[จบ] ปราณ=ลมหายใจ mpreg
ตอนที่ 1 ดุอย่างกับ....
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่ 1 ดุอย่างกับ....

 

 

"คิดถูกหรือคิดผิดนะ ทำตัวเองแท้ๆเลยเรา"

 

พระพายว่าพรางนั่งลงบนเก้าอี้สาธารณะหลังจากที่คนตัวเล็กเดินหางานอยู่นานหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่มีที่ไหนรับเลย

 

ตั้งแต่ที่เขาถูกอดีตคนรักอย่าอัคราบอกเลิก นั่นยังไม่เจ็บเท่ากับคำว่า 'ไม่เคยรัก' พี่อัครไม่เคยรักเขาเลยสักนิด ที่ผ่านมาพี่อัครแค่สงสารเขาเท่านั้น

 

พระพายยอมรับแต่โดยดี ถึงจะเสียใจมากแค่ไหนเขาก็จะไม่ยื้ออีกต่อไป พระพายไม่อยากเป็นตัวร้าย แค่เรื่องที่พี่โปรดตกบันไดพี่อัครยังมองว่าเขาเป็นคนทำเลย

 

พระพายตัดสินใจโอนเงินในบัญชีที่พี่อัครเคยให้คืนให้พี่อัครทุกบาททุกสตางค์ เขาไม่ได้ใช้มันมากเท่าไหร่นักหรอกส่วนมากก็เอาไว้ใช้จ่ายค่าหอค่ากินนิดๆหน่อยๆ เพราะพระพายเกรงใจ ในตอนนั้นเขาเคยจะกลับไปทำงานพาทไทม์พี่อัครก็ไม่ยอมให้ทำ

 

 

"เอ๊ะ! ร้านกาแฟรับสมัครงานหรอ"

 

ดวงตากลมโตเป็นประกาย รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าชื้นเหงื่อ เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะกอดแฟ้มเอกสารสีฟ้าอ่อนเดินเข้าไปข้างใน

 

 

กริ๊งงงงง

 

 

"เอ่อ สวัสดีครับผมมา..."

 

"เดี๋ยวแปปนึงนะครับพนักงานไปเข้าห้องน้ำ....นาย!"

 

คนทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างตกใจ คนที่ก้มๆ เงยๆ อยู่หลังเคาท์เตอร์คือ ปราน น้องชายฝาแฝดของพี่โปรด ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของอดีตคนรักของเขา พี่ปรานเกลียดเขามากเพราะคิดว่าเขาผลักพี่โปรดตกบันได

 

"ถ้าพี่ฉันเป็นอะไรไปฉันจะฆ่านายคอยดู"

 

 

พระพายยังจำคำพูดนั้นของผู้ชายคนนี้ได้ดี พี่ปรานอันตรายเกินไปและพระพายไม่อยากอยู่ใกล้เลยสักนิด

 

"น้องปรานพี่มาแล้วค่ะ เอ๊ะมีลูกค้าหรอคะรับอะไรดีเอ่ย"

 

พี่พนักงานสาวท่าทางใจดีรีบเดินเข้ามายืนข้างปรานก่อนจะเอ่ยถามพระพาย

 

"เอ๋ หรือว่าจะมาสมัครงาน"

 

เธอเป็นคนหูตาไว พอเห็นแฟ้มในมือก็พอจะเดาได้ ปรานเหลือบมองอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ทำทีเป็นไม่สนใจ 

 

ร้านกาแฟที่พระพายมาสมัครงานคือร้านของอาคชา ซึ่งเป็นคุณอาของปราน ร้านกาแฟนี้เปิดมาตั้งแต่สมัยที่ปรานยังเป็นเด็ก อีกทั้งมันยังติดกับบริษัททำให้เขามาฝากท้องที่นี่แทบจะทุกวัน

 

"มานี่ๆ พี่ขอดูหน่อย หืมหน่วยก้านใช้ได้เลยนะ หน้าตาก็จิ้มลิ้มเอาเป็นว่าพี่รับเลยแล้วกัน พนักงานคนก่อนเพิ่งลาออกไปหมาดๆ ร้านนี่ยุ๊งยุ่ง"

 

พระพายตั้งใจจะไม่สมัครงานตั้งแต่เจอพี่ปรานแล้ว เขาชั่งใจอยู่นาน งานก็หายาก นี่เขาหามาทั้งวันยังไม่มีที่ไหนรับเลย

 

"ว่ายังไงเรา เดี๋ยวถ้าตกลงพี่โทรแจ้งเจ้านายเลย เจ้านายที่นี่ใจดีนะเงินเดือนก็ให้เยอะด้วย คนนู้นก็หลานชายเจ้านายพี่เองใจดีใช่ไหมล่ะ" พี่พนักงานสาวชี้ไปที่ปรานที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่หลังเคาท์เตอร์

 

 

ใจดีที่ไหนกัน ดุอย่างกับ......เอ่อ เสือ

 

"นี่พี่คิตตี้ น้องเขาตัวเล็กเป็นลูกคุณหนูแบบนั้นจะทำอะไรเป็นครับ แค่ยกถ้วยกาแฟก็หกแล้ว"

 

พระพายเม้มปาก ถึงได้บอกไงว่าไม่อยากอยู่ใกล้พี่ปรานเลยสักนิด ใจร้ายปากก็ร้ายอีกต่างหาก

 

"ผมขอไม่-"

 

"งานมันหนักอ่ะเนอะ ลูกคุณหนูใครเขาจะทำกัน"

 

"ผมตกลงครับ"

 

สุดท้ายก็ตกปากรับคำเพราะพี่ปรานที่กอดอกพูดจาสบประมาทเขาอยู่ในตอนนี้ ทำไมใครๆ ก็ต้องเข้าใจว่าเขาเป็นลูกคุณหนู ทั้งที่เขาเป็นแค่ไอ้พาย ไอ้เด็กบ้านจนคนนึงเท่านั้น

 

"เยี่ยมไปเลย ว่าแต่เราชื่ออะไรนะ พี่ชื่อคิตตี้เป็นผู้จัดการร้านนี้"

 

"สวัสดีครับพี่คิตตี้ ผมชื่อพระพายครับ ตอนนี้ผมเรียนอยู่ปีสี่ จะเป็นไรไหมครับถ้าผมจะขอมาทำพาทไทม์ด้วยเรียนไปด้วย"

 

"เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาไม่เป็นไรเลย พี่โอเคดีกว่าไม่มีคนช่วยอ่ะเนอะ"

 

"ครับ"

 

พระพายยิ้มทีเหมือนโลกสดใสกลายเป็นสีชมพู ขนาดหญิงสาวอย่างคิตตี้ยังต้องกุมมือตัวเองแล้วเอามาประสานไว้ที่หน้าอก อยากเป็นมัมหมีน้องพระพายจังเลย

 

พระพายนั่งคุยรายละเอียดและตารางการทำงานกับพี่คิตตี้ โดยไม่รู้เลยว่ามีคนกอดอกยืนมองอยู่ไกลๆ  เรื่องที่ทำพี่โปรดตกบันไดเขายังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ ถึงพี่โปรดจะเอาแต่บอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่วันนั้นก็ได้ยินอยู่ว่าพระพายร้อยไห้ฟูมฟายเสียงดังใส่พี่โปรดมากแค่ไหน

 

จะแกล้งให้ร้องไห้เลยคอยดู!

 

 

"น้องปราน"

 

"............"

 

"น้องปรานคะ"

 

"อะ อื้มว่าไงพี่คิตตี้"

 

"ไม่รีบไปทำงานหรอคะตอนนี้บ่ายจะครึ่งแล้วนะ"

 

"ฉิบหาย! วันนี้มีประชุมด้วย"

 

ไม่รู้ว่าปรานยืนโง่ๆ อะไรอยู่ตั้งนานสองนาน เขารีบร้อนหยิบเสื้อสูทมาสวมใส่เพื่อกลับเข้าบริษัท โดยที่ก่อนไปยังไม่วายหันไปมองหน้าขู่เด็กใหม่ในร้านอย่างพระพายอีก

 

 

 

"เฮ้อ"

 

คนตัวเล็กถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อไม่มีรังสีอำมหิตยืนอยู่แถวนี้แล้ว

 

 

 

.

 

 

วันนี้เป็นวันแรกที่พระพายเริ่มต้นทำงาน เขาเป็นเด็กหัวไวเพราะเคยช่วยแม่ทำงานที่บ้านนายจ้างอยู่ก่อนหน้านี้ อย่างพวกชงชาหรือกาแฟก็พอทำได้บ้าง แต่อาจจะต้องเรียนรู้พวกอุปกรณ์ชงกาแฟที่ทันสมัยสักหน่อย

 

"เออนี่พาย เดี๋ยวพี่วานเอากาแฟไปส่งให้น้องปรานที่บริษัทหน่อยนะ"

 

"พะ พี่ปรานหรอครับ"

 

พระพายเม้มปากเป็นเส้นตรง อุตส่าห์ไม่อยากเจอหน้าแท้ๆ จะปฏิเสธก็ไม่ได้อีก

 

"ใช่ๆ รู้จักกันมาก่อนใช่ไหม พี่เห็นเมื่อวานน้องปรานแซวซะแรงเลยคิดว่าต้องรู้จักกันแน่ๆ น้องปรานก็แบบนี้แหละขี้แกล้ง แต่ความจริงน้องปรานใจดีมากๆเลยนะ"

 

บอกว่าพี่ปรานใจดีอีกแล้ว.....

 

 

 

"พายรู้จักกับพี่โปรดน่ะครับ"

 

พี่คิตตี้พยักหน้า ก่อนที่เธอจะเดินไปชงกาแฟอเมริกาโน่รสชาติโปรดของหลานชายเจ้าของร้านจากนั้นจึงยื่นมันให้กับพระพายเพื่อมอบหมายหน้าที่

 

พระพายเดินถือแก้วกาแฟเข้าไปในบริษัทโดยที่ลืมถอดผ้ากันเปื้อนออก วันนี้เขาสวมชุดนักศึกษากับกางเกงยีนส์สีเข้มข้างในเพราะมีเรียนตอนบ่าย

 

"ลืมถามพี่คิตตี้เลยว่าต้องเอาไปเสริฟที่ห้องไหน"

 

 

 

คนตัวเล็กเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าบอร์ดผู้บริหาร ในนั้นมีภาพผู้บริหารระดับสูงอยู่หลายคนและหนึ่งในนั้นคือรูปภาพของ ปราน อัศวภูวเรศ

 

 

ขี้โมโห

 

ปากร้าย

 

 

พระพายได้แต่คิดในใจ...

 

 

"ขอโทษนะครับ ผมเอากาแฟมาส่งให้คุณปราน ไม่ทราบว่าต้องไปที่ห้องไหนหรอครับ"

 

หญิงสาวมองพิจารณาเด็กส่งกาแฟหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอดแว่นออกมามองให้ชัดอีกครั้งหนึ่ง พระพายได้แต่ยืนงงกับการกระทำนั้น

 

"สเปคท่านประธานเลยนะเราน่ะ คิกๆ"

 

พระพายเกาแก้ม เขาไม่รู้ว่าพี่สาวพูดอะไรแบบนั้น พี่สาวใจดีพาพระพายขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่เป็นห้องทำงานของท่านประธานที่เธอว่า แต่พอลิฟต์เปิดออกปุ๊บเธอก็ปล่อยให้เขาเดินไปเพียงลำพัง

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

 

คนตัวเล็กเคาะห้องอยู่นานแต่ก็ไม่มีใครอนุญาตให้เข้าไป แถมเลขาหน้าห้องก็ไม่อยู่ด้วย งั้นเขาก็ขอเสียมารยาทเปิดประตูเข้าไปเลยแล้วกัน

 

ห้องทั้งห้องดูเงียบราวกับว่าไม่มีคนอยู่ พระพายไม่รู้จะทำยังไงดี เขาเดินเอาแก้วกาแฟไปวางไว้โต๊ะแต่ก็เอากลับมาถือไว้เหมือนเดิม

 

ถ้าไม่มีคนอยู่แล้วมันละลายล่ะ

 

พระพายคิดไม่ตก โทรศัพท์มือถือก็ลืมถือติดมาซะด้วยสิ

 

"ทำอะไรน่ะ"

 

อ้ะ!

 

ปึก

 

ซ่าาาา

 

ข้อเสียอย่างหนึ่งที่พะพายไม่ชอบเลยคือเขาเป็นคนที่ขี้ตกใจ ตกใจอะไรนิดหน่อยของที่ถืออยู่ในมือก็ล่วงหล่นเอาได้ง่ายๆ และในตอนนี้น้ำกาแฟสีเข้มก็สาดกระจายไปทั่วทั้งพื้นห้อง

 

"นี่ ทำบ้าอะไรดูสิเลอะหมดเลย"

 

ปรานที่เดินออกมาจากห้องนอนที่เชื่อมติดกับห้องทำงานด้วยสภาพที่สวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำตัวเดียวเท่านั้น เขาไม่สวมแม้กระทั่งอันเดอร์แวร์เพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ และแค่จะออกมาเอาโทรศัพท์ที่ลืมไว้ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาในห้อง

 

"พายขอโทษครับ เดี๋ยวพายจะรีบทำความสะอาดให้"

 

"อือ"

 

"ห้องอุปกรณ์อยู่ไหนหรอครับ"

 

"หาเอาเอง"

 

ดวงตากลมสวยเงยขึ้นมองเจ้าของห้องเป็นครั้งแรก ก่อนจะรีบมองหลุบตาต่ำ เพราะพี่ปรานอยู่ในชุดที่เปิดแผงอกล่ำ แถมย้ำมีหยาดน้ำเกาะอยู่ทั่วบริเวณ

 

"คะ ครับ เดี๋ยวพายมานะครับ"

 

หึ เจอกี่ทีก็ซุ่มซ่ามชะมัด 

 

ประธานหนุ่มยกยิ้มร้ายอย่างน่าหมั่นไส้

 

 

 

พระพายตามหาคุณป้าแม่บ้านอยู่นานกว่าจะได้ไม้ถูพื้นมา เขาถือไม้ถูพื้นพร้อมกับถังน้ำกลับเข้ามาในห้องทำงานของพี่ปรานอีกครั้งก่อนที่คนตัวเล็กจะชะงักค้างนิดหน่อยเมื่อพี่ปรานยังอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำเหมือนเดิม

 

"มองอะไรไม่รีบเช็ด เดี๋ยวมันก็แห้งแล้วก็เหนียวติดพื้นหรอก"

 

เจ้าของห้องเอ่ยดุจนพระพายต้องรีบลงมือถูกพื้นอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเมื่อเจ้าของห้องที่อยู่ในสภาพกึ่งเปลือยเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณที่เขากำลังทำความสะอาด

 

"พี่ปรานหลบหน่อยครับพายจะถู"

 

"ก็ถูไปสิ"

 

"แต่ถ้าพี่ปรานยืนขวางแบบนี้พายจะถูได้ยังไงล่ะครับ"

 

เด็กนี่เถียงเป็นด้วยหรือไง ตอนที่อยู่กับไอ้อัครมีแต่ครับพี่อัคร ได้ครับพี่อัคร เห็นแล้วก็อดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้

 

.....แล้วเรื่องอะไรเขาต้องไปหมั่นไส้สองคนนั้นด้วย ปรานก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

 

"ก็ถูพื้นไง หรือนายอยากจะถูกอย่างอื่น"

 

เจ้าของห้องทำสายตากรุ้มกริ่มและมองต่ำ น่าอายจริงๆที่พระพายเผลอมองตามก่อนจะรีบหันหน้าไปทันอื่นอย่างทันถ้วงที

 

พี่ปรานทำอะไรเนี่ย ไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม...คนลามก!

 

"หึหึ เป็นอะไรเขินหรือไง โทษทีนะมันอาจจะไม่เหมือนของไอ้อัครหรอก"

 

"พะ พูดเรื่องอะไรครับ"

 

พระพายเกาแก้ม เขาได้แต่ยืนหันหลังให้เจ้าของห้องอีกทั้งยังทำตัวไม่ถูก ไม่รู้เลยว่าการหันหลังแบบนั้นจะทำให้ปรานมองเห็นลูกพีชที่ซ่อนอยู่ในกางเกงรัดรูปนั่น แถมยังมีผ้ากันเปื้อนที่ผูกเอาไว้แน่นเผยให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจน ทำเอาปรานเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่

 

"หมายถึงสีผิวของฉันไง ผิวฉันน่ะสีขาวอมชมพูแต่ของไอ้อัครน่ะสีแทน คิดอะไรหื้มเด็กลามก"

 

สาบานว่าเขาเป็นคนลามกไม่ใช่พี่ปราน!

 

 

 

ในตอนนี้พระพายตัวแข็งทื่อไปแล้ว เขารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดบริเวณลำคอ พระพายเหมือนถูกผีตัวโตอำจนไม่กล้าขยับไปไหน มีแต่พี่ปรานนั่นแหละที่ค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

*****

 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น