ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 32 หอมไหม (100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 หอมไหม (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2559 09:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 หอมไหม (100%)
แบบอักษร

               ไม่อยากจะเชื่อเลย โดนระเบิดนิวเคลียร์ชื่อ ‘เมียผม’ เข้าไปทีเดียว จู่ๆ ห้องครัวก็กลายเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น ยิ่งเดินยิ่งเพลิน ยิ่งเดินยิ่งแฮปปี เอาเข้าไป ใครก็ได้บอกที นี่อาการแรกเริ่มของคนบ้าใช่รึเปล่า 

          ส่วนถ้าจะถามถึงไข่กระทะน่ะเหรอ นี่ถ้าไม่ติดว่าไข่หมดนะ จะทำแจกทั้งหมู่บ้านกันไปเลย เกล็ดดาวสวย...เกล็ดดาวเป็นคนใจดี นี่ไม่ได้เคลิ้มไปกับคารมผู้ชายเลยนะ จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวสุดๆ

          ไม่นานนักหมอธัชก็ปรากฏตัวในสภาพปกติเหมือนทุกวัน แต่ที่ไม่ปกติคือใจของเธอต่างหาก ไม่รู้จะสั่นอะไรกันนักกันหนา ไอ้ดาวเอ๊ย! ทำเป็นตื่นเต้นเหมือนโดนผู้ชายจีบครั้งแรกไปได้ ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ แล้วนี่ก็ยังไม่รู้ด้วยนะว่าที่เขาพูดอย่างนั้นคือต้องการอะไร คำพูดซื่อๆ ของคนหน้าตาซื่อๆ นี่มันเดาทางยากจริงๆ

          เกล็ดดาวแอบเหลือบมองชายที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะอาหาร แล้วอยู่ดีๆ คนที่กำลังเหยาะซอสใส่ไข่ในจานก็เงยหน้าขึ้นประสานตาสายตากับเธอเข้าอย่างจัง หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่อาการชาวูบวาบจะพุ่งปะทะใบหน้าและซึมซ่านไปทั่วร่างกาย ให้ตายเหอะ! รู้สึกเหมือนตอนโดนจับได้ว่าลอกข้อสอบอย่างไรอย่างนั้นเลย 

ขณะที่เกล็ดดาวกำลังประมวลผลในหัวว่าจะแก้ต่างอย่างไรดีถ้าหากอีกฝ่ายจับได้ว่าเธอแอบมอง ก็เหมือนโชคช่วย ธัชชูขวดซอสในมือพลางเลิกคิ้วคล้ายจะถามว่าเธอต้องการมันใช่ไหม แหม่! ที่ใส่ไปก็เค็มจะตายอยู่ละ แต่จังหวะนี้...เอียงหัวยิ้มอ่อนแล้วเอามาก่อนเหอะ 

          “วันนี้คุณไปไหนรึเปล่า” อีกฝ่ายที่ดูเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับประโยคที่เขาทิ้งท้ายเอาไว้เปิดบทสนทนาขึ้นก่อน

          “มีไปซ้อมคิวเดินแบบตอนเย็นนิดหน่อยค่ะ วันมะรืนจะมีงาน”

          “วันมะรืนจะมีงานนี่ใช่งานเดียวกับที่เชิญหมอธัชรึเปล่าคะ” ฝนที่ยืนคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่แทรกขึ้น ไม่มีเรื่องไหนในบ้านที่ฝนไม่รู้จริงๆ 

เกล็ดดาวหันไปหาต้นเสียงด้วยสีหน้าตั้งคำถาม

          “เอ่อ...คือฝนเห็นจากการ์ดเชิญที่เขาเพิ่งส่งมาให้หมอธัชเมื่อวานนี้น่ะค่ะ ฝนไม่ได้แอบเปิดดูนะคะ คือ...คือมันแค่ไม่ได้ปิดไว้อยู่แล้วน่ะค่ะ”

คำแก้ตัวพัลวันทำให้เกล็ดดาวถอนหายใจ ยิ่งกว่ามี จส. 100 อยู่ในบ้านเสียอีก รู้ไปหมด

          “ตกลงใช่งานเดียวกันรึเปล่าคุณ งาน Heaven on Earth ใช่ไหม” นางแบบสาวหันไปถามเจ้าตัวที่น่าจะรู้มากกว่าแทน

          “ผมไม่ทราบครับ ผมยังไม่เห็น” อืม...ลืมไปว่านี่มันมนุษย์ผู้ไม่สนโลก สาวร่างบางกลอกตาและหันไปหาอีกคนที่สนโลกมากเกินไปแทน บ้านนี้มีใครปกติไหมเนี่ย

          “ฝน การ์ดเชิญอยู่ไหน ขอดูหน่อยสิ”

          “ทานข้าวให้เสร็จก่อนนะครับ แล้วค่อยดู”

ใช่ค่ะ นั่นเสียงสามีที่มีอาชีพหลักเป็นหมอ แต่มีอาชีพเสริมเป็น...ครูฝ่ายปกครองของเธอเอง ระเบียบไปอีก เฮ้อ...สรุปว่าที่หยอดมาจังเบ้อเร่อเมื่อตะกี้นี้...ผีเข้าใช่ไหมพ่อคุณ

          หลังจากเสร็จสิ้นมื้ออาหาร ธัชก็ย้ายตัวเองจากโต๊ะอาหารมาที่โซฟาในห้องดูโทรทัศน์พร้อมกับหนังสือเล่มใหญ่ในมือ ไม่นานนักหญิงสาวที่เสร็จจากภารกิจชำระล้างร่างกายก็เดินตามเข้ามาพร้อมกับการ์ดเชิญที่ว่าในมือ           

กลิ่นหอมที่ลอยเข้ามาตั้งแต่หน้าประตูห้องทำเอาคนที่นั่งอยู่ก่อนต้องละสายตาจากหน้าหนังสือวิชาการตรงหน้า แล้วหันมองหาเจ้าของกลิ่นเย้ายวนนั้นทันที 

          “นี่คุณ เขาเชิญคุณไปงานเดียวกับที่ฉันเดินจริงๆ ด้วย” เธอว่าพร้อมกับสะบัดการ์ดเชิญสีขาวไปมา

ชายหนุ่มพยักหน้าตามคำพูดของหญิงสาวเบาๆ แต่หัวใจเริ่มเต้น...ไม่ค่อยจะเบาแล้วนะ

          “ปกติเขาเชิญคุณไปงานเดินแบบแฟชั่นด้วยเหรอ ทำไมฉันไม่เคยเห็นคุณเลย เคยเจอแต่คุณธาม” เกล็ดดาวว่าพร้อมกับทิ้งตัวบนโซฟาข้างๆ เขา

          “ก็เชิญบางครั้งเวลาธามไม่อยู่ แต่ปกติแล้วผมไม่ไป” 

          “แล้วครั้งนี้ล่ะ”

          “ก็ธามไม่อยู่”

          “ฉันหมายถึงว่าครั้งนี้คุณจะไปไหม” ตานี่ก็พอยต์ผิดประเด็นตลอด

          “คุณอยากให้ผมไปไหม”

คำถามนี้ทำเอาหญิงสาวตวัดสายตากลับไปมอง ถามอย่างนี้ต้องการอะไร

          “แล้วคุณอยากไปไหมล่ะคะ” เสียงอ่อนนุ่มมาพร้อมกับการทำหน้าตาแบบแม่ลำดวนแห่ง ข้าบดินทร์ ใส่ แต่ขอโทษ อีแย้มจาก สุดแค้นแสนรัก ที่อยู่ในใจกำลังถลึงตาใส่แล้วบอกว่า ‘นี่เมียเดินแฟชั่นโชว์นะ ไม่ไปได้เหรอตี๋’

          “งั้นเดี๋ยวผมคิดดูก่อนละกัน”

เอาเข้าไป...ไม่รู้ชะตาชีวิตอีก 

          “ค่ะ ตามใจคุณเลย” นั่นไง! หญิงไทย...ปากกับใจตรงกันเสมอจริงๆ 

          หญิงสาวนั่งมองการ์ดเชิญในมืออย่างปลงๆ เมื่อเช้าทุกอย่างยังเหมือนจะไปได้สวยอยู่เลย แต่พอไปอาบน้ำเท่านั้นละ ความฮอตปรอทแตกของฉลามวาฬคนข้างๆ ก็โดนล้างลงท่อไปอีกละ ผีตัวไหนที่มันสิงช่วยกลับมาสิงใหม่ได้ไหม เกล็ดดาวขอร้อง นึกว่าระหว่างเขากับเธอจะใกล้กันมากขึ้นแล้ว แต่นี่ไหงกลับห่างออกมาเท่าเดิมเสียนี่ ‘เก็บความรู้สึก’ กับ ‘เย็นชา’ นี่ต่างกันแค่เส้นบางๆ จริงๆ

          “ตี๋...เมื่อคืนคุณกลับมากี่โมงเหรอคะ” เกล็ดดาวตัดสินใจหันหัวเรือเปลี่ยนเรื่องเผื่อบรรยากาศแข็งทื่อจะดีขึ้นบ้าง

          “อืม น่าจะตีสามครับ” 

          “ตีสาม! ปกติเสร็จงานตีสองตีสามคุณก็กลับบ้านเหรอ”

          “เปล่าครับ ทุกทีถ้าเสร็จเวลานี้คุณย่าจะให้ผมนอนที่โรงพยาบาลก่อน แล้วก็ค่อยกลับตอนเช้า ท่านกลัวว่าจะหลับในตอนขับรถน่ะครับ” เขาตอบโดยไม่ละสายตาจากหนังสือ และนั่นก็ทำให้เกล็ดดาวเบ้หน้า อยากจะถามจริงๆ อีหนังสือเล่มนั้นมันน่าสนใจกว่านางแบบสุดฮอตอย่างเธอตรงไหน

          “แล้วเมื่อคืนทำไมไม่ค้างที่โรงพยาบาลล่ะ”

          “ก็...ผมไม่อยากทิ้งคุณนอนคนเดียวนี่ครับ”

หึๆๆ...ถ้าพูดมาขนาดนี้ก็แดดิ้นไปสิ รออะไร

          คำพูดสั้นๆ ที่มาพร้อมกับการกดรอยยิ้มที่มุมปากเพียงเสี้ยววินาทีนั่นคืออะไร นี่คือจะอ่อยใช่ไหม จะเล่นอย่างนี้ใช่ไหมตี๋ ถ้าคิดอยากจะอ่อยด้วยวิธีนี้นะขอบอกเลยว่า...ได้ผลมาก นี่เขินจนอยากจะลงไปกลิ้งกับพื้นอยู่แล้ว

          เกล็ดดาวสูดหายใจเข้าอย่างช้าๆ พร้อมกับผลิยิ้ม คิดว่าฉันจะยอมแดดิ้นคนเดียวเหรอ รู้จักเกล็ดดาวน้อยไปเสียแล้ว! ว่าแล้วนางแบบสาวก็วาดวงแขนออกกว้างพร้อมกับสอดท่อนแขนเรียวแทรกกั้นระหว่างใบหน้าของชายหนุ่มกับหนังสือในมือเขา หนอนหนังสือผู้มีสมาธิแน่วแน่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเขยิบใบหน้าออกแล้วหันมองเจ้าของท่อนแขนโดยอัตโนมัติ

          “คุณ ช่วยดมหน่อยสิ ครีมทาผิวกลิ่นใหม่ หอมไหม”

คำเชื้อเชิญทำเอาความเขินวิ่งขึ้นไปกองรวมกันที่ใบหู กลิ่นหอมลอยมาเตะจมูกเขาตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นหน้า เจ้าของกลิ่นคือครีมทาผิวขวดใหม่หรอกเหรอนี่ 

          ธัชมองใบหน้าสวยที่ฉีกยิ้มเต็มแก้มใส่เขาสลับไปมากับท่อนแขนขาวตรงหน้า ก่อนที่น้ำลายอึกใหญ่จะถูกทำให้ไหลลงคอ...อย่าทากลางคืนเชียวนะ อย่าทากลางคืนเชียว

          “ก็...ก็...หอมดีครับ แต่ผมว่ากลิ่นแบบนี้คงแรงไปหน่อยถ้าจะทาตอนกลางคืน” คุณหมอรีบพูดกันท่าเพื่อป้องกันตัวเองจากความต้องการที่เสี่ยงต่อการหลุดจากการควบคุม

          “เหรอ ฉันว่ากลิ่นมันละมุนชวนฝันดีออก”

คนฟังระบายยิ้มบางๆ ‘อยากฝันแบบไหนดีล่ะครับ’

          เกล็ดดาวมองรอยยิ้มที่เบาบางของคุณหมอตรงหน้า ผู้ชายบ้าอะไรด้านชาชะมัด มีสาวสวยมาให้ท่า...ไม่ใช่สิ เรียกว่า...ยื่นไมตรีให้ขนาดนี้ ยังนิ่งเฉยอยู่ได้อีก สงสัยต้องเพิ่มความเข้มข้นให้อีกหน่อยแล้วละมั้ง

          “ไม่ได้แค่หอมอย่างเดียวนะคุณ มันนิ่มมากด้วย ไม่เชื่อคุณลองจับดูสิ” ไม่ว่าอย่างเดียว เกล็ดดาวเอนไหล่พร้อมต้นแขนขาวๆ ไปทางชายหนุ่มด้วย

          ธัชเบือนหน้าออกพร้อมกับกัดฟันแน่นสกัดกลั้นอารมณ์และความต้องการที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในเวลานี้เอาไว้

          “ให้...ให้ผมจับเหรอ” 

          “อ่าฮะ” พยักหน้าพร้อมกะพริบตาปริบๆ...จับสิคะผัวขา 

          “เอ่อ...ไม่ดีกว่าครับ ผิวผู้หญิงก็ต้องนิ่มอยู่แล้ว” ธัชเอ่ยตอบก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ 

          คนถูกปฏิเสธมองภาพตรงหน้าแล้วกลอกตา ให้ตายเหอะ นี่ยังมีฮอร์โมนเพศชายหลงเหลืออยู่ไหมเนี่ย แต่ถ้าใครคิดว่าเกล็ดดาวจะพอแค่นี้ โนจ้ะ... ‘ฉันจะอ่อย จนกว่าคุณจะลงไปแดดิ้นตรงหน้าฉัน’

          “คุณ นี่มันสูตรพิเศษเลยนะ ช่วยยืนยันให้ฉันดีใจหน่อยสิว่ามันนิ่มมากแค่ไหน...นะคะ” 

เสียงอ่อนทิ้งท้ายกำลังปั่นหัวใจของชายหนุ่มให้เต้นรัว มือหนายกขึ้นช้าๆ และกำลังเลื่อนเข้าใกล้ผิวขาวนวลน่าหลงใหลนั้นทีละนิด และเพียงอีกไม่กี่อึดใจที่เขาจะได้สัมผัส แรงต่อต้านก็พุ่งเข้าสกัดความต้องการเอาไว้ทันเวลาพอดี

          “เอ่อ...ผมว่าคุณลองไปซ้อมเดินแบบให้ผมดูดีกว่า” หมอธัชรีบเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับชักมือกลับ ให้ออกไปยืนไกลๆ น่าจะดีต่อการหักห้ามใจมากกว่านี้

          “เดินแบบ? เดินแบบอะไร” คนที่ยังงงกับการถูกสวิตช์เปลี่ยนเรื่องกะทันหันเอ่ยถามขึ้น

          “เดินแบบแบบที่คุณเดินให้ผมดูวันนั้นไง ที่ร้องเพลงไปด้วยนั่นน่ะ” 

          เกล็ดดาวหรี่ตามองสายตาเลิ่กลั่กของคนตรงหน้า คนอย่างเขาคงไม่ได้อยากดูเธอซ้อมเดินแบบอย่างที่พูดหรอก มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ คิดจะสกัดดาวรุ่งอย่างนั้นเหรอตี๋ ยากหน่อยนะ บอกแล้วไงว่า...‘ฉันจะอ่อย จนกว่าคุณจะลงไปแดดิ้น’ อยากมาหยอดแล้วไม่สานต่อดีนัก จะตอกกลับให้เขินจนต้องร้องขอชีวิตกันไปเลย

          “คืออย่างนี้นะคุณ” เกล็ดดาวว่าพร้อมกับลุกจากโซฟาไปประจำตำแหน่งแคตวอล์กในจินตนาการของเธอ “งานวันมะรืนนี้มันไม่เหมือนกับที่คุณเคยเห็นนะ คือมันจะเป็นคอนเซปต์เหมือนสรวงสวรรค์บนดิน ชุดที่ใช้จะเป็นชุดขาวๆ บางๆ จินตนาการตามนะคุณ ฉันเนี่ยใส่ชุดราตรีพลิ้วๆ ยาวๆ ผ้าบางซีทรู ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง ผ้ามันจะพลิ้วมาก เวลาเดินแล้วมีลมพุ่งเข้าปะทะมันก็จะแนบไปกับเนื้อ ติดตรึงไปทุกสัดส่วน พอคิดออกไหมคุณ” 

          ตอนนี้คนฟังนิ่งเหมือนถูกสะกดเอาไว้ด้วยภาพที่หญิงสาวตรงหน้ากำลังบรรยาย เขาไม่รู้ว่าตัวเองมีจินตนาการสูงส่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดที่เธออธิบาย หรือเพราะภาพในหัวของเขากันแน่ที่กำลังทำให้หัวใจทำงานดีเกินไป จนเลือดสูบฉีดไหลพุ่งไปทั่วร่างขนาดนี้

          “ไม่ใช่แค่นั้นนะคุณ เพลงที่ฉันควรจะเอามาใช้ซ้อมเดินมันก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย จะมาฮูลาฮูล่าลั้นลาแบบวันนั้น หรือจังหวะลงฉับๆ ก็ไม่ได้แล้วนะ มันต้องเป็นเพลงอื่น...อย่างเช่นเพลงนี้ จะเดินละ พร้อมไหม” 

หญิงสาวที่ยืนห่างออกไปจนทำให้เขาเห็นเธอได้เต็มตัวกำลังร่ายมนตร์ให้คนบนโซฟาพยักหน้าตอบเธอด้วยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

         เกล็ดดาวอมยิ้มเมื่อแผนที่เธอวางเอาไว้แล้วกำลังดำเนินไปได้สวย หญิงสาวโพสท่า ก่อนจะเดินเข้ามาหาร่างสูงตรงหน้าอย่างช้าๆ

          “ชอบก็จีบเลย ชอบก็จีบเลยสิ ชูวับๆ...นะช่วยหน่อยเถอะนะ ช่วยหน่อยเถอะนะ...ขอใจเธอก่อน” 

นางแบบสาวจอมแผนการเดินมาหยุดลงตรงหน้าชายหนุ่ม เขาไม่ยอมละสายตาที่หยาดเยิ้มจากเธอเลยแม้สักก้าวเดียวที่เธอเดินเข้ามาหาเขา เธอโพสท่าที่นุ่มนวลราวกับขนนกที่เบาหวิว รอยยิ้มพิมพ์ใจผลิบานอยู่เต็มแก้มจนคนถูกสะกดจิตกัดริมฝีปากด้วยความมันเขี้ยวโดยไม่รู้ตัว แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงสมาร์ตโฟนที่บางทีก็ฉลาดจนเกินไปก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

          ธัชหยิบเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมเจ้าปัญหาบนโซฟาแล้วส่งให้เจ้าของ เกล็ดดาวรับมามันก่อนจะส่งสายตาบอกกับคนตรงหน้าว่า ‘ศึกครั้งนี้ยังไม่จบนะจ๊ะที่รัก’ เธอก้มลงมองชื่อปลายสายที่ช่างโทร. เข้ามาเสี่ยงตายได้เหมาะเจาะเหมาะเหมงพอดี หญิงสาวกลอกตาทันทีที่เห็นชื่อที่ปรากฏบนจอ ‘ไอ้พิมพ์ นี่มันใช่เวลาไหม กำลังอ่อยผัวอยู่’ เกล็ดดาวเดินแยกตัวออกมารับโทรศัพท์

          “โอ๊ยไอ้พิมพ์ ถ้าเรื่องไม่สำคัญจริงฉันจะแช่งให้แกไม่ได้ผัว”

          “โอ้โห นี่เปลี่ยนวิธีการรับโทรศัพท์แล้วเหรอคะเพื่อนรัก”

          “ตกลงมีอะไร ทำไมไม่ไลน์มา” รู้บ้างไหมว่าเพื่อนกำลังทำอะไรอยู่

          “เรื่องนี้ด่วนมากค่ะ ไลน์ไม่ได้ คืองาน Heaven on Earth ที่แกจะไปอ้ะ มีเมษาเป็นหนึ่งในชื่อนางแบบด้วยนะ รู้ยัง”

          “รู้แล้ว ฉันก็บอกแกแล้วไงว่าฉันร่วมงานกับมันได้ สบายๆ” เกล็ดดาวเบ้ปาก ถ้าจะโทร. มาบอกแค่นี้ ไม่มีผัวแน่เกล็ดดาวรับประกัน

          “อืม แล้วก็มีไลลาด้วยนะ รู้ยัง”

          “เฮ้ย! พูดเป็นเล่น ยายสมูทตีนั่นจะมาเดินแบบได้ไง” แล้วพิมพ์ขวัญก็รอดจากคำสาปแช่งนั้นในที่สุด

          “ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่านางรู้จักคนวงในเยอะมาก...ก...ก จู่ๆ เลยได้มีชื่อไปโผล่อยู่ในลิสต์นางแบบซะงั้นอ้ะ ออร์แกไนเซอร์อย่างพวกฉันยังมึนตึ้บเลย เจอสองคนพร้อมกันแกระวังให้ดีละกัน”

คำเตือนจากเพื่อนทำให้เกล็ดดาวต้องถอนหายใจ พรุ่งนี้ทำบุญเก้าวัดก่อนเลยดีไหมเนี่ย

          “ถึงว่าจู่ๆ มีบัตรเชิญมาให้หมอธัชด้วย คงอยากให้ไปดูนางเดินเฉิดฉายบนแคตวอล์กละมั้ง”

          “แล้วหมอธัชจะไปปะ”

          “ดูทรงแล้วคิดว่าไม่นะ” เพราะเจ้าตัวบอกว่าปกติแล้วไม่ไป ครั้งนี้ก็คงไม่น่าจะไปเหมือนกัน

          “งั้นก็แค่นี้แหละ โทร. มาบอกแกไว้ก่อน นังเมษาน่ะไม่เท่าไหร่ ไลลาศัตรูคนใหม่นี่สิ เดาทางนางไม่ถูกจริงๆ”

          คำพูดทิ้งท้ายของเพื่อนทำให้เกล็ดดาวนิ่งคิด คงไม่มีอะไรหรอก ยายเด็กนั่นถึงจะปากร้ายก็จริง แต่คงไม่ร้ายขนาดจะแหกหน้าเธอกลางงานได้หรอก...ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นไปได้...

 

อีกด้านหนึ่ง

          คุณหมอร่างสูงที่เพิ่งได้เสียงโทรศัพท์ช่วยเรียกสติให้กลับเข้าสู่ร่าง นั่งหายใจเข้าหายใจออกอย่างช้าๆ หมายจะลดระดับอัตราเร่งของหัวใจให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ 

          สิ่งที่เขาเห็นเมื่อตะกี้นี้มันอะไรกัน ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่ชุดธรรมดาแล้วเดินตรงเข้ามาหาเข้าเท่านั้นเองนะ แต่ทำไมมันถึงมีอำนาจควบคุมหัวใจเขาได้ดีกว่ายากระตุ้นขนานไหนๆ เสียอีก 

          ธัชสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ที่จริงเขาไม่ควรเอาตัวเองมาอยู่ใกล้เธอแบบนี้ เขาและเธอควรมีช่องว่างที่เหมาะสมในการอยู่ร่วมกันในฐานะ...รูมเมต รูมเมตที่ควรจะมีระยะห่างที่พอดีซึ่งกันและกันถึงจะถูก 

          ชายหนุ่มเอี้ยวตัวหยิบสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยขึ้นมา ก่อนจะต่อสายหาบุคคลที่เขาอยากจะขอความช่วยเหลือทันที

           “ฮัลโหล ไอ้วิน วันมะรืนขอแลกเวรหน่อยสิ ฉันมีธุระตอนเย็นน่ะ” แล้วสุดท้ายสมองก็แพ้ความต้องการของหัวใจ....ก็ว่าจะห้ามใจแล้ว แต่แรงดึงดูดเมื่อตะกี้นี้ทำให้ยากจะฝืนหัวใจเอาไว้ได้ไหวจริงๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว