ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่15 บทสนทนาประสาพ่อลูก

ชื่อตอน : ตอนที่15 บทสนทนาประสาพ่อลูก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2559 22:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่15 บทสนทนาประสาพ่อลูก
แบบอักษร

15

 

     “พ่อครับ!! วันที่10ในค่ายโรมันมีอะไรไหมครับ!!?”

ผมถามออกไปด้วยความตกใจ ผมลืมไปได้ยังไงกันนะ

     “ตกใจหมด.. ก็.. จริงสิ่ มีการเลือกตั้งผู้นำหน่ะ พอดีผู้นำคนเก่าเสียชีวิตระหว่างการทำภารกิจ แต่เห็นเด็กในค่ายเขาจะพูดกันทำนองว่ามีคนลอบฆาตกรรมมากกว่า”

     “แล้วมันจะสำคัญตรงไหนกันเนี้ยะ โอ่ยยยย”

ผมว่าอย่างเซ็งๆนึกว่าเรื่องคอขาดบาดตาย

 

     “ก็คงสำคัญตรงคนที่ถูกกล่าวหาลงเลือกตั้งด้วยหน่ะสิ่”

     “แล้วงี้จะมีคนเลือกหรอครับ ไม่ชนะหรอก ไม่เห็นจะสำคัญอะไรเลย..”

ผมพูดพลางทำหน้าเบื่อหน่าย ก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือก็พบว่ามันไม่เดินหรือกระดิกเลยละ นึกว่าพังแต่นึกขึ้นได้ว่าเวลาข้างล่างนี้เดินช้ากว่าด้านบน..

     “มีสิ่เขาพวกเยอะ ก็นะ..”

     “งี้ก็เข้าค่ายบังคับขู่เข็นสิ่ครับ หนักกว่าซื้อเสียงอีกนะนั่น..”

     “ก็ประมาณนั้นแหละ แต่จะทำอะไรได้หล่ะ..”

อะไรกัน ถ้าผมอยู่ในค่ายนั้นนะผมไม่ยอมหรอก จะมาบังคับแบบนี้ได้ยังไงกัน ไม่ยุติธรรมเลย..

 

     “นี่ก็สี่ทุ่มครึ่งแล้วเตรียมตัวเถอะลูก..”

     “เตรียมตัว????”

เตรียมตัวไรอะ จะไปไหนรึเปล่าวะ ข้าวของก็ไม่มีให้เก็บ

     “เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงไง ลูกต้องตั้งสมาธิ มีจิตใจที่แน่วแน่นะลูก.. พ่อไม่อยากเสียลูกไป เพราะพลังนี้มันเปลี่ยนคนให้ไม่ใช่คนมาหลายคนแล้วหล่ะ”

     “หมายความว่ายังไงครับ?”

เปลี่ยนคนให้ไม่ใช่คนมาหลายคนแล้ว???

     “ก็บางคนหลงในกิเลสหลงในอำนาจพลังของตน จนไปอยู่ฝ่ายมารหน่ะ พ่อเลยต้อง... ส่งเขาลงไปในทาร์ทารัสด้วยมือของตนเองหน่ะ เพื่อป้องกันศึกสงครามระหว่างเทพกับมารที่จะเกิดขึ้น..”

     “…….”

ผมอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก นี่พ่อผมต้องทำกับลูกตนเองมากี่คนมาแล้วนะ ต้องฆ่าลูกของตนเองทั้งเป็นด้วยมือตนเอง หน้าพ่อผมตอนนี้ดูเศร้ามาก แววตาสั่นไหว

     “ไม่เป็นไรนะครับ ตอนนี้ผมก็ยังเป็นลูกของพ่อ และจะยังเป็นลูกของพ่อตลอดไป”

ผมทนเห็นพ่อแบบนั้นไม่ไหวจึงเดินเข้าไปสวมกอดแล้วบอกเขาในสิ่งที่ผมคิด

     “จ้ะลูก พ่อรักลูกนะ อย่าจากพ่อไปอีกคนนะ...”

     “ครับ.. ว่าแต่ในค่ายโรมันมีลูกพ่อกี่คนหรอครับ”

     “สิบเอ็ดคน ถ้ารวมลูกก็เป็นสิบสอง..”

     “แล้วคนนอกค่ายหล่ะครับ?”

ผมถามพ่อพลางเงยหน้าออกจากไหล่เพื่อมองหน้าพ่อของตนเอง

     “ไม่มีหรอก พ่อมีลูกคนสุดท้าย พ่อไม่อยากส่งลูกตัวเองไปลงนรกอีกแล้วหล่ะ..”

     “แล้วทำไมบ้านฮาเดสถึงมีคนเยอะจังหล่ะครับ???”

บ้านฮาเดส 24 บ้านพลูโต 12 หน่ะครับที่ผมบอกไป

     “พลังของพ่อในร่างกรีกจะน้อยลงหน่ะ พ่อเลยใช้ร่างกรีกเวลาลงมาบนโลกมากกว่าอิอิ”

     “พ่อจะบอกว่า บุตรแห่งเฮเดส พลังน้อยกว่าบุตรแห่งพลูโตงั้นหรอครับ?”

     “ก็เกือบใช่ มีแค่หนึ่งในสิบแหละที่บุตรแห่งเฮเดสจะมีพลังมากกว่าบุตรแห่งพลูโต”

     “งั้นก็แสดงว่าตอนนี้มีสองคนไม่ก็สามคนสิ่นะครับในค่ายนี้ ที่บุตรแห่งฮาเดสมีพลังมากกว่าบุตรแห่งพลูโต..”

     “ใช่แล้วหล่ะ พ่อจำได้คนนึงนะ รู้สึกว่าจะชื่อ คิคิไรเนี่ยแหละ..”

     “คิบ้าไรพ่อ? พ่อแม่ที่ไหนจะตั้งชื่อลูกตัวเองว่าคิคิ!!เอ่ออออ... คิงรึเปล่าพ่อ?”

     “เออๆใช่ คิงชื่อคิง ที่ดูมาดเข้มขรึมๆเหมือนพ่อเลยหล่ะ..”

     “หรา”

เหมือนตรงไหน พ่อผมดูอบอุ่นกว่าตั้งเยอะ...

     “เฮ้อออ พ่อไม่อยากเสียลูกไปจริงๆนะ”

พ่อพูดพลางกระชอบอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

     “เอื้ออออ... แอ้นนนแอ้นอ่ากกก”

     “โทษทีๆ พอดีกะแรงไม่ถูก ชินกับร่างเทพหน่ะ..”

     “ฟืดดดดด   เฮ้อออออ....”

ผมรีบสูดอากาศเข้าไปในปอด เฮ้ออออ เกือบตายแล้วไหมหล่ะเรา..

     “เหลืออีกกี่ชั่วโมงครับ???”

     “หนึ่งชั่วโมง..”

     “แล้ว ผมต้องทำยังไงบ้างครับ?”

     “เฮ้อออ ลูกต้องเข้าไปอยู่ในกรงนั่น..”

พ่อพูดพลางชี้มือไปด้านหลังผม เอ่อ... มันมีกรงตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย...

 

     “ผมคนนะไม่ใช่หมา..”

ผมพูดอย่างไม่คิดอะไรมากนัก แล้วผมก็เดินไปนั่งด้านในกรงนั่น

 

     “กริ้ก....”

เสียงพ่อกดแม่กุญแจล็อคประตูเรียบร้อย

 

     “พ่อครับ มันช่วยหรอไอ้กรงนี้เนี่ย ถ้าผมอยู่ฝ่ายมารจริงๆ พลังก็จะมากขึ้นไม่ใช่หรอ กรงแค่นี้ก็คงไม่เป็นอุปสรรคแบบตอนผมเป็นคนปกตินะครับพ่อ..”

     “กรงนี้มันคือแบบเดียวกับกรงในนรกหน่ะ มันเลยหักล้างพลังต่างๆได้ทุกรูปแบบ”

     “พ่อครับ อย่าทำหน้าเศร้าสิ่... ผมไม่เป็นไรหรอกนะ เรานั่งคุยกันต่อก็ได้เนี่ย”

ผมพูดพลางนั่งลงหน้าลูกกรง แล้วพ่อก็นั่งลงตามผมลงมา

 

     “ลูกแน่ใจนะ ว่าไม่อยากไปค่ายโรมัน..”

     “ครับ ผมขออยู่สอดแนม เป็นไส้ศึกดีกว่า”

     “งั้นถ้าอยู่ที่นี่ก็อย่าแสดงพลังว่าเราแข็งแกร่งมากนะลูก บางคนอาจสงสัยได้ ยิ่งใกล้บุตรแห่งอพอลโล่จะยิ่งถูกจับกลิ่นอายพลังได้นะถ้าเผลอใช้ออกมา..”

     “ได้ครับ ผมจะพยายามเลี่ยงๆ”

     “อย่าลืมรับภารกิจมาทำบ้างนะลูก จะฝึกการต่อสู้การใช้ชีวิต”

     “ภารกิจ???”

มันคืออะไรกันไอ้ภารกิจที่พ่อว่าหน่ะ ไม่ใช่ว่าแบบต้องถอดรูท ใส่sin cos tanนะ ผมชักจะเบื่อแล้วเหมือนกัน โลกแบบนี้น่าสนุกกว่าเยอะเลยหล่ะ..

     “ภารกิจก็คือภารกิจหน่ะ ทำตามที่กำหนดก็ได้ค่าจ้าง เช่นกำจัดปีศาจละแวกนั้น จัดการเรื่องฝนฟ้า ผักปลูกไม่งอก และอะไรอีกเยอะแยะ บอร์ดภารกิจจะอยู่ที่บริเวณโรงอาหารนั่นแหละ”

สงสัยเราไม่ได้สังเกตแหละมั้ง

     “แต่ถ้าลูกขี้เกียจก็ไม่เป็นไร ฝึกกับคนในค่ายไปก่อนก็ได้ เขามีตามจุดต่างๆอยู่แล้วหล่ะ ลูกแค่ต้องไปสมัครเข้าชมรมนั้นๆซะก่อน คนนึงมีได้ไม่เกินสามชมรม ชมรมละสามชั่วโมง จะได้หมุนเวียนกันไป..”

     “โหหหห เหมือนโรงเรียนเลยอะพ่อ..”

     “ก็ประมาณนั้นแหละ แถมที่นี่ยังมีสถานที่เที่ยวต่างๆมากมายเลยนะ แต่ต้องอายุ18แล้วนะ ผับก็มี ร้านค้าก็มีเยอะแยะไปหมด จะแยกส่วนกันหน่ะที่ลูกเห็นนี่แค่ส่วนที่เป็นค่ายนะสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆก็อยู่ด้านหน้าค่ายนี่แหละ..”

     “หะ จริงปะพ่อ!! งี้ก็สบายเลยสิ่เนี่ย มีที่เที่ยวด้วยอะ..แต่ที่นี่ไม่ใช่มีแต่ผู้มีพลังหรอครับ?”

     “ก็ใช่ ค่ายนี้และสถานที่ต่างๆนั้นมีม่านพลังบางๆกั้นไว้อยู่น่ะ ให้แค่ผู้มีพลังพิเศษเข้ามาได้ทั้งนั้น พวกปีศาจ สัตว์อสูรอะไรพวกนี้ไม่ต้องห่วงเลยหล่ะ ส่วนคนที่ทำกิจการก็เป็นพวกที่ทำภารกิจแล้วมีเงินเหลือใช้ก็เอามาต่อยอด อย่างบ้านเฮเฟตัสบางคนก็แยกออกมาทำสวนสนุกไรงี้ไงลูก..”

     “โหงี้ผมคงต้องทำภารกิจบ้างแล้วแหละ จะได้มีเงินไปเที่ยว อิอิ”

     “ฮ่าๆ ใช่ไงจะได้มีเงินใช้เอง จะว่าไป.. อย่าลืมโทรหาแม่เขาบ้างนะ เดี๋ยวเขาจะเป็นห่วงเรา”

อ่า... ผมลืมไปได้ไงกันนะ แต่โทรศัพท์ผมแบตหมดนี่สิ่ เดี๋ยวค่อยยืมสายชาร์ตเพื่อนละกัน..

     “ครับ เดี๋ยวผมขึ้นไปจะโทรหาแม่เขาคนแรกเลยหล่ะ... อึก!! อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!”

ทรมาน ทรมานมากว่าตอนที่พี่คิงคราวนั้นอีก โอ้ยยยยย แม่ครับพ่อครับ ธันเจ็บ.. เจ็บไปหมด สายตาการมองเห็นของผมดับลงไปแล้วไม่มีแรงแม้แต่จะขยับเปิดเปลือกตาขึ้นมามอง..

     “อื้อออออ... โอ้ยยยยย!!! กร๊อบ!! กร๊อบ!! อ้ากกกกกกกกก!!!

ร่างกายของผมบิดไปมาแขนขาบิดจนผิดรูปลักษณ์ไปหมด... มันเจ็บปวดเหลือเกิน

     “อึก!!!..... อ๊าาาาาา!!!!!!

มันชาไปหมดทุกส่วนแล้ว ชินหรือ? ก็ไม่ มันยังคงเจ็บปวดไปหมด คงไม่เหลือส่วนใดให้หักแล้วหล่ะ...

     “อึก!!! แค่กๆ!!

ผมสำลักอะไรออกมาสักอย่าง กลิ่นเหม็นคาวอย่างกับเลือด.. อ่า คงเป็นเลือดจริงๆนั้นแหละ ระบบภายในต่างๆของร่างกายผมจะพังรึยังนะ..

     ‘สวัสดี นายกำลังเจ็บปวดอยู่ใช่ไหมหล่ะ?’

     ‘เสียงใครน่ะ!? มาอยู่ในหัวชั้นได้ยังไง!!?’

     ‘ชั้นก็คือนาย นายก็คือชั้น...

     ‘นายหมายความว่ายังไง...?’

 

จะบอกว่าเราคือคนๆเดียวกันงั้นหรอ?

 

     ‘เฮ้อออ อยากหายเจ็บไหมล่ะ ฉันช่วยได้นะ อะ...

     ‘......’

จู่ๆอาการเจ็บปวดของผมตามส่วนต่างๆก็หายไป มีแต่ความสุขสบายเหมือนได้ล่องลอยอยู่กลางอากาศ..

     ‘ชอบไหมละ จริงๆนายสามารถทำอะไรได้เยอะแยะเลยหล่ะ...

     ‘จริงหรอ! ชั้นสามารถทำอะไรได้บ้างล่ะ!?’

     ‘ก็... อย่างเช่น เอาเพชรพลอยมาขาย เป็นราชาของค่ายนี้ มีกองกำลังพลเป็นแสนๆล้านๆคน ครอบโครงโลกใบนี้ นายสามารถทำได้หมดแหละ สนใจไหมล่ะ?’

     ‘เอ่อ... มีข้อแลกเปลี่ยนอะไรไหม?’

     ‘หึ.. สมแล้วที่เป็นชั้น ก็มีอยู่อย่างนึง

     ‘คืออะไรล่ะ?’

     ‘นายต้องมาเป็นพวกเดียวกับเรา... พลังของนายจะแข็งแกร่งขึ้น เมื่ออยู่กับพวกเรา พลังของนายจะไม่มีใครกล้าคัดค้านหรือต่อต้านเลยหล่ะ.. สนใจไหมละ?'

     ‘ได้แค่นี้อ่ะหรอ งั้นไม่ล่ะ

     ‘เดี๋ยวก่อน! เอ่อออ นายจะมีสมบัติมากมายเลยนะถ้านายครอบครองโลกนี้ได้ แต่งานนี้นายทำคนเดียวไม่ได้หรอกมาอยู่กับพวกเราจะดีกว่า

     ‘แล้วคนรักหล่ะ มีเงินแต่ไม่มีแฟน ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย เหงาจะตาย

     ‘อ้อ ถ้านายอยากมีคนรักหล่ะก็ ง่ายๆเลย นายจะเลือกคนไหนมาเป็นแฟนนายก็ได้ ถ้านายได้ครอบครองโลกนี้ เป็นไงสนใจล่ะสิ่…

     ‘แล้วคนที่ชั้นรักจะปลอดภัยไหม?’

     ‘ปลอดภัยสิ จะไม่มีใครกล้าทำอะไรนายเชียวนะรวมถึงคนที่นายรักก็ด้วย มาเถอะ.. มากับพวกเรา พวกเรารอเจ้าอยู่...

     ‘แล้วอายุของชั้น...

     ‘อ๋อ เรื่องนั้นนายจะมีอายุเทพเท่าปีศาจแบบพวกเราๆเลยหล่ะ พอๆกับเทพก็ว่าได้

จริงสิ่ เกือบหลงไปกับมันแล้ว ทำไมเพิ่งนึกออกกันนะว่ามันคือปีศาจที่พ่อกล่าวถึง ปีศาจที่เจอมันก็คือตัวเรานี่แหละ แค่เป็นเราในอีกด้าน ที่ตอนนี้มันพยายามชวนเราให้ทำตามมัน ถ้าเราทำงั้นจริงจะมีกี่คนในโลกนี้กันนะที่เดือดร้อน จะมีกี่คนกันที่ต้องตาย…

     ‘หยุดทำไมหล่ะ? เดินตามชั้นมาสิ่

     ‘เอ่อ... นายไปคนเดียวดีกว่า คือเรา.. ไม่อยากทำแล้ว

     ‘ได้ยังไง!!

     ‘ก็... พ่อเราคอยเรากลับไปอยู่ นายไม่คิดถึงพ่อแม่บ้างหรอ คนที่เรารักแล้วเขาก็รักเราหน่ะ เขาจะดีใจหรอที่เราฆ่าคนอื่นเพื่อให้เราและเขาปลอดภัย มันจะปลอดภัยจริงหรอ ในเมื่อเราก็ฆ่าคนอื่น คนอื่นก็มีสิทธิ์ฆ่าเราเช่นกัน...

     ‘เหอะ แกมันโง่กว่าที่คิด!

     ‘ถ้าคนฉลาดเขาเลือกแบบแก ชั้นขอโง่แบบนี้ต่อไปดีกว่า!!’

     ‘หน็อย!! งั้นก็กลับไปทรมานเจียนตายแบบเดิมซะเถอะ!!

 

     “อ้ากกกกกก!!! อึก!!! กร๊อบ!! กึก!!

เจ็บ.. ตอนนี้ร่างกายผมรู้สึกเจ็บอีกครั้งหลังจากหลงอยู่ในโลกแห่งจิตใจมานาน ผมยอมเจ็บคนเดียวดีกว่าให้คนอื่นมาเจ็บด้วย พ่อครับ... ธันต้องทำยังไง...

     “พะ..พะ...พ่อ.. อึก!  อ้ากกกกกกกกก!!

 

สติผมเริ่มเลือนลาง ผมทนความเจ็บปวดครั้งนี้ไม่ไหวจนร่างกายสั่งปิดการใช้งานไป..

 

 

     “อื้อ.....

ผมรู้สึกถึงอะไรเปียกๆเย็นมาวนเวียนอยู่ตรงซอกคอ เลยลืมตาตื่นขึ้นมา..

     “คุณ... พ่อ

     ว่าไงลูก นอนพักก่อนเถอะ อย่าเพิ่งลุกขึ้นมาเลย

พ่อพูดพลางดันไหล่ผมลงเอนไปกับเตียงอีกรอบหลังจากที่ผมพยายามจะลุกขึ้นนั่ง...

 

ผมลืมตานอนมองเพดานปล่อยให้พ่อเช็ดตัวผมไป อ้อ.. ผมถอดแค่เสื้อครับ ไม่ได้โป๊ ผมนอนพลางคิดทบทวนสิ่งต่างๆ..

ใช่สิ่.. ผมอยู่ในการต่อสู้นี่นะ แล้วผมก็ลงมาข้างล่างนี่ แล้วก็มาเจอกับพ่อ แล้วผมก็.. ผ่านมาแล้วสิ่นะ ผมยังเป็นคนเดิม..

 

     “ธันยังเป็นลูกของพ่อคนเดิมนะ...

ผมพูดพลางหันหน้ามองพ่อที่อยู่ด้านข้างผม

     “ครับ นอนพักหน่อยไหม?”

     “ไม่ดีกว่าครับ ไม่รู้ว่าป่านนี้ข้างบนจะเป็นอย่างไรบ้าง....

     “ลูกนี่น้า... ป่านนี้ข้างบนยัง... อยู่เลย

     “แล้วถ้าปกติ ตอนนี้จะกี่โมงแล้วครับ?”

     “ก็เจ็ดโมงเช้าได้แล้วแหละ

     “ห้ะ? ผมลงมาตั้งแต่กี่โมงเนี่ยครับ!?”

     “ก็ทุ่มกว่าหน่ะ อย่าห่วงน่า พลังลูกกลับมาแล้วนะ ช่วยเพื่อนได้อยู่แล้ว อย่าลืมสิ่

ผมสะดุ้งตกใจรีบลุกขึ้นนั่งเพื่อถามเวลาพ่อ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าด้านล่างนี่เวลาเดินไวกว่าด้านบน พ่อเลยช่วยจัดท่านั่งให้ผมนั่งดีดี

     “อ้าว.. แล้วเตียงมาจากไหนครับเนี่ย!?”

     “นี่โลกของพ่อนะ...

นั่นสิ่ ลืมไป พ่อผมเป็นเทพและนี่ก็เป็นเขตแดนเขานี่เนอะ... งี้ผมจะทำบ้างได้ไหมนะ

     “งั้น ผมสามารถทำอะไรได้บ้างหล่ะครับ?”

     “หึๆ.. เยอะเลยหล่ะ เช่นที่ลูกเคยทำ ปลุกโครงกระดูกให้มารับคำสั่งเรา เดินทางผ่านเงาไปโผล่อีกที่ตามใจนึก บังคับทิศทางใต้ดิน แบบที่ตอนลูกคิดว่าจะมีทางโค้งด้านหน้า นั่นก็คือลูกหวังแล้วอุโมงค์นี้ก็ตอบสนองความต้องการของลูก อะไรทำนองนี้แหละ..."

โหหห โคตรพ่อโคตรแม่เท่ ดีงามพระรามแปดมาก

     “กินข้าวไหม? พ่อเตรียมไว้ให้แล้ว...

หือออ พูดถึงข้าวทีก็ได้กลิ่นลอยมาตามอากาศที่หายใจเข้าไป หอมมากอะ มากจากไหนวะ... ผมคิดพลางหันหน้ามองหาต้นกำเนิดกลิ่นอันหอมหวานนี้

     “หืออออออ พ่อไปเอามาจากไหนเนี่ย! อ้อ.. ลืม

ผมหันไปเจอโต๊ะที่ผมเคยนั่งคุยกับพ่อก่อนเที่ยงคืนที่ผ่านมา แต่ตอนนี้บนโต๊ะนั่นมีอาหารเต็มโต๊ะไปหมด หน้าตาน่าหม่ำาาาาา~....

กะจะถามว่ามาได้ยังไงแต่ก็คงได้คำตอบแบบเดิม นี่ถิ่นเขาอะ พลูโต บาดาลเก๋ไปอีกชื่อนี้

 

แล้วพ่อลูกทั้งสองก็ได้กลับมาคุยกันเหมือนเก่าหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ลุ้นระทึกมาอย่างยากลำบาก

 

     “พ่อครับ... พ่อจะไปหาแม่ไหม?"

หลังผมกินอิ่มก็ได้ถามคำถามที่ผมอยากรู้ ก็ในเมื่อเขามาหาผมแล้วนิ่ แล้วเขาจะไปหาแม่ผมด้วยไหมนะ..

     “ไปสิ่ลูก.. พ่อรักแม่และลูกจะตาย

พ่อกล่าวแล้วยิ้มให้ผมอย่างอบอุ่น

     “ผมอิ่มแล้วหล่ะ นี่ก็เพิ่งจะแปดโมงเช้า ผมว่าผมขึ้นไปช่วยเพื่อนเลยจะดีกว่านะครับ

     “หึๆ ห่วงเพื่อนจังนะเรา รู้ไหม เพื่อนเราแต่ละคนนี่หัวหน้าบ้านในค่ายโรมันทั้งนั้นเลยนะ...

     “ห้ะ!? จริงหรอพ่อ! พวกมันไม่เคยบอกผมกันเลยอะ!!

ผมพูดอย่างนึกงอนเพื่อนๆอยู่ในใจ แทนที่จะบอกกันบ้าง ไอ้เราก็อุตส่าห์นึกเป็นห่วงมาตั้งนาน แม่ง..

    “จริงสิ่ ภูมินี่ก็หัวหน้าบ้านจูปิเตอร์เลยนะ ฉายาสายฟ้าสั่งได้หล่ะ ฮ่าๆ

    “ก็จริงนะพ่อ ผมเห็นมันชี้นิ้วสั่งยังได้เลยอะ สายฟ้าหรือเมนูอาหารวะนั่น

 

ฮ่าๆๆๆๆๆ

 

     “ตลกดี ส่วนภัทรนะลูก ตอนแรกก็โดนเขาแบนกันนะ เพราะบุตรแห่งเนปจูนมีประวัติไม่ค่อยดีหน่ะ เวลามีคนบ้านนี้มาเพิ่มก็จะโดนแบน จนถึงวันงานประลองอะไรสักอย่างมั้ง ทุกคนในค่ายถึงได้ยอมรับ จนตอนนี้กลายเป็นหัวหน้าบ้านเนปจูนล่ะ

โหหหห ผ่านมาอย่างโชกโชนอะเพื่อนผมคนนี้

แล้วอิตุ่นหล่ะ...

     “พ่ออย่าบอกนะว่า... อีตุ่นก็หัวหน้าบ้าน!!?”

 

หงึกๆ

 

พ่อพยักหน้าตอบผม

     “โหหหห อีตุ่นอะนะ! แม่บ้านมากกว่า!! 555555555

     “ลูกต้องเห็นตอนตุ่นเขาใช้พลังนะลูก พ่อเห็นตอนแรกนึกว่าวีนัสมาเองเลยแหละ

     “โหหห พ่อยิ่งพูดผมยิ่งงอนพวกมัน พวกมันไม่เคยบอกอะไรผมเลย...

     “ลูกรู้ไหม ทุกอย่างที่คนคนนึงทำย่อมมีเหตุผลเสมอนะ...

     “ครับ...

     “ที่พวกเพื่อนลูกทำหน่ะ ทำเพื่อลูกทั้งนั้น ตอนที่พวกเขาหายไปตอนม.ต้นก็เพราะไปค่ายโรมัน แต่พอเขาเจอคนที่นั่นทำท่าทางไม่ชอบใจพวกเขา พวกเขาก็คิดหนักเพราะว่าแม่ของลูกหน่ะบอกพวกเขาไว้ว่าลูกยังไม่รู้เรื่องนี้ และลูกก็จะตามไปค่ายนี้ทีหลัง พอพวกเขาเห็นสังคมในค่ายนั้นว่าไม่ต้อนรับคนมาใหม่สักเท่าไหร่ พวกเขาก็พยายามอย่างมากที่จะมีตำแหน่งใหญ่ๆในนั้นเพื่อพอลูกมาจะได้ไม่อึดอัดมากเพราะเขาจะมีอิทธิพล เขาเลยหายไปนานสามปี จริงๆแค่รายงานตัววันเดียวก็เสร็จแล้ว.. ทุกคนทำเพื่อปกป้องลูกทั้งนั้นเลยนะ...

 

     “.......

ผมตั้งใจฟังพ่ออย่างเงียบๆ

นี่ทุกคนทำเพื่อผมขนาดนี้เชียวหรอ.. ผมงอนพวกเขาไปได้ไงนะ ขอบคุณจริงๆ.. ขอบคุณพวกมึงจริงๆ มันทำทุกอย่างที่นั่นเพื่อรองรับสำหรับผม ผมเอาแต่เอาความคิดตนเป็นใหญ่ที่พวกมันหายไปเลยงอนมันโดยไม่สนเหตุผลพวกมันกันเลย.. ขอบคุณ และ ขอโทษ สองคำนี้คือคำที่ผมอยากจะบอกกับพวกมัน..

 

     “โอเคๆ ลูกแน่ใจนะว่าจะไม่ไปค่ายโรมัน?”

     “แน่ใจครับ ผมจะอยู่สอดแนมอยู่ที่นี่

ผมตอบพ่ออย่างหนักแน่น ผมเลือกแล้ว

     “ไม่ใช่ว่าไปชอบใครเข้าในค่ายนี้หรอกเหรอ?”

     “จะบ้าหรอพ่อ! ชอบใครกันเล่า...

     “ฮันแหน่ะ! ก็ เวลาอยู่ใกล้ก็รู้สึกปั่นป่วน มองตาก็รู้สึกต้องมนต์ พ่อว่าลูกโดนคิวปิดน้อยเล่นงานแล้วหล่ะ... ฮ่าๆๆๆ

พ่อพูดเรื่องอะไรกันวะเนี่ยยยย แล้วผมจะร้อนๆที่หน้าทำไมวะ.. สงสัยอยู่ใต้ดินเลยร้อนๆอบๆ

 

     “ฮ่าๆๆๆ ฮั่นแน่~”

     “พอเลยพ่อ! ผมก็แค่ชอบเพราะพี่เขาหล่อดีเฉยๆ!!

ชิบ ผมหลุดปากพูดอะไรออกไป

     “หรอออ ใครอะ

ไหนๆ ก็มาถึงขนาดนี้ล่ะ พ่อคงรู้แหละถึงแซวผม

     “ก็... พี่คิงไง! ฮ่วย!!

     “หืม!!? จริงปะเนี่ยลูก!?”

อ่าว นี่พ่อไม่รู้หรอวะ ล้อกูเหมือนรู้ว่ากูแอบปลื้มใครเลย ไม่น่าพลาดเลยกู...

     “ก็... แค่ชอบอ่ะพ่อ ไม่ได้อยากได้มาครอบครอง เขามีคนตามจีบเยอะจะตาย ผมก็เอ๋อๆใครจะมาชอบ...

     “แหม่ลูก.. เอาเถอะ ให้พ่อช่วยได้น้าาาาาา

     “พอเลยพ่อ! ไม่เอาอ่ะ แค่แอบชอบเฉยๆน่าจะดีกว่า

     “แล้วทำไมธันถึงชอบพี่เขาหล่ะ? นิสัยเขาดีหรอ?”

     “เปล่า เขาหล่อ..

     “โหหห จบเห่กันพอดี! นึกว่านิสัยดี!!!”

     “ดีก็บ้าละพ่อ! วางไข่ไปทั่วอะ ผมเป็นแฟนเขาทีคงอยู่ด้วยกันไม่ได้อ่ะ เผลอๆเดี๋ยวเขานอกกายผมอีก..

     “แหม่ลูก.. พอๆเลิกคุย เดี๋ยวดราม่าเนอะ

     “ถูกต้องครับ งั้น.... พ่อไปส่งผมด้านบนหน่อยสิ่ นะ.. นะครับ นะพ่อน้าาาาาา~”

ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางเดินไปฝั่งตรงข้ามที่พ่อนั่งอยู่เพื่อกอดพ่อจากด้านหลัง ขออ้อนหน่อยเหอะนานๆทีจะได้เจอกัน ยอมอายวะอ้อนผู้ชายด้วยกันก็ไม่เคย เคยอ้อนแต่แม่

     “ฮ่าๆๆๆ ได้ครับอีหนู~”

     “ไปเลยค่ะ ป๋าขาาาา~ จะบ้าหรอ!!"

 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

 

แล้วเราสองพ่อลูกก็หัวเราะกันอย่างบ้าคลั่งด้วยมุขเด็กเสี่ย

 

     “ไปๆ จะเก้าโมงแล้วเนี่ย

พ่อพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วหันหน้าเข้าหาผม

     “ครับๆ ว่าแต่... จะให้ผมขึ้นไปยังไงอ่ะ?"

     “เออ นั่นสิ่ลูก....

     “เอ้า!! พ่อ!!!

     “ฮ่าๆๆ ล้อเล่งงงน่า ไปๆ เดินตามพ่อมาทางนี้

เอ้า! มาทางนี้มาทางนี้มาทางนี้ เอ้า เชิญทางนี้เชิญทางนี้เชิญทางนี้ มาดูๆนี่สิ่ มาดูๆนี่สิ่ มาดูทางนี้ว่ามีอะไร... พอเถอะ เพลงมันยาว อิอิ

พ่อพูดพลางเดินนำผมไปที่อีกฟากของห้อง ที่เคยมีเตียงตั้งไว้แต่ตอนนี้กลับหายไปแล้ว แต่ดันมีประตูบานนึงโผล่ขึ้นมาแทน ทำไมผมไม่เคยเห็นเลยนะ.. แล้วกรงหล่ะ ผมคิดพลางหันมองหากรงที่ผมเคยเข้าไปอยู่เมื่อตอนเที่ยงคืนแต่ก็ไม่เห็นจะมี มีเพียงกำแพงเรียบๆ โต๊ะกินข้าวเมื่อกี้ก็หายไปแล้ว ไม่เหลือไว้แม้เพียงร่องรอย เม็ดข้าวสักเม็ดยังไม่มีเลย.. ห้องนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามใจความคิดของพ่อเขาแน่ๆ ชัวร์ป๊าบ! แต่แปลก ห้องนี้ไม่มีหน้าต่างสักบ้านแต่ดันมีอากาศให้หายใจ ประตูบานเมื่อวานที่ผมเดินเข้ามาก็หายไป ผมจำได้ว่ามันเป็นสีน้ำตาล แต่ประตูบานข้างหน้าที่พ่อผมเดินมุ่งไปหามันกลับมีสีดำสนิท.. ประตูนี้เปิดไปจะไปที่ไหนกันนะ

 

ว่าแล้วพ่อก็เปิดแล้วเดินนำเข้าไป มันมืดมากไม่มีแสงใดออกมาเลยเวลาเดินผ่านประตูนี้..

แต่ผมเชื่อใจพ่อครับ ผมก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในนั้น

 

มืดมากจริงๆ แต่ผมสัมผัสได้ครับว่าพ่อยังอยู่กับผม ยังเดินนำผมอยู่ข้างหน้า

 

     “นี่คือการเดินทางผ่านเงาที่ลูกเคยใช้นั่นแหละ แค่ครั้งนี้เราใช้ประตูเป็นตัวเชื่อม มันดูคูลกว่าเดินเข้ากำแพงแบบผีหน่ะ...

โถ่! ไอ้เราก็นึกว่าอะไร!! แค่ดูคูลกว่าตรงมีประตูสำหรับเปิดก็แค่นั้น พ่อหนอพ่อ...

 

ข้างหน้าผมตอนนี้มีแสงสว่างโผล่เข้ามาแล้วหล่ะครับ คงเป็นทางออกสิ่นะ.. ตอนนี้พ่อหยุดเดินยืนอยู่ด้านหน้าผม ทำให้ตอนนี้ผมเห็นเขาเป็นเงาดำๆแล้วมีแสงสว่างอยู่เบื้องหลังเขา แบบนี้ดิ่ โคตรคูลลลล

 

     “แค่ลูกเดินออกไปที่แสงสว่างนั่นลูกก็จะไปโผล่ด้านหลังของคิงเขาที่น้ำตก เราคงต้องจากกันแล้วแหละ พ่อไม่อยากขึ้นไปด้านบนในค่ายกรีกนัก

พ่อหันหน้ามาพูดกับผมที่เดินตามหลังท่านอยู่

     “ครับพ่อ... ผมรักพ่อนะ ไว้เจอกันที่ค่ายโรมันก็ได้ครับ

ผมพูดพลางเดินไปกอดพ่ออีกครั้งนึง ผมจะจำไออุ่นครั้งนี้ไม่มีวันลืม..

     “ครับ พ่อก็รักลูกนะ จำไว้นะลูก พ่อรอลูกเสมอที่ค่าย ‘Demigod’ แล้วเราจะเจอกันอีกที่นั่น....

 

     “พ่อ... พ่อครับ... เดี๋ยวครับ.. พ่อ....

 

พอพ่อพูดจบร่างกายของพ่อก็ค่อยๆเลือนลางหายไปกลืนไปกับแสงสว่างนั้น ทำให้ผมยิ่งกระชับอ้อมกอดนั้นจากความอบอุ่นที่ได้รับก็กลายเป็นความอ้างว้างในบัดดล...

 

ผมตัดสินใจเดินเข้าไปที่แสงสว่างนั่นเพื่อจะออกไปด้านนอก..

 

ไว้เจอกันที่ ‘Demigods’ นะครับพ่อ...

 

 

ความคิดเห็น