email-icon facebook-icon Twitter-icon

มาจอยกันเถอะ! ทักทายได้ทุกเมื่อ เราชอบคุยมากกกกกก (ก.ไก่ แปดล้านตัว!!) และก็ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนกันนะจ้ะ ^___^

ชื่อตอน : อัศวิน 3......100%

คำค้น : อัศวิน, สายลม, ดราฟ, จุน, ปอม, วิป, นิยายวาย, BlueGusten

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2561 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อัศวิน 3......100%
แบบอักษร

CHAPTER

-3-

กลางร้านนั่งดื่มบรรยากาศสบายที่ชายหนุ่มสามคนกำลังนั่งชนแก้วกันอยู่ด้วยอาการเนือยๆ หนึ่งในนั้นกระดกของเหลวสีอำพันลงคอไปเป็นแก้วที่ห้าหลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะหย่อนก้นลงนั่งไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ ก่อนเพื่อนร่วมโต๊ะที่ชักชวนติดสอยห้อยตามกันมาด้วยจะออกปากปราม

“เชี่ยวิน! แดกเยอะเดี๋ยวก็เมาคอพับอีกหรอกมึง” เป็นดราฟเองที่ทนไม่ไหว หลังจากที่เขาเพิ่งกระดกไปเพียงครึ่งแก้วเท่านั้นแต่กับคนที่นั่งตรงกันข้ามกลับยกเอาๆ จนเขาและเพื่อนอีกคนได้แต่นั่งมองปริบๆ

“อย่ายุ่งกูน่าไอ้ดราฟ แค่นี้ไม่ระคายคอกูด้วยซ้ำ” อัศวินบอกกลับด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ทำเป็นพูดดี ตอนไปบริจาคของที่อุดรฯ มึงแม่งเมาตั้งแต่แก้วที่สามไม่ใช่เหรอวะ” ปอมว่าให้

“นั่นมันเหล้าเสรีของชาวบ้านมั้ย? พวกมึงแม่งยังไม่กล้าแดกแล้วมาว่ากู!” อัศวินบ่นอย่างมีน้ำโห

“ถามจริงเถอะว่ะ มึงมีอะไรกับน้องรหัสกูนักหนาวะ” ดราฟที่เพิ่งจะวางแก้วของตัวเองลงถามกลับ

“เรื่องมันยาว”

“แค่ไหน? จากนี่ถึงอเมริกาเลยมั้ย โธ่ไอ้ตูด! เล่ามาเหอะยาวแค่ไหนกูก็จะฟัง” ดราฟว่าก่อนที่ทั้งเขาและปอมจะมองอัศวินกันเป็นตาเดียวอีกครั้ง

“แต่กูยังไม่อยากเล่าตอนนี้ว่ะ” อัศวินพยายามเลี่ยงที่จะเล่าเรื่องที่เขารู้สึกพลาดในอดีต

“หึ! ไม่ใจนี่หว่า” ปอมสวน

“เออแม่ง! ขืนมึงไม่เล่ากูจะไปคะยั้นคะยอให้ไอ้ลมมันซิ่วจริงนะเว้ย ดูท่ามึงเองก็ไม่ได้อยากให้มันทำแบบนั้นไม่ใช่เหรองั้นก็เล่ามาซะดีๆ” ดราฟขู่

อัศวินมองเพื่อนทั้งสองอย่างชั่งใจ เขาไม่ได้อยากเล่าอะไรออกมาเพราะยิ่งคิดถึงเรื่องนั้นทีไรมันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดกับอีกคนมากไปทุกที

“กูเคยแย่งแฟนมัน”

“ห๊ะ?!!”

“กูเคยแย่งแฟนมันไปให้คนอื่น” อัศวินพูดต่อก่อนดราฟที่เริ่มนั่งไม่ติดจะถามกลับอย่างสงสัย

“ยังไงวะที่ว่าแย่งแฟนไปให้คนอื่น?”

“ตอนมอหกกูเข้าหาแฟนสายลมแล้วก็ทาบทามให้กับคนในห้องของกู” อัศวินเล่าก่อนจะคว้าแก้วกระดกเครื่องดื่มเข้าปากไปอีก

“เฮ้ย! มึงทำแบบนั้นได้ไง?” ดราฟว่าในขณะที่ปอมเองก็ได้แต่เงียบฟังอย่างไม่เชื่อว่าเพื่อนคนนี้จะทำได้

“ก็เพราะแฟนมันแม่งไม่ดีนี่หว่า! ถึงกูจะไม่ทำทีไปขอเบอร์ฯ ผู้หญิงคนนั้นมาเขาก็คบคนอื่นลับหลังไอ้ลมมันอยู่ดี! อีกอย่างถ้าไม่คิดจะยุ่งกับคนในห้องกูตั้งแต่แรกทำไมถึงยอมให้เบอร์ฯ กูล่ะจริงมั้ย?!” อัศวินตะโกนออกมาอย่างฉุนๆ

“แสดงว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนลมมันอยู่มอสี่?” ปอมที่เงียบฟังถามบ้าง

“เออ”

“แล้วก่อนหน้านั้นระหว่างพวกมึง?”

“มันอยู่บ้านหลังตรงข้ามกับกู ก็เหมือนทั่วไปนั่นแหละ รู้จักกัน เคยไปเที่ยวด้วยกัน ซื้อของด้วยกัน”

“งั้นก็หมายความว่าพวกมึงก็เป็นพี่เป็นน้องกันดี”

“อืม”

“แต่เพราะเรื่องนี้เลยทำให้ไอ้ลมมันเกลียดมึงเข้าไส้?” ดราฟแทรกขึ้นมาฉุดให้คนโดนว่าพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้

“แล้วทำไมมึงไม่บอกไปว่าแฟนมันเป็นคนยังไง” ดราฟถามต่อ

“พวกมึงคิดว่าหลังจากที่มันรู้ว่ากูมีส่วนช่วยให้คนในห้องจีบแฟนของมัน ลมจะยอมคุยกับกูดีๆ?” อัศวินพูดออกมาอย่างสมเพชตัวเอง “หึ! แม่งดื้อมากกว่าที่พวกมึงคิด”

“ดูมึงจะแคร์มันมากเลยนะ” ปอมที่ยกแก้วตัวเองขึ้นดื่มว่าให้ หากแต่คำพูดนี้กลับทำเอาอัศวินชะงัก

“คิดอะไรกับน้องมันเปล่าวะ?” ปอมถามออกมาอีก

“…” อัศวินไม่ตอบจนเพื่อนอีกคนเบิกตากว้าง

“ห่าวิน! มึงอย่าบอกนะว่า?!” ดราฟตะโกนลั่น

“กูไม่รู้!”

“…”

“พวกมึงอย่ามองกูแบบนั้นจะได้มั้ย! กูยอมรับว่ากูเป็นห่วงมัน กูหวังดีกับมัน กูอยากให้มันยอมให้อภัยแต่แค่นี้มันก็ตัดสินว่ากูชอบสายลมแล้วเหรอวะ”

“ก็เออนะสิ!” ดราฟสวน

“!!”

“ถ้าไม่ได้คิดอะไรแล้วมึงจะเป็นแบบนี้เหรอวะ ไอ้ลมมันแค่บอกว่าจะซิ่วแต่ดูมึง! เล่นกระดกเอาๆ อย่างกับมันจะไปตายยังไงยังงั้น”

“นั่นปากมึงเหรอที่พูดน่ะ!!”

“เห็นม่ะ แค่กูแหย่ไอ้ลมมันนิดๆ หน่อยๆ มึงก็โวยขึ้นมาซะละ นี่กูเป็นพี่รหัสมันนะเว้ย!!”

“แต่กูก็เคยเป็นคนที่มันเรียกว่าพี่มาก่อนเหมือนกันเว้ย!!”

“พอๆ พวกมึงไม่อายคนอื่นแต่กูอาย” ปอมว่าเมื่อเพื่อนร่วมโต๊ะทั้งสองกำลังจะเริ่มสงครามน้ำลายขึ้นกลางร้านจนผู้คนรอบข้างมองพวกเขาเป็นตาเดียว “แล้วมึงจะเอาไงต่อวะไอ้วิน” ปอมถามคนที่ยกแก้วบรั่นดีขึ้นกระดกจนหมดในคราวเดียวตรงข้ามกลับ

“กูก็พอจะมีวิธีของกูอยู่” อัศวินตอบก่อนจะวางแก้วที่ว่างเปล่าลงบนโต๊ะพลางล่วงกระเป๋าเงินออกมา

“ยังไงวะ?”

“โทษทีแต่กูไม่อยากบอกว่ะ ขอตัวก่อน” พูดเสร็จอัศวินก็ลุกออกจากโต๊ะทันที

“อ้าวห่าวิน! นั่นมึงจะไปไหน?!” ดราฟตะโกนเรียกไล่หลัง

“กลับบ้าน” คนถูกเรียกหันมาตอบก่อนเดินออกจากร้านไปโดยไม่สนใจเพื่อนอีกเลย

“เฮ้ย! ไอ้นี่แม่งเป็นยังงี้ทุกทีเลย!!”

“แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ชิ่งไปเฉยๆ ว่ะ” ปอมบอกก่อนสายตาของทั้งสองจะมองไปยังใต้แก้วของอัศวินที่มีเงินจำนวนสามพันวางอยู่

“ให้ตายเถอะเชื่อมันเล้ย!!” ดราฟสบถทิ้งท้าย

ด้านอัศวินที่พอเดินออกจากร้านก็มุ่งหน้าไปยังบิ๊กไบค์คันโปรดของตัวเองที่จอดเทียบท่าอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มล้วงเอาโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกจากกระเป๋ากางเกงยีนส์คู่ใจก่อนจะต่อสายถึงใครบางคน…บางคนที่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ เพียงแต่ชายหนุ่มยังรอให้ถึงเวลาที่เหมาะเสียก่อน ซึ่งเวลานั้นมันกำลังจะมาถึงในไม่ช้า

[สวัสดะ…]

[สวัสดี…จำฉันได้หรือเปล่า]

[…] ปลายสายที่พูดยังไม่ทันจบชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงของคนทางนี้

[ถึงคราวที่ฉันจะเรียกค่าเสียหายสักที]

[ค…ค่าเสียหาย?] อีกฝ่ายเอ่ยตะกุกตะกักเมื่อจำได้ว่าคนที่โทรมาหาตอนนี้คือใคร

[ถึงเวลาทำเรื่องที่เราเคยตกลงกันไว้แล้ว ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่ฉันจะติดต่อไปอีกที] ว่าเสร็จอัศวินก็วางสายไปก่อนจะควบบิ๊กไบค์และขี่ออกจากร้านมุ่งหน้ากลับบ้านของตัวเองทันที

:

“ตกลงพวกมึงจะไม่คุยกับกูจริงๆ ใช่มั้ย” เป็นสายลมที่กำลังนั่งง้อขอคืนดีกับเพื่อนอีกสองคนที่นั่งหันหลังให้บนเก้าอี้ม้าหินตัวประจำหน้าคณะวิศวฯ

“เฮ้ยไอ้วิป มึงได้ยินเสียงนกเสียงกาแถวนี้เปล่าวะ” จุนที่ในมือของเขามีหนังสือการ์ตูน One Piece เล่มล่าสุดหันไปถามเพื่อนอีกคนที่กำลังเปิดอ่านตำราก่อนเข้าเรียนวิชาแรกของวัน

“เออว่ะ กูว่ากูได้ยินนะแต่มึงไม่ต้องสนใจหรอกเพราะไอ้นกไอ้กาแถวนี้มันก็ไม่ได้สนใจพวกเราอยู่แล้ว”

สายลมถอนหายใจออกมาอย่างคิดหนัก เขาไม่คิดเลยว่าปฏิกิริยาของเพื่อนทั้งสองจะเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้เมื่อรู้เรื่องที่เขาอยากจะซิ่วไปเรียนที่อื่น

“ถ้างั้นก็ตามใจพวกมึง เพราะอีกไม่นานกูก็ซิ่วไปแล้วเสียเพื่อนเพราะเรื่องแค่นี้กูจะจำใส่หัวเอาไว้เลย!” ตัวต้นเหตุว่าก่อนจะคว้าเป้ที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือไว้พลันลุกขึ้นยืน

“เออๆ! กูยอมคุยกับมึงแล้วก็ได้” จุนหลุดพูดรั้งสายลมเอาไว้

“อ้าวเชี่ยจุน! ไหนตกลงว่าจะไซโคจนกว่าไอ้ลมมันจะล้มเลิกความคิดยังไงล่ะวะ?!” วิปว่าให้คนสมรู้ร่วมคิดพลันลมก็หยุดฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินออกไปไว้

“กูสงสารมัน”

“ไอ้หอก!”

“แล้วมึงไม่สงสารมันไง?”

“ก็สงสาร แต่กูอยากให้ไอ้ลมมันเรียนที่นี่มากกว่านี่” วิปบ่นอุบอิบ

“เลิกเถียงกันเหอะว่ะ” ลมห้ามก่อนจะพูดขึ้นอีก “ความจริงเมื่อวานกูก็พูดเกินจริงไปหน่อย”

“…”

“พ่อกูยังไม่อนุญาตเลย ที่พูดเมื่อวานก็แค่อยากให้รุ่นพี่พวกนั้นเลิกยุ่งเรื่องของกูสักที” คนว่าทรุดตัวนั่งลงตามเดิม

“จริงดิ?” สองคนที่เหลือหลุดถามพร้อมกัน

“เออ”

“แต่มึงก็อยากซิ่วจริงๆ”

“ใช่”

“เพราะอะไรกันแน่วะพวกกูอยากรู้” จุนถามออกมาอีก

“กูว่าเพราะพี่รหัสกูแน่ๆ” วิปที่แทรกขึ้นถูกจุนจ้องอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

“เออ! เพราะพี่รหัสมึงนั่นแหละกูแม่งไม่ชอบมันเลยว่ะแค่เห็นกูก็เกลียดแล้ว” ลมยอมรับออกมาในที่สุด

“มีเรื่องอะไรกันมาเหรอวะ ความจริงกูก็สังเกตมาได้สักพักแล้วตั้งแต่วันที่มึงบอกว่าไม่ชอบพี่รหัสกูจนถึงวันที่มึงไปติววันสุดท้าย พี่วินแม่งจ้องแต่มึงจริงๆ แต่สายตาของเขาก็ไม่ได้จงเกลียดจงชังมึงนะเว้ย ที่กูเห็นคือพี่เขาชอบจ้องแล้วก็ถอนหายใจไปด้วยว่ะ นี่ถ้าไม่ติดตรงที่มึงเกลียดเขา กูคงคิดว่าพวกมึงเป็นแฟนที่กำลังงอนกันซะอีก” วิปสาธยายยาวเหยียด

“ถอนคำพูดที่ว่ากูดูเหมือนแฟนไอ้นั่นซะ! พูดแล้วขนลุก!!” สายลมเอ็ด ก่อนเสียงเตือนจากโทรศัพท์จะดังขึ้นพร้อมกับการติดต่อมาของคนที่เขาเฝ้ารออยู่ทุกวัน

Secret : ลมช่วงนี้เป็นไงบ้าง?

สายลมมองประโยคคำถามสั้นๆ ที่ถูกส่งมาจากคนที่ไม่เคยเห็นด้วยรอยยิ้มที่ค่อยๆ เผยขึ้น

Sailom_Ma : ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ลมกดส่งไปก่อนจุนและวิปที่เห็นถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของเพื่อนสนิทจะชะโงกมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ของสายลมทันที

“ใครวะ” จุนถาม

“เพื่อน”

“คนนั้นเหรอวะ” ตามมาด้วยวิป

“อืม”

“แหม…แค่เขาทักมาอารมณ์ก็เปลี่ยนเลยนะมึง” วิปแซวก่อนจุนจะคะยั้นคะยอถามเอาความจากชายหนุ่มภายใต้แว่นตาหนาเตอะแทน

Secret : ที่ลมเคยบอกว่าอยากเจอเราน่ะ ยังอยากอยู่หรือเปล่?

สายลมเบิกตากับประโยคคำถามต่อมาของอีกฝั่ง หัวใจที่แต่เดิมมันเต้นด้วยจังหวะปกติกลับรัวเร็วขึ้นราวกับใครเอากลองมาตีในอกก็ไม่ปาน

Sailom_Ma : อยากสิ!!

Secret : ถ้างั้นวันนี้ว่างมั้ย? เราอยากจะนัดลมไปทานข้าวด้วยกัน

Sailom_Ma : ว่าง! แค่ซีเป็นคนนัดมาลมก็ว่างเสมอ

Secret : งั้นดีเลย เจอกันที่ร้าน Kloset Café พารากอนตอนหกโมงเย็นนะ

Sailom_Ma : ได้ ลมจะไปถึงก่อนเวลานัดเลยนะ

Secret : ไม่ต้องรีบก็ได้แต่ถ้าลมถึงก่อนก็รอซีหน่อยนะ

Sailom_Ma : ครับผม!

Secret : แล้วเจอกันนะ

Sailom_Ma : อื้ม! J

สายลมวางโทรศัพท์ลงก่อนเพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่จะสาวความถามกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“เฮ้ย! เขาว่าไงวะ” จุนที่รู้เรื่องจากวิปแล้วถามขึ้นด้วยเนื้อเสียงตื่นเต้น

“เขานัดกูไปเจอที่พารากอนว่ะ”

“จริง?!”

“เอ้อ”

“ไปเลยดิวะ”

“ไปแน่ กูรอเจอตัวจริงมานานแล้วพลาดไม่ได้หรอกว่ะ”

“หู้ววววว เชี่ยลมแม่งเอาจริง” จุนแซวคนที่เอาแต่ยิ้มก่อนเพื่อนอีกคนจะพูดขัดขึ้น

“เฮ้ยลม! แล้วถ้าเกิดเขาเป็นผู้ชายล่ะวะ” วิปถามอย่างเป็นห่วงความรู้สึกของอีกฝ่าย

“ไม่มีทาง” ลมตอบอย่างมั่นใจ

“เผื่อใจไว้บ้างเหอะมึง”

“ไอ้วิปแม่งทำเสียบรรยากาศว่ะ” จุนว่า

“กูพูดความจริงเว้ย! เพราะถ้าไม่หญิงก็ชายเปล่าวะ ไม่เกย์ก็กระเทยก็ทอมอีกอะ ตอนนี้มีแม่งกี่เพศมึงต้องเผื่อใจไว้ยิ่งไม่เคยเห็นแม้แต่รูปยิ่งแล้วใหญ่”

“เออๆ เลิกกัดกันเหอะว่ะ” สายลมตัดปัญหาเมื่อเห็นว่าจุนกำลังจะง้างปากว่าขึ้นมาอีก

“กูจะเผื่อใจอย่างที่มึงว่าแล้วกันพอใจยัง” สายลมตบบ่าวิปอย่างขอบใจก่อนอีกฝ่ายจะพยักหน้ากลับ

“เอาล่ะเข้าห้องเรียนเหอะว่ะเกือบถึงเวลาเรียนแคลแล้ว” วิปตัดบทก่อนจะออกเดินนำอีกสองคนขึ้นตึกเพื่อรอเรียนวิชาต่อไปทันที

สายลมยกแก้วน้ำส้มที่สั่งมาคั่นเวลาขึ้นดื่มจนมันแทบจะหมดแก้ว เขามาถึงที่นัดก่อนเวลาอยู่นานเพราะเลิกเรียนตั้งแต่บ่ายสามครึ่ง ชายหนุ่มวางโทรศัพท์มือถือเอาไว้บนโต๊ะพลันมองมันอย่างใจจดใจจ่อ เขาเกลี่ยนิ้วตามขอบปากแก้วน้ำส้มไปมาอยู่สักพักใหญ่ก่อนที่สัญญาณเตือนจะดังขึ้น ฉุดให้หัวใจของคนรอเต้นรัวเสียจนมันแทบจะหลุดออกมาจากอก

Secret : เรามาถึงพารากอนแล้วนะลมถึงหรือยัง

Sailom_Ma : เราอยู่ที่ร้านแล้วล่ะ

***Secret :***เหรอ งั้นเดี๋ยวไปหานะขอแวะซื้อของแปปนึง

Sailom_Ma :  ได้ เรานั่งอยู่ตรงโซฟาสีแดงนะ

Secret : โอเคจ้ะ

Sailom_Ma : ^^

สายลมวางโทรศัพท์ลงก่อนจะชะเง้อคอมองไปรอบๆ ร้านอย่างใจจดใจจ่อเพื่อหวังว่าจะได้เห็นคนที่เขารอก่อนอีกฝ่ายจะทันเดินเข้ามาถึงที่โต๊ะ ทว่าเขาก็ชะเง้ออยู่อย่างนั้นจนเมื่อย แต่จนแล้วจนรอดอีกฝ่ายก็ยังไม่โผล่หน้ามาแต่อย่างใดจนชายหนุ่มเริ่มจะคิดไปไกลว่าซีอาจจะหลอกให้เขาออกมาเป็นแน่

คนรอยอมแพ้ที่จะมองหาต่อไป สายลมรู้สึกเสียใจที่อาจจะถูกหลอกจริงๆ จนถอดใจกะจะเช็คบิลแล้วออกจากร้าน ทว่าเมื่อมือเรียวกำลังก้มเก็บสัมภาระของตัวเอง เสียงหวานและรองเท้าของผู้หญิงที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าก็ฉุดคนที่กำลังจิตใจห่อเหี่ยวให้กลับมาชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง

“รอนานมั้ย”

“ซะ!...” สายลมเงยหน้าขึ้นด้วยความดีใจ แต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดเอาไว้กลับพังทลายลงมาจนหมด

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะลม เราถามว่ารอเรานานมั้ย” คนถูกถามชะงักมองคนถามด้วยแววตาขุ่นเคือง สายลมนิ่งค้างราวกับไม่รู้จะทำอะไรก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยถามอีกคนไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามเค้นให้มันเป็นปกติที่สุด

“ทำไมถึงเป็นเธอได้…ซอล”


มาวางระเบิดเอาไว้อีกแล้วต้องขอโทษด้วยนาาาา

พอดีมาอัพช้าเพราะมีโปรเจคร่วมกับ สนพ อยู่ แอบกระซิบว่าเป็นนิยายเรื่องใหม่

ที่ทั้งมันส์ จิต ฟิน ดราม่า ผสมกันไปหมด และกิ่งจะพยายามแต่งมันให้ดีนะคะ

อ่านแล้วอย่าลืมเม้นท์+กดถูกใจ ให้กันด้วยนาาาา

1 เม้นท์ของคุณ = 1 ล้านกำลังใจของนักเขียนนาาาาา


ความคิดเห็น