facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2562 06:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

จวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 

ค่ำคืนในวันที่ดวงดาวเปล่งแสงระยิบระยับ พระจันทร์เต็มดวงทอแสงสีเงินเป็นลำยาวกระทบน้ำค้างที่เกาะบนใบหญ้า แมลงกลางคืนเปล่งเสียงขับขานราวกับลำนำบทเพลงอ่อนหวานขับกล่อมให้ผู้คนหลับไหลในนิทรา  

 แต่มีคนหนึ่งที่ไม่ยอมหลับนอน เพราะสมองน้อยๆกำลังครุ่นคิดแผนการว่าจะหนีออกจากบ้านอย่างไรดี เพราะว่าคุณพ่อที่รู้ใจลูกสาวเป็นที่สุดได้สั่งชายหนุ่มฝีมือดียืนเฝ้าข้างหน้าห้องนอนของเธอ เผื่อลูกที่รักยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจจะคิดหนี แล้วแผนการ อะแฮ่ม! การเตรียมการที่เขาสั่งให้กำนันอิชย์มารับลูกป่านวันพรุ่งนี้ก็ต้องยกเลิก  

หลังจากปิยปาณนั่งจ้องผ้าปูที่นอนสีหวานบนเตียงเป็นนานสองนาน ใคร่ครวญในใจแล้วในที่สุดก็สรุปได้ว่าการที่จะไปเป็นเลขาส่วนตัวของกำนันน้ำแข็ง ชีวิตของเธอคงจะหนาวยะเยือกราวกับอยู่ขั้วโลกใต้...ไร้ซึ่งแสงตะวัน หาความอบอุ่นไม่เจอ สู้เสี่ยงดวงหนีไปตายดาบหน้าคงจะดีกว่าเป็นไหนๆ  

เมื่อรวบรวมความกล้าที่ไม่ค่อยมีเท่าไหร่เรียบร้อยแล้ว มือเล็กยื่นไปดึงผ้าปูที่นอนกระชากออก จัดการพันเป็นเส้นยาวๆคล้ายเชือก เนื่องจากห้องนอนของเธออยู่ชั้นสอง ผ้าปูที่นอนผืนเดียวคงไม่พอแน่ โชคดีที่ตอนหัวค่ำเธอแอบไปหยิบมาเตรียมไว้หลายผืน  

หญิงสาวเดินไปที่ริมหน้าต่างที่เปิดรับลมเย็น ลองหย่อนผ้าปูที่นอนลงไปเพื่อทดสอบดูว่ายาวพอหรือเปล่า ใบหน้าน้อยๆชะโงกลงไปดูเบื้องล่าง เห็นความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม ประกายตาสดใสก็เปล่งแสงเจิดจ้าราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นถูกใจ ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข แต่ว่าพริบตาต่อมาหุบยิ้มลงฉับพลัน ฉุกคิดได้ว่าอายุป่านนี้แล้วเธอต้องหาทางออกด้วยการหนีออกจากบ้าน ปิยปาณถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ อดจะสงสารตัวเองไม่ได้ 

“คุณพ่อนะคุณพ่อ ทำไมต้องบังคับป่านด้วย ไปอยู่กับชาวเขาบนดอยยังไงก็สนุกกว่าการไปเป็นเลขาของพี่อิชย์เป็นไหนๆ” คิดแล้วก็เจ็บใจบ่นอุบอิบอยู่คนเดียว  

ปิยปาณแปลกใจที่กำนันอิชย์ไม่ได้ปฏิเสธคำขอของคุณพ่ออย่างที่ตั้งใจแต่แรก ครุ่นคิดอยู่เพียงอึดใจเดียวเธอก็ยักไหล่ให้ตัวเอง สลัดความคิดที่จะหาเหตุผลของคนที่ไม่ชอบขี้หน้า จะเป็นเพราะอะไรก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเธอสักหน่อย  

สิบห้านาทีต่อมาคนที่คิดหนีออกจากบ้านก็พร้อมจะเสี่ยงดวง เธอแต่งกายทะมัดทะแมงราวกับจะไปปีนหุบเขาหิมาลัย แต่ว่าหุบเขาที่ว่าเป็นของบ้านตัวเองและเธอต้องปีนลงไปเหมือนแมงมุมสาว...สไปเดอร์เกิร์ล   

คิดอะไรสนุกๆออกก็หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ไม่รู้เลยว่าใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้านมีเงาร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกเอนกายพิงรถคันโต  

เขาเห็นสาวน้อยตั้งแต่เห็นเธอหย่อนผ้าปูที่นอนลงมาจากหน้าต่าง เห็นดวงหน้าเล็กเดี๋ยวก็หัวเราะคิกคัก เดี๋ยวก็ทำหน้าเคร่งเครียด ดูแล้วคล้ายคนไม่ปกติ สงสัยว่าสมองของเด็กคนนี้มีปัญหาหรือเปล่า ถ้าหากมีจริงเธอก็น่าสงสารมาก เพราะหน้าตาของป่านใช่ว่าจะสวยหยดย้อย แค่พอ ‘ไปวัดไปวาได้’ ยังไม่พอสติสตังยังไม่ดีอีก ชาตินี้เธอคงจะโชคร้าย หาคนแต่งงานด้วยไม่ได้  

กำนันอิชย์คาดเดาอนาคตของปิยปาณเสร็จสรรพ กำลังจะสาวเท้าเข้าบ้านไปหาคุณพ่อของเธอ แต่ว่าภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้แววตาที่เย็นชาอยู่เป็นนิจไหววูบ หัวใจหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว ร่างสูงใหญ่พุ่งตัวไปอีกทางด้วยสีหน้าร้อนรน 

ปิยปาณปีนป่ายลงมาจากห้องนอนชั้นสองด้วยความมั่นอกมั่นใจ นัยน์ตาคู่สวยมุ่งมั่น มือเล็กจับผ้าปูที่นอนที่ใช้แทนเชือกอย่างคล่องแคล่ว ชนิดที่ลูกลิงเห็นแล้วยังต้องเรียกพี่ จังหวะที่หญิงสาวโรยตัวลงมาเกือบจะถึงพื้น ผ้าปูที่นอนที่ผูกติดกันรับน้ำหนักไม่ไหว 

“ผึง!!!”  

...ขาดออกจากกัน  

ใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อครู่รู้สึกถึงความผิดปกติแหงนหน้าขึ้นมองด้านบน หัวใจดวงเล็กพลันเต้นรัวแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก  

ทำไมถึงซวยอย่างนี้นะยัยป่าน! 

งานนี้รับรองไม่แขนก็ขาต้องหักกันไปข้าง เธอคงจะถึงพื้นอีกไม่กี่วินาที 

“ตุ๊บ!!!”  

ขณะที่ปิยปาณกำลังสวดมนต์ในใจ เตรียมพร้อมรอรับความเจ็บอยู่นั้น ร่างบอบบางก็รู้สึกว่าพื้นดินแข็งๆกลายเป็นบางอย่างนุ่มๆ ระหว่างที่ยังงงงวยไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เสียงเยียบเย็นอย่างไม่พอใจก็ตะคอกเสียงดังลั่น  

“จะนั่งอยู่อย่างงี้ทั้งคืนไหม!”    

แต่เอ...ทำไมเสียงนี้ถึงเหมือนอยู่ใกล้ๆ ใกล้เหมือนกับว่า...อยู่ใต้ร่างเธอ!  

“กร๊อด!!!” 

เสียงกัดฟันอย่างข่มกลั้นอารมณ์ ปิยปาณจึงได้สติ ลุกขึ้นพรวด ก้มลงมองที่มาของเสียงดุดัน  

ใบหน้าเล็กซีดเผือด สมองว่างเปล่า คิดหาคำพูดไม่เจอ 

บ้าน่า...อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ 

โธ่...อย่างงี้เขาก็คิดว่าเธอขี้ขลาดตาขาว หนีออกจากบ้านเพราะกลัวจะไปเป็นเลขาของเขาน่ะสิ เธอไม่ได้กลัวซักนิดเดียวแต่ไม่อยากอยู่กับก้อนน้ำแข็งต่างหาก 

กำนันอิชย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยกมือขึ้นกอดอก หรี่ตามองปิยปาณอย่างจับผิด แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่แววตาที่มองมาอย่างเย็นชาแฝงความกดดันก็ทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่น สายตารู้ทันเช่นนี้เธอไม่ชอบเลย 

“ป่านเปล่าหนีออกจากบ้านนะ” เธอพูดค่อยเต็มเสียง  

“ไม่ได้หนีออกจากบ้าน?” คิ้วเข้มเลิกนิดๆ ทำหน้ายียวนน้อยๆ ปิยปาณเห็นแล้วก็หงุดหงิดหัวใจ อยากจะเป็นสไปเดอร์เกิร์ลจริงๆจะได้พ่นใยออกมาพันตัวคุณกำนันแล้วเตะโด่งข้ามกำแพงบ้านไปเลย  

เพราะมัวแต่เจ็บใจที่ถูกจับได้ ปิยปาณลืมคิดไปว่ากำนันอิชย์อุตส่าห์เสียสละ ใช้ตัวเองเป็นเกราะเพื่อปกป้องเธอ  

“ป่านต้องไปอยู่บ้านพี่อิชย์ตั้งสามเดือน ที่โน่นผับอะไรก็ไม่มี ป่านก็เลยอยากสังสรรค์กับเพื่อนๆก่อนไป”  

เด็กคนนี้โกหกได้หน้าตายจริงๆ  

ปิยปาณรู้ว่าเขาไม่เชื่อคำโกหกของเธอ ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันอยู่อย่างนั้น ไม่มีทีท่าว่าคนไหนจะยอมแพ้  

เสียงฝีเท้าร้อนรนวิ่งตรงมาทางนี้ กำนันอิชย์ก้าวขายาวๆกระชากผ้าปูที่นอนที่ยังห้อยต่องแต่งเหวี่ยงไปที่พุ่มไม้ข้างทางเดิน ปิยปาณมองด้วยสายตาตื่นตะลึง นึกชื่นชมเขาอยู่ในใจ อย่างน้อยกำนันน้ำแข็งก็ไม่ได้ไร้น้ำใจเสียทีเดียว 

“คุณป่าน” บอดี้การ์ดหนุ่มมองหน้าปิยปาณอย่างไม่อยากจะเชื่อ  

เมื่อกี้เขายืนเฝ้าหน้าห้องนอนคุณป่าน พอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจึงรีบวิ่งลงบันไดออกมาดู ไม่คิดว่าเธอจะอยู่ที่นี่ หรือว่าคุณป่านจะปีนหน้าต่างลงมา แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใคร 

“คุณป่านไม่เป็นไรนะครับ” บอดี้การ์ดกำลังจะสาวเท้ามาดูว่าปิยปาณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า แต่รังสีแรงกล้าจากร่างสูงใหญ่ก็ทำให้เขาถึงกับก้าวขาไม่ออก แม้จะไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร แต่บุคลิกสูงสง่าเช่นผู้นำคน และประกายตาแข็งกร้าวนั้นบอกเขาว่าต้องไม่ธรรมดา 

“อิชย์มาถึงแล้วเหรอ” ผู้ว่าเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีจึงรีบเดินออกมาจากบ้าน  

ตอนที่กำนันอิชย์แอบดูปิยปาณปีนลงมาจากหน้าต่าง ผู้ว่าธงชัยก็แอบดูชายหนุ่มอีกที อยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไร เห็นสีหน้าและปฏิกิริยาตอบสนองฉับไว ตอนที่เขาพุ่งตัวออกไปช่วยลูกสาว รวดเร็วราวกับลูกศรที่พุ่งออกจากแหล่ง ท่านผู้ว่าจึงรู้ว่าถึงแม้กำนันอิชย์จะเย็นชาไปหน่อย อ้อ! เย็นชามาก แต่ใช่ว่าจะไม่มีน้ำใจ 

 กำนันอิชย์ที่จ้องหน้าบอดี้การ์ดอย่างไม่ค่อยชอบใจ หันกลับมาช้าๆ สาวเท้าตรงไปหาท่านผู้ว่า เมื่อเดินผ่านปิยปาณก็หันมากระซิบเบาๆว่า 

“ตัวหนักไม่เบาเลยนะเรา ออกกำลังกายซะมั่ง”  

ปิยปาณตาแทบถลนออกมานอกเบ้า กำลังจะอ้าปากต่อล้อต่อเถียง แต่ได้ยินเสียงเข้มๆแกมบังคับของคุณพ่อเสียก่อน “ป่านเข้าบ้าน!”  

หญิงสาวหลบสายตาก้มหน้างุด มองพื้นอย่างคนมีชนักติดหลัง ถ้าหากคุณพ่อรู้ว่าเธอคิดจะหนีออกจากบ้าน ไม่รู้ว่าจะจัดการกับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างไร แต่สาวน้อยก็ยังอดไม่ได้ แอบทำปากขมุบขมิบก่นด่าคุณกำนันในใจ  

ป่านเป็นผู้หญิงนะ...พี่อิชย์พูดยังงี้ได้ไง! คนอะไรไม่คิดถึงจิตใจผู้หญิงเลย! 

คนทั้งหมดยกเว้นบอดี้การ์ดที่ปลีกตัวออกไป เดินผ่านห้องโถงที่มีเพียงแสงไฟสลัวติดผนังสองสามดวง ตรงไปที่ห้องรับแขก กำนันอิชย์มองดูเฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น โซฟาทำจากหนังแท้ และโต๊ะเตี้ยทำจากกระจกคั่นตรงกลาง ดอกกุหลาบสดสีแดงสี่ห้าดอกปักในแจกันทำจากเซรามิกเนื้อดีส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ชั้นวางของทำจากไม้สักทองชิดผนัง แม้การตกแต่งจะเรียบง่ายแต่ก็ยังแฝงความหรูหรา ให้ความรู้สึกของครอบครัวที่อบอุ่น 

“คุณน้าไม่อยู่เหรอครับ” กำนันอิชย์ถาม 

“แม่ป่านไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด กว่าจะกลับก็คงอีกสองสามวัน” ผู้ว่าตอบคำถามแล้วจึงหันไปสั่งสาวเช้าให้เตรียมเครื่องดื่มและอาหารว่างมารับแขก 

“คืนนี้อิชย์ก็นอนที่นี่แหละ ไม่ต้องไปนอนโรงแรมให้วุ่นวาย อาให้คนเตรียมห้องไว้ให้แล้ว” 

กำนันหนุ่มขอบคุณท่านผู้ว่า ก่อนจะหันไปมองปิยปาณที่จ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว แต่พอสบตากันเธอก็มองเขาอย่างงอนๆสะบัดหน้าพรืด ผู้ใหญ่อย่างเขาไม่ถือสาเด็กอย่างเธออยู่แล้ว มองหน้าปิยปาณนิ่งๆชั่วครู่จึงหันไปพูดกับท่านผู้ว่า  

“นานๆผมจะเข้าเมืองซักที คืนนี้เลยอยากไปเปิดหูเปิดตาหน่อย คุณอาคงจะไม่ว่าถ้าผมจะให้ป่านพาเที่ยว”  

ปิยปาณที่เสมองทางอื่น หันขวับมาจ้องหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่มีวันเชื่อว่าเธอปีนหน้าต่างเพราะอยากออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆแน่ แต่ว่าทำไมพี่อิชย์ถึงได้เป็นคนเสนอเสียเอง ยิ่งคิดปิยปาณก็ไม่ไว้ใจกำนันน้ำแข็ง เชื่อว่าเขาคงมีเจตนาอื่นแอบแฝง 

ผู้ว่าธงชัยหัวเราะชอบใจ “เอาสิ...ป่านไม่อยู่ตั้งสามเดือน ที่โน่นก็ไม่ค่อยมีที่เที่ยว อิชย์พาน้องไปอาจะได้ไม่ห่วง”  

ให้เธอไปเที่ยวกับกำนันน้ำแข็งสองคนเนี่ยนะ  

ปิยปาณทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกำลังจะปฏิเสธ แต่คุณพ่อที่เข้าใจความคิดลูกสาวดีเยี่ยมเสนอทางออกให้ 

“ป่านโทรฯไปชวนเพื่อนๆเราสิ” 

หญิงสาวไม่มีทางเลือก เพราะเธอโกหกคุณกำนันไปแล้วว่าที่ปีนออกจากบ้านเพราะอยากจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อน จึงตอบไม่เต็มเสียง 

“ค่ะ”  

เห็นเธอไม่ยอมขยับตัวเสียที คุณพ่อจึงพูดเบาๆ “ป่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป รีบๆล่ะ อย่าให้พี่เค้ารอนาน”  

ปิยปาณมองใบหน้าหล่อเหลา สบสายตากับนัยน์ตาไร้ความรู้สึกแวบนึง กำลังจะหมุนตัวออกไปแต่หางตาก็สะดุดอยู่ที่แขนของเขา เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็กลืนคำพูดลงคอ เดินออกไปจากห้องรับแขก กำนันอิชย์เลิกคิ้วน้อยๆอย่างสงสัย    

 

เพียงครึ่งชั่วโมงปิยปาณก็แปลงร่างเป็นผีเสื้อราตรี จัดการโทรฯไปนัดเพื่อนสนิททั้งสองให้ไปเจอกันที่ผับ เมื่อเดินลงมาข้างล่างสาวใช้ก็บอกว่ากำนันอิชย์รออยู่ที่รถ  

เมื่อสาวเท้าออกจากบ้าน เธอเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเขาจอดรถอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่มีเพียงแสงสลัว มิน่าล่ะตอนที่เธอหย่อนผ้าปูที่นอนลงมาจากหน้าต่างจึงมองไม่เห็น 

ปิยปาณเดินไปที่รถสีดำคันโตก็เปิดประตูไปนั่งข้างคนขับ เธอไม่รู้เลยว่าตอนเดินออกมาจากบ้านถูกสายตาคมกริบคู่หนึ่งมองอย่างไม่อาจถอนสายตา แววตาเย็นเยียบไหววูบ ความรู้สึกบางอย่างวาบผ่านแต่ก็รวดเร็วเสียจนเขาจับความรู้สึกนั้นไม่ทัน 

เขากำลังจะออกรถแต่เสียงใสๆก็ดังขึ้นเสียก่อน “เดี๋ยวค่ะ”  

กำนันอิชย์คิดว่าเธอคงจะลืมของ ดวงหน้าเล็กก้มลงมองกระเป๋าถือบนตัก จัดการรูดซิปเปิดออกเพื่อมองหาของบางอย่าง เมื่อเธอดึงมือออกมาเขาก็เห็นว่าเป็นอุปกรณ์ทำแผล กำนันหนุ่มเลิกคิ้วสงสัย  

หญิงสาวระบายลมหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ ตอนเล็กเป็นอย่างไร ตอนโตเขาก็ยังไม่เปลี่ยน เวลามีบาดแผลพี่อิชย์มักจะไม่รู้สึกตัว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนใกล้ตัวคอยดูแลทำแผลให้  

“ข้อศอกพี่อิชย์เป็นแผล สงสัยจะโดนก้อนหินบาด...” เสียงเธอเบาลง “ตอนช่วยป่าน”  

กำนันอิชย์ก้มลงมองข้อศอกตัวเอง เห็นแผลถลอกที่มีเลือดซึมออกมา แปลกจริงเขายังไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่ยักรู้ว่าป่านเป็นคนใส่ใจคนอื่นถึงขนาดนี้  

 

หญิงสาวเห็นเขานิ่งไปนาน จึงโน้มตัวเข้ามาใกล้คว้าแขนกำยำจัดการทำแผลให้ ตอนที่เธอขยับตัวเข้าใกล้ เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างบอบบาง ปลุกเร้าบางสิ่งที่หลับไหลให้ตื่นขึ้นมา คนโตตัวไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่นั่งนิ่ง มองเธอทำแผลให้ด้วยความตั้งใจ สีหน้าเป็นห่วงเป็นใยและการใส่ใจของเธอ ทำให้หัวใจแกร่งปรากฏระลอกคลื่นบางๆ ความอุ่นซ่านบางเบาไหลผ่าน นัยน์ตาเข้มจับจ้องที่ใบหน้าเล็ก ไม่รู้ว่าความรู้สึกแปลกๆนี้คืออะไร  

พอปิยปาณทำแผลเสร็จก็ช้อนตาขึ้นมองดูเขา นัยน์ตาสีเข้มก็เยียบเย็นดังเดิม    

บรรยากาศในรถค่อนข้างอึดอัดมาก เพราะคนหนึ่งไม่ชอบพูด อีกคนก็ไม่เต็มใจมาด้วยสักเท่าไหร่ แต่หาข้ออ้างมาปฏิเสธไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องมาเป็นเพื่อนเที่ยวของคุณกำนัน  

เฮ้อ...คุณกำนันน้ำแข็งไร้ความรู้สึกเหมือนก้อนน้ำแข็งจริงๆ  

ปิยปาณยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอดอก คิดถึงก้อนน้ำแข็งแล้วก็รู้สึกว่าในรถอากาศเย็นจริงๆ เธอหันไปมองแสงไฟข้างทางเพื่อฆ่าเวลา อยากให้ถึงผับเร็วๆ 

“เอ๊ะ!”  

ไม่รู้ว่าคนที่ขับรถอยู่โยนเสื้อแจ็คเก็ตมาให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หญิงสาวลอบมองเสี้ยวหน้าอีกฝ่ายที่เย็นยะเยือก อันที่จริงน้ำแข็งก้อนนี้ก็ใช่ว่าจะไร้ความรู้สึกเสียทีเดียว  

ปิยปาณไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของเขาเพราะในรถอากาศเย็นจริงๆ เธอกระชับเสื้อแจ็คเก็ตตัวโต กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ติดอยู่บนเสื้อโชยมาแตะจมูกให้ความรู้สึกแปลกๆ แปลกประหลาดถึงขนาดทำให้ลมหายใจเธอสะดุดชั่วครู่ แต่ก็แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น รวดเร็วเสียจนเธอไม่คิดหาสาเหตุ     

ยี่สิบนาทีต่อมาสองหนุ่มสาวก็เดินทางมาถึงที่ผับประจำของสามสาวใจกลางเมืองเชียงราย ทันทีที่กำนันอิชย์จอดรถด้านหน้าผับแล้วจึงเดินนำปิยปาณเข้าไปด้านในผับชื่อดัง  

ปารมีกับพีรยามาถึงที่ผับไม่นานนัก พวกเธอชะเง้อคอรอคอยเพื่อนสนิทอยู่แล้ว เมื่อเห็นปิยปาณก็โบกไม้โบกมือ แต่พอเห็นหนุ่มหล่อที่เพื่อนสาวควงมาด้วยก็ตกตะลึง ต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย เพราะปิยปาณไม่ได้บอกว่าจะพาใครมาด้วย แล้วไปๆมาๆทำไมถึงเป็นกำนันน้ำแข็งไปได้ เพราะเมื่อเช้านี้เธอปฏิเสธว่าไม่รู้จักกำนันอิชย์ สองสาวมองตากันแล้วก็พยักหน้า งานนี้ต้องจับตัวปิยปาณมาสอบสวนเอาความจริง 

ปิยปาณเห็นหน้าเพื่อนสนิทแล้วก็ยิ้มแหยๆ เพราะสองสาวต้องจำคุณกำนันได้แน่ งานนี้เห็นทีตัวเธอต้องเตรียมคำแก้ตัว อ้อ! คำอธิบายดีๆไว้ล่วงหน้าเสียแล้ว 

“รุ้ง พิม” ปิยปาณนั่งลงตรงข้ามเพื่อนสาวก็แนะนำให้พวกเธอรู้จักกับคุณกำนัน “จำพี่อิชย์ได้ใช่ไหม”  

สองสาวความจำเป็นเลิศ เพิ่งเห็นรูปคุณกำนันบนหน้าปกนิตยสารเมื่อเช้านี้ก็ต้องจำได้อยู่แล้ว พวกเธอยกมือไหว้กำนันรูปหล่อ นานๆจะได้เห็นคนหล่อถูกใจเช่นนี้ ถึงหน้าตาจะไร้ความรู้สึกไปหน่อย แต่หล่อบาดใจยังไงก็มีข้อยกเว้น พวกเธอจ้องกำนันน้ำแข็ง จ้องเอาจ้องเอาจนปิยปาณทนไม่ไหว ต้องกระแอมกระไอเป็นสัญญาณเตือน สงสัยคุณกำนันจะชาชินเพราะใบหน้าของเขาไม่ได้บ่งบอกว่าพอใจหรือยินดี 

ปารมีกับพีรยาทนไม่ไหว อยากรู้ใจจะขาดว่าเพื่อนสาวไปหลอก เอ๊ย! ใช้วิธีไหนถึงได้ตกลงปลงใจกับคุณกำนันได้รวดเร็วขนาดนี้ เพราะพวกเธอเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศไม่ถึงอาทิตย์ ปิยปาณก็หาแฟนได้แล้ว  

“พี่อิชย์...พิมกับรุ้งขอตัวป่านแป๊บนึงนะคะ รับรองว่าไม่นานค่ะ” พีรยาดึงแขนซ้ายของเพื่อนสาวให้ลุกขึ้น ส่วนปารมีก็ดึงแขนขวา คนที่กำลังจะตกเป็นจำเลยในข้อหาแอบมีแฟนโดยไม่บอกเพื่อนฝูงโอดครวญในใจ พอหันไปมองคุณกำนันด้วยสายตาขอความเห็นอกเห็นใจ แต่คุณกำนันไม่สนใจแม้แต่น้อย แค่ยักไหล่ทำไม่รู้ไม่ชี้แทนคำตอบ 

ทันทีที่สองสาวลากตัวปิยปาณไปถึงห้องน้ำก็จัดการสอบสวนเธอทันที  

“ป่านบอกมาซะดีๆว่ารู้จักพี่อิชย์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร แล้วใช้วิธีไหนถึงได้จับเขาอยู่หมัด” ปารมีร้อนใจยิงคำถามทีเดียวหลายชุด 

“จับอะไร...พูดซะน่าเกลียด หน้าอย่างป่านเนี่ยนะจะจับพี่อิชย์” นิ้วเล็กๆชี้หน้าตัวเอง “แค่คิดก็ขนลุกแล้ว” ปิยปาณยกแขนขวาให้สองสาวดูเป็นหลักฐาน “หน้าอย่างป่าน...พี่อิชย์ไม่สนใจหรอก อย่างเขาต้องระดับนางงาม นางเอก หรือไม่ก็นางแบบโน่นเลย” 

ปารมีและพีรยามองหน้ากันแล้วส่ายหน้า คนที่ตกเป็นจำเลยเห็นแล้วก็อยากจะยกมือขึ้นกุมขมับ  

เธอพูดความจริงนะ! 

“ไม่เชื่อ?” อีกสองสาวส่ายหน้าพร้อมกันแทนคำตอบ ปิยปาณจนใจไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี “ป่านกับพี่อิชย์รู้จักกันตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ป่านยังเป็นเด็ก ไม่ได้เจอกันตั้งสิบกว่าปี แล้วจู่ๆจะเป็นแฟนกันได้ยังไง” พูดมาถึงตรงนี้เธอก็คิดอะไรออก  

“ป่านนะซวยจริงๆเลย รู้ไหมคุณพ่อบอกให้พี่อิชย์มารับป่านก็เพราะอยากให้ลูกสาวสุดที่รักไปเป็นเลขาส่วนตัวของเขา รู้งี้ไม่น่ารีบกลับเลยน่าอยู่เที่ยวต่อ ตอนหัวค่ำป่านแอบปีนออกมาจากหน้าต่าง กะจะหนีไปต่างจังหวัดซักพักที่ไหนได้โดนพี่อิชย์จับได้ซะก่อน” สาวน้อยโอดครวญถือโอกาสระบายความในใจ  

“เลขาพี่อิชย์? หนีออกจากบ้าน?”  

สองสาวตกใจตั้งแต่ที่ปิยปาณบอกว่าจะเป็นเลขาส่วนตัวของคุณกำนัน แล้วตอนนี้เธอยังสารภาพว่าคิดหนีออกจากบ้านอีก ปารมีและพีรยาได้ฟังแล้วก็แทบจะลมจับ คิดไม่ออกว่าถ้าเพื่อนสาวหนีออกจากบ้านจริงๆแล้วจะทนความลำบากได้หรือเปล่า โชคดีจริงๆที่คุณกำนันไปเจอตัวเสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นหน้าที่ตามล่าลูกสาวคนเดียวของผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นของพวกเธออย่างไม่ต้องสงสัย คิดแล้วสองสาวก็เป่าปากออกมาพร้อมกันด้วยความโล่งอก 

เมื่อปิยปาณสารภาพว่าไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งกับคุณกำนันจริงๆ ทั้งปารมีและพี-รยาจึงไม่ได้ติดใจสงสัยอีกต่อไป เรียกว่างานนี้ยกผลประโยชน์ให้จำเลย  

แต่ว่า...ปิยปาณกำลังจะไปเป็นเลขาส่วนตัวของคุณกำนันตั้งสามเดือน อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน แล้วพวกเขาจะไม่มีความรู้สึกให้กันจริงๆเหรอ?  

 

ทันทีที่สามสาวเดินกลับมาที่โต๊ะกำนันอิชย์ก็จัดการสั่งเครื่องดื่มและของกินเล่นสามสี่อย่าง รอจนพวกเธอนั่งลงเรียบร้อยแล้วคุณกำนันก็พูดอย่างใจกว้างว่า  

“พิมกับรุ้งไม่ต้องเกรงใจ อยากดื่ม อยากกินอะไรก็สั่งเต็มที่เลย...มื้อนี้พี่เป็นเจ้ามือเอง”  

สามสาวมองหน้ากันสลับกับเครื่องดื่มที่ไร้แอลกอฮอล์ มิน่าล่ะเขาถึงบอกว่าสั่งได้เต็มที่  

“ทำยังไงได้ พี่รับปากคุณอาว่าจะดูแลป่านอย่างดี จะไม่ยอมให้แตะแอลกอฮอล์เด็ดขาด เอายังงี้ไหม...คราวหน้าถ้าพี่เข้าเมืองจะพาเราสองคนมาเลี้ยงแก้ตัว” พูดเสร็จเขาก็ยื่นโทรศัพท์ให้สองสาว “เอาเบอร์เรามา แล้วคราวหน้าพี่จะไปรับเราสองคนที่บ้านเอง” 

ปารมีหัวเราะเบาๆ “อุ้ย! พี่อิชย์รับปากแล้วเบี้ยวไม่ได้นะคะ”  

“พี่อิชย์เป็นผู้ใหญ่แล้วจะกลับคำพูดได้ยังไง” พีรยาพูดยิ้มๆพลางเหลือบมองหน้าปิยปาณที่เบิกตาโตไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง 

กำนันน้ำแข็งหน้าตาเฉยๆไม่มีวี่แววว่าจะเป็นคนเจ้าชู้ แต่ที่จริงแล้วก็ร้ายไม่เบา หลอกถามเบอร์สาวๆได้เนียนจริงๆ 

ปิยปาณคิดในใจแล้วก็เบือนหน้าหนีไปอีกทางด้วยความหมั่นไส้ เธอจึงไม่ทันเห็นมุมปากของใครบางคนกดลึกลงด้วยความสนุก แววตาก็แฝงความรื่นรมย์ไม่น้อย  

ฮึๆๆๆ ได้แกล้งลูกลาน้อยตัวนี้ก็...สนุกดีเหมือนกัน 

 

ต. หัวใจเหล็ก อ. หัวใจเหล็ก 

แม้ว่าอำเภอหัวใจเหล็กจะเป็นอำเภอเล็กๆอยู่ห่างไกลความเจริญแต่ก็มักจะมีข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารบันเทิงอยู่บ่อยๆ สาเหตุก็เพราะมีสามหนุ่มหล่อ สุดฮ็อตที่เป็นเพื่อนรักกันมานานหลายสิบปี ทั้งสามมีคุณสมบัติเลิศเลอ หนุ่มโสด นักเรียนนอก รูปหล่อ พ่อรวย และยังมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกันก็คือ... 

ครอบครัวของพวกเขายึดอาชีพในอำเภอหัวใจเหล็กนี้มายาวนานถึงสิบชั่วอายุคน อาชีพที่ว่านี้ก็คือ นายอำเภอ ครูใหญ่ และกำนัน ราวกับเป็นมรดกตกทอดก็คงจะถูก  

นายอำเภอกันตพล ชื่อเล่น...กัน หนุ่มใหญ่อายุสามสิบเก้าปี อายุมากกว่าอีกสองหนุ่มแค่ปีเดียว รูปร่างสูงใหญ่ หล่อล่ำ กล้ามเป็นมัดๆ สาวๆเห็นแล้วก็ต้องแอบกลืนน้ำลายกันเป็นแถว  

ครูใหญ่พลาธิป ชื่อเล่น...ต้น รูปร่างสมส่วน สูงเพรียว แม้บุคลิกของเขาจะดูหยิ่งยโสค่อนข้างเจ้าสำอาง แต่ก็ไม่เคยมีข่าวในเชิงชู้สาวกับบรรดาครูสาวสวยที่โรงเรียนประถมประจำอำเภอแต่อย่างใด โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนเอกชนที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ มีข่าวลือหนาหูว่าถ้าหากครูคนไหนคิดไม่ซื่อ ล่อลวงเขาไปทำมิดีมิร้าย เป็นต้องถูกครูใหญ่ทีจับได้ก่อนที่จะลงมือทุกรายไป และโทษที่พวกเธอได้รับก็คือโดนไล่ออกสถานเดียว 

กำนันอิชย์ ชื่อเล่น...อิชย์ แต่ชาวบ้านมักเรียกเขาว่ากำนันน้ำแข็ง เพราะถึงจะใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้อีกสองหนุ่ม แต่เพราะวันๆไม่เคยยิ้ม และมักจะทำสีหน้าเย็นชาอยู่เสมอ จึงไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามาทำตัวสนิทสนม  

ทั้งสามหนุ่มนับเป็นหนุ่มใหญ่อายุเกือบสี่สิบปีแล้วแต่ว่าจนป่านนี้ก็ยังไม่มีคู่ครอง จึงมีหลายต่อหลายคนหวังดีอยากให้พวกเขาเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที จึงส่งสาวงามเพียบพร้อมทั้งความงามและสติปัญญา แต่สามหนุ่มเพียงปรายตามองพวกเธอแค่แวบเดียวด้วยสายตาเย็นชา แล้วยังเปล่งรัศมีน่าหวาดหวั่นข่มขวัญผู้คน สาวงามทั้งหลายต่างก็แข้งขาอ่อนลงไปนั่งกองกับพื้นกันเป็นแถว  

ตั้งแต่วันนั้นมาบรรดาผู้หวังดีทั้งหลาย ซึ่งก็คือชาวบ้านอำเภอหัวใจเหล็ก ต่างก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สงสัยว่าสามหนุ่มคงจะครองความโสดไปจนวันตาย ดีไม่ดีพอแก่ตัวหน่อยอาจจะนัดแนะกันไปบวชตลอดชีวิตเลยก็ได้  

พวกชาวบ้านแหงนหน้ามองฟ้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย อ้อนวอนขอความเห็นใจจากเทวดาบนสวรรค์ ขอความเมตตาช่วยส่งนางฟ้าจิตใจดีงามมาเป็นคู่ครองสามหนุ่มด้วยเถอะ  

 

หลังจากกำนันอิชย์ไปรับปิยปาณที่จังหวัดเชียงราย ทันทีที่กลับมาถึงบ้านเขาก็ออกไปช่วยชาวบ้านสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ที่วัดประจำอำเภอ ถึงปิยปาณไม่เต็มใจที่จะเป็นเลขาส่วนตัวของเขาสักเท่าไหร่แต่โชคร้ายที่ถูกกำนันน้ำแข็งจับได้คาหนังคาเขา คิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแล้วปิยปาณก็ยังโมโหไม่หาย  

ระหว่างที่นั่งรถมาด้วยกันนั้น แม้ว่าระยะทางจากตัวจังหวัดมาถึงที่นี่เกือบสองชั่วโมง แต่พวกเขาคุยกันแค่สามประโยคทำให้เธออึดอัดใจอยู่ไม่น้อย แล้วเวลาสามเดือนที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับคนที่ไม่ชอบ ชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้เลย  

ปิยปาณสำรวจบ้านสองชั้นทำจากไม้สักทองทั้งหลัง หลายปีแล้วที่เธอไม่ได้มาที่นี่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แม้แต่ชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ที่พี่อิชย์เป็นคนผูกเองกับมือก็ยังอยู่ ตอนนั้นเธออายุซักสิบสองสิบสามตามคุณพ่อคุณแม่มาเยี่ยมเยียนครอบครัวของเขา นึกอยากทำอะไรสนุกๆจึงรบเร้าให้เขาทำชิงช้าให้ ตอนนั้นเขายังเป็นพี่ชายที่แสนดี อบอุ่นน่าอยู่ใกล้ แม้แต่แววตาที่มองเธอยังอ่อนโยนเหมือนแสงแดดอบอุ่นยามเช้า แต่ว่าตอนนี้แววตาของเขาเหลือเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชา  

หญิงสาวสำรวจบ้านหลังโตจนพอใจ จึงสาวเท้าเข้ามาในบ้าน หยุดฝีเท้ามองภาพวาดสีน้ำมันดอกทานตะวันขนาดมหึมาติดบนผนังห้องรับแขก คนที่ลากกระเป๋าเดินตามเธอมาห่างๆคือนฤมลสาวใช้ประจำบ้านกำนันอิชย์ พอเห็นปิยปาณมองภาพวาดตาไม่กระพริบเธอก็ฉีกยิ้มกว้าง  

ท่าทางคุณป่านจะชอบภาพวาดใบนี้ ถือว่าความพยายามของคุณอิชย์ไม่เสียเปล่า 

“คุณป่านชอบไหมคะ” 

“ชอบสิ ดอกทานตะวันเป็นดอกไม้ที่ป่านชอบที่สุด ไม่รู้ว่าพี่อิชย์เปลี่ยนรสนิยมตั้งแต่เมื่อไหร่” เธอพูดโดยไม่หันกลับมามอง นัยน์ตาคู่สวยยังคงจับจ้องภาพวาดที่ติดผนัง  

นฤมลโบกไม้โบกมือพูดว่า “คุณอิชย์ไม่ได้เปลี่ยนรสนิยมหรอกค่ะ ที่ลงทุนตกแต่งบ้านทั้งหลังเป็นดอกทานตะวันก็เพราะอยากเอาใจคุณป่านมั้งคะ” สาวใช้ลอบสังเกตสีหน้าปิยปาณ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะดวงหน้าสวยไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ไม่มีแม้แต่ริ้วคลื่นในแววตา  

“พี่อิชย์จะเอาใจป่านทำไม อีกอย่างเวลาผ่านมาตั้งหลายปี แล้วพี่อิชย์จะจำได้ยังไงว่าป่านชอบดอกทานตะวัน” 

เขาบอกเองว่าจำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ได้  

สาวใช้ลอบถอนหายใจ พลางคิดว่านักเรียนนอกอย่างปิยปาณทำไมถึงไม่เข้าใจเรื่องง่ายๆแค่นี้ แต่ไม่เป็นไรมีสาวใช้ฉลาดอย่างเธอเสียอย่าง คุณอิชย์สบายไปห้าร้อยอย่าง เธอจะช่วยหาคู่ครองให้เจ้านายรูปหล่อที่ท่าทางเย็นชายิ่งกว่าก้อนน้ำแข็งเอง 

“คุณป่านไม่รู้อะไร หลังจากคุณอิชย์กลับมาจากในเมืองวันนั้นก็รีบหาของตกแต่งบ้านรูปดอกทานตะวันจนดึกดื่นค่อนคืน กว่าจะได้ของถูกใจก็เกือบเช้า มลยังไม่เคยเห็นคุณอิชย์เอาใจผู้หญิงคนไหนเลยนะคะ คุณป่านเป็นคนแรกเลย” นฤมลลอบสังเกตสีหน้าของเจ้านายสาวแล้วก็ต้องถอนหายใจเป็นครั้งที่สอง ไม่มีอะไรในกอไผ่ เธอไร้ซึ่งความรู้สึกจริงๆ นฤมลคิดอย่างปลงๆ แต่ก็ลองเสี่ยงดวงเล่าต่อ 

“พอสามวันต่อมาก็มีรถมาส่งของ สั่งให้มลแต่งบ้านใหม่หมดทั้งหลัง แสดงว่าคุณป่านต้องเป็นคนสำคัญของคุณอิชย์จริงๆ” 

ปิยปาณหัวเราะเบาๆ ดึงสายตากลับมาที่สาวใช้ “มลดูละครหลังข่าวมากเกินไปรึเปล่าถึงได้คิดเป็นตุเป็นตะ ป่านกับพี่อิชย์ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี เรียกว่าเป็นแค่คนเคยรู้จักกันก็คงจะถูก”  

สองสาวไม่รู้เลยว่ามีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่มายืนแอบฟังอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ คิ้วเข้มขมวดเป็นปม นัยน์ตาที่นิ่งสนิทอยู่เป็นนิจปรากฏระลอกคลื่นไหววูบ  

‘แค่คนเคยรู้จักกัน?’ 

“พูดมาก! เอากระเป๋าไปเก็บไป” เสียงทุ้มต่ำตะคอกอย่างหงุดหงิด สาวใช้งุนงงอยู่ชั่วครู่ไม่เข้าใจว่าคุณอิชย์ไม่พอใจอะไร พอได้สติไม่รอให้เจ้านายหนุ่มตะคอกเป็นครั้งที่สอง รีบลากกระเป๋าเดินทางไปเก็บที่ห้องของปิยปาณ 

“คำพูดไร้สาระของมล พี่หวังว่าป่านคงไม่เก็บเอาไปคิดมาก” กำนันอิชย์ยกมือขึ้นกอดอก มองเธอด้วยสายตาเยียบเย็น  

“เรื่องอะไรคะ” ปิยปาณครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ว่าอีกฝ่ายหมายถึงเรื่องอะไร “อ๋อ...เรื่องที่พี่อิชย์ซื้อของตกแต่งบ้านเพื่อเอาใจป่านเหรอคะ”  

สาวน้อยหัวเราะเบาๆราวกับเป็นเรื่องขบขัน “ไม่มีทางเด็ดขาด ป่านจะเป็นคนพิเศษของพี่อิชย์ได้ยังไง อย่าว่าแต่ชาตินี้เลยถึงจะชาติหน้าก็เป็นไปไม่ได้” ปิยปาณพูดด้วยความมั่นอกมั่นใจ 

ความมั่นใจของเธอทำให้เกิดริ้วคลื่นบางๆในใจของกำนันหนุ่ม เขาไม่ได้พูดอะไรอีก หันกายจากไปอย่างเงียบเชียบ ปิยปาณได้แต่มองตามแผ่นหลังกำยำ ไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิด 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว