facebook-icon Twitter-icon

ขอติดเหรียญเรื่องนึงนะคะ

ชื่อตอน : บทที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46.9k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2564 01:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2
แบบอักษร

ผมกำลังจะกลับบ้าน 

บทที่ 2 

 

“หิวก็รีบกินเถอะ ถ้าไม่อิ่มพี่มีแซนวิชอีกอัน เอาไปกินสิ” 

ส่งยิ้มเอื้ออาทรมาให้แล้วยังยัดเยียดแซนวิชใส่มือ ผมไม่ปฏิเสธเพราะเพิ่งรู้สึกถึงความหิวตอนนี้เอง ตลอดทั้งวันแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากชาเขียวขวดเดียวที่ซื้อไว้แก้กระหายเพราะมัวแต่จัดการเรื่องคืนห้องพักอยู่หลายชั่วโมงก่อนจะมาที่สถานีขนส่ง นึกเขินอยู่เหมือนกันเมื่อเหลือบมองด้านข้างเห็นพี่วันเคี้ยวข้าวตุ้ยๆแล้วหันมายิ้มให้ผมเหมือนผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก ก็เลยทำทีเบนสายตาไปมองสำรวจทางอื่นบ้าง 

ที่นั่งด้านตรงข้ามเป็นคู่หนุ่มสาวกำลังคุยกันหนุงหนิงจนนึกอิจฉา เขยิบไปด้านหน้าของฝั่งตรงข้ามเช่นกันเป็นชายวัยกลางคนท่าทางเหมือนนักธุรกิจที่กำลังคุยโทรศัพท์เสียงดังโล้งเล้งอย่างไม่นึกเกรงใจคนอื่น ส่วนเบาะหน้าของผม ผมมองไม่เห็น แต่จากเสียงเบาๆที่ได้ยินฟังเหมือนคนแก่นั่งคุยกัน รถวีไอพีนี่ก็ดีเหมือนกันนะ แต่ละเบาะมันห่างจากกันจนไม่ดูเป็นการรบกวน จะเว้นก็แต่เบาะที่นั่งมาคู่กันนี่แหละ 

“มีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า พี่เห็นคิ้วเราขมวดตั้งแต่ขึ้นรถแล้ว” 

ผมมองพี่วันแบบงงๆ นี่ใบหน้าของผมมันฟ้องถึงขนาดนี้เลยหรือ ผมฝืนยิ้มเจื่อน 

“ไม่มีอะไรหรอกพี่ ก็เรื่องหัวใจนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย” 

สบสายตาอาทรคู่นั้นพลันขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ มิหนำซ้ำไอ้ฝนเจ้ากรรมดันเทลงมาจนท้องถนนภายนอกเปียกปอนเจิ่งนองในยามค่ำที่ดวงอาทิตย์ใกล้ตกดินเต็มที ยิ่งเพิ่มอารมณ์เปล่าเปลี่ยวอ้างว้างจนต้องหลับตาลงและกอดตัวเองไว้ 

อยู่ๆก็รู้สึกถึงความอบอุ่นเมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นว่าพี่วันกำลังคลี่ผ้าห่มผืนบางของรถทัวร์ลงมาบนตัวของผม ดวงตาที่อยู่บนใบหน้าคร้ามเข้มด้วยไอแดดมีแววปรานีจนผมไม่อาจละสายตาจากเขาได้ เราสบตากันเนิ่นนานก่อนที่พี่วันจะกะพริบตาเรียกสติกลับคืนมาและยิ้มเขินๆ 

“ฝนมันตกแอร์มันเย็นกลัวว่าชินจะหนาว ห่มผ้าไว้ดีกว่านะ” 

“ขอบคุณครับพี่วัน” 

เป็นคำขอบคุณที่ผมกล่าวจากใจ พี่วันยิ้มรับแล้วเอนตัวกลับไปที่เบาะของเขาและหยิบมือถือมาเล่นเกมปล่อยให้ผมได้จ้องมองไปยังภายนอกหน้าต่างโดยไม่รบกวนอะไรอีก 

เสียงเพลงเบาๆที่เด็กรถเปิดทำให้ผมเหม่อลอยไปกับความเจ็บปวดจากความรักจนกระทั่งผมผล็อยหลับไปท่ามกลางอากาศเย็นฉ่ำของรถโดยสารประจำทางปรับอากาศวีไอพี 

รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่รถจอดอยู่ตรงที่พักรถโดยสาร เคยนั่งรถทัวร์ระยะไกลกันไหมครับเขามีกฎว่าจะต้องพักทุกๆ 4 ชั่วโมงให้ผู้โดยสารได้เข้าห้องน้ำเหยียดแข้งเหยียดขาสูบบุหรี่และให้คนขับรถได้พักด้วย ผมเหลียวมองด้านข้างก็ไม่เห็นพี่วันแล้วคงจะลงไปเข้าห้องน้ำด้านล่าง ผมเลยรีบลงมาจากรถเพื่อยืดขาบ้างเพราะแม้ว่าระหว่างเบาะจะกว้างแต่นั่งอยู่ท่าเดียวก็เมื่อยอยู่เหมือนกัน 

ไม่เจอพี่วันในห้องน้ำ ผมรีบจัดการธุระให้เสร็จแล้ววิ่งกลับมาที่รถเพราะได้ยินเสียงพนักงานตะโกนเรียกผู้โดยสาร ผมขึ้นมาเกือบเป็นคนสุดท้ายเห็นพี่วันนั่งอ่านนิตยสารเล่มเดิมอยู่ก่อนแล้ว 

“ชิน เข้าไปเลย พี่ขี้เกียจลุก” 

พี่วันขยับขาเข้าชิดเบาะเปิดทางให้ผมก้าวผ่านช่องว่างเข้าไปด้านใน แต่อาจเป็นเพราะพี่วันตัวสูงใหญ่ช่องว่างที่เหลือเลยน้อยนิด ตัวผมเฉียดพี่เขาไปหน่อยเดียวเมื่อก้าวเข้าไปนั่งที่เดิม หัวใจเต้นเร็วจังแฮะ ผมยกมือจับหน้าอกข้างซ้าย ของตัวเองไว้ อาจเป็นเพราะผมวิ่งมาเร็วก็ได้นะ 

“เห็นชินกำลังหลับสบาย พี่เลยไม่ได้ปลุกให้ลงไปเข้าห้องน้ำพร้อมกัน” 

พี่วันแก้ตัวพลางส่งขวดน้ำดื่มขวดใหม่ให้ผม 

“อ่ะ น้ำที่รถแจกหมดแล้วไม่ใช่เหรอ พี่ซื้อมาเผื่อ” 

“ขอบคุณครับพี่ เดี๋ยวผมให้เงินคืน” 

“ไม่ต้องหรอก เอาไปเหอะน้ำแค่ขวดเดียว” 

พี่วันโบกมือปฏิเสธก่อนที่จะวางนิตยสารลงเมื่อไฟในรถดับอีกครั้ง ผมก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือ 

สามทุ่มครึ่งแล้ว 

ทอดถอนใจออกมาอีกครั้งเมื่อห้ามใจตัวเองให้เลิกคิดไม่ได้ หากเป็นเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้ไม่นาน ผมยังมีน้ำอยู่ในอ้อมกอดบนเตียงเล็กในห้องพัก ยอมรับว่าเราอยู่ด้วยกันและมีอะไรกันแล้วตามประสาคู่รักยุคจรวด ผมนอนกอดและหยอกล้อพลางแย่งรีโมทโทรทัศน์เมื่อน้ำอยากดูละครแต่ผมอยากดูบอลแต่สุดท้ายผมก็ยอมให้น้ำทุกครั้ง นี่ผมยังไม่รู้เลยว่าน้ำลอบไปรักใคร่ชอบพอกับไอ้เดชตั้งแต่เมื่อไหร่ในเมื่อน้ำก็อยู่กับผมแทบทุกคืน 

ผมหลับตาลงในความเงียบอีกครั้งเด็กรถไม่ได้เปิดเพลงอีกเพื่อให้ผู้โดยสารพักผ่อน พวกคุณเป็นกันไหมครับเวลาขึ้นรถโดยสาร พอเจอแอร์เย็นๆและรถที่โยกเบาๆมันชวนให้หลับอยู่ตลอดเวลา แล้วสติผมก็สิ้นสุดลงอีกครั้งหนึ่ง 

อะไรกำลังไต่อยู่บนหน้านะ 

ผมรำคาญจัง รวมทั้งอะไรบางอย่างหนักๆที่ทับมาอยู่บนหน้าอกก็ทำให้ผมอึดอัด 

มันทำให้ผมต้องตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่าลำตัวของผมกำลังถูกกอดรัดและแก้มของผมกำลังถูกจูบ 

ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจในความมืดและเงียบสงัด มีเพียงเสียงกรนของผู้โดยสารบางคนแหวกอากาศเย็นมาให้ได้ยิน ปากของผมเตรียมจะหลุดเสียงอุทานออกไปถ้าไม่ถูกอะไรบางอย่างมาปิดไว้เสียก่อนบางอย่างที่ว่านั้นมันนุ่ม หยุ่น ชื้น และประกบมาทาบทับปากของผมไว้พอดิบพอดี 

อะไรวะ! 

ผมดิ้นรน 

แต่ท่อนแขนที่วางพาดมาที่หน้าอกล็อคให้ผมจมไปกับเบาะนุ่มที่เครื่องนวดหลังกำลังทำงานจนผมดิ้นหนีไม่ได้ 

“อื้อ” 

ผมอุทธรณ์อึกอัก พยายามใช้มือผลักออกแต่อีกฝ่ายก็ยิ่งกว่ายักษ์ สะดุ้งหนักเมื่อลิ้นลื่นๆฉกเข้ามาในปากผมอย่างกับลิ้นงู 

แหวะ 

ลิ้นผู้ชาย! 

กลิ่นบุหรี่ราคาแพงอวลอยู่ในช่องปาก  ผมหดลิ้นหนีแต่ลิ้นใหญ่ก็ยังทะลวงเข้ามาเกี่ยวกับลิ้นของผมจนได้ ปากของผมถูกเขาครอบครองจนหมดจนกระทั่งเขานั่นแหละที่เป็นฝ่ายปล่อยให้ปากของผมเป็นอิสระก่อนที่เสียงกระซิบแผ่วเบาจะดังขึ้นชิดใบหู 

“ถ้าชินอยากให้คนทั้งรถตื่นมาเพื่อจะรู้ว่าพี่จูบชินก็ตะโกนเลยสิ” 

“พี่วัน” 

ผมครางแผ่วอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายที่ยิ้มให้ผมราวกับผู้ใหญ่ปรานีเด็กกำลังจู่โจมผมในตอนนี้ 

“พี่ทำอย่างนี้ทำไม” 

“ไม่รู้สิ” 

เขาตอบพร้อมกับเม้มติ่งหูจนผมขนลุก 

“เห็นหน้าชินแล้วพี่อยากจะทำมากกว่านี้ด้วยซ้ำ” 

ได้ยินเสียงพี่วันหายใจลึกในขณะที่ยังคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง เมื่อปรับสายตาชินกับความมืดได้ผมก็รีบมองไปที่หนุ่มสาวอีกฝั่งเห็นอิงแอบหลับกันไปแล้ว ไม่มีใครในรถคันนี้ที่ยังตื่น ยกเว้นเขาและผม 

“อย่าเลยครับพี่ ผมไม่ใช่…” 

“พี่ก็ไม่ใช่ แต่กับชินมันพิเศษ” 

ผมเผลออ้าปากอย่างตกใจโอกาสจึงเป็นของพี่วันที่เม้มลงมาที่ริมฝีปากล่าง ก่อนย้ายไปที่ริมฝีปากบน เขาผละออกแค่เสี้ยววินาทีแล้วประกบปากลงมาอีกครั้ง ผมสะดุ้งที่ครั้งนี้มันหนักหน่วงจนผมหายใจแทบไม่ทัน 

“อื้อ อย่า” 

ผมคว้าหมับเข้าที่มือหนาเมื่อมันเริ่มซุกซนสอดลึกเข้าไปในเสื้อยืด อากาศเย็นจนผมรู้สึกร้อนวาบเมื่อมือนั้นวางทาบอยู่ตรงแผ่นท้อง ลิ้นร้อนสอดลึกตวัดลิ้นผมไปเกี่ยวพันก่อนเซาะไซ้ไปตามร่องฟันด้วยชั้นเชิงแสนชำนาญจนจากที่ขยะแขยงก็กลายเป็นผมเริ่มตวัดตอบโต้ ลีลาจูบของพี่วันสะเด็ดสะเด่าจนผมต้องทึ่ง หากเป็นผู้หญิงก็คงจะเสร็จเขาตั้งแต่จูบแรกแต่ผมจะต่างอะไรกับผู้หญิงเหล่านั้นเล่า 

ในเมื่อกลายเป็นว่าตอนนี้ผมกำลังเงยหน้าให้ลิ้นของเขายิ่งคว้านลึกจนปากผมสั่นและไม่มีแรงห้ามปรามเมื่อมือร้อนของเขาเลื่อนไปวางทาบอยู่ตรงหน้าอกแล้วใช้ซอกนิ้วคีบหัวนมของผมขึ้นมา มือของผมวางแนบไปรอบท้ายทอยของพี่วันแล้วรั้งเข้าหาตัวเพราะผมกลายเป็นฝ่ายไม่ยินยอมให้เขาผละริมฝีปากออก 

นี่ผมกำลังเคลิ้มไปกับจูบของเขาใช่ไหม ช่วยตอบผมที 

ผมคว้าหมับลงไปบนมืออุ่นอีกข้างที่เลื่อนต่ำไปอยู่ตรงขอบกางเกงยีนส์ ปลายนิ้วใหญ่เกือบจะสอดลึกเข้าไปแล้วถ้าผมไม่รีบจับไว้ 

“ปล่อย” 

“ไม่” 

เสียงกระซิบแผ่วโต้ตอบซึ่งกันอยู่ในลำคอที่ลิ้นยังคลุกเคล้าไม่เลิกรา รู้สึกได้ถึงอารมณ์รุนแรงของพี่วันที่เม้มปากผมแรงยิ่งขึ้น พี่วันรวบข้อมือของผมทั้งสองข้างเอาไปไพล่หลังก่อนใช้ตัวผมนั่นแหละให้เอนทับมือตัวเองไปกับเบาะนั่งอย่างรวดเร็วเพื่อหยุดการขัดขืนของผม 

“อื้อ” 

ทำไมแรงเยอะอย่างนี้วะ 

ผมเองก็ไม่ถึงกับผอมแห้งแรงน้อย ตกเย็นก็ไปเตะบอลกับเพื่อนๆที่บริษัททุกวัน แต่เรี่ยวแรงก็ยังสู้แรงควายอย่างพี่วันไม่ได้จนนิดเดียว 

ยิ่งสู้ไม่ได้เมื่อพี่วันปลดหัวเข็มขัดของผมให้หลุดออกจากกันพร้อมกับที่กระดุมกางเกงยีนส์หลุด ผมได้ยินเสียงซิปกางเกงถูกรูดลงดังแกรก ใจหายวาบเมื่อปลายนิ้วพี่วันล้วงลึกเข้าไปใต้ร่มผ้าได้สำเร็จก่อนที่เจ้าน้องชายของผมมันจะถูกงัดออกมาจนพ้นบอกเซอร์ อับอายเมื่อมันตั้งตรงเด่ราวกับจะทำความเคารพไอ้คนที่กอบกุมมันไว้ในมือใหญ่และสากนั่น 

ผมพยายามสะบัดไหล่เพื่อดิ้นรนแต่แขนล่ำอีกข้างของพี่วันก็เอื้อมพาดมากดไว้ แถมเขายังยกท่อนขาหนักมาทับอยู่บนต้นขาของผมด้วย ปลายลิ้นร้อนผละออกจากปากของผมจนน้ำลายผมไหลยืดติดไปตามลิ้นของเขา ติ่งหูถูกเม้มด้วยปาก ลิ้นเปียกแตะเข้าไปในรูหูจนผมขนลุก 

“ชินไม่อยากเหรอ” 

เหี้ยเอ๊ย! 

ถามทำไมวะ มึงปลุกกูขนาดนี้แล้ว 

ผมด่าในใจเพราะไม่มีแรงด่าด้วยปากขณะที่มันกำลังถูกกัดแทบแตกจนต้องกลั้นเสียงครางไม่ให้มันหลุดลอดออกมาเมื่อมือสากบดบี้อยู่ตรงหัวของไอ้น้องชายผมจนเริ่มมีน้ำใสไหลเยิ้มเปียกชุ่ม 

“ช่วยกันนะ” 

อะไรนะ ช่วยอะไร  ช่วยยังไง กูงง ผมยังเอ๋ออยู่ 

พี่วันผละออกจากตัวผมกลับไปนั่งพิงเบาะตัวเองและเป็นฝ่ายปลดกางเกงดึงน้องชายของเขาให้เด้งดึ๋งออกมา 

น้องชาย! 

ไม่ล่ะมั้ง ผมตาลุกเมื่อเหลือบตามอง 

ใหญ่ชิบ 

อายของตัวเองว่ะ 

ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆมันทำให้ผมยิ่งเขินจนหน้าร้อนวูบ พี่วันคว้ามือขวาของผมที่อยู่ข้างกายเขาให้กำไอ้น้องชายที่ชูคอสลอนของเขาไว้ 

แม่งเอ๊ย กำเกือบไม่มิด 

“อืม มือชินนุ่มจัง คงไม่ค่อยได้ออกแรงทำอะไรสินะ” 

เสียงกระซิบดังแผ่วมาอย่างถูกใจพลางส่งมือซ้ายที่อยู่ติดกับผมคว้าท่อนเนื้อของผมไว้อีกครั้งแล้วหลับตาลง มือสากถูไถน้องชายของผมก่อนค่อยๆรูดขึ้นจนสุดปลาย อุ้งมือบี้หัวแล้วรูดกลับมาที่โคน ไม่แรงแต่ก็ไม่เบา น้ำหนักที่ลงมันพอดีที่จะทำให้ท้องน้อยของผมบิดเป็นเกลียว 

“ช่วยพี่ด้วยสิครับ” 

เขาออกคำสั่ง 

และผมก็บ้าพอที่จะทำตาม ในเมื่อตอนนี้อารมณ์ของผมได้กระเจิดกระเจิงเป็นที่เรียบร้อย 

ผมโยกมือใช้ปลายนิ้วโป้งเป็นตัวนำค่อยๆนวดท่อนเนื้อใหญ่ยักษ์ช้าๆ มองเห็นอกหนาของพี่วันกระเพื่อมขึ้นลงเพราะหายใจแรง มุมปากยกยิ้มเบาๆ 

ให้ตายเถอะ นี่ไม่มีใครบนรถรู้เลยใช่ไหม 

ว่าผู้โดยสารสองคนตรงเบาะหลังสุดที่ต่างก็นั่งหลับตาอยู่บนเบาะของตัวเอง แทบจะไม่แตกต่างจากคนอื่นที่หลับสนิททั้งคันรถ แต่แท้ที่จริงไม่ได้หลับอย่างภาพที่เห็น เมื่อมือต่างโยกจุดกึ่งกลางลำตัวของอีกฝ่ายอย่างเมามัน 

“อู้ว” 

เผลอครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือซ้ายของผมบีบที่วางแขนแน่นเมื่อมือร้อนของพี่วันกำลังสาวน้องชายของผมอย่างเร็วรี่ 

“พะ พี่วัน ใกล้แล้ว” 

“พี่เองก็ อืม...เร่งมือให้พี่หน่อยชิน” 

ผมชักมือขึ้นลงอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน เสียงหายใจของพี่วันแทบไม่เป็นจังหวะ ผมห่อปากสูดลมหายใจกระชั้น มือใหญ่ช่างเก่งกล้ายิ่งความสากหนาเวลาสัมผัสแนบแน่นก็ยิ่งทำให้ผมเจียนคลั่ง 

“อ๊ะ” 

ฝุบ 

น้ำเมือกขาวขุ่นไหลเยิ้มออกมาจากรูที่หัวของผม มันไหลจนเปรอะมือใหญ่ในขณะที่ผมหายใจหอบลึก 

“ชิน อย่าเพิ่งหยุดพี่ยังไม่เสร็จ” 

เสียงแหบพร่าเรียกสติของผม ผมรีบโยกท่อนเนื้อเต็มอุ้งมือสุดแรง พี่วันพิงตัวไปกับเบาะพลางเชิดหน้าสูงเปลือกตาที่ยังปิดอยู่กระตุกไปมา 

ฉ่า 

น้ำพุ่งออกมาจากท่อนเนื้อยักษ์จนผมตกใจในปริมาณที่มันทะลักล้นมือของผมจนเปรอะหน้าขาแกร่ง พี่วันเป่าปากก่อนจะหันมายิ้มเขินๆทั้งที่ยังหอบลึก 

“มันเยอะเพราะไม่ได้เอาออกนานแล้ว มัวแต่ยุ่งกับงาน” 

พี่วันใช้มือข้างไม่เปื้อนดึงซองทิชชู่เปียกออกมาจากเป้ใบเล็กใต้เบาะของเขา หยิบมันขึ้นมาเช็ดมือตัวเอง ตามด้วยเช็ดมือให้ผมและเช็ดไอ้น้องชายที่คอพับไปแล้วของผมแล้วค่อยจัดการตรงนั้นของตัวเอง  ผมมองการกระทำของคนตัวใหญ่ไม่วางตา 

ตัวใหญ่หน้าเข้มแต่อ่อนโยนจัง 

มือที่สัมผัสยามกำจัดสิ่งคัดหลั่งให้จนสะอาดนั้นเบามือต่างกับยามนวดเฟ้นน้ำหนักลงไปลิบลับ 

ผมคงเผลอยิ้มออกมา พี่วันมองด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย เขาโน้มตัวมาหอมที่แก้มของผมเบาๆ 

“ยิ้มอะไรครับชินพี่เขินหมดแล้ว” 

“นี่เขินแล้วหรือครับ” 

ผมหยอกเอินด้วยความแจ่มใสขึ้นที่ได้ปลดปล่อยหลังจากช่วงหลังที่ชีวิตมีแต่ความอึมครึมผมก็หมดอาลัยตายอยาก พี่วันเอื้อมมือบีบปลายคางผมเบาๆ 

“น่ารักจริงๆชินเนี่ย อย่าให้พี่หลงมากไปกว่านี้เลยครับ” 

ผมเงียบลงแต่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม ความหดหู่ที่มีเมื่อแรกเดินทางจางหายไปด้วยรอยยิ้มจากคนข้างๆ ยกนาฬิกาขึ้นดูเพิ่งจะรู้ว่าตอนนี้เกือบตีหนึ่งแล้ว 

ผมมองออกไปนอกหน้าต่างที่แม้จะมีแต่ความมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไร แต่ดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางผืนฟ้าสีดำก็จับหัวใจของผมได้อย่างไม่รู้เบื่อ ก่อนที่ผมจะรู้สึกถึงแรงกอดรัดอยู่ตรงรอบเอวอีกครั้ง ผมมองไปยังท่อนแขนใหญ่ที่วางพาดมาแล้วเลื่อนสายตาไปสบตากับดวงตาคมที่ก้มลงมาประสาน ผมเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย 

“อะไรอีกล่ะครับพี่วัน” 

TBC 

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ 

ความคิดเห็น