ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Episode 1 :: ไม่ยอมจบ 100%

ชื่อตอน : Episode 1 :: ไม่ยอมจบ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 823

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2560 13:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 1 :: ไม่ยอมจบ 100%
แบบอักษร

 

 

ไม่ยอมจบ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/129212/479121761-member.jpg

 

1

ไม่ยอมจบ

                ฉันนั่งรอใครบางคนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่นี่ประจำตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทุกเที่ยงวันเราจะไปทานข้าวด้วยกันทุกวัน ฉันรอไม่นานเท่าไหร่คนที่ฉันต้องการก็เดินออกมาจากคณะของเขา เจมส์ ผู้ชายเซอร์ หล่อหน้าตาน่ากระชาก กระชากใจใครหลายๆ คน เขาดูดีขาวมาก มีหนาวนิดหน่อยทำให้เขาหล่อแบบร้ายๆ เซอร์ แต่สะอาดตา

                “มานั่งแอบมองหนุ่มสถาปัตย์เหรอ”

                “ม็อคหิวข้าวแล้วนะพี่เจมส์”

                “อย่าทำหน้างอน่า พี่ไม่ได้ตั้งใจมาสายซะหน่อย”

                พี่เจมส์วางมือลงบนหัวฉันโยกคลอนเบาๆ ชอบทำฉันเป็นเด็กๆ อยู่ได้ ฉันกับพี่เจมส์พึ่งคบกันได้หนึ่งเดือนเอง ความรักเราไม่หวานสวยนักหรอก เราเจอกันที่ผับจากนั้นมาเขาก็ตามจีบฉันก็นานเกือบปีฉันถึงตกลงปลงใจคบกับเขาเป็นแฟนจริงๆ ด้วยความที่พี่เขาใส่ใจ ดูแลฉันไม่ขาดตกบกพร่องแต่ไม่รู้ว่าหลังจากนี้เขาจะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า

                เราสองคนเดินไปยังโรงอาหารตึกคณะนิติศาสตร์ ปกติเราก็ไปกินที่นั่นกันบ่อยๆ พอมาถึงฉันก็นั่งลงรอให้พี่เจมส์ไปซื้อข้าวให้ ฉันกินอะไรง่ายๆ ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวธรรมดากับน้ำเปล่าขวดเล็กหนึ่งขวดเท่านั้น

                “พี่เจมส์ไม่อยากไปทานข้าวเที่ยงกับเพื่อนพี่เหรอ”

                “พี่เจอหน้าพวกมันทุกวัน เรียนก็ด้วยกัน ทำงานอีกเจอกันบ่อยพี่อยากเจอเรามากกว่า”

                “ปากหวานนะคะ”

                ฉันแอบเบ้ปากใส่คนตรงหน้า แต่มันก็จริงอย่างที่เขาพูดแหละ ฉันกับพี่เจมส์ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ พี่เขาทำรายงานเยอะแยะเต็มไปหมด คนกลางคืน เราจะเจอกันก็ตอนกินข้าวแต่ถ้ามีเวลามากกว่านั้นก็จะไปเที่ยวกัน

                “ทานข้าวเยอะๆ หน่อยเดี๋ยวไม่มีแรงดื่มเหล้า”

                “เหล้ามันอยู่ในสายเลือด”

                “รู้! เล่นดื่มไปเป็นแท็งก์ก็ไม่เมา”

                “ประชดเก่งจังนะคะ”

                เราสองคนทานข้าวคุยกันไป พี่เจมส์เป็นคนที่หล่อมากบอกแล้วใช่มั้ย หน้าตาเขาค่อนข้างดึงดูดให้คนที่เดินผ่านไปมามองเขาแบบไม่วางตา ผู้หญิงบางคนส่งสายตาให้พี่เขาด้วยส่วนอินี่ก็เล่นกับเขาส่งสายตากลับก็เตือนไปหลายครั้งว่าอย่าทำแต่ยังทำเหมือนเดิม

                “พี่ไม่ได้ประชดสักหน่อย”

                “ท่าทางน่าอร่อยนะ”

                ฉันละสายตาจากพี่เจมส์ มองคนมาใหม่อย่างกัสเบล เขานั่งลงข้างๆ พี่เจมส์ที่นั่งตรงข้ามฉันอยู่ ทั้งสองคนนี้เป็นเพื่อนกันแต่คนละมหาลัย คนส่วนใหญ่รู้จัก Dangerous King เขามีเพื่อนอยู่ที่สนิทกันจริงๆ ก็สี่คน มีพี่กั้งส์ พี่ไอซ์ พี่ไนท์สุดท้ายก็เขาเอง แต่กัสเบลค่อนข้างรู้จักในวงกว้างเขาเป็นหมอเถื่อนอย่างที่ใครๆ เขาพูดกัน

                “มาไงวะถึงโผล่มานี่ได้”

                “พอดี มาดูหมาว่ามันเชื่องมั้ย?”

 คำว่าหมาของเขามันสะกิดให้ฉันต้องมองหน้าเขาหนักกว่าเดิม เขาจงใจที่จะพูดคำนั้นเพื่อให้มันมากระทบฉัน กล้ามากนะที่บอกว่าฉันเป็นหมา

                “ไอ้นี่เลี้ยงหมาด้วย”

                “ก็มีตัว แล้วนี่แฟนแกเหรอ”

 เฮอะ! อยากจะมอบรางวัลให้นักแสดงดีเด่น บทบาทยอดเยี่ยม กระเทียมดอง

                “เออ จำไม่ได้เหรอก็ว่าแกเคยเจอสองสามครั้งนะ”

                “ถ้าสำคัญก็จะจำแต่ถ้ามันไม่สำคัญก็ไม่อยากให้สมองจดจำให้เปลืองพื้นที่” เป็นอีกรอบที่เขาจงใจพูดประโยคพวกนี้กระทบฉันทางอ้อม ฉันได้แต่กำมือแน่นเพราะเอาคืนเขาไม่ได้

                “เพื่อนพี่เจมส์นี่ปากหมะ...ปากดีจังเลยนะคะ”

                “อะไรกัน เพื่อนพี่นะคะม็อคค่า แกก็ด้วยอย่าก่อเรื่องไปทั่ว”

                “แกห้ามฉันได้คือเก่ง ตอนเย็นเจอกันสนามหน่อยนะมีอะไรให้ช่วยหน่อย เด็กมันว้อนท์อยากโดนของ”

                “เออ มันมากวนอีกเหรอ ทำไมไม่จัดให้มันขาด”

                “ปล่อยมัน กลัดมันดีนักจะให้มันเจอสักหน่อย ช่วงนี้กำลังคันมือคันเท้าอยากหาที่ลง!

                กัสเบลพูดแค่นั้นเขาก็เดินออกไปจากที่นี่ คงเป็นนักศึกษาแพทย์คนเดียวที่ว่างมากไม่เอาเวลาไปอ่านหนังสือสินะถึงได้เอาปากมาเฉาะมากัดคนอื่นแบบนี้ ฉันมองตามหลังเขาไปด้วยความหมั่นไส้ ทำยังไงฉันก็ไม่หายเกลียดเขาอยู่ดี

                “ทำหน้าตาน่ากลัวจัง”

                “ม็อคเกลียดเพื่อนพี่!

                “ใครๆ ก็เกลียดมันแหละ”

                “แล้วพี่เมส์เกลียดมั้ยคะ?”

                “ทำไมพี่ต้องเกลียดคะ ถึงมันจะปากเสียไปหน่อยแต่มันจริงใจนะแค่อย่าทำมันก่อนพอ เพราะมันเอาคืนค่อนข้างหลาบจำไปสามชั่วโคตร”

                นั่นแหละนิสัยของกัสเบล ฉันไม่อยากเข้าใกล้ เกลียดที่สุดผู้ชายประเภทที่กัดไม่ปล่อย ไม่สิเขามันปล่อยแล้วกลับมากัดแล้วก็ไม่รักษาคำพูด

                เขาจะรู้มั้ยว่าฉันเกลียดเขา

 

                อ๊อดดด!!

                ฉันอยากจะแหกปากโวยวายออกมาเสียงดังๆ ฉันอุตส่าห์นอนเร็วยังมีคนมากวนตอนห้าทุ่มอีก วันนี้ฉันไม่ได้กลับบ้านฉันนอนคอนโด หวังว่าคงไม่ใช่พี่เจมส์หรอกนะรายนั้นชอบมาตอนดึกๆ แค่แวะมาหอมแก้มฉันก็ยังดี เขามาแค่นั้นจริงๆ ไมได้เข้ามานอนหรือทำมากกว่านั้น

                ปังๆ!!!

                ฉันว่าแบบนี้ไม่ใช่พี่เจมส์แล้ว ฉันรู้สึกว่ามันเป็นอีกคนที่ฉันเกลียด ฉันเดินไปประตูหน้าห้องแต่ยังไม่ยอมเปิดให้เขาเข้ามา

                “เปิดประตู อยากให้คนอื่นเข้าตื่นทุกห้องมั้ย?”

                ผลั๊วะ!!

                “อย่ามาแสร้งว่าหลับ”

                ฉันรีบกระชากประตูเปิดให้เขาเข้ามาโดยเร็ว กัสเบลเดินเข้ามาในห้องฉันเหมือนกลับว่าเป็นห้องของตัวเอง กัสเบลนั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขก ฉันไม่อยากเดินเข้าไปหาเขาสักเท่าไหร่แต่ดูจากสายตาที่มองแล้วเขากำลังกดดันฉันอยู่ เขามันหมอเถื่อน หมอมาเฟีย

                “เอาหน้าไปโดนเท้าใครมาล่ะ”

            “อย่าพูดมาก มาทำแผล”

                “ฉันไม่ใช่พยาบาล”

                “แล้วไง รีบมาทำ”

                ฉันเข้าไปนั่งข้างเขา ก้มลงหยิบเอายาในลิ้นชักใต้โต๊ะในห้องรับแขกออกมาวางไว้บนโต๊ะ หยิบสำลีออกมาใส่ยาทำแผลให้เขา คิดว่าคนอย่างฉันทำเรื่องพวกนี้เป็นเหรอ เปล่าเลยฉันทำไม่เป็นสักอย่างที่ทำได้มันก็เพราะกัสเบลสอนทั้งนั้น

                “ทำเบาๆ มันจะตายมั้ย”

                “ถ้าเจ็บก็ไปที่อื่น ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล”

                “ปากดีขึ้นเยอะ”

                ฉันทำแผลที่ปาก ที่คิ้วให้เขาลวกๆ กัสเบลถอดเสื้อออกเหมือนเป็นเรื่องปกติที่เขาชอบทำ แต่เขาลืมอะไรไปหรือเปล่าว่านี่มันห้องของฉัน

                “ถอดทำไม”

                “ถามเพื่อ?”

                ฉันกวาดสายตามองเขา รอยสักเยอะแค่ไหนไม่ต้องบรรยายให้มากความแค่ตามพื้นผิวนอกเสื้อผ้าก็ว่ามีเยอะแล้วแต่ตามตัวเขาเยอะกว่า มันอาจจะไม่เยอะจนถี่เต็มตัวเหมือนคนที่หลงใหลในรอยสักแต่มันก็ไม่น่าเข้าใกล้เพราะเขาเป็นหมอ คนไข้เห็นคงหัวใจวายตายพอดี

                “มองทำไม หวั่นไหว”

                เอาอะไรมาพูด เขาหุ่นดีจริงเพราะออกกำลังกาย ชกมวย ยูโดเล่นพวกนี้เยอะก็เห็นหมอมาเฟียมั้ยล่ะ จะตายวันตายพรุ่งโดนกระทืบตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ตายๆ ไปก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมีคนมากวนใจ

                “เอาอะไรมาพูด”

                “ปาก ส้นเท้ามันคงพูดไม่ได้”

                ฉันไม่รู้จะทนกับความปากหมาหน้านิ่งของเขาได้นานสักแค่ไหน ฉันอยากให้เขาออกไปจากชีวิตฉันสักที เขาไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าฉันไม่ชอบและเบื่อเขาขนาดไหน

                “เลิกกวนประสาทได้มั้ย?”

                “ฉันจะนอนนี่”

                “กลับไปเถอะ”

                ฉันนั่งมองหน้าเขาจากตรงนี้ กัสเบลเองก็เช่นกันเขาไม่ยอมหลบตาไม่ยอมอะไรเลยสักนิด ด้วยนิสัยที่ชอบเอาชนะและไม่ยอมคนของเขาไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ยอมเป้นฝ่ายหลบหรือยอมให้ฉันเป็นอันขาด

                “ทำไม หรือกลัวไอ้เจมส์มาเห็น”

                “อย่ามาลามปามคนอื่น”

                “ฉันพูดผิดเหรอ”

                “ออกไปจากชีวิตหนูซะพี่กัส” ฉันเหนื่อยกับเขามามากพอแล้ว ฉันทนไม่ไหวถ้าเขายังทำกับฉันแบบนี้ คอยตามฉันแบบนี้อยู่ “นายเลือกแบบนั้นไม่ใช่เหรอก่อนหน้านั้น”

                “...”

                “พี่ให้หนูทิ้งพี่ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพี่ถึงไม่ยอมปล่อย”

                “...”

                “พี่หายไปจากชีวิตหนูแล้วจะกลับมาทำไมอีก”

 

 

             “หมดแล้วใช่มั้ยเรื่องที่จะพูด”

  เฮอะ! ฉันล่ะเชื่อ เขาไม่เข้าใจที่ฉันพูดเลยใช่มั้ย? ก่อนหน้านั้นหลังเลิกกันเมื่อปีก่อนเขายังหายไปจากฉัน แล้วตอนนี้เขากลับมาวนเวียนฉันอีกทำไม

                “กลับไปค่ะ”

                “เหนื่อย โดนต่อยปากมา”

                “ก็ไม่ตายนี่ ยังมีปัญญาขับรถมาถึงนี่”

                “พูดมาก”

                กัสเบลเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวของฉันเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ฉันไม่เข้าใจเขาจริงๆ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็เป็นคนไล่ฉันไปเองแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมาหาฉันมันเพื่ออะไร

               

            พี่ทำแบบนี้กับหนูได้ยังไง ทั้งๆ ที่หนูรักพี่มากนะ

            เธอกับฉันไม่เหมาะที่จะอยู่ด้วยกันหรอก ไปหาคนอื่นซะ

            พี่เอาอะไรมาตัดสิน นี่มันความรู้สึกหนู

            ฉันจำได้ว่าฉันร้องไห้หนักมากแค่ไหน เขาไล่ฉัน เขาบอกเลิกฉัน ทั้งๆ ที่เราคบกันมาสามปี มันเป็นการคบกันแบบเงียบๆ ไม่มีใครรู้ไม่ใช่เพราะฉันแต่เป็นเพราะเขา กัสเบลปิดเงียบมากไม่ยอมให้ใครรับรู้เลยว่าเราสองคนคบกัน ฉันน้อยใจเขาทุกครั้งที่เวลาไปไหนก็ต้องทำเหมือนคนไม่รู้จักกันขนาดไปดูหนังยังนั่งคนละแถว มันอึดอัดแต่ในความอึดอัดฉันก็ยังมีความสุขเพราะเขาใส่ใจ ดูแลฉันไม่เคยห่างเวลาที่ฉันทุกข์กายหรือใจ

                ความรู้สึกเธอมันกินไม่ได้หรอก

            พี่บอกเหตุผลได้มั้ยเพราะอะไร

            ฉันไม่ดีพอสำหรับเธอ

            มันเป็นเหตุผลที่บ้ามากเลยรู้มั้ยฉันคิดในตอนนั้น ความรักมันทั้งงี่เง่าและน่ารำคาญแต่ฉันก็ยังคิดที่จะรักเขาอยู่ เรื่องราวมันผ่านมาเป็นปีวันเวลาเปลี่ยนฉันก็เปลี่ยน กัสเบลเป็นคนนิ่งๆ เขาไม่ค่อยอ้อมค้อมแต่ก็ไม่พูดออกมาตรงๆ เขาจะแสดงออกมาให้เห็นว่าเขารู้สึกยังไง ฉันนับคำได้ว่าคบกันมาสามปีตอนนั้นเขาบอกรักฉันแค่สองครั้ง

            ถ้าพี่ตัดสินใจแบบนั้นหนูก็จะไป

            ‘…’

            ขอบคุณที่ทำให้หนูเจ็บเจียนตาย

                ตอนนั้นฉันร้องไห้ฟูมฟายมากแค่ไหนไม่มีใครรู้ ฉันเก็บความรู้สึกเก่งไม่อยากให้ใครสมเพชมากไปกว่านี้ แค่เขาทิ้งฉันก็รู้สึกสงสารตัวเองมากพออยู่แล้ว อีกอย่างเรื่องระหว่างเรามันเป็นความลับฉันจะพูดจะระบายกับใครไม่ได้ ฉันเหมือนคนจะเป็นบ้าแต่ฉันก็ผ่านมันมาได้ มันก็แค่รักโง่ๆ เท่านั้นเอง

                “ไปอาบน้ำดิ”

                กัสเบลใช้ผ้าผืนเล็กขยี้ผมแรงๆ เขามองหน้าเหมือนหาเรื่องฉันตลอดเวลา เขาเป็นบ้าไปแล้วเหรอฉันอาบน้ำจนนอนไปแล้วสิบรอบ

                “หนูอาบแล้ว ถ้าพี่ไม่กวนป่านนี้หนูนอนถึงเช้าแล้ว”

                “เสื้อผ้าฉันอยู่ไหน”

                เขาไมได้สนใจ ใส่ใจคำตอบฉันหรอกกัสเบลเดินว่อนร่อนตูดหายเข้าไปในห้องฉัน เฮอะ! ฉันไม่ได้อยากจะเก็บเสื้อผ้าเขาไว้หรอกนะ ตอนที่เรารักกันดีอยู่กัสเบลก็มานอนนี่บ่อยๆ แต่เราไม่มีอะไรเกินเลยกันเสื้อผ้าเก่าๆ เขาฉันไม่เก็บไว้ให้ช้ำใจหรอกฉันเอาไปเผาทิ้งแล้ว

                “ให้หมาฟัดแล้ว”

                “ตอบดีๆ”

                “ก็อยู่ในตูเล็กไง ล็อคไว้ในห้องทำไมพี่โง่ถามก็ในเมื่อมาบ่อย” ไม่รู้ว่ากลับมาเพราะเรื่องอะไรอีก เขากลับมาราวกับว่าเราสองคนเป็นแฟนกันทั้งๆ ที่เราก็เลิกกันไปแล้ว เสื้อผ้าชองใช้เขาอยู่ในห้องนอนของฉัน ฉันเก็บมันไว้ในตู้ล้อคอย่างดีไม่อยากให้ใครรู้ว่ามันมีของพวกนี้อยู่ในห้อง

                “ถามไปงั้น”

                “รีบๆ ทำเถอะ หนูจะนอนแล้วพรุ่งนี้ต้องไปหามาเบลล์”

                “ไปด้วยสิ”

                เสียงเขาดังมาจากในห้อง ส่วนฉันก็ยังนั่งที่เดิม แช่ตัวเองในห้องนานแบบนี้เขาคงกำลังใส่เสื้อผ้าอยู่ หงุดหงิดจริงๆ ที่มีคนมากวนเวลานอน

                “อย่าสะเออะค่ะพี่”

                “มานอนได้แล้ว”

                “ออกไป อย่าให้ได้ไล่หลายรอบ จบคือจบอย่ามาวอแวให้มากความ”

                “ง่วง”

                ฉันรีบสาวเท้าเข้าไปในห้อง กัสเบลปิดไฟในห้องเรียบร้อยมีเพียงแสงไฟจากหัวเตียงเท่านั้นที่เป็นแสงริบรี่พอนำทางให้ เจ้าของห้อง ได้เข้าไปนอน

                “หน้าด้าน”

                “เลิกเห่าแล้วมานอน”

                “ไอ้หมอเถื่อน”

                “มีคนเรียกเยอะ”

                “ไอ้หมอกบฏ”

                “ก็ไม่ได้คดโกงชาตินี่”

                “ไอ้หมอ...”

                “เลิกด่าแล้วมานอนเถอะ ปากมากรำคาญ”

                ฉันไม่ได้อยากให้เขามานอนบ่นให้ฉันแบบนี้เลยสักนิด ไอ้ผู้ชายหน้าด้าน หายไปจากฉันแล้วจะกลับมาเพื่ออะไร กลับมาให้มันได้อะไรขึ้นมา

                “เธอทำอะไร”

                “ไปนอนข้างนอก!

                “อ๋อ ที่แท้ก็ปอดแหก ไม่กล้านอนบนเตียงกับฉัน”

                “ไม่หลงกล พูดมาเถอะฉันไม่ขึ้นง่ายๆ หรอก” ฉันหอบผ้าห่ม หมอนเต็มไม้เต็มมือจะออกไปนอนโซฟาในห้องรับแขก ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเก่ายังไงก็ไม่สนิทใจมานอนด้วยกันหรอกนะ

                “ยัยเด็กเวร”

                “ชื่อน่ารักนะ ขัดกับปากและสันดาน”

                “เออ! ไปบอกพ่อแม่ฉันเปลี่ยนสิให้ชื่อยักษ์ ชื่อมาร!

                “เพลีย เบื่อพวกรับคำพุโคนอื่นไม่ได้ ไปดีกว่า”

                “ระวังเถอะ ฉันเจอดีเข้าสักวัน”

                “ก็เจอดีทุกวัน”

                “หึ! ชักอยาก...” ฉันขึงตาใส่กัสเบลแทบจะทันที น้ำเสียงบ้าๆ กับแววตากามๆ นั่นๆ มันหมายถึงอะไร ผู้ชายคนนี้ไม่น่าเข้าใกล้

                “อยากอะไร”

                “อยากต่อยปากเธอ!

                “เก่งนะหมอ ทำร้ายคนไข้”

                “ถ้าคนไข้ปากดีขนาดนี้คงฆ่าซ้ำ!!

                “หนูเบื่อคุยกับพี่แล้ว เปลืองน้ำลายว่ะ”

                เขาเป็นผู้ชายเงียบๆ ที่คุยด้วยแล้วชวนปวดหัว ดีก็แต่ตอนเป็นแฟนถ้าเลิกกันไปแล้วเขาแย่หมดทุกอย่าง สำหรับฉันแล้วถ้าถูกทิ้งฉันไม่คิดจะกลับไปหาคนที่ทิ้งฉันอีกแน่ๆ

                ฉันมองห้องที่ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องของตัวเองแต่กลับมีคนนอนอยู่ในนั้น เขาไม่ใช่เทพบุตร เขาไม่ใช่เจ้าชาย ความเป็นสุภาพบุรุษไม่มี

 

                นอนตายในห้องนั้นไปเถอะ!            

 

 

 

TALK

[12.4.2016]

ข้ออ้างของคนจะไป พูดยังไงก็ได้!

เกลียดค่ะ

 

อะไรยังไง เป็นมาแบบไหน กัสเบลตอบ

 

[11.16.2016]

มีความมาเยือน มีความด่าน้องว่าหมา

เม้นโหวตกันสักนิด ให้จิตแจ่มใสนะคะ กำลังใจ

เนอะ

ติดตามได้ที่เพจด้านล่างค่ะ

Buttercup

 

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/129212/2031470420-member.jpg

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว