของผมก็รู้สึกแข็ง ขยับไม่ได้ เหมือนพิการไปครึ่งตัวซะอย่างนั้น 

 

เสียใจด้วยนะ พี่ไปจัดการคนอื่นต่อหล่ะ 

 

 

อ๊ะ...เดี๋ยว 

!! 

พี่คิง 

!!! 

โธ่เว้ย 

!” 

หลังพูดจบพี่เขาก็หายไปจากครรลองสายตาผมอย่างไวจนผมองตามไม่ทัน.. งี้ผมจะขยับได้เมื่อไหร่วะเนี่ยยยอาร์เจนทัมแข็งใจไว้นะ ถ้านับเวลานี่คงผ่านมาได้สักห้านาทีแล้ว หวังว่าจะทนไหวนะอาร์เจนทัม.. 

 

ข้ายังไหว... อึก 

!’ 

 

อาร์เจนทัม 

!! 

มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณกัน 

!?’ 

ผมถามอย่างตกใจ ลืมไปเลยว่าเราสื่อสารทางความคิดกันได้... 

 

นี่คือวิชาผนึกมารของบ้านฮาเดสหน่ะ ข้าลืมไปว่าเขาสามารถใช้ได้ ข้าเลยไม่ได้หลบการโจมตีครั้งนี้ 

 

 

วิถีผนึกมาร? 

 

 

ใช่... แต่ละขั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้นตามขั้น 

 

 

แล้วคุณมีวิธีปลดมันรึเปล่าหล่ะอาร์เจนทัม 

?’ 

ผมถามอย่างสงสัย มันต้องมีสิ่น่า.. สักวิธี 

 

มันก็มีอยู่หรอกนะ.. อึก 

!!’ 

 

อะไรหล่ะบอกผมมาเลยอาร์เจนทัม คุณไม่ไหวแล้วนะ... 

 

 

นายต้องปล่อยพลังของนายออกมาให้สุด.. พลังแห่งความมืด 

 

 

มันผมต้องทำยังไงหล่ะ ผมทำไม่เป็นหรอกนะ... 

 

ผมพูดพลางวิตกกังวล อะไรที่ช่วยได้ผมก็อยากจะช่วย แต่นี่... ผมทำไม่เป็นนี่นา 

 

นายแค่ตั้งสมาธิให้มั่นคง ทำจิตใจแน่วแน่ ค้นหาพลังนั้นมันอยู่ภายในจิตใจของนาย อย่าให้พลังนั้นมาควบคุมนาย นายต้องเป็นฝ่ายควบคุมมัน... 

 

 

ได้ ผมจะพยายามลองทำดูนะ 

 

 

ไม่ไหวอย่าฝืน 

 

ผมค่อยๆหลับตาตั้งสมาธิอีกรอบตัดเสียงต่างๆรอบตัวออกจากโสตประสาท พยายามนึกหาสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ สัมผัสทุกๆอย่างเปิดกว้างขึ้น ไล่จากหัวลงไปที่หัวไหล่ ไล่ลงมาเรื่อยๆ... สัมผัสได้ถึงพลังงานต่างๆหมุนเวียนอยู่ในร่างกาย เลือด พลังสีดำ พลังสีขาว มันหมุนวนเวียนอยู่ในกายผมเต็มไปหมด จุดรวมมันอยู่ไหนกัน มันต้องมีจุดรวมสักที่แหละน่า ไม่ก็จุดกำเนิดพลังนั้น ผมตั้งสมาธิไล่ไปตามกระแสพลังต่างๆในตัวผม 

 

อ๊ะ 

! 

เจอแล้ว 

!!” 

ผมเห็นก้อนพลังงานสีดำสลับขาวที่ลุกสว่างโชติช่วงดุจเปลวไฟอยู่ที่กลางท้องน้อย แต่ผมต้องทำไงต่อละ??? 

ผมคิดพลางตั้งจิตมองเข้าไปในก้อนพลังนั้นเพื่อหาว่าจุดกำเนิดมันคือที่ไหนกันแน่.. 

 

ที่ไหนกัน... 

 

อยู่ๆผมก็มาโผล่ในอีกมิติๆหนึ่ง ทั้งที่เมื่อกี้ผมแค่พยายามมองหาจุดกำเนิดพลังนั้น ที่นี่มันเต็มไปด้วยต้นหญ้าสูงประมานตาตุ่มขา ไม่คันแต่ให้ความรู้สึกนุ่มเท้า น่าทิ้งตัวลงไปนอนกลิ้งสักทีสองที.. รอบกายผมมีต้นไม้ต้นใหญ่ขึ้นอยู่บ้างประปราย ไม่รก ไม่เหมือนป่า ดูแล้วสบายตา มีแสงสว่างพอมองเห็น บนท้องฟ้าสีดำสนิทมีดวงจันทร์เต็มดวงสีเหลืองทองสุกสกาว แถมมีลมพัดมาเอื่อยๆตลอดเวลา มันช่างสบายเหลือเกินที่แห่งนี้ 

ฟรึ่บ 

!! 

 

ใครครับ? มีคนอยู่ที่นี่หรือเปล่า 

?...’ 

‘…..’ 

 

เฮ้...ใครหน่ะ 

!?’ 

ผมตะโกนถามพลางวิ่งไปที่ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าผมตอนนี้ ผมเห็นเหมือนเงาคนผลุบๆโผล่ๆอยู่หลังต้นไม้นี้บางทีก็อยู่บนกิ่ง เขาคือใครกัน ทำไมไม่ตอบผมหล่ะ... 

 

มีใครอยู่ไหมเอ่ย...จุ้กกรู้ว 

!’ 

‘…’ 

ฟรึ่บ 

!! 

 

เดี๋ยว... 

 

สักพักก็มีคนวิ่งผ่านผมไปด้านหลังต้นไม้ ผมเลยวิ่งตามไปดู แต่กลับไม่เจออะไร.. อะไรกัน??? 

ผมคิดอย่างเสียอารมณ์พลางเดินกลับมาที่เดิม ผีหลอกกูเปล่าววะเนี่ย 

 

เห้ย 

!!! 

นาย 

!’ 

 

สวัสดี 

!’ 

พอผมเดินออกมาจากหลังต้นไม้ ผมกลับเจอนายธันวาอีกคนยืนอยู่ที่เดิมของผมหน้าต้นไม้นั้น อะไรกัน ทำไมมีผมอีกคนหล่ะ 

!?? 

 

นายคือใครกัน ทำไมถึงมีหน้าตาคล้ายชั้น??? 

 

 

ชั้นก็คือนาย นายก็คือชั้นไงหล่ะ... 

 

มันว่าพลางยิ้มมาให้ผม.. ประโยคมันคุ้นๆนะว่าไหม... 

 

นาย 

!! 

นายคือคนที่พยายามยื่นข้อเสนอให้ชั้นไปรวมพลังกับปีศาจใช่ไหม 

! 

ชั้นจำได้แล้ว 

!!!’ 

 

หึๆ ฉลาดสมกับเป็นชั้นจริงๆ 

 

 

ชั้นฉลาดอยู่แล้วเหอะ 

!!’ 

 

ก็นะ... ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่หล่ะ ยอมรับข้อเสนอของชั้นแล้วหรอ? 

 

มันว่าพลางยิ้มมุมปาก ทำไมธันวาเวอร์ชั่นนี้มันดูเลวจังวะ.. 

ไม่ได้ๆ เหมือนด่าตัวเองไปในตัว 

 

หึ ฝันไปเถอะ 

! 

ชั้นแค่เข้ามาหาพลัง.. 

 

 

หือ? อ๋อ.. โดนผนึกมารมาสิ่นะ.. หึๆ 

 

 

มันน่าตลกตรงไหนมิทราบ 

 

 

ว้า พูดจาไม่เพราะเอาซะเลย งั้นชั้นไม่บอกนะว่าพลังที่ว่าอยู่ไหน ตอนแรกกะจะบอกสักหน่อยแล้วแท้ๆ แต่เจอแบบนี้ เฮ้ออออ... 

 

 

เห้ย 

! 

ไหงเป็นงั้นอะ บอกมาเถอะ นะ นะค้าบพี่ธันวา 

..’ 

แปลกๆหว่ะ กระดากปากชะมัดเรียกตัวเองว่าพี่ ตลก555555 

 

นายจะไม่รวมกับพรรคปีศาจจริงๆหรอ? 

 

 

บอกว่าไม่ก็ไม่ไง จะถามอะไรนักหนาเล่า 

!’ 

 

หึ... งั้นก็ดี นายลองมองดูต้นไม้แต่ละต้นดูดีดีสิ่แล้วจงเลือกมันซะ 

 

ผมลองหันไปมองตามที่ธันวาอีกคนพูด ต้นไม้แต่ละต้นมันก็เหมือนๆกันถ้าดูแค่ผิวเผิน แต่ถ้าลองสังเกตดูดีดีจะเห็นถึงพลังงานสีต่างๆแผ่ออกมา บางต้นก็ไม่มี... แปลก 

ผมว่าตรงนี้มันมองไม่ถนัด เลยกะจะไปยืนตรงที่เดิมที่ผมโผล่มา มันเป็นคล้ายๆจุดศูนย์กลางก็ว่าได้ 

ฟรึ่บ 

!! 

ฟรึ่บ 

!! 

 

อ๊ะ 

!! 

ทำไมมันไวแบบนี้หล่ะ? 

 

ผมสงสัยมานานแล้วเลยหันไปถามนายธันวาเบอร์สองที่ตามมาติดๆและยืนอยู่ด้านข้าง แค่คิดจะก้าวไปนี่ก็พุ่งไปเลยอะ มันไวเกินไปปะ เหมือนวาร์ปอะ.. 

 

มันเรียกก้าวด้วยความไวแสง 

 

 

มีด้วยหรออะไรที่ไวพอๆกับแสงหน่ะ??? 

 

 

จริงๆก็ไม่ไวเท่าแสงหรอกนะ แต่พวกบรรพบุรุษเราเรียกกันมางี้อะ ทำไงได้ 

 

เฮ้อออ เซ็ง ชื่อโอเว่อร์มากอะ.. แต่ก็ไวจริงๆนั่นแหละ 

ผมคิดพลางมองรอบๆกายที่มีต้นไม้ต้นใหญ่ขึ้นอยู่รอบๆ เท่าที่ผมเจอมีอยู่สองต้น ที่มีออร่าพลังงานแปลกๆ ต้นนึงสีเงิน ต้นนึงสีดำ.. 

 

เห็นแล้วใช่ไหมหล่ะ? 

 

 

อื้อ เราต้องเลือกต้นสีดำใช่ไหม? 

 

 

ไม่หรอก นายอยากเลือกอันไหนมากกว่ากันหล่ะ สิ่งที่นายเห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้นะ 

 

นั่นสิ่ สิ่งที่เห็นก็เป็นแค่ส่วนนอก ผมควรเลือกต้นไหนดี.. อยากเลือกอันไหนมากกว่ากันงั้นหรอ? คงสีเงินมั้ง ให้ความรู้สึกสบายตา ดูทรงพลังน่าเกรงขาม 

 

งั้น...เราเลือกต้นนั้น 

!!’ 

ผมว่าพลางชี้ไปที่ต้นไม้ที่ออร่าสีเงินจางแผ่ออกมารอบๆต้น 

 

แน่ใจนะ 

?’ 

 

เอ่อ... 

 

ทำไมถามแบบนี้อะ เขวเป็นเหมือนกันนะเว้ยเนี่ย 

!! 

 

อื้อ 

! 

เราเลือกแล้ว 

 

 

หึ 

! 

ดี งั้นไปกัน.. 

 

ฟรึ่บ 

!! 

ฟรึ่บ 

!! 

 

นายเห็นอะไรบ้างจากต้นไม้ต้นนี้? 

 

 

เอ่อ... ก็ใบ กิ่ง ลำต้น และ.. โอ๊ย 

!! 

ตบหัวเค้าทำไมอะ 

!?’ 

ผมพูดผิดตรงไหนวะ ก็ตอบตามจริงอะ แม่ง.. เจ็บหัวชะมัด วิ้งเลยเนี่ยะ 

 

นายลองสัมผัสมันด้วยใจดูสิ่ 

 

ผมลองหลับตาลงในหัวผมก็มีเด็กคนนึง เขาเดินมาหาผมช้าๆ ใบหน้าของเขาผมไม่อาจมองเห็นได้ เพราะร่างทั้งร่างของเขาป็นสีเงินสว่าง สว่างมากก็จริงแต่ผมกลับไม่แสบตาเลย มันให้ความรู้สึกสบายตาซะมากกว่า.. 

 

สวัสดี นายมาตามหาฉันหรอ ดีใจจัง 

 

เป็นเสียงของผู้หญิงแหะ.. 

 

เอ่อ... คือเรามาตามหาพลังความมืดหน่ะ เธอพอจะรู้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหน 

 

 

คิคิๆ นายจะเอาไปทำไมกันหล่ะ ใช้มันไปเพื่ออะไร มีจุดหมายรึยัง? 

 

 

จุดหมายหรอ... ชั้นจะเอาไปช่วยคนที่ชั้นรักหน่ะ ตอนนี้คนที่ชั้นรักกำลังลังบากกันอยู่มากเลยหล่ะ ถ้าชั้นไม่มีพลังนั้น คนที่ชั้นรักอาจจะ... 

 

‘…….’ 

 

เอาละ ฉันเข้าใจนาย ฉันเชื่อใจนายนะ ว่านายสามารถใช้พลังนี้ได้อย่างเต็มที่ 

 

 

อื้อ ว่าแต่พลังนั้นอยู่ไหนกันหล่ะ? 

 

 

คิคิๆ ทำไมนายถึงเลือกฉันละ? 

 

 

หา? ฉันเลือกต้นไม้ต้นนั้น.. เอ๊ะ หรือว่าเธอคือออออ 

..’ 

 

อื้อ ถูกแล้ว ฉันคือต้นไม้ต้นนั้นแหละที่นายยืนอยู่ด้านหน้า นายพร้อมแล้วรึยังหล่ะ? 

 

 

พร้อม? พร้อมอะไรกันเธอหมายความว่าไง.. 

 

 

ฉันมั่นใจว่านายจะไม่ใช้พลังนี้ในทางที่ผิด เพราะนายเลือกฉัน ฉันเลยเชื่อใจนาย เอาละนะ.. 

 

เหวออออออออออออออออออออ อึก 

!! 

จู่ๆเด็กผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งเข้ามาหาผมอย่างเร็วจนผมถอยหลังหลบไม่ทัน แต่อยู่ๆผมก็รู้สึกจุก ไม่ใช่จุกเพราะโดนชน แต่มันรู้สึกที่กลางทองน้อย.. เหมือนลำไส้มันบิดเบี้ยว ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดพอผมลืมตามาผมก็นอนขดลงกับผืนหญ้า มันปวดไปหมด.. 

 

อึก 

!! 

โอ๊ยยยย 

!!!’ 

 

หึๆ ไว้เจอกันใหม่นะ คิดถึงฉันเมื่อไหร่ก็มาหาฉันได้เสมอที่นี่... 

 

 

อึก 

!! 

อ้ากกกกก 

!!!’ 

พอนายธันวาเบอร์สองพูดจบ สติของผมก็มืดไปอีกครั้ง... 

 

อ้ากกกกกกกกกกกกก 

!!!!!!” 

ตอนนี้สติของผมกลับมาครบถ้วนอยู่ในโลกความเป็นจริงอีกครั้ง ปวดท้อง ปวดมาก 

 

อึก 

!! 

โอ๊ย 

!!! 

อาร์... อาร์เจนทัม.. อื้อ 

!!!!” 

ผมปวดเหลือเกิน ปวดร่างกายไปหมด... 

 

แข็งใจไว้ธันวา 

!!’ 

 

ผมปะ...ปวด 

…’ 

 

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 

!!!!!!!!!” 

วูบ.... 

09.50 

 

อื้อ.... 

 

ฝันอีกแล้วหรอวะเนี่ย... โธ่ นึกว่าเรื่องจริง กี่โมงละวะเนี่ย 

 

ห้ะ 

!! 

เก้าโมงห้าสิบ 

!!! 

ชิบหาย 

!!!! 

ตึ้ง 

!!” 

 

ไอ้ธัน 

! 

มึงจะรีบไปไหน 

!?” 

 

กูสายแล้ว 

! 

เดี๋ยวก็เข้าคลาสไม่ทันหรอกมึง 

!!” 

 

อีง่าว 

!! 

นี่ค่ายฮาล์ฟบลัด 

!!!” 

หะ... อีตุ่นหมายความว่าไงวะ ตอนแรกก็งงๆที่เห็นไอ้ภัทรนั่งชิวกับเพื่อนๆอยู่ที่โซฟาดูไม่รีบไม่ร้อนที่จะไปเรียน 

 

ยืนเอ๋ออีก นี่มึงนึกว่าฝันอีกแล้วใช่ไหมเนี่ยยยย 

!?” 

 

อ่าววว... กูไม่ได้ฝันหรอ? 

 

 

โอ๊ยยยยย ควาย 

!” 

ไอ้ภูมิ 

!! 

มึงด่ากูทำไมอะ.. เชอะ.. 

 

มึงจะบอกว่า เรามีพลัง ชิงสิงตะ... 

 

กรรรรรรรรรซ์ 

!!!!! 

 

ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 

!!” 

 

เป็นอะไรของเจ้า 

? 

เฮ้อออออ 

 

 

ใครจะไม่ตกใจหล่ะมารัส 

!! 

ตื่นมาเจอสิงโตตัวเป็นๆยืนอยู่ข้างๆแถมยังพูดได้อีกอะ 

!” 

 

ธันวานายนี่น้า... 

 

อาร์เจนทัมพูดพลางส่ายหัวแล้วเดินไปนอนที่เตียงเตี้ยๆที่มาจากไหนไม่รู้อีกสองเตียง.. 

 

ไปอาบน้ำไป แล้วค่อยมาคุยกัน.. 

 

 

อื้อ... 

 

ผมตอบไปภูมิมันแล้วเดินไปอาบน้ำในห้องน้ำ... 

 

สรุปคือพวกเราชนะการประลองครั้งนี้??? 

 

ผมถามพลางหันมองหน้าเพื่อนทุกคน ตอนนี้เรานั่งอยู่บนโซฟาสี่ตัว และมีสิงโตนั่งอยู่ข้างซ้ายขวาผม ข้างขวาคือมารัส ข้างซ้ายคืออาร์เจนทัม 

 

ก็ประมาณนั้นอะนะ... 

 

 

เอ้า 

! 

ไอ้ภัทร ขอแบบกระจ่างชัดมากกว่านี้ได้ปะ 

?” 

 

เออๆ อีตุ่นเล่าดิ้ 

 

 

ไม่เอา เหนื่อย เรื่องมันยาว... อีภูมิเล่าดิ่ 

 

 

ไม่เอ.... 

 

 

โว้ยยยยยย ถ้าเล่าตั้งแต่แรกป่านนี้เล่าจบกันละ หึ้ยย! 

 

แม่ง เกี่ยงกันอยู่ได้ ขอโวยทีเหอะ! 

 

เออๆ งั้นกูเล่าเอง 

 

 

แค่นี้ก็จบ 

!!” 

ไอ้ภูมิมันเป็นคนอาสา ผมว่ามันขี้เกียจเถียงกับเพื่อนมากกว่า ไม่ใช่กลัวแพ้หรอก รำคาญครับ ฮ่าๆๆ 

 

ก็ตอนกูสู้กับพี่พีระอยู่แบบสะ..สูสี... 

 

 

เหรอคะ! มึงอะเสียเปรียบค่ะ!! 

 

เสียงอีตุ่นมันแว้ดขึ้นมาแขวะไอ้ภูมิ 

 

เออๆ นั่นแหละ แล้วจู่ๆก็มีเสียงคนร้องตะโกนออกมา พวกกูตกใจเสียงนั้นจึงหันไปดูกันทุกคนที่จุดกำเนิดเสียงนั่น แต่ที่ทำให้กูตกใจมากกว่านั้นคือออร่าพลังงานความมืดสีดำสนิทแผ่ออกมาจากตัวมึงทุกช่องทำ มันไล่โจมตีพวกพี่เขาทีละคนแทบปางตาย แต่พี่ๆเขาก็ขยับไปรวมตัวกัน อย่าว่าแต่พี่เขาเลย พวกกูกับมารัสยังมารวมกันเองเลย ยกเว้นอาร์เจนทัมที่นอนแผ่อยู่ใกล้ๆมึง พวกพี่เขาเลือดออกกันเยอะมาก ตอนแรกกูนึกว่าพี่เขาจะตายกันแล้วซะอีก แต่อยู่ๆพี่ๆทุกคนก็จับตัวพี่คิงพร้อมกันแล้วก็หายไปซะเฉยๆ แล้วพลังสีดำที่ออกมาจากตัวมึงก็ค่อยๆกลับสู่ร่างกายมึง เท่าที่กูสรุปได้นะ คือมันจะทำร้ายคนที่มึงคิดว่าเป็นศัตรูเท่านั้น ซึ่งนั่นไม่น่าตกใจเท่ามึงเอาพลังแบบนั้นมาจากที่ไหน! 

?” 

 

...... 

 

 

...... 

 

 

เอ่อ.... คือ.... 

 

 

คืออะไร! ตอบสักที ลุ้นเยี่ยวเล็ดละเนี่ย!! 

 

อีตุ่น มึงอย่าเร่งเร้ากูวววววววว 

 

คือ... ก็วันนี้ก็วันเกิดกูละถูกมะ คือกูหายไปอยู่ช่วงนึงตอนเริ่มการต่อสู้แรกๆเลยอะกูลงไปในอุโมงค์ใต้ดินมา แล้วกูก็เจอพ่อ… 

 

พ่อ 

?” 

 

อื้อ เทพพลูโตนั่นแหละ เพราะพลังกูจะตื่นเต็มที่แล้วบุตรแห่งพลูโตส่วนใหญ่ก็มีอาการหลงผิดพ่อเลยต้องจับลงนรกทาร์ทารัสทันทีที่เกิดเรื่องขึ้น ไม่งั้นอาจเกิดสงครามระหว่างเทพกับปีศาจอีก ส่วนกูก็เหมือนกัน แต่กูไม่หลงผิดในอำนาจ พลังที่กูมี กูเลยมานั่งคุยกับมึง ณ จุดจุดนี้ 

 

 

จะบอกว่าแค่นี้งั้นหรอ? 

 

 

แหมไอ้ภัทร ก็ไม่หรอก พอกูกลับมาในโลกปัจจุบันใช่ป่ะกูก็เจอกับพี่คิงละโดนวิถีผนึกมารอะไรนั้นเข้าไป อาร์เจนทัมก็โดน กูเลยหาทางแก้ อาร์เจนทัมเลยบอก ต้องใช้พลังแห่งความมืด ซึ่งกูมี แต่มันอยู่ภายใน ซึ่งกูก็ปลุกมันขึ้นมา แล้วก็คงเป็นตามที่ภูมิว่า เพราะหลังจากนั้นสติกูก็หายไปละอะ 

 

 

ถือว่าเป็นเรื่องดีดีในวันนี้นะคะ... อย่างน้อยพลังนี้ก็ไม่ได้ไปฆ่าใครเข้า 

 

 

เพราะพี่ๆเขาหนีทันหล่ะไม่ว่า... 

 

 

ถ้าใช้ในทางที่ถูกก็แบบนี้แหละ แต่ถ้าหลงผิดละก็... 

 

มารัสพูดขึ้นมาหลังจากี่ตุ่นพูดจบ 

 

นั่นสิ่ถ้าธันไปอยู่ฝ่ายปีศาจหรือศัตรูพวกเรานะ พวกเราทั้งค่ายคงเดี้ยงอะมึง 

 

 

จริงของไอ้ภูมิมัน 

 

 

แหมะ ไอ้ภัทร กูจะไปเป็นศัตรูกับพวกมึงไปทำไมกัน... 

 

ผมว่าพลางส่ายหัวให้กับความคิดบ้าๆนั่น 

 

ว่าแต่ วิถีผนึกมารคืออะไรวะ? 

 

เสียงไอ้ภูมิถามผมอย่างสงสัยใคร่รู้ 

 

ก็ประมาณกักขังหน่วงเหนี่ยว ตามมารตราที่310อ่ะ แต่เป็นมารหรือมนุษย์ไรทำนองนี้หน่ะ แต่ส่วนใหญ่ใช้กับมารและปีศาจ คนใช้วิถีผนึกมารได้ก็มีแค่พวกบ้านพลูโตกับฮาเดสแหละ 

 

โห่ มึงมาเป็นกฎหมายเลย 

 

อ่อ ครับ 

 

 

จะว่าไป พวกมึงใช้ก้าวความไวแสงได้ปะ? 

 

 

ได้ดิ่ พื้นฐานมากอะบอกเลย แต่กูขี้เกียจใช้กัน ใช้ตอนหนีหรือหลบอะไรสักอย่างจะดีกว่าใช้พร่ำเพื่ออะ 

 

หูยยยไอ้ภัทร พูดซะเหมือนกูอวดของใหม่เลยอะ 

 

แล้วอาร์เจนทัมกับมารัสจะอยู่กับเราตลอดเลยหรือเปล่าครับ? 

 

ผมหันไปถามมารัสและอาร์เจนทัม 

 

ก็แหงละ พวกนายชนะการประลองยังไงฉันก็คือของพวกนายล่ะนะ อ้อ แล้วถ้าอยู่ข้างนอกคุยกันทางความคิดดีกว่านะฉันขี้เกียจอ้าปากน่ะ อย่าให้ใครรู้ด้วยหล่ะว่าเราคุยกันทางความคิดได้ เพราะมีแต่พวกโรมันที่จะคุยกับพวกฉันทางความคิดได้เท่านั้น ถ้ามีคนในค่ายนี้รู้ละก็... 

 

 

ทราบแล้วครับ 

!” 

ผมพูดตอบมารัสไป 

จ๊อกกกกกก 

! 

เสียงท้องผมมัน.... 

 

แฮะๆๆ กูหิวอะ 

 

 

กูรู้กันแล้ว 

!! 

ดังยังกะไซเรน 

 

ฮ่าๆๆๆๆๆ 

แล้วทั้งห้องพักหลังนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของพวกผมสี่คนและสิงโตอีกสองตัว 

ความคิดเห็น