ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่13 สองราชสีห์แห่งโรมัน

ชื่อตอน : ตอนที่13 สองราชสีห์แห่งโรมัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2559 22:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่13 สองราชสีห์แห่งโรมัน
แบบอักษร

13

 

ปรื้อออออ~!! สดชื่นนน! ฮ่าๆ อากาศดีมากครับที่นี่ เย็นๆมีหมอกลงจางๆ

     “ตุ่น ที่นี่จังหวัดไรวะลืมถาม?”

     “กระบี่อะ ไกลจากค่ายโรมันของเรามากเวอร์

โหหห อยากเล่นทะเลลลลล~

     “พอเลยไอ้ธัน รู้นะคิดไรอยู่ ไม่ต้องมองหาทะเลไปลงทะเบียนกันได้แล้ว เปิดรับสมัครแล้วมั้งหน่ะ

     “โหภูมิอะ.. ก็ได้วะ

 

แล้วเราก็เดินไปที่ลานรวมครับ ถามจากคนแถวนี้เอาว่าลงสมัครที่ไหนมา

แต่ผมว่าบางคนก็มองพวกเราแปลกๆ.. หรือผมมองพวกเขาแปลกวะ ช่างแม่ง

 

     “พวกผมมาสมัครครับ สี่คน

อ้ายมาสี่คน!

     “ค่ะ งั้นเชิญกรอกใบสมัครเลยค่ะ

แล้วผมก็นั่งลงกันทั้งสี่คนกรอกใบสมัครที่เขาให้มา..

 

     “อ้าว.. พวกผมไม่มีบ้านอะฮะ ต้องกรอกไหม?”

ผมถามอย่างสงสัย

     “ไม่ต้องก็ได้ค่ะ เก้าโมงตรงเชิญมารวมที่ลานนี้อีกครั้งนะคะ

     “ครับ/ค่ะ

พวกเราสี่คนขานพร้อมกัน เอ.. ตอนนี้เพิ่งจะ8โมงเองอ่ะ ทำไรรอดีหว่า..

     “มึง ไปกินข้าวเช้าเถอะ กูไม่ไหวละ..

     “เออว่ะ ลืมเลย พูดแล้วก็หิว..

พอไอ้ภัทรพูดมาผมก็ท้องร้องเลยหล่ะ เฮ้อออ หิวๆวู้วๆๆ

 

     “ฮ้าาาา อิ่มเฟ่ออ้ะ

ผมพูดพลางเอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้

     “เอ่อ มึง เขาเอาอาหารไปเผาทำไมวะ?”

ผมมองไปเห็นบางคนเอาอาหารไปเทใส่กองไฟ อ้อ ค่ายนี้เขาจุดไฟตลอดวันครับ ไฟนี่ก็แปลก ไม่เคยดับเลยแหะ

     “ทำเพื่อบูชาหน่ะ แบบขอพรอธิษฐานโดยแลกกับอาหารที่เผาส่งไปให้

     “เหมือนเผากงเต็กอะนะ?”

ฮ่าๆๆๆ

อยู่ๆมันสามคนก็หัวเราะลั่น อะไรวะ กูพูดไรผิดรึไง?

     “ก็คล้ายๆอยู่นะ ฮ่าๆ ไอ้ภูมิมันว่าแล้วหัวเราะต่อ

     “ชิ นี่ 8:50 ละนะ ไปกันเหอะ ไปก่อนเวลาซะบ้าง

ผมว่าพวกมันพลางลุกขึ้นเดินนำออกมาจากโต๊ะเพื่อไปลานรวมพล

 

     “สวัสดี ผู้สมัครทุกคนในปีนี้ ยอดผู้สมัครในปี้นี้มีทั้งสิ้นสิบแปดคนด้วยกัน โดยที่สัตว์ในตำนานตอนนี้นั้นทางเราได้ซ่อนไว้ในป่าลึกเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้พลังแย่งชิงกันได้เต็มที่ หลังฉันพูดจบเกมจะเริ่มทันที หมดเวลาแข่งขันตอน 00:00 ของคืนนี้ ขอให้ผู้แข่งขันทุกคน โชคดี

 

ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ...

หลังสิ้นคำประกาศของอาจารย์อิคนิว ผู้เข้าแข่งขันทั้งสิบสี่คนก็วิ่งเข้าไปในป่าด้านหน้า.. เอ่อผมเห็นพวกแกงค์พี่คิงด้วยหล่ะ งานนี้คงไม่หมูซะแล้ว

 

     “พวกเราก็ไปกันเถอะ อย่าแยกจากกันนะอย่าลืม

เสียงอีตุ่นย้ำกับพวกเรา

     “โอเค ไอ้ธันมึงมีแผนอะไรไหม? จะได้คุยกันก่อนเข้าไป

ไอ้ภัทรหันมาถามผม ไอ้ภูมิกับอิตุ่นเลยหันมารอคำตอบจากผมเหมือนกัน

     “มี แผนคือ เลี่ยงการต่อสู้ เลี่ยงการใช้พลัง ตามหาสัตว์ตัวนั้นให้เจอ โอเคนะ?”

     “รับทราบ!”

แล้วพวกเราทั้งสี่คนก็วิ่งเข้าสู้ป่าใหญ่ ที่เราทั้งหมดไม่ทราบได้ว่ามีอะไรอยู่ภายในนั้นบ้าง...

 

พอวิ่งตามหาสัตว์กันไปได้สักสองชั่วโมง ก็แบบ...

     “เชี่ย.. พักกันก่อนได้ปะ วิ่งไปให้ทั่วก็หาไม่เจอหรอกมึง

เสียงตุ่นว่าออกมาอย่างเหนื่อยหอบ

     “เออๆ พักกันก่อน นี่เพิ่งจะเที่ยงเอง ค่อยๆตามหาก็ได้แหละ

ไอ้ภูมิก็พูดถูกของมัน

     “งั้นนั่งพักหลังต้นไม้นั้นเถอะ.. กูว่าเราควรใช้แผนใหม่

ผมพูดตามที่คิด แผนนี้คงไม่เวิค ป่าตั้งกว้างจะหาเจอได้ไงวะ

     “งั้นจะใช้แผนไหนอะ?”

เสียงไอ้ภัทรถามกลับมาพร้อมทำหน้าหมางงใส่ผม

     “ก็เปลี่ยนจากรวมกันหา เป็นแยกกันหาไง

     “ธัน! ไม่ได้นะ มันอันตรายเกินไป!

     “โถ่ตุ่น~ ไปเป็นคู่ก็ได้ จะได้เร็วขึ้น นะมึง ลองคิดดูดีๆดิ่

ทำไมตุ่นมันดูจริงจังจังอ่ะ ลุ้นครับ วินาทีนี้..

     “อือ ก็ได้ แต่! มึงต้องไปกับไอ้ภูมิมันนะ!

     “เย้!! ได้เลยครับเพื่อนนนน

     “งั้นธันมึงไปกับกู ตุ่นมึงไปกับไอ้ภัทร แยกกันหา คู่กูจะไปทางทิศเหนือ ภัทร..ส่วนคู่มึงจะไปทางทิศใต้”

     “โอเค ภูมิ  เสียงไอ้ภัทรตอบภูมิกลับไป

     “มึง เราต้องมีการติดต่อกัน ถ้ากูกับภูมิหาเจอกูจะส่งมนุษย์โครงกระดูกไปหา..

     “หือออ มึงรู้หรอว่ามึงทำได้?”

     “โหอิตุ่น นี่ใคร ธันวานะเว้ยยย ส่วนถ้าคู่พวกมึงหาเจอก็ให้ตุ่นส่งนกมาบอกพวกกู"

     “เลอค่ามากกกกกกงั้นเอาตามที่อีธันว่า แยก!

 

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

 

     “เดี๋ยวก่อนภูมิ!

     “อะไร!? เกิดอะไรขึ้น?”

     “เปล่า มึงเป็นบุตรแห่งนภา(ซุส) งี้ก็ต้องบินได้ดิ่ ถูกแมะ?”

     “เอ่อ..กูไม่เคยลองอะ

     “โหยไอ้ภูมิ มึงก็ลองซะสิ่! ควบคุมอากาศรอบๆตัวไง

     “เออๆได้ จะลองดู งั้นเขยิบไป...

ผมมองมันพลางก้าวถอยหลังมาสองสามก้าว

 

ฟู่~!!!’

เสียงต้นหญ้า ใบไม้พัดไปมาเสียงดังดุจเฮลิคอปเตอร์ลงจอด...

!!!!!!!!!!!!!! มันบินได้จริงด้วย เยส!!

     “ไอ้ภูมิ!! ลงมาก่อน!!!

 

ฟู่~!!’

 

      “ทำได้ด้วยหว่ะ ไม่คิดมาก่อนเลยนะเนี่ย..

     “งั้นเราบินไปหาไปดีแมะ กูอยากดูมุมกว้างอ้ะะะะะะ

     “เดี๋ยวไอ้ธัน มึงกลัวความสูงไม่ใช่ไง้!

     “ก็ใช่! แต่ถ้ามีคนที่กูไว้ใจกูก็ไม่กลัวเว้ย เอาเถอะ จะได้หาได้ง่ายขึ้นไง

     “เออๆ งั้นเขยิบมาใกล้ๆ กอดเอวกูไว้

     “เสี่ยขาาาาา~”

     “เสี่ยแม่มึงสิ่!!

55555555 ตลกตัวเอง ก็พอผมกอดเอวมันมองดูแล้วเหมือนเวลาเด็กอ้อนเสี่ยตัวเองเวลาอยากได้ของในหนังไทยเลยอะก๊ากกกกก

 

ฟู่!~’

 

รอบนี้เสียงเบากว่ารอบที่แล้วแหะ สงสัยควบคุมได้ง่ายขึ้นแล้ว

 

     “ว้าว วิวสวยมากอะภูมิ!

     “ให้หาสัตว์!!!!

     “เออๆโทษๆ

แหะๆ ลืมเป้าหมายตัวเองซะได้ ว่าแต่...

     “แล้วสัตว์ที่ว่านี่รูปร่างเป็นไงวะภูมิ?”

     “เออหว้ะ...

 

ฟู่~!’

     “เปลืองแรง!!

เอ้า -3- ตอนนี้เรายืนอยู่บนพื้นโลกตามปกติละครับ เฮ้อออ เจ้าตัวนั้นมันมีรูปร่างเป็นยังไงวะ..

      “ภูมิ! ใช่ตัวนั้นปะ!?”

      “นั่นมันกระต่ายป่า!!

      “งั้น ตัวนั้น!!?”

     “กวางปกติปะมึง!

     “เอ้า.. แล้วนั่นหล่ะ?”

     “มึงพอเลยยย

     “คราวนี้จริงจัง ตัวนั้นอ่ะ

ผมว่าพลางชี้ไปที่สัตว์ตัวสุดท้าย มันแอบอยู่หลังก้อนหินครับ ผมเห็นไม่ถนัด

     “อะไร ตัวไหน?”

     “ก็นั่นไง ข้างหน้าอะ ตรงหน้าผาด้านบนนั้น มึงลองสังเกตุดีดี มันมีตัวอะไรไม่รู้ซุ่มอยู่อะ

 

คือตอนนี้ด้านหน้าเราคือหน้าผาหินสูงขึ้นไปสักสามถึงสี่เมตรครับ ส่วนรอบข้างตรงนี้มีแต่ต้นหญ้าสูงเท่าเข่าแล้วต้นไม้สูงบดบังแสงแดดแทบมิด

 

     “เออ เห็นและ ขึ้นไปดูกันปะละ?”

     “เอาดิ่ภูมิ! แต่กูว่าอย่าเข้าไปใกล้มากดีกว่า สังเกตการณ์บนต้นไม้แถวๆนั้นไปก่อน

     “อือ ได้

 

ฟู่วววว

 

เบากว่าเดิมอีกแหะ ชำนาญแล้วมั้งเพื่อนผม

 

ฟึ่บ!

 

     “เห็นชัดพอปะ หรือต้องใกล้กว่านี่?”

     “พอแล้วๆ ระยะนี้แหละดีละ

ผมว่าพลางสังเกตุสิ่งมีชีวิตที่แอบอยู่หลังก้อนหินใหญ่

 

     ‘กรรรรรรรรรรรรซ์!!

 

จู่ๆมันก็คำรามออกมา พร้อมกระโจนออกไปอีกทาง ทำให้มันเผยตัวออกมาว่าคือตัวอะไร มันคือสิงโตสีขาวงามสง่ามากครับ ท่าทีดูน่าเกรงขาม แผงคอสะบัดพลิ้วไปตามแรงลมดูหยิ่งผยองอยู่ไม่น้อย

 

ฟู่!!!!

จู่ๆก็มีเปลวเพลิงออกมาจากป่า อ๊ะ.. ฝือมือคนเข้าแข่งขันนี่เอง คงมีคนเจอเหมือนเราแล้วสิ่นะ ดูท่าแล้วคงจะมีศึกระหว่างราชสีห์กับคนแหะงานนี้

 

ฟึ่บฟึ่บวื้ดดดดด~’

 

     “กรรรรรรรรรซ์!!!!

 

เสียงแรกคือมีเถาวัลย์เลื้อยออกมาจากป่าพุ่งเข้ามาจะรัดตัวของราชสีห์ตนนั้น แต่ผิดคาด มีสิงโตอีกตัวแต่สีของมันกลับเป็นสีดำ กระโจนออกมาจากที่ที่สิงโตตัวเดิมออกมา แล้วมันก็ใช้เท้าตะปบเถาวัลย์นั้นขาดในทีเดียว สิงโตสองตัวยืนหันหลังให้กันโดยที่มีสีต่างกัน มันเป็นภาพที่งดงามมากครับ เหมือนเพื่อนคอยระวังหลังให้กันเลย.. อ้ะ เพื่อน จริงสิ่ผมลืมส่งโครงกระดูกไปบอกพวกตุ่นนี่หว่า นึกได้ดังนั้นผมจึงตั้งสมาธิ อธิษฐานว่า

     ‘โครงกระดูกเอ๋ย จงนำคำพูดของข้าไปบอกกับเพื่อนข้าว่า ข้าเจอสัตว์ตนนั้นแล้ว และเจ้าจงพาเพื่อนข้ามายังที่แห่งนี้

 

     “กรรรรรรรรรซ์!!!!

     “ฟู่!!!!

     “ครืดดดดดดวื้ด! วื้ด!

     “กรรรรรรรรรซ์!!!!

 

 

อ้าว เผลอแปปเดียว ตะลุมบอนกันแล้วหรอวะเนี่ยยยย มีทั้งรากไม้เลื้อยเต็มไปหมดตวัดฟาดสิงโตทั้งสองเต็มไปหมด ไหนจะยังมีไฟอีก แย่ละงานนี้ คนที่ใช้พลังไฟเท่าที่ดูเหมือนจะมีกันสองคนแหะ..พลังไฟแต่ละคนก็ใช่ย่อย คนที่ควบคุมรากไม้ก็ด้วย มีคนเดียวแท้ๆแต่สามารถควบคุมรากไม้ได้เยอะขนาดนี้

 

ฟึ่บ!

     “เห้ย!

     “ตกใจห่าไรอีธัน! กูออกจะสวย

แหมมมอีตุ่น ก็แม่งเล่นมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ใครไม่ตกใจบ้างละ อยู่ๆก็โผล่มาข้างๆ

 

     ‘พวกเจ้า มาช่วยข้าที..

หือออออ เสียงใคร?

     “พวกมึง ได้ยินเหมือนกูปะ?”  ผมถามอย่างเหวอๆ นี่ผีหลอกกูปะวะ

     “อือ กูก็ได้ยิน

     “กูด้วย

     “ฉันก็ด้วย...

เดี๋ยวทำไมอิตุ่นมึงพูดเพราะอยู่คนเดียว? ช่างมันก่อนครับ

 

     ‘ได้โปรดดด มีคนกำลังมาเพิ่ม ข้าต้านไม่ไหวแน่ครั้งนี้

 

ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ

อยู่ๆก็มีผู้เข้าแข่งขันออกมาจากป่าเพิ่มมากขึ้นตามเสียงที่บอกผมเด๊ะๆเลยอะ อะไรกัน เสียงใคร?

 

ซ่า!!!

เปรี้ยง!!

     “กรรรรรรรรรรรซ์!!!!

 

ตอนนี้กระแสพลังต่างๆถาโถมเข้าใส่สิงโตสองตัวอย่างหนักหน่วง ไม่เว้นแม้แต่พวกพี่คิง

 

     ‘ช่วยพวกข้าสองตัวที... ได้โปรด

     ‘ใช่ มีเพียงพวกเจ้าที่ได้ยินเสียงของพวกข้า'

อะไรกันน เสียงใครกันแน่ ผมคิดอย่างสับสน มันเหมือนผมใส่หูฟังคุยโทรศัพท์ แต่เป็นหูฟังที่มองไม่เห็น ไม่มีรูปร่าง จับไม่ได้

 

จริงสิ่.. ถ้าเหมือนการคุยโทรศัพท์แสดงว่าเราก็พูดกลับไปได้หน่ะสิ่!

 

     ‘เอ่อ... คุณได้ยินเสียงของผมไหม?’

     “ธัน นั่นเสียงแกปะ!?”

อีตุ่นหันขวับมาถามผมหลังจากผมลองพูดในใจ แล้วนึกจำลองว่ากำลังคุยกับใครสักคน

     “อือ แกได้ยินเสียงฉันด้วยอ่อ?”

     “ได้ยินสิ่! ทำได้ไงอะ แสดงว่าเสียงก่อนหน้านี้คือเสียงแก?”

     ‘ได้ยิน.. พวกข้าได้ยินเสียงพวกเจ้า มาช่วยข้าที

     ‘แล้วพวกคุณคือคนไหนละ ใช้พลังอะไร ผมจะได้ช่วยถูก?’

ผมลองถามกลับไปหลังจากเสียงนั้นตอบมา

     ‘พวกข้าคือสิงโตสองตัวขาวดำ อึก!!

เปรี้ยงงงงง!!

หลังจากเสียงนั้นพูดจบว่าคือสิงโต ภาพที่ผมเห็นก็ทำให้ผมตาค้าง มันคือสิงโตตัวสีขาวถูกสายฟ้าฟาดลงมา..

 

     “พวกแก เสียงนั้น....

     “อืม คือสิงโตสองตัวนั้นจริงๆสิ่นะ

     “แก ฉันว่าลงไปช่วยก่อนเถอะ พวกเขาคงไม่ไหวแน่"

ผมเห็นด้วยกับตุ่น

     “งั้นภูมิมึงพาพวกูสี่คนลงไปที่นั่นได้รึเปล่า?”

ผมลองถามภูมิดู เผื่อมันไม่ไหวขึ้นมา

     “ได้ๆ แต่คงได้แค่สองคนนะ

     “งั้นภูมิพาภัทรกับตุ่นไป เดี๋ยวเราหาทางลงไปที่นั่นเอง.. เร็วสิ่ สองตัวนั้นไม่ไหวแล้วนะ

     “เออๆ ได้ๆ

สิ้นคำของภูมิมันก็พาไอ้ภัทรกับตุ่นลอยไปที่นั่น ดูท่าภัทรกับตุ่นคงไม่สนใจว่าเหตุใดตนลอยได้มากนัก แต่มันสองคนจ้องแต่พื้นด้านล่างที่มีการต่อสู้ระหว่าง สิงโตสองกับผู้มีพลังอีกสิบสามคน

ลุมกันนี่หว่า..

ผมมองหาเงาที่มีขนาดใหญ่ งงใช่ไหมล่ะครับว่าผมมองหาเงาทำไม ผมก็ไม่รู้อะ มันเป็นความเคยชิน ผมปล่อยให้ตัวผมทำตามความเคยชินนั้น แล้วผมก็เห็นเงาที่โคนกิ่งไม้ตรงที่ผมนั่งสังเกตุกันกับเพื่อน จากนั้นผมก็เดินเข้าไป ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น

 

อะไรวะ นี่ที่ไหน ทำไมมืดจัง ผมเดินเข้ามาข้างในเงานั้น มันมืด แต่ผมยังเดินต่อไปเรื่อยๆ

จนผมมาโผล่กลางป่า ผมกระพริบตาปรับแสงหลังจากที่อยู่ในความมืดมานาน แต่ทำไม..

เพื่อนผมยังไม่ถึงพื้นเลยหล่ะ ด้านบนฟ้ายังมีเพื่อนผมสามคนลอยอยู่ ผมว่าเวลามันผ่านมานานแล้วนะ แต่ทำไมข้างนอกนี่เหมือนผ่านมาแค่เสี้ยววิ จะว่าไปผมมาโผล่ตรงนี้ได้ไงนะ มันเป็นจิตสำนึกที่ผมคิดไว้ว่าจะมาโผล่ตรงนี้ตอนที่ผมอยู่ในเงานั่น จนผมออกมาจากเงาก็มาโผล่ตรงนี้ได้ตามที่คิดไว้ เอาเถอะ ค่อยคิดว่าวิธิใช้มันทีหลังละกัน

 

เปรี้ยง!!!

ซ้าาาาา~!!!’

ฟู่ววววว~!!!’

     “กรรรรรรรรรซ์ ฟึ่บๆ!

     “กรรรรซ์~”

 

เสียงสิงโตตัวแรกที่คำรามดูกราดเกรี้ยวแต่สิงโตตัวที่สองดูเสียงอ่อนล้าพิกล..

เสียงคลื่นพลังรูปแบบต่างยังคงซัดต่อไป..

ผมเลยเดินออกมาตรงชายป่า รอดูว่าเพื่อนผมจะเริ่มโจมตีอย่างไร..

รอแปปนึงนะเจ้าสิงโต พวกผมกำลังช่วยอยู่

ผมบอกพวกสิงโตสองตัวผ่านทางความคิด

 

     “เห้ย!!!! มีคนลอยได้สามคน!! อยู่บนฟ้า!!!

หลังจากผมออกมาถึงชายป่าก็ได้ยินเสียงคนคนหนึ่งพูดขึ้น นี่คงจะเพิ่งเห็นกันสิ่นะ..

 

ครืนนนนนน!!!

แล้วท้องฟ้าก็แปรเปลี่ยนไปเป็นเมฆดำทมึน ตาของภูมิเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเรืองแสง ที่มือมีสายฟ้าแลบออกมาตลอดเวลา

เปรี้ยง!!!

ภูมิแค่ชี้มือใส่พวกคนที่ใช้พลังไฟกับสายฟ้าที่ยืนอยู่คู่กันก็เกิดสายฟ้าฟาดใส่สองคนนั้นจนสลบไป สุดยอดอะ.. รุนแรงกว่าสายฟ้าที่ผมเคยเห็นจากคนที่สลบไปคนนั้นมาก แต่ภูมิยังไม่หยุดเท่านี้ยังคงชี้มือใส่ผู้คนต่างๆที่จ้องจะทำร้ายสิงโตสองตัวนั้น

ไม่รู้สิ่ พอเห็นสิงโตสองตัวนั้นถูกทำร้าย ผมก็เสียใจแปลกๆ มันเหมือนเราปกป้องสิ่งที่เรารักไม่ได้ ทำให้ผมรู้สึกโกรธคนที่ทำร้าย เพื่นผมก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้มันสามคนดูหน้าเคร่งเครียดคิ้วขมวดเข้าหากัน แถมตอนนี้ยังลอยอยู่กลางอากาศได้ ทำให้ดูน่าเกรงขามมากเลยหล่ะ

 

ตอนนี้มีคนนอนสลบไปเก้าคน สภาพดูเหมือนขอทานเลยหล่ะ เสื้อผ้าขาดวิ่น มีคราบเขม่าเต็มตัว แต่คนที่นอนสลบเหมือดอยู่แถวนี้ไม่มีพวกพี่คิงเลยแหะ คงหนีเข้าป่าไปแล้ว

 

ตึ้ง!!

ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ

เสียงแรกคือพวกมันสามคนลงมายืนบนพื้นตามปกติแล้วผมกับเพื่อนก็เลยวิ่งออกมาหาสิงโตสองตัวนั้น ที่นอนเหนื่อยหอบ มีเลือดออกบ้างประปราย..

 

     “นี่ พวกคุณไหวหรือเปล่า?”

ผมนั่งลงถามด้วยความเป็นห่วงพลางเอาหัวสิงโตทั้งสองตัวมาหนุนที่ตัก จะได้นอนสบายขึ้น

     “กรรรรรรซ์~”

     ‘ขอบใจพวกเจ้ามากนะ ที่ช่วยพวกข้าไว้

เสียงสิงโตสีดำเป็นแน่ เพราะพอมันคำรามด้วยเสียงแผ่วๆออกมาก็มีเสียงความคิดดังตามมาในหัวพวกผม

     “กรรรซ์...

     ‘นั่นสิ่ ถ้านานกว่านี้พวกข้าคงแย่แน่ ขอบใจนะ

เสียงสิงโตสีขาวตอบผมมา

     “นี่พวกนายคือสัตว์ในตำนานตามที่อาจารย์อิคนิวบอกหรือเปล่า?”

     “กรรรซ์

     ‘ใช่ พวกข้าเอง ข้าชื่อมารัส ส่วนอีกตัวชื่อ อาร์เจนทัม

     “ชื่อเท่โฮกกกกก~”

ไอ้ภัทรก็ว่าไปนั่น แค่ชื่อสัตว์ก็ยังอิจฉาอะดูคนเรา

     “งี้พวกเราก็ชนะละปะ?”

อีตุ่นถามขึ้นมา นั่นสิ่.. ทำไมไม่เห็นประกาศอะไรเลยละ แบบ You winnnn~

     ‘ยังหรอก พวกเจ้าต้องออกไปที่ลานรวมพร้อมพวกข้าน่ะ

     “ว่าแล้วเชียวทำไมถึงง่าย...

     “เอ่อออ ภูมิ อารมณ์มึงโอเคยังเนี่ย?”

ผมถามไอ้ภูมิหลังจากเห็นมันฟาดสายฟ้าไปหลายครั้งเหมือนโมโหจัด

     “อือ เห็นพวกเขารอดกูก็โอแล้วแหละ...

     ‘ขอบใจพวกเจ้ามากนะ..

เสียงอาร์เจนทัมกล่าวขอบคุณมาอีกครั้ง

     “ไม่เป็นไรๆ นี่ก็เพิ่งบ่ายสามเอง นอนพักซะเถอะเดี๋ยวพวกผมทำแผลให้

ผมบอกทั้วสองอย่างเป็นห่วง

     “ใช่ๆ เดี๋ยวฉันรักษาให้เอง...

ตุ่นอาสาขึ้นมา มันจะรักษายังไงกันนะ..

     “เหล่าพืชพรรณเอ๋ย จงมารักษากาย รักษาจิต รักษาใจ ให้สิงโตสองตัวนี้ด้วยเถิด..

ตุ่นทำท่ากุมมือเหมือนขอพรอะไรสักอย่างแล้วเอ่ยออกมา หลังจบคำของตุ่น ก็มีต้นไม้ต้นหญ้าดอกไม้นานาพรรณ ลอยออกมาจากในป่า มาคลุมตัวสิงโตทั้งสองตัวจนเป็นดักแด้สิงโตสีเขียว แล้วก็มีออร่าสีเขียวอ่อนกระจายออกมาคลุมบางๆที่ดักแก้อีกที

มันน่าอัศจรรย์มากครับสำหรับเด็กสายวิทย์แบบผม มันเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์และทำไม่ได้ มันเป็นอะไรที่หาคำตอบมาพิสูจน์แหล่งที่มาและตัวตนไม่ได้ แต่ใช้จิตใจสัมผัสมันได้

     “ทีนี้ก็รอสักสิบนาทีได้แหละ ออกมาทีนะเหมือนเกิดใหม่ชัวร์ ตุ่นคอนเฟิร์มค้าาา~”

     “นี่ๆ มารัสกับอาร์เจนทัมก็ปลอดภัยแล้ว พวกเก้าคนที่นอนสลบนั่นละ เอาไงกันดี?”

ผมถามพลางมองสลับพวกเพื่อนกับบุคคลอีกเก้าคนที่นอนสลบไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่

     “เอาไปไว้ในป่าดีแมะ?”

     “ก็ดีนะ เอาตามที่ภัทรว่า เดี๋ยวเราใช้กระแสลมส่งไปเอง

เสียงภูมิเป็นคนอาสา แหงละ ทำเองเคลียร์เองสิ่ถึงจะถูก อิอิ

หลังจากที่ภูมิพูดจบ มันก็ยกมือทั้งสองขึ้นเหมือนถืออะไรสักอย่าง จู่ๆคนทั้งหมด9คนก็ลอยขึ้นพร้อมกันเหมือนโชว์กลอะไรทำนองนั้น แต่แล้วภูมิก็สะบัดมือขึ้นฟ้าแล้วเอ่ยออกมาว่า

     “โอ้ย! หนักโว้ย!!

แล้วคนทั้งเก้าคนก็ลอยไปคนละทิศละทาง เข้าไปในป่าบ้าง ทิศเหนือบ้าง ใต้บ้าง หนักสุดก็บางคนที่ตกลงไปตรงหน้าผาที่ผมขึ้นมากัน

     “ป่าเถื่อนแสรดดดดด...

ไอ้ภัทรแขวะไอ้ภูมิมัน

 

     “อ๊ะ.. ทุกคน มาดูเร็ว ดักแด้เริ่มแตกแล้ว ธันถอยออกมา

เสียงตุ่นบอกผมด้วยความตื่นเต้น ผมเลยวางดักแด้ที่เป็นส่วนหัวของสิงโตทั้งสองที่หนุนตักผมอยู่ลงกับพื้น

     “เห้ยยยย!!....

พวกผมสี่คนร้องเสียงหลงพร้อมกัน จู่ๆก็มีแสงสีเขียวสว่างจ้าออกมาจากรอยแตกบนดักแด้ทั้งสองจนแสบตา มองเห็นแต่เพียงแสงสีเขียวสว่างไปทั่วบริเวณ...

.

.

.

.

.

.

 

เอาแล้วสิ่ สิงโตออกมาจะมีปีกเป็นผีเสื้อไหมน้อ?

 

 

#

ความคิดเห็น