ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 เฟรดริค x คาเรน 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 เฟรดริค x คาเรน 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2560 03:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 เฟรดริค x คาเรน 100%
แบบอักษร

ตอนที่คาเรนเดินกลับไปโรงแรมคนเดียวเจ้าชายไปส่งน้องสาวก่อนแล้วกลับมาที่โรงแรม

“คาเรนเปิดให้เราหน่อย” ครั้งแรกเลยที่เจ้าชายต้องมาขอร้องให้คนอื่นเปิดประตูให้ เพราะเจ้าชายไม่อยากรบกวนรูมเซอร์วิสถ้าทำแบบนั้นคาเรนยิ่งจะโกรธไปใหญ่

“กลับไปเถอะพะยะค่ะ กระหม่อมบอกไปแล้วนี่ว่าเจอกันพรุ่งนี้” เสียงคาเรนตะโกนมาจากข้างใน และไม่ยอมมาเปิดให้ด้วย

“แต่เราอยากคุยกับเจ้าตอนนี้  อย่าโกรธเราเลยนะเปิดให้เราเข้าไปอธิบายหน่อย” เจ้าชายยังคงเคาะเรื่อยๆ 

“.........”

“คาเรน”

ก็อกๆๆ

“คาเรน”

ก็อกๆๆ

“คาเรน”

“จะเคาะอะไรนักหนาพะยะค่ะ รบกวนห้องอื่นเขา” สุดท้ายคาเรนต้องยอมมาเปิดประตูเพราะทนเสียงรำคาญไม่ไหว และกลัวข้างห้องเขาออกมาด่า

“เคาะเพื่อให้เจ้ามาเปิดให้เรานี่แหละ นี่ฟังเราหน่อยนะ” เจ้าชายเดินไปโอบคาเรนจากด้านหลัง

“กระหม่อมไม่ได้ว่าอะไรนี่พะยะค่ะ” ถึงปากจะพูดแบบนี้แต่หน้าตาและการกระทำมันกลับตรงข้ามจนสังเกตได้ง่าย

“เราได้ตั๋วมาเพราะเราวาดภาพนั้นเองจริงๆ ไม่ได้บอกใครในวังด้วยและการวาดของเราก็ต่างออกไปจากที่เคยวาดประจำตอนแรกเราคิดว่าถ้าไม่ชนะเราก็จะโกหกว่าได้รางวัลจริงๆ”

“เจ้าชาย!!” คาเรนหันหน้ามากะจะต่อว่าเจ้าชาย

“ฟังให้จบก่อน เราเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับอาร์โนลล์เพราะเจ้าไม่ยอมเปิดใจให้เราสักที อาร์โนลล์เลยบอกว่าเจ้าเคยชอบศิลปะมาก เราก็เลยอยากพาเจ้ามา กิจกรรมที่เราแข่งก็จัดขึ้นทุกๆปี ผู้คนที่เวิร์สรู้จักดีว่าเป็นอาณาจักรของเรามีแต่เจ้าเท่านั้นแหละที่ไม่รู้ ไม่สนใจศึกษาเรื่องของเราบ้าง” 

“กระหม่อมไม่ได้สนใจแล้วจะให้กระหม่อมศึกษาทำไมพะยะค่ะ” คาเรนไม่ยอมรับผิดที่ตัวเองไม่ศึกษาประวัติความเป็นมาของอาณาจักรก่อน

“เพราะงั้นจากนี้ไปศึกษาเรื่องของเราบ้างสิ เราก็อยากศึกษาเรื่องของเจ้าด้วยเหมือนกัน” เจ้าชายก้มลงบอกขณะที่มือยังคล้องเอวคาเรนไว้หลวมๆ

“ไม่พะยะค่ะ กระกม่อมจะนอนแล้วเชิญพระองค์กลับไปประทับที่ตำหนักของพระองค์ได้แล้วพะยะค่ะ” ใจแข็งดั่งหินผาที่ไม่สึกกร่อนลงง่ายๆ

“ได้ไง เรามากับเจ้าก็ต้องนอนกับเจ้าสิ”

“มีพระตำหนักในพระราชวังใหญ่หลวงจะมานอนเบียดกันในที่แคบๆอย่างนี้ทำไมพะยะค่ะ ที่นั่นสบายกว่าตั้งเยอะ”

“ทำไมน่ะะเหรอ เพราะที่นั่นไม่มีเจ้ายังไงล่ะ ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่สบายถ้าไม่มีเจ้าอยู่ใกล้ๆเรา อยู่กับเจ้าเรามีคนให้พูดด้วยคอยกวนประสาทดูเจ้าโมโหใส่เรา สนุกกว่าตั้งเยอะ^^” คาเรนหน้าแดงเมื่อได้ยินที่เจ้าชายพูด

“จะมากเกินไปแล้วพะยะค่ะ” เขาแกล้งโมโหเพื่อจะกลบความเขินของตัวเอง แต่มีหรือจะรอดพ้นสายตาของเจ้าชายไปได้เพราะมันแดงไปถึงใบหู

“ไม่มากสักหน่อย เราอยากได้ยินเสียงเจ้าตลอดเวลา อยู่ห่างกันแล้วใจเรามันหวิวๆร้องหาแต่เจ้าตลอดเลย” มุขเสี่ยวๆที่เจ้าชายเคยใช้กับผู้หญิงตอนที่ยังไม่เจอคาเรนเขาเอามามันพูดอีกครั้ง

“เลี่ยนพะยะค่ะ ปล่อยกระหม่อมได้แล้วมันถึงเลยเวลานอนมามากแล้ว” คาเรนกลบเกลื่อน ยิ่งกลบเกลื่อนมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้เจ้าชายรู้ว่าเขากำลังเขินหนัก

“หอมแก้มเราสิแล้วจะปล่อย:)”

“อย่าคิดว่ากระหม่อมไม่กล้าต่อยเจ้าชายนะพะยะค่ะ” เสียงโหดๆกลับมาเหมือนเดิมซะแล้ว สงสัยจะแกล้งมากไปหน่อย เจ้าชายคิด

“แค่นี้ก็ทำเ็นโกรธ เอะอะก็จะลงมือ ปล่อยก็ได้” เจ้าชายปล่อยตัวคาเรนให้เป็นอิสระ จณะที่เขากำลังเดินกลับเจ้าชายก็ถือโอกาสกอดจากด้านหลังแล้วหอมแก้มฟอดใหญ่

ฟอดดด 

“หอมจัง เราไปอาบน้ำบ้างดีกว่าจะได้หอมๆ” คาเรนยื่นนิ่งไม่นึกว่าจะโดนจู่โจมแบบนี้ กว่าจะรู้สึกตัวเจ้าชายก็เข้าห้องน้ำไปเสียแล้ว พลาดท่าให้เจ้าชายอีกแล้ววววว คาเรนตะโกนกรีดร้องในใจ

 

 

“อุ๊ก!! อ้วกก” เสียงครวญครางอยู่ภายในห้องน้ำของคาเรน หลังจากกลับจากเที่ยวแล้วเดือนถัดมาเขารู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายตนเอง

“ไม่จริงน่า” เขามองแท่งสีขาวที่ซื้อมาจากร้านขายยา ขีดสองขีดขึ้นโชว์หรา เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง เราไม่ได้พิเศษเหมือนเจ้าชายอาร์โนลล์นี่นา คาเรนคิด 

“คาเรน เราได้ยินเสียงอ้วก เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงเจ้าชายเฟรดริคเคาะห้อง เขารีบเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองและสวมแว่นใส่เหมือนเดิม ไม่ลืมที่จะซ่อนแท่งตรวจครรภ์ด้วย เขาออกไปเปิดประตู

“กระหม่อมสบายดีพะยะค่ะ เพียงแค่สำรักน้ำเฉยๆ” เขาตอบอย่างหน้าตาเฉย

“แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า กินระวังๆหน่อยสิ” เจ้าชายใช้มือลูบผมของคาเรนเพื่อจัดทรงให้ หน้าเขาห่อเลือดนิดหน่อยเพราะการกระทำของเจ้าชาย ยิ่งช่วงนี้แล้วด้วยเขาอาจจะอ่อนไหวเป็นพิเศษ

“ไม่เป็นอะไรแล้วพะยะค่ะ” เวลาที่อยู่ใกล้ๆเจ้าชายแล้วคาเรนรู้สึกว่าตนเองสบายใจขึ้น เขาไม่กวนประสาทเหมือนเมื่อก่อนแล้วและแถมยังทำดีกับเขาตลอด ร่างกายรู้สึกสบายผ่อนคลายมากๆ

“เฮ้ย!” เจ้าชายโอบกอดคาเรนไว้ก่อนเขาจะล้มลงไป

“อืมมม กระหม่อมรู้สึกง่วงพะยะค่ะ” คาเรนนอนหลับตาในอ้อมอกของเจ้าชายพูดขึ้นมาเบาๆ ครั้งแรกเลยที่เขาปล่อยตัวให้เจ้าชายกอดโดยไม่มีการป้องกัน

“เจ้าเป็นอะไรไปคาเรน” 

“.....” เสียงกระซิบไม่มีการตอบสนองต่อการนอนหลับของคาเรนเลยแม้แต่นิดเดียว เจ้าชายอุ้มเขาขึ้นมา พาไปนอนบนเตียงและห่มผ้าให้เรียบร้อย

............................................................................................................................................................

 

“โอ้กก แค่กๆ  เสียงร้องดังมาจากห้องน้ำ เจ้าชายเดินผ่านเข้ามาเพราะว่าพักหลังๆมานี้อาการของคาเรนดูน่าเป็นห่วงเอามากๆแม้เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร

“คาเรน เราว่าเจ้าไปให้หมอตรวจหน่อยไหม เราเป็นห่วงเจ้า” เจ้าชายเดินเข้ามาแล้วลูบหลังให้คาเรน

“มิเป็นไรพะยะค่ะ” ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วเขาเอาแต่บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่ที่เจ้าชายเก็นอยู่นี่เป็นชัดๆเลย

“ทำไมเจ้าดื้อจัง ฮึ๊บ!!” เจ้าชายเฟรดริคอุ้มคาเรนขึ้นพาดบ่าแล้วเดินลงไปข้างล่าง

“เจ้าชาย! ปล่อยกระหม่อมลงเดี๋ยวนี้นะพะยะค่ะ” คาเรนโวยวายและดิ้นจะลงอย่างเดียว

“ไม่ เราจะพาเจ้าไปโรงพยาบาลไปให้หมอตรวจว่าเจ้าเป็นอะไรกันแน่” เจ้านายเปิดรถแล้วโยนคาเรนลงข้างๆคนขับ ที่ขา้รับใช้ได้เตรียมไว้ให้

“กระหม่อมไม่ไป!” คาเรนตะคอกเสียงดัง “ขออภัยพะยะค่ะ แต่กระหม่อมไม่ได้เป็นอะไร” เขาก้มหน้าลดเสียงลง เมื่อกี้เป็นเรื่องที่ไม่สุภาพเอามากๆที่ตะคอกเข้าชาย ถ้าเกิดว่ามีคนเอาไปฟ้องเขาคงโดนประหารแน่ๆ และมันไม่ใช่ลักษณะของเขาเลยแท้ๆที่ตะคกิใส่เจ้าชายแบบนี้

“ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมไปหาหมอ” เจ้าชายเฟรดริคนั่งลงตรงหน้าของคาเรน

“เจ้าชาย ลุกขึ้นพะยะค่ะ” คาเรนกระวนกระวายรีบร้อนจะออกไปเพราะฐานะของเขาไม่ควรจะอยู่สูงกว่าเจ้าชาย

“ตอบคำถามเรามาคาเรน” เจ้าชายกุมมือเขาวไว้แน่น

“กระหม่อมไม่ได้เป็นอะไร” เขาเอาแต่พูดว่าไม่เป็นไรอย่างเดียว

“เจ้าเป็นคาเรน เจ้าพยามจะปกปิดอะไรเรา” เจ้าชายรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของคาเรนที่ไม่เหมือนคาเรนในช่วงก่อนๆ

“ปะเปล่าพะยะค่ะ” 

“ถ้าเจ้าไม่ได้ปกปิดอะไรเรา เจ้าบอกเราได้ไหม ทำแบบนี้เรายิ่งเป็นห่วงรู้ไหมเจ้าก็รู้ว่าเรารักเจ้าแค่ไหน” คำพูดที่แสนอ่อนโยนของเจ้าชายพร้อมกับสายตาที่จริงจังจับจ้องคาเรน

“กระหม่อมก็แค่ทะ...” เขาเกือบจะพูดมันออกมาเพราะสายตาของเจ้าชายที่จับจ้องอยู่

“ทะ?” เจ้าชายพยายามจะทวนคำ

“เปล่าพะยะค่ะ กระหม่อมแค่ปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพาะ ไม่อยากให้ใครรู้- -//” เขาไม่ใช่คนที่จะโกหกเก่งเท่าไหร่ เวลาโกหกแล้วหูเขาจะแดง

“โถ่เอ้ย แค่กระเพาะไปหาหมอก็สิ้นเรื่อง” เจ้าชายเอามือที่กุมมือคาเรนไว้มาเตะหน้าเขาและถอนหายใจยาว

“ไปมาแล้วพะยะค่ะ- -//” ขออย่าให้เข้าชายจับได้ คาเรนคิด

“ถ้างั้นก็ไปนอนพักผ่อนให้มากๆดีกว่าเนอะ เดี๋ยวเราจะทำอะไรให้ทาน” เจ้าชายบอก

“พะยะค่ะ” พวกเขาออกจากรถแล้วเข้าไปพระตำหนักเหมือนเดิม คาเรนถอนหายใจยาว รอดตัวไปที

“เจ้าขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องเถอะเดี๋ยวจะเอานมอุ่นๆไปรองท้องให้ก่อนแล้วจะทำอาหารไปเสิร์ฟให้ทีหลัง” เจ้าชายจัดเเจงทุกอย่างให้

“กระหม่อมทำเองดีกว่าพะยะค่ะ ให้เจ้าชายมาทำมันจะไม่ดี” เขากังวลอยู่เนืองๆ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เจ้าชายชอบบงการเขาหลายอย่างจนทำให้เขากังวลว่ามันจะติดเป็นนิสัย

“ไม่เป็นไรน่า เราไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครหรอกสมัยอยู่มหาลัยเราก็เคยแอบไปอยู่เหมือนสามัญชนธรรมดาเราทำอาหารเป็น ไว้ใจได้” ไม่ได้กังวลเรื่ออาหารสักหน่อย คาเรนคิดในใจ สิ่งที่เขาเป็นห่วงคือเขาเป็นผู้ติดตามของเจ้าชายอาร์โนลล์ซึ่งตอนนี้เขาโดนไล่ให้มาอยู่กับเจ้าชายเฟรดริคเพราะเป็นก้างขวางคอเจ้าชายลูเธอร์ เขายศต่ำกว่าเจ้าชายทั้งหมดไม่มีสิทธิที่เจ้าชายจะต้องมาทำอะไรเพื่อเขา ควรเป็นเขาที่ต้องทำให้เจ้าชาย

“ไปเถอะน่า นี่เป็นคำสั่งหรือว่าเจ้าจะขัดคำสั่งเรา” เจ้าชายเห็นท่าทีของคาเรนที่ยึกยักไม่ยอมไปเลยเอ่ยปากสั่งเสียเลย

“ก็ได้พะยะค่ะ” คาเรนต้องจำยอมเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเอง เขาจุมปุกอยู่บนเตียงและลูบท้องตัวเองไปมา คงถึงเวลาที่ต้องไปแล้วล่ะ ถ้าขืนอยู่นานกว่านี้ความต้องแตกแน่ๆ คาเรนคิด เขาไม่อยากเป็นตัวปัญหา เขาคิดมาหลายคืนแล้วว่าจะกลับบ้านดีหรือไม่เพราะถ้าอยู่ที่นี่ต่อมีแต่จะมีเรื่องเปล่าๆ แต่ถ้ากลับบ้านพ่อแม่รู้ว่าเขาท้องพวกท่านต้องลงโทษเขาแน่ๆ

“นมอุ่นๆมาแล้ว” เจ้าชายยกนมขึ้นมาให้เขาสะดุ้ง

“คิดอะไรอยู่” เจ้าชายถาม

“เปล่าพะยะค่ะ ก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” เขาต้องโกหกอีกแล้ว

“นี่ ดื่มซะสิ” เจ้าชายยื่นนมอุ่นๆมาให้คาเรน เขายกดื่มทีเดียวจนหมด เจ้าชายยิ้มอย่างพอใจ

“ดีมาก เดี๋ยวเราไปทำอาหารให้นะ” เจ้าชายยึดแก้วแล้วเดินลงไปข้างล่างปล่อยให้คาเรนอยู่คนเดียวอีกครั้ง ไม่นานคาเรนก็รู้สึกง่วงนอน อาจจะเป็นเพราะว่าท้องอยู่ก็ได้เขาเลยเพลียขนาดนี้ คาเรนค่อยๆโน้มตัวลงนอนและหลับไปในที่สุด

 

“หึ หลับซะแล้ว” เจ้าชายเดินขึ้นมาและลูบหัวคาเรนเบาๆและกดโทรศัพท์ไปหาคนๆหนึ่ง

“หมอมาหาเราที่ตำหนักด่วนเลยนะ” เจ้าชายสั่งเสร็จก็วางสายทันที

“ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้นะ เจ้าดื้อไม่บอกเราดีๆเองนะ จุ๊บ” เจ้าชายโน้มตัวลงจุมพิศที่หน้าผากคาเรนและถอดแว่นออกเพื่อให้เขาได้นอนสบายๆ

“ก็อกๆ” เสียงเคาะประตูดังเบาๆ

“เข้ามา” เจ้าชายส่งเสียงบอก

“หมอมาแล้วพะยะค่ะ” ข้ารับใช้สาวเดินมารายงานก่อน

“เข้ามาเลย” เจ้าชายบอก ไม่นานหมอก็เดินเข้ามา

“เรียกกระหม่อมมาด่วนขนาดนี้ใครเป็นอะไรหรือพะยะค่ะ” หมอคนนี้พูดด้วยทาทีสบายๆ เพราะว่าเขาอยู่กับกษัตริย์ ราชวงศ์มานานเลยไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิดเดียว

“ดูอาการคาเรนให้เราหน่อย หนุ่งอาทิตย์มานี้เขาเอาแต่อ้วกมาตลอด จะพาไปหาหมอก็ไม่ยอมแถมโกหกเราว่าเป็นกระเพาะอีก” เจ้าชายทำหน้ายุ่ง เขารู้มาจากเจ้าชายอาร์โนลล์ตอนที่เล่าเรื่องตลกๆกัน ว่าเวลาคาเรนโกหกเขาจะหูแดงเหมือนคนเขินอาย ถ้าหูแดงให้คิดได้เลยว่าเขาโกหก

“ได้พะยะค่ะ” หมอทำการตรวจเช็คอาการของคาเรน ดูแล้วก็ไม่น่าจะผิดปกติอะไรจนไล่มาถึงบริเวณหน้าท้อง เขาจับได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

“หืม?” หมอหยิบสเต็ทขึ้นมาสวมและฟังเสียง 

“มีอะไรเหรอหมอ” หมอฟังที่หน้าท้องเสร็จแล้วก็เลื่อนขึ้นมาฟังที่บริเวณหัวใจของคาเรน และยิ้ม

“อาการของคนท้องพะยะค่ะ:)” สติของเจ้าชายเหมือนโดนไล่ออกไปนอกโลก คาเรนท้องเหรอ ท้องตอนไหน ท้องกับใคร

“ท้องตั้งแต่เมื่อไหร่” เจ้าชายถามต่อ

“น่าจะสามเดือนได้แล้วพะยะค่ะ คงต้องขอให้พาไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจให้แน่ใจกว่านี้พะยะค่ะ” หมอทำการเก็บอุกรณ์ใส่กระเป๋า 

“ขอบใจ เราจะพาไปเดี๋ยวนี้แหละบอกให้คนเตรียมรถให้เราด้วยนะ” เจ้าชายสั่งหมอให้บอกข้ารับใช้ข้างล่างเตรียมรถให้

“พะยะค่ะ” หมอออกไปแล้วเจ้าชายนั่งลงข้างๆคาเรน ลูบหัวคนหลับไปมา เมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่เจ้าไปเที่ยวกับเรานี่ เจ้าเป็นชายหนุ่มปกติมิใช่หรือทำไมเจ้าถึงท้องได้ล่ะ เจ้าชายสับสนกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

“ฮึ๊บ!” เจ้าชายตัดสินใจอุ้มคาเรนลงไปข้างล่างเพื่อไปโรงพยาบาลก่อน พอนั่งในรถแล้วเขาโทรหาคนที่จะช่วยเขาได้มากที่สุด

(ฮัลโหล) เจ้าชายลูเธอร์รับโทรศัพท์

“ลูเธอร์ฉันขอคุยกับอาร์โนลล์หน่อย” เจ้าชายเฟรดริคพูดด้วยท่าทีนิ่งๆจนปลายสายรู้สึกแปลกใจ

(รอแปบ) ไม่นานเจ้าชายอาร์โนลล์ก็รีบสาย

(เจ้าชายเฟรดริค เห็นท่าลูเธอร์บอกว่าอยากคุบกับกระหม่อม) เสียงใสๆพูดมายังปลายสาย

“อาร์โนลล์ เจ้ารู้เรื่องอาการผิดปกติของคาเรนใช่ไหม” เจ้าชายเฟรดริคพูดตรงประเด็น ไม่มีการเกริ่นใดๆทั้งสิ้น

(เรื่องที่คาเรนชอบอาเจียนน่ะเหรอพะยะค่ะ)

“อืม” 

(ไม่รู้สิ เขาโกหกหูแดงเลยว่าเป็นแค่กระเพาะ กระหม่อมไม่อยากเซ้าซี้เดี๋ยวจะโดนคาเรนโกรธ) เจ้าชายอาร์โนลล์เองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“จริงๆแล้ว คาเรนท้อง”  เจ้าชายก้มลงมองคนที่นอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมอกของเขา คนที่ขับรถให้เจ้าชายเมยหน้าขึ้นมองกระจกเพราะตกใจที่ได้ยินเรื่องนี้เช่นกัน

(อะไรนะ! เป็นไปได้ไง คาเรนเป็นผู้ชายปกตินะ) เจ้าชายอาร์โนลล์ตะโกนเสียงดัง

“เราเองก็ไม่รุ้เหมือนกัน ทีแรกเราก็คิดเหมือนกับเจ้าจนกระทั่งเราวางยานอนหลับคาเรนและให้หมอมาตรวจ” เจ้าชายเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เจ้าชายอาร์โนลล์ฟัง

(เดี๋ยวกระหม่อมจะโทรถามทางบ้านกระหม่อมให้นะพะยะค่ะ ตอนนี้พวกท่านกำลังจะไปที่รพ.ไหน) เจ้าชายอาร์โนลล์ถามอย่างรีบร้อน

“ที่เจ้าไปคลอดนั่นแหละ” มีโรงพยาบาลเดียวที่ไม่ว่าคนในราชวงศ์จะเป็นอะไรก็ต้องเข้ารับการรักษาที่นั่นเท่านั้น

(ทราบแล้วพะยะค่ะ ได้ข้อมูลแล้วเดี๋ยวกระหม่อมจะรีบไป) 

“ขอบใจ” เจ้าชายวางสายไปและก้มลงมองคาเรนอีกครั้ง เราไม่รู้ว่าจะดีใจหรือประหลาดใจดีที่เจ้าท้องได้ แต่ถ้าเด็กนี่เกิดมาเพื่อเป็นลูกของเรา เราก็พร้อมที่จะดูแล เจ้าชายจุมพิศลงหน้าผากมนอีกครั้ง ใบหน้าที่ไร้แว่น ชอบทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา ดูแล้วมันช่างน่ารักเสียจริง

“เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ” เจ้าชายกระชับอ้อมกอดแน่นทั้งที่สมองมันยังกังวลแต่ใจกลับรู้สึกเต้นตึกๆยินดีอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงรพ.แล้วหมอที่ทำการเข้ารักษาก็ยืนรออยู่ที่หน้าอาคารโดยมีองครักษ์ยืนเรียงแถวป้องกันอยู่มากมาย

“เดี๋ยวกระหม่อมจะพาเขาไปห้องตรวจเจ้าชายโปรดยืนรออยู่ข้างนอกก่อนนะพะยะค่ะ” หมอบอก เจ้าชายพยักหน้าและยืนรอ ที่บริเวรนี้ไม่มีใครเข้ามาเลยแม้แต่น้อยเพราะมีการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา

“เจ้าชาย” เสียงเจ้าชายอาร์โนลล์ดังขึ้น 

“ลูเธอร์ อารโนลล์” เจ้าชายเฟรดริคเรียก ทั้งคู่เดินเข้ามายังตรงที่เจ้าชายเฟรดริคอยู่

“คาเรนเป็นอย่างไรบ้าง กระหม่อมโทรถามท่านแม่แล้ว ท่านแม่บอกให้รอก่อนท่านจะตรวจสอบให้” เจ้าชายเฟรดริคพยักหน้า

“คาเรนเป็นไงบ้าง” เจ้าชายลู้เธอร์สหายคนสนิทของเจ้าชายเฟรดริคถาม

“เข้าตรวจอยู่ เดี๋ยวคงเสร็จแล้วล่ะ” เจ้าชายเฟรดริคทำสีหน้ากังวล เจ้าชายลูเธอร์ตบบ่าเบาๆ

“เรื่องแบบนี้ควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ” เจ้าชายลูเธอร์พยายามปลอบ

“นั่นสิ ไม่รู้จะดีใจหรือแปลกใจดี ห่ะๆ” เจ้าชายยิ้มเฟื่อนๆ

“ออกมาแล้วๆ” หมอที่ทำการตรวจคาเรนเดินออกมาแล้ว

“เชิญที่ห้องพะยะค่ะ ส่วนเขากระหม่อมจะให้ไปพักที่ห้องผู้ป่วยก่อนจะให้กระหม่อมเปิดห้องนั้นใช่ไหมพะยะค่ะ” ห้องนั้นคือห้องพิเศษสำหรับราชวงศ์ เจ้าชายทั้งสามพยักหน้าและเดินไปพร้อมกับหมอเพื่อฟังการตรวจ

“กระหม่อมได้ทำการตรวจแล้ว คุณคาเรนตั้งภรรค์ได้ 13 สัปดาห์แล้วพะยะค่ะ” สิบสามสับดาห์หรือประมาณเกือบๆสามเดือน

“รู้ไหมทำไมเขาถึงท้องได้” เจ้าชายลูเธอร์เปิดปากก่อนที่เจ้าชายเฟรดริคจะพูดขึ้นก่อนด้วยซ้ำ

“จากการตรวจสภาพร่างกาย หมอพบว่าคุณคาเรนมีมดลูกเป็นอวัยวะที่แฝงตัวอยู่ข้างในซึ่งเกิดจากการผิดปกติของร่างกายหรืออาจะเป็นเพราะการแตกตัวไข่ที่ไม่สมบูรณ์”  ทั้งสามคนตะลึงไปชั่วขณะ เรื่องนี้คาเรนเองก็คงไม่รู้แน่ๆ

“ครืดดด ครืดดด” เสียงโทรศัพท์ของเจ้าชายอาร์โนลล์ดังขึ้น

“ครับท่านแม่.....ครับ....ครับ...ใช่ครับคาเรนท้องจริงๆ......กับเจ้าชายเฟรดริค....ครับ..สวัสดีครับ” เจ้าชายอาร์โนลล์มองหน้าไปยังเจ้าชายเฟรดริคเพราะเขามั่นใจว่าผู้ชายคนเดียวที่ทำให้คาเรนท้องได้คือเจ้าชายเฟรดริค

“ท่านแม่ว่ายังไงบ้างอาร์โนลล์” เจ้าชายลูเธอร์ผู้เป็นสวามีถาม

“ท่านแม่ไปถามท่านพอได้เรื่องมาว่าตอนที่พ่อแม่คาเรนท้องเคยตรวจพบว่ามีใข่สองในแต่พอมาตรวจอีกครั้งใบสองใบนั่นก็เหลือแค่ใบเดียว” เรื่องราวทุกอย่างชัดเจนขึ้นมาอาจจะเป้นอย่างที่หมอคนนี้พูดจริงๆ

“แย่แล้วค่ะหมอ คนไข้ฟื้นและหายตัวไปแล้วค่ะ” นางพยาบาลวิ่งเข้ามาในห้องอาการตื่นตระหนก

“อะไรนะ!!” เจ้าชายเฟรดริควิ่งออกไปเพื่อไปยังห้องพักของคาเรน เมื่อถึงหน้าห้องก็พบว่าองขรักษ์ที่อยู่หน้าห้องและตามทางเดินได้นอนสลบเป็นระนาว นี่เจ้าแข็งแรงแค่ไหนกันคาเรน ถึงได้ล้มเจ้าพวกนี้ได้ทั้งหมด ยิ่งนึกถึงสภาพคนท้องยิ่งน่าตกใจขึ้นไปอีก

“ทำไมล้มเป็นระนาวขนาดนี้” เจ้าชายทั้งสองที่ตามขึ้นมาทีหลังพร้อมกับหมอและพยาบาลต่างก็ตกใจ

“พวกเจ้าเป็นอะไรไหม” ดูจากสภาพแล้วเจ้าชายแทบจะไม่โมโหเลยสักนิด เพราะสภาพอ่วมจนสามารถนอนอยู่โรงพยาบาลได้หลายคืนเลย จะโกรธพวกนี้เพิ่มไปก็ไม่มีประโยชน์

“ท่านคาเรนตื่นออกมาจากห้อง พวกเราพยายามห้ามแล้วพะยะค่ะ แค่กๆ ได้โปรดอภัยให้พวกกระหม่อมด้วย”  นายทหารนายหนึ่งกล่าว

“เราไม่โทษพวกเจ้าหรอก เรียกคนอื่นๆมาพาพวกนี้เข้ารักษาตัวซะ” เจ้าชายรู้ว่าองครักษ์พวกนี้แข็งเเกร่งและถูกฝึกมาเป็นอย่างดี เจ้าชายสั่งให้พวกที่เหลือลากพวกที่นอนสลบไปรักษาตัว

“อาร์โนลล์ คาเรนแข็งแกร่งขนาดไหนกันถึงได้ล้มพวกนี้ได้

“มากเลยล่ะ ตอนที่อยู่ประเทศคาเรนเป็นหัวหน้าฝึกพวกเหล่าทหารหลายกองพันและร่วมสงครามเมืองก่อนที่เราจะเกิดด้วย” ไม่แปลกใจเลยที่พระราชาและราชินีให้คาเรนเป็นผู้ติดตามของเจ้าชายอาร์โนลล์ผู้อ่อนแอคนนี้

“ที่เหลือออกตามหาคาเรนทุกซอกทุกมุมให้หน่วยต่างๆออกตามหาด้วย” เจ้าชายเฟรดริคออกคำสั่ง

“พะยะค่ะ!” เจ้าชายเฟรดริคสามารถออกคำสั่งกับพวกองครักษ์ได้เพราะเขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็กจนแทบเป็นบ้านที่แท้จริงของเขา พระราชาเลยให้อำนาจในการสั่งการให้กับเจ้าชายเฟรดริคด้วย

*************************************************************************************************

มาแต่งต่อแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเร่งให้จบเลยหายไปซะนานลืมไปเลยว่าเรื่องนี้แต่งยังไม่จบ ฮ่าๆๆๆ .............ขอโทษเจ้าค่า!! -/\- (กราบรัวๆ)

ความคิดเห็น