facebook-icon Twitter-icon

ขอติดเหรียญเรื่องนึงนะคะ

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 48.7k

ความคิดเห็น : 104

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2564 01:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,300
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

ผมกำลังจะกลับบ้าน 

บทที่ 4 

 

เสียงถูกดูดให้เงียบลงทันควัน พี่วันใช้มือบังคับท้ายทอยให้ผมแหงนหน้ารับกับปลายลิ้นร้อนๆ เขาบีบขากรรไกรของผมให้เปิดกว้างพลางสอดลิ้นลงมาเกือบถึงลำคอจนผมแทบสำลัก พี่วันตวัดลิ้นผมให้พลิกขึ้นเขาลากลิ้นผ่านใต้ลิ้นผมไปก่อนเกี่ยวลิ้นของผมกลับอีกที วิธีการจูบของเขาเล่นงานผมจนมึนไปหมด 

“โอกาสสุดท้ายแล้วครับชิน นะครับ” 

แพ้ทางคำว่านะครับของพี่วัน ปลายเสียงอ่อนหวานเว้าวอนบาดลึกเข้าไปในหัวใจมันทำให้ผมปฏิเสธไม่ออก พี่วันถือโอกาสที่ผมยังตกตะลึงเอื้อมมือปรับเบาะนั่งให้เอนหลังไปจนสุดทั้งสองเบาะทำให้ที่นั่งของเราทั้งคู่ยิ่งมีพื้นที่ว่าง เขาขยับลุกและดันให้ผมเอนกายนอนยาวไปจนถึงเบาะของเขาก่อนจะดึงกางเกงของผมร่นลงจนถึงต้นขา พี่วันจับขาข้างหนึ่งของผมพาดสูงไปบนพนักพิง อีกข้างเขาหย่อนมันลงล่างให้เท้าของผมหยั่งอยู่ที่พื้น ก่อนที่เขาจะปลดกางกางตัวเองและดึงน้องชายใหญ่ยักษ์ออกมาอวดสู่สายตาในความมืดสลัวอีกรอบ 

ให้ตายเถอะ น้องชายของพี่วันนี่ไม่รู้จักหลับจักนอนบ้างหรือไงนะ ผมเห็นมันตื่นอยู่ได้ตลอดเวลา 

พี่วันยกขามานั่งคร่อมเอวของผม ข้างหนึ่งก็ทิ้งน้ำหนักไว้บนเบาะนั่นแหละ อีกข้างก็ยันอยู่กับพื้นคู่กันกับผม มือใหญ่จัดแจงเลิกเสื้อยืดของผมขึ้นสูงจนโชว์เนื้อหนัง เขามองตุ่มไตบนหน้าอกของผมตาวาวก่อนที่จะก้มหน้าลงมา 

“อู้ววว” 

ผมบิดตัวแอ่นไปมายกร่างรับริมฝีปากที่ครอบลงบนยอดอก ปากอุ่นเม้มมันไว้แล้วดึงก่อนละเลงลิ้นจนเปียกชุ่ม ในขณะเดียวกันช่องทางเบื้องล่างที่ยังมีน้ำรักของเขาหลงเหลืออยู่บางส่วนก็ถูกปลายนิ้วสอดแทรกเปิดทางให้กว้าง ท่อนเนื้อใหญ่จ่อรออยู่แล้วและเมื่อเขางับปากลงที่ลานนมอีกครั้งท่อนเนื้อยักษ์ก็แทงเข้ามาทันที 

“อื้อมมม” 

ผมต้องใช้มือปิดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อไม่ให้เสียงร้องเล็ดลอดออกมา หัวของผมที่เลยเบาะออกไปทำให้สามารถเพ่งสอดส่ายสายตามองคนบนรถอย่างระแวงว่าจะมีใครตื่นมาเห็นฉากรักเร่าร้อนที่เบาะหลังสุดหรือไม่ เดชะบุญที่ทุกคนยังหลับสนิทเมื่อพี่วันดันเอวจนสอดลึกเข้ามาในบั้นท้ายผม 

เขาคงรู้ว่าจะทำอะไรรุนแรงไม่ได้เพราะอาจจะเป็นการปลุกคนทั้งรถให้มาดูหนังสด พี่วันเลือกใช้วิธีค่อยๆ หมุนควงสว่านแทนที่จะซอยเอวเข้าออก แต่วิธีของเขาในตอนนี้กลับยิ่งทำให้ผมโคตรเสียวจนปวดท้องน้อยเมื่อน้องชายของเขาหมุนวนไปเจอจุดไคลแมกซ์ของผมถี่กว่าเดิมเสียอีก 

“พี่วัน พี่วันครับ อา... เสียวมาก” 

ผมพึมพำแต่ชื่อของเขาอยู่ในปากที่ถูกปิดด้วยมือตัวเอง แขนอีกข้างผมใช้มันคล้องไปรอบคอที่ก้มๆเงยๆอยู่กับหน้าอกอย่างติดใจ ปลายลิ้นกระดกรัวอยู่ตรงหัวนมมันทำให้ผมทรมานแทบขาดใจ สภาพของผมตอนนี้คือชายหนุ่มที่ดวงตาหรี่ปรือกำลังแอ่นอกให้เขาละเลงปากและลิ้นจนน้ำลายชุ่มพร้อมกับส่ายเอวรับการควงสว่าน ขาที่พาดสูงหนีบพนักพิงไว้แน่นส่วนข้างที่หย่อนลงพื้นก็เกร็งจนปลายเท้าจิก 

พี่วันจับน้องชายของผมให้ยกแนบไปกับหน้าท้อง เขากดเอวลงมาให้ลำตัวของเขาถูไถบดเบียดจนน้องชายของผมร้อนระอุและชุ่มฉ่ำ พี่วันเลิกยุ่งกับหน้าอกของผมเขาดึงมือที่ผมใช้ปิดปากตัวเองออกแล้วใช้ปากตัวเองช่วยปิดปากให้ผมแทนด้วยจูบที่แสนเร่าร้อนท่ามกลางความเย็นของช่องแอร์ที่กระจายความเย็นออกมา 

เมื่อเขารู้ว่าร่างกายของผมใกล้จะระเบิดเต็มที ท่อนเนื้อยักษ์ก็กระแทกจุดกระสันภายในของผมซ้ำๆย้ำๆ จุดอ่อนไหวถูกกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขาบดเบียดลงมา ผมพ่นลมหายใจกระชั้นเมื่อท่อนล่างกระตุกแล้วฉีดพรวด คราวนี้มันเหลือแค่น้ำสีขาวจางไหลรินไปตามเนื้อตัว ก็แหงละ พี่วันจัดหนักปลดปล่อยผมไปหลายรอบจนแทบจะไม่มีอะไรตกค้างอีกแล้ว 

พี่วันยังไม่เสร็จ มวยยังไม่ครบยก เมื่อผมปรือตามอง 

อึดชิบ 

ผมรู้ว่าร่างกายของผมตอดรัดถี่ยิบขนาดไหนแต่พี่วันก็แค่ทำหน้าฟิน แต่เขายังทำตาเชื่อมใส่ผมเมื่อเขาสอดมือเข้าไปใต้เอวแล้วช้อนตัวผมขึ้นทั้งที่ตรงนั้นก็ยังค้างคากันอยู่ ร่างแข็งแกร่งพลิกตัวกลับไปนั่งอยู่ตรงกลางเบาะคู่พร้อมกับจับผมให้นั่งคร่อมอยู่ตรงต้นขาจนจุดเชื่อมต่อของเรายิ่งสอดลึก ผมเผลอครางฮือออกมากับความกระสันเพราะท่วงท่าใหม่ 

พี่วันคว้าผ้าห่มยับยู่ยี่ขึ้นมาคลี่ออกแล้วคลุมลงบนร่างของผมที่นั่งเป็นลูกลิงอยู่บนร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา ผมคล้องแขนไปรอบลำคอหนาแล้วเป็นฝ่ายโน้มหน้าไปจูบเขา ผมคิดว่าผมเองก็จูบเก่งพอตัวนะพี่วันเลยปล่อยให้ผมตวัดลิ้นคลุกเคล้าได้ตามใจชอบ ขาสองข้างของผมเกี่ยวไปด้านหลังพี่วัน ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายหมุนสะโพกที่เขายังแทรกลึกอยู่บ้าง พี่วันใช้มือจับที่เอวสองข้างของผมและกดมันลงไปพร้อมกับเด้งเอวตัวเองรับอย่างถูกใจ 

หมุน กด บด คลึง 

คือสิ่งที่ผมทำตอนนี้ รู้สึกถึงเสียงครางลึกอยู่ในลำคอที่ผมยังจูบปากดูดดื่ม ท่อนเนื้อภายในคงเขม็งเกลียวระยะสุดท้ายเมื่อเขาขยับเอวกระแทกลึกเข้ามาจนผมจุก มือสากกอบกุมไอ้น้องชายของผมไว้อีกแล้ว พี่วันทั้งปลุกทั้งปั่น ผมนึกว่าร่างกายผมคงไม่ตอบสนองเพราะมันเสร็จไปหลายยก ที่ไหนได้พอเจอฤทธิ์ฝ่ามือปั่นจิ้งหรีดของพ่อเจ้าประคุณพี่วัน หน้าท้องผมก็บีบรัดอีกครั้ง 

คราวนี้เอวผมก็หมุน เอวเขาก็หมุน มันช่างทำงานประสานกันจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกันไว้ให้อากาศถ่ายเท ปากของผมครอบไปบนปากของเขา เราดูดปากกันแน่นเพื่อช่วยห้ามเสียงครางของอีกฝ่าย และแล้วผมก็รู้สึกร้อนฉ่าอยู่ภายในหลังจากที่พี่วันกระตุกอยู่ไม่กี่ที ผมขมิบกล้ามเนื้อตามหลังเรียกพิษจากเขาจนหมด พี่วันสาวรูดมือที่กำแท่งเนื้อของผมหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีกล้ามเนื้อของผมก็เกร็งค้างผมซบหน้าลงกับไหล่กว้างอย่างหมดแรง เสร็จรอบนี้ของผมไม่เหลืออะไรออกมาอีกแล้ว 

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกที ตรงเส้นขอบฟ้าเริ่มปรากฎแสงเรืองรองเป็นสีส้มแดง ผมสบตากับพี่วันอีกครั้งคราวนี้คงยอมสงบลงได้ เขาพรมจูบไปทั่วไปหน้าก่อนจะมาหยุดแตะแผ่วเบาที่กลีบปากของผมอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะยกตัวของผมขึ้นจากเอวแกร่งจนท่อนเนื้อหลุดออกมาจากกันเสียงดังฝุบ พี่วันคว้าเป้มาเปิดแล้วสละเสื้อยืดตัวหนึ่งจากกระเป๋าเพื่อมาเช็ดทำความสะอาดคราบรักที่ไหลปะปนกันจนไม่รู้ว่าของใครเป็นของใครเพราะว่ากระดาษทิชชู่นั้นหมดไปตั้งแต่รอบไหนก็ไม่รู้ จนเขามั่นใจว่าไม่มีคราบใดๆลงเหลืออยู่จึงดึงกางเกงกลับคืนมาให้ผม แล้วถึงจะหันไปทำความสะอาดตัวเอง 

แสงสีส้มอร่ามโผล่พ้นขอบฟ้ามากขึ้นจนกระทั่งความสว่างขับไล่ความมืดมิดจากไป นักธุรกิจเบาะที่เยื้องอยู่ด้านหน้าตื่นจากนิทราขึ้นมาบิดขี้เกียจ หลายคนในรถเริ่มปรับเบาะให้ตั้งตรง บางคนก็ลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำด้านล่างของรถ สาวๆเริ่มหยิบหวีหยิบแป้งขึ้นมาเสริมสวย ในขณะที่ผมได้แต่เอียงหัวซบอยู่ตรงหัวไหล่ของพี่วันอย่างหมดแรง 

ใกล้จะหกโมงเช้าแล้ว ผมมองไปนอกหน้าต่างที่แสงสว่างของรุ่งอรุณช่างงดงามอวดสู่สายตา ผมยิ้มให้กับฝูงนกที่พากันโผผินอยู่กลางอากาศ ถนนทอดยาวคดเคี้ยวสูงโอบล้อมไปด้วยขุนเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดที่สูงที่สุดในประเทศไทย แสงสีส้มนวลตาของวันใหม่มันช่างเหมือนกับความรู้สึกของผมวันนี้ที่มันช่างสดใสเหลือเกิน 

แปลกนะ ก่อนขึ้นรถทัวร์คันนี้กลับบ้านในสายตาของผมอะไรมันก็ดูหม่นๆมัวๆเหมือนกำลังดูหนังฟิล์มนัวร์ที่ดาร์กสุดๆ แต่เวลาผ่านไปเพียงแค่ข้ามคืนเมื่อใกล้จะถึงบ้านในตอนนี้ทุกอย่างกลับดูสวยงามแม้กระทั่งจุดเปื้อนเล็กๆจากรอยฝุ่นที่กระจกรถผมยังคิดว่ามันงดงามราวกับภาพวาด มันอยู่ที่มุมมองของเราจริงๆว่าเราเลือกที่จะมองอย่างไร 

เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นจนผมสะดุ้ง ผมรีบดึงมันออกมารับ นิ่งฟังปลายสายพูดเจื้อยแจ้วพักใหญ่จึงตอบกลับไปด้วยเสียงสดใส 

“ครับแม่ ใกล้จะถึงแล้วครับ หือ แม่อยู่ที่สถานีขนส่งแล้วเหรอ ทำไมมาถึงเร็วจัง คร้าบสุดสวยเดี๋ยวเจอกัน” 

ผมยิ้มให้กับโทรศัพท์ แม่โทรมาบอกว่าตอนนี้มารอรับผมอยู่ที่สถานีขนส่งแล้ว แม่เลี้ยงขจีวรรณแม่ของผมก็เป็นงี้แหละคิดไวทำไวมาไวไปไวตามประสาหญิงแกร่งที่ต้องทำงานคนเดียวหลังจากพ่อของผมเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน 

มือข้างขวาของผมถูกมือข้างซ้ายของพี่วันค่อยๆสอดนิ้วเข้ามา นิ้วทั้งห้าของเราประสานกันแน่นระหว่างกัน ผมขยับนั่งตัวตรงกับเบาะของตัวเอง บ้านเรือนนอกหน้าต่างเริ่มหนาตาเมื่อรถโดยสารขับเข้ามาถึงเขตตัวเมือง พี่วันโน้มตัวมาจูบเบาๆที่ขมับ 

“ใกล้จะถึงเชียงรายแล้วนะ ชินจะกลับบ้านยังไงให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม” 

เฮ้อ แล้วผมจะลืมเสียงนุ่มๆของเขาได้ยังไงกันนะ 

“แม่มารับครับ ตอนนี้รออยู่ที่ขนส่งแล้ว” 

“บ้านอยู่ที่ไหน พี่ไปเยี่ยมชินบ้างได้ไหม” 

แน่ะ มุขนี้ คิดจะสานต่อใช่ไหม ผมก็ใช้บ่อยเหอะพี่วัน 

“บ้านของผมอยู่ในป่าในดอยไม่มีแสงสีห่างใกลความเจริญ พี่จะไปได้เหรอ ไกลนะครับ” 

พี่วันยิ้มพราวจนใบหน้าของเขาสว่างแข่งกับแสงตะวันนอกรถ 

“ไม่มีที่ไหนไกลหรอกถ้าเราคิดถึงกัน” 

อื้อหือ 

ถ้าส่องกระจกได้ผมคงเห็นตัวเองหน้าแดง 

“ขอเบอร์โทรหน่อยสิ” 

พี่วันรุกต่อ 

“จะโทรทำไม ขายตรงไม่เอานะ” 

ผมแกล้งห่อปากแล้วส่ายหน้าจนพี่วันต้องดึงจมูกผมอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วหัวเราะเบาๆกับความทะเล้นของผม เขามองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจจึงแกล้งใช้ฟันขาวขบปลายจมูกของผม 

“พี่จะโทรไปหาชินแล้วบอกว่า มีเวลาให้พี่สักสิบห้านาทีไหมครับ” 

เขาก้มมากระซิบที่หูผม 

“แค่สิบห้านาทีพี่ก็ทำให้ชินมีความสุขได้” 

“พี่วัน ทะลึ่งว่ะ” 

ผมยกแขนอีกข้างที่ไม่ได้ถูกเกาะกุมขึ้นมาเงื้อง่าก่อนชกไปหาคนปากหวาน พี่วันยกมือรับอย่างไม่ยากเย็นนัก คราวนี้ก็เลยถูกจับไว้ทั้งสองมือผมนั่งหน้ามุ่ยเพราะหมดอิสรภาพ 

“ขอโทษครับชินพี่ไม่กวนตีนแล้ว พี่จะโทรไปสานความสัมพันธ์ของเราต่างหาก” 

“พี่ว่าความสัมพันธ์ของเรามันน่าสานหรือครับ พี่ไม่คิดว่าผมเป็นคนไม่ดีที่ยอมพี่ง่ายๆหรือ” 

อดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะแค่ฟันผมเล่นเพราะนอนบนรถไม่หลับก็เป็นได้ 

“แล้วชินคิดว่าความสัมพันธ์ของเราไม่น่าสานต่อหรือครับ ในเมื่อเรา “เข้า” กันได้ดีขนาดนี้” 

ดวงตาพราวนั่นทำให้ผมต้องหลบตาเพราะเขินจัด 

“ไม่รู้ล่ะ พี่จะจีบชินอย่างจริงจังแล้วบอกเบอร์โทรพี่มาเร็วๆ” 

ผมบอกเบอร์สิบหลักออกไป พี่วันทำตาแป๋วตั้งใจฟัง ผมเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย 

“พี่วันไม่จด ไม่เมมเบอร์ของผมในเครื่องเหรอ แล้วจะโทรหาผมได้ไง” 

มุมปากหยักยกยิ้มจนหน้าคร้ามแดดดูอ่อนโยน 

“พี่จำได้ครับ ถ้าเป็นข้อมูลของคนที่สำคัญสำหรับเรา บอกแค่รอบเดียวมันก็บันทึกอยู่ในใจแล้ว” 

โห พี่วัน 

“สุดยอดเลยพี่ ขอยืมมุกนี้ไปจีบสาวหน่อยนะ” 

“ไม่ได้ครับ ชินจีบใครไม่ได้อีกแล้วเพราะชินเป็นแฟนพี่” 

เขาตีขลุมทำหน้าซื่อทั้งที่ผมเห็นว่าเขายิ้มอยู่ในดวงตาเรียวคู่นั้น 

รถทัวร์เลี้ยวเข้าที่จอดรถตามกำหนดที่สถานีขนส่งคือเจ็ดโมงเช้านิดๆ ผู้โดยสารที่เหลือทยอยกันเดินลงจากรถ พี่วันดึงมือให้ผมลุกเป็นคนสุดท้าย เขารอจนคนลงหมดรถก็หันหน้ามาขโมยจูบที่ปากผมอีกครั้ง ก่อนที่เราจะเดินลงไปที่ชานชาลา 

เราสองคนยืนเผชิญหน้า สบตาซึ่งกัน  ดวงตาคู่นั้นที่มองมาทอประกายอบอุ่นจนผมไม่กล้าสู้ต้องก้มหน้ามองไปที่แผ่นอกกำยำ จนได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้น 

“ชิน ชินเขต” 

ผมหันขวับไปมองพลางยิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ยังงดงามสมวัยในชุดทะมัดทะแมงกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาทางผมก่อนที่เราจะโผเข้ากอดกันกลม 

“แม่” 

ผมหอมแก้มแม่ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้กอดแม่อย่างนี้ แม่ยกมือประคองใบหน้าและดึงผมไปหอมแก้มบ้าง 

“คิดถึงชินจังเลยลูก” 

เราคงจะกอดกันต่อถ้าผมจะไม่นึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกคนที่มองผมอยู่ ผมจึงคลายกอดกับแม่แล้วดึงพี่วันเข้าร่วมวงสนทนา 

“แม่ เอ่อ นี่พี่วัน พี่เขานั่งรถทัวร์ติดกับชินมาจากระยอง” 

ผมแนะนำตัวอย่างตะกุกตะกักเพราะไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครด้วยซ้ำ พี่วันยิ้มหล่อเขารีบยกมือไหว้แม่ แต่ก่อนที่เขาจะพูดต่อก็มีผู้ชายคนหนึ่งตัดผมเกรียนใส่เสื้อสีเขียวขี้ม้าเดินตรงมาหาและยืนตรงทำความเคารพเขา พี่วันพยักหน้ารับพลางส่งสัมภาระซึ่งก็มีเป้บางๆใบเดียวให้ผู้ชายคนนั้นเดินกลับไปรอที่รถยนต์คันหนึ่ง 

“สวัสดีครับคุณแม่ ผม พันตรีวันรบ พิชิตภัย ประจำการอยู่ที่หน่วยรบพิเศษค่ายเม็งรายครับ” 

สุดๆ ไปเลยครับพี่วัน 

ผมยืนอึ้งเมื่อได้รู้จักพี่วันอย่างเป็นทางการและเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาติดยศพันตรีแล้วด้วย แม่ของผมรีบยิ้มกว้างพลางพูดคุยอย่างคนอัธยาศัยดี 

“อุ๊ย สวัสดีค่ะผู้พัน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ นี่แม่ชื่อขจีวรรณเป็นแม่ของชินเขตค่ะ เราสองคนแม่ลูกมีรีสอร์ทเล็กๆอยู่ที่ภูชี้ฟ้า ถ้าจะไปเที่ยวอย่าลืมนึกถึงนะคะ” 

แล้วแม่ก็ส่งนามบัตรให้เขา พี่วันรีบรับไปด้วยใบหน้ายินดี เขาเหลือบตามองผมอย่างคนที่ได้รับชัยชนะ 

“ไม่ลืมครับ แล้วผมจะไปใช้บริการ อาจจะไปเร็วๆนี้แหละครับ” 

แม่คุยกับพันตรีวันรบอีกครู่ใหญ่จนผมนึกค่อนในใจที่กลายเป็นคนหมดความหมาย จนกระทั่งแม่เห็นว่าคุยกันนานแล้วเลยกล่าวจบการสนทนาเขายกมือไหว้แม่ 

“แม่ไปรอที่รถนะลูก” 

แม่เดินไปแล้วผมจึงเงยหน้าสบตาคู่นั้นอีกครั้ง พี่วันวางมือบนหัวของผมแล้วโยกเบาๆก่อนที่เราจะหันหลังแล้วเดินจากกัน 

ไม่ต้องมีคำลาเพราะเราต่างรู้ว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ผมเดินไปขึ้นรถกระบะโฟวีลคันใหญ่ที่แม่ติดเครื่องรอไว้แล้วด้วยรอยยิ้ม แม่เหยียบคันเร่งพาผมกลับบ้านที่อยู่บนดอยสูง 

ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ผมไม่เคยเมมไว้โชว์อยู่ที่หน้าจอ 

ผมรู้ว่าใครโทรมา 

กลับบ้านครั้งนี้มีอะไรดีกว่าที่คาดไว้เยอะเลย หรือคุณว่าไงครับ 

TBC 

กดดาววววว 

กดLikeeeeeeeeeeeeeeeee 

 

ความคิดเห็น