ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 เฟรดริค x คาเรน (NCเบาๆ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 เฟรดริค x คาเรน (NCเบาๆ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2559 11:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 เฟรดริค x คาเรน (NCเบาๆ)
แบบอักษร

“อืมมม เจ้าชาย” คาเรนตื่นขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินเสียงประตูปิด เขามองไปรอบๆห้องไม่เจอกับเจ้าชายมีเพียงร่างกายของตนที่เปลือยเปล่ากับรอยเลือดสีแดงบนผ้าปูที่นอนบริเวณตรงนั้นของเขา คาเรนรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบเพราะเขาสมยอมเอง

“เจ้าชาย” เสียงร้องเบาๆเรียกหาเจ้าชาย เขาห่อตัวด้วยผ้าห่มแล้วเดินไปทั่วห้อง ไม่มีวี่แว่วว่าจะเจอเจ้าชายอยู่เลยเห็นเพียงชุดนอนที่เขาใส่ก่อนที่จะร่วมรักกันแขวนอยู่ราวในห้องน้ำ เขารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองเพื่อออกไปตามหาเจ้าชายโดยไม่สนใจเรื่องตัวเองบาดเจ็บเลยแม้เเต่น้อย

“คุณเฟรดริค!!” เขาออกมาข้างนอกจำต้องเปลี่ยนสรรพนามเรียกชื่อของเจ้าชายตามที่เจ้าชายสั่ง เขาเดินหารอบๆโรงแรมที่พักแต่ไม่มีวี่แววว่าจะเจอร่างของเจ้าชาย เขาใส่ชุดอะไรออกมาเขาไม่อาจทราบ

“คุณเฟรดริค คุณอยู่ที่ไหน!” เขามองหาไปทั่ว ตอนกลางคืนไม่ค่อยมีคนเขายิ่งเป็นจุดสนใจของผู้คนรอบๆ

“เห้! ตามหาใครอยู่เหรอ” ชายปริศนาที่เขาไม่รู้จักกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหา

“ผมตามหา...เพื่อนคนหนึ่ง เขาหายไปจากห้องคุณพอจะเห็นเขาไหม ตัวสูงกว่าผมประมาณสิบเซนต์ ผิวสีขาว ผมสีน้ำตาล” เขาอธิบายให้ชายที่เดินมาหาเขา

“ไม่รู้สิ นายไม่รู้เหรอว่าแถบนี้ตอนกลางคืนพวกคนซื่อๆไม่ควรออกจากที่พัก เวลานี้มันเป็นเวลาของพวกนักท่องราตรีและคนนิสัยไม่ดี” หนึ่งในกลุ่มพูดให้เขาฟังและไล้ตัวเขาเล่น

“ผมไม่รู้ แต่ผมจำเป็นต้องออกมาตามหาเขา” คาเรนพูดนิ่งๆ ไม่ใส่ใจกับเด็กหนุ่มที่กำลังเล่นร่างกายของเขา

“ถ้าอย่างนั้นมาเล่นกับพวกเราไหมล่ะ เสร็จแล้วจะช่วยตามหา” ทั้งหลุ่มแสยะยิ้มให้ ช่างเป็นเด็กที่น่ารังเกียจ คาเรนคิด

“จะเล่นอะไรล่ะ”

“รู้จักเซ็กส์หมู่ไหมล่ะ นั่งแหละการเล่นของพวกเรา หน้าตายนายก็ถือว่าใช้ได้คงพอจะทำให้เรามีอารมณ์ร่วมได้บ้าง หน้าเด็กแบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยๆ โอ้ย!!” คาเรน จับข้อมือชายที่ลูบไล้ร่างกายของเขาหักไปด้านหลัง

“ผมขอบอกไว้เลยน่ะ ผมไม่คิดจะเล่นอะไรลามกๆแบบนั้นหรอก และอีกอย่างผมอายุมากกว่าพวกคุณหลายสิบปี กลับบ้านไปอยู่กับพ่อแม่ดีกว่าเลิกทำนิสัยแย่ๆแบบนี้ซะ” เขาขยับแว่นขึ้นทำหน้าโหดขึ้นไปอีกเท่าตัว 

“โอ้ยๆๆๆ พวกแกมาช่วยฉันสิวะ!” เด็กชายที่ถูกดัดข้อตะโกนเรียกให้เพื่อนช่วย พวกมันเข้ามาจะต่อยเขา เขาสะบัดเด็กที่จับอยู่แล้วป้องกันตัวเอง ร่างกายช่วงล่างเขารู้สึกเจ็บแสบขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถยกเท้าขึ้นได้ เขาสู้แค่เพียงมือเปล่าเท่านั้น

“อรั่ก!!” หมัดเข้าที่ท้องของเขาอย่างหนักจนต้องโก่งตัวลง และโดนทุบหลังซ้ำเขาทรุดลงกับพื้น

“เฮ้!!! พวกนายทำอะไร!!” ทุกอย่างหยุดนิ่งไปกับเสียงที่ทรงพลัง เขาหันไปมองหน้าคนที่เดินเข้ามาช่วยเขา

“คุณเฟรดริค” เจ้าชายโอบตัวของเขาไว้แน่น

“พวกนาย! ถ้าขืนทำแบบนี้อีกเราจะให้ตำรวจมาจับตัวไว้แล้วสั่งปิดที่นี่ให้หมด ไสหัวไปซะ!!” พวกนั้นรีบวิ่งหนีกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง

“ออกมาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่นอนอยู่ที่ห้อง” เจ้าชายทำหน้าหงุดหงิดใส่

“ผมขอโทษ คุณหายไปจากห้องผมนึกว่าคุณถูกลักพาตัว” 

“จะบ้าเหรอ แค่ไปซื้อยาที่ร้านขายยาเป็นแผลอยู่ไม่ใช่หรือไง” คาเรนถึงกับหน้าแดงพูดไม่ออก ร่างกายที่เจ็บแสบทำให้เขาสู้เด็กไม่ได้ก็รู้ตัวดีแต่ดันทำซ่าไม่เป็นเรื่อง

“ลุกไหวไหม” เขาพยายามลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปยังที่พัก แต่จู่ๆร่างกายของเขาก็ลอยขึ้นจากพื้น

“ปล่อยๆๆๆ” คาเรนพยายามดันตัวเองลงจากอ้อมแขนของเจ้าชาย

“เดินเป็นเป็ดแบบนี้เมื่อไหร่จะถึง รู้สึกแสบอยู่ไม่ใช่เหรอ อยู่นิ่งๆแบบนี้แหละเดี๋ยวเราจะอุ้มไปเอง นี่คือคำสั่ง!” ใบหน้าที่จริงจังของเจ้าชายทำให้เขาขัดไม่ได้ เขาปิดหน้าตัวเองเมื่อผ่านฟร้อนด้านหน้าของโรงแรมจนถึงห้องพัก มันน่าอายเกินกว่าที่จะมองผู้คนที่อยู่รอบๆ พอถึงห้องเจ้าชายดึงผ้าปูที่นอนออกเหลือแค่เตียงเปล่าๆและวางเขาลง

“ไหนดูสิ เลือดออกอีกแล้วเห็นไหม” เจ้าชายถือวิสาสะถอดกางเกงของคาเรนออก เขารีบปิดท่อนล่างที่เปือยเปล่าให้มิดแต่ในความจริงจะปิดได้แค่ด้านใดด้านหนึ่งก็เถอะ

“มันน่าอายนะพะยะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมทำเอง” พอถึงห้องเขาก็เปลี่ยนคำพูดของเขาเหมือนเคย

“น่าอายตรงไหน เมื่อกี้ก็เห็นหมดแล้วเราทำเองเราก็ต้องรับผิดชอบสิ-3- เอามือออกแล้วจับขาตัวเองไว้” เจ้าชายจับขาของคาเรนยกขึ้น ทำให้เห็นส่วนนั้นอย่างชัดเจน

“เพราะเห็นหมดแล้วแบบนี้ยังไงล่ะพะยะค่ะมันถึงน่าอาย” แถมอายหนักขึ้นหว่าเดิมอีก เข้าชายเดินเข้าไปห้องน้ำรีบเอาผ้าผืนเล็กไปชุบน้ำให้แห้งมาเช็ดบริเวณนั้น

“อืมมม” คาเรนพยายามกลั้นเสียงตัวเองไม่ให้เล็ดลอดออกไป เจลเย็นๆถูกป้ายเข้าไปด้านในเล็กน้อย

“อ๊ะ! มันเย็นT^T”

“อย่าทำแบบนี้สิ เราจะลงแดงตายอยู่แล้วนะ>o<”  สิ่งที่อยู่ตรงหน้าขมิบไปมาเจ้าชายแทบจะหมดความอดทน

“กระหม่อมถึงบอกว่ากระหม่อมจะทำเองยังไงล่ะพะยะค่ะ!!”

“ไม่เอา!! เราเป็นคนทำเราก็ต้องรับผิดชอบสิ!” เสียงคะคอกกันไปตะคอกกันมาจนทายาเสร็จ ต่างคนต่างเหนื่อยหอบด้วยกันทั้งคู่

“แฮ่กๆๆ” เสียงหอบหายใจรุนแรงกว่าตอนที่พวกเขาทำกันเสียอีก

“ไม่ไหว คาเรนเราอยากทำอีก” เส้นประสาทของเขาแทบขาดสะบั้น 

“ไปเข้าห้องน้ำแล้วช่วยตัวเองพะยะค่ะ กระหม่อมไม่ได้มีหน้าที่รองรับอารมณ์ของใคร-_-*” ที่ทำให้เขาต้องโดนเด็กเล่นงานเอาก็ไม่ใช่เพราะเจ้าชายหรือไร

“เมื่อกี้ยังทำได้อยู่เลยนี่” มันก็แค่จังหวะชั่ววูบที่เผลอไปเท่านั้นเอง คาเรนคิด

“กระหม่อมนะนอนแล้ว ไปช่วยตัวเอง” คาเรนหยิบกางเกงนอนมาใส่ไม่ลืมหยิบผ้าห่มขึ้นมาด้วยก่อนจะคลุมโป่งปิดตาลง

“ใจร้ายจัง ทั้งที่เป็นคนรักกันแล้วแท้ๆ” ประโยคเมื่อกี้คาเรนถึงกับสะดุ้ง เปิดผ้าห่มขึ้นมาต่อว่า

“กระหม่อมไม่ใช่คนรักของพระองค์!”

“แล้วเป็นอะไรล่ะ อย่าลืมสิเราทำกันไปแล้วนะนั่นก็หมายความว่าเจ้าเป็นของเราแล้ว อ๊ะ! ไม่อยากเป็นคนรักงั้นก็เป็นภรรยาสิ” นั่นยิ่งแล้วใหญ่สำหรับเขา

“กระหม่อมบอกแล้วยังไงว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้”

“เจ้านี่อะไรๆก็ว่าเป็นไปไม่ได้ เจ้าลองหรือยังถึงบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้!” เจ้าชายรวบตัวของคาเรนไว้แน่น

“ไม่ลองและไม่อยากลอง ท่านไม่รู้กฎของบ้านกระหม่อมอย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆ ถึงบ้านเมืองของท่านจะเปิดอิสระแต่ก็ใช่ว่าทุกบ้านทุกเมืองจะอิสระ” โดยเฉพาะบ้านของเขา ถึงแม้ว่าเมืองเขาจะยอมให้เจ้าชายแต่งงานกับเจ้าชายลูเธอร์นั่นก็เพราะว่าร่างกายและยศศักดิ์ที่เท่าเทียมกันจึงไม่มีใครปฏิเสธยังไงล่ะ ถ้าเขารักกับคนที่ศักดิ์สูงกว่าหรือต่ำกว่าเขาจะถูกบทลงโทษอย่างใหญ่หลวง ซึ่งเขาไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น เขาจะหมดอิสระชั่วกาลนาน

“แต่เราอยากได้ตัวเจ้า เราต้องทำอย่างไร เจ้ากลัวในสิ่งใดบอกเราได้หรือไม่ เราอาจจะช่วยให้พ้นผ่านมันไปได้แล้วเราก็อยากให้เจ้าเปิดใจและรักเราจริงๆ ไม่ใช่แค่เผลอไปกับคำพูดหอมหวานที่เราหว่านล้อม” ไม่ว่าจะแตะต้องสิ่งไหนคาเรนก็กลัวไปหมดทุกอย่างและปัดมันทิ้ง เดินหนีจากมันไปโดยที่ไม่เผชิญหน้ากับมัน

“ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้กระหม่อมผ่านพ้นมันไปได้ การเผชิญหน้ากับมันมันยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ” สายตานิ่งเฉยของเขากับคำพูดที่เปล่งออกมายิ่งทำให้เจ้าชายเป็นห่วง

“รักยังไงล่ะ รักชนะได้ทุกสิ่งเราจะข้ามมันไปด้วยกันได้โปรดบอกเราได้ไหม ทำไมเจ้าถึงได้ปิดใจไม่ยอมรับใครแบบนี้” เจ้าชายกุมใบหน้านั้นไว้อย่างแผ่วเบาราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายทุกเมื่อ

“กระหม่อมไม่อยากคิดถึงมัน ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปดีแล้ว ไม่อยากให้ใครมาเป็นทุกข์กับเรื่องของกระหม่อม” ถึงแม้จะพูดยังไงคาเรนก็ไม่มีทีท่าว่าจะพูดถึงมันเลยแม้แต่น้อย อดีต อดีตที่ขมขื่น ไม่ควรจะให้ใครได้รับรู้นอกจากตัวกระหม่อมเอง

“เรามาพนันกันอีกสักรอบไหมสามเดือนต่อจากนี้ ถ้าเราสามารถทำให้เจ้ารักเราได้เจ้าจะเล่าทุกอย่างให้เราฟังและยอมเป็คนรักของเรา”

“ท่านไม่มีทางรู้หรอก”

“รู้สิ เราต้องรู้เมื่อใดที่เจ้าเอ่ยคำว่ารักกับเราแสดงว่าตอนนั้นเจ้ารักเราแล้ว” การพนันครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าครั้งก่อน เจ้าชายยิมทุ่มสุดตัวเพื่อจะได้ครอบครองคนตรงหน้า

“แล้วถ้าไม่สำเร็จล่ะพะยะค่ะ”

“เราก็จะหายไปไม่ไปเยียบที่อาณาจักรเวิร์สอีกต่อไป เรื่องราวของเจ้าก็จะไม่มีใครรู้และเก็บไว้ในมุมมืดของเจ้า” คาเรนพยักหน้า

“ตกลงพะยะค่ะ”

“ดีมาก ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปพวกเรามาเที่ยวกันก็เที่ยวให้สนุกไปเลยนะ อยู่ที่นี่ไม่มีใครรู้หรอกว่าเจ้าทำอะไรไปบ้าง ปล่อยตัวปล่อยใจให้สมกับเวลาที่เหลืออยู่ที่นี่เถอะ”

“พะยะค่ะ”

“แล้วอย่าลืมพูดแบบสามัญชนด้วยนะ ไม่อย่างนั้นโดนจูบในที่สาธารณะเราไม่รู้ด้วยนะ แบบนี้ จุ๊บ!” เขาหน้าขึ้นสีถูกจูบโดยไม่รู้ตัวอีกแล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องวันนี้ ทั้งวันโดนจูบไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ พรุ่งนี้เขาจะไม่เผลออีกเด็ดขาด

 

ติ๊ดติ๊ดติ๊ดติ๊ด เสียงนาฬิกาปลุกดังทั่วห้อง คาเรนลุกขึ้นเอื้อมมือมาปิด วันนี้พวกเขาจะได้เข้าไปในพระราชวัง คาเรนลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวและมองตัวเองในกระจก เขาคิดถึงคำพูดของเจ้าชายเมื่อคืน 'อยู่ที่นี่ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราทำอะไรบ้าง ปล่อยตัวปล่อยใจให้สมกับเวลาที่เหลืออยู่ที่นี่เถอะ' 

“เจ้าชายตื่นพะยะค่ะ”

“อืมมม มีอะไร”

“วันนี้เราต้องไปพระราชวังกันนะพะยะค่ะ” เจ้าชายลุกขึ้นมาแค่หัวแล้วมองส่ายไปส่ายมาเหมือนพัดลม

“มันยังเช้าอยู่เลย พวกเขาให้เราเข้าไปตอนบ่ายนู้น”

“เจ้าชายบอกเองนะพะยะค่ะว่าวันนี้ให้กระหม่อมปล่อยตัวปล่อยใจเที่ยวให้สนุก พระองค์บรรทมอยู่แบบนี้เมื่อไหร่จะได้ไปสักที” ทั้งที่เจ้าชายพูดไว้เองแท้ๆ เขาเลยแอบตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อจะได้สนุกได้เต็มวัน

“เข้าใจแล้ว โทรเรียกรูมเซอร์วิสให้เอาอาหารมาให้กินแล้วค่อยออกไป” เจ้าชายลุกขึ้นสั่ง บิดขี้เกียจไปมาพร้อมกับทรงผมชี้โด่ชี้เด่แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ถ้าไม่รู้ฐานะของเจ้าชาย คาเรนคงคิดว่าเขาเป็นคนเถื่อนที่เดินตามถนนแน่ๆ คาเรนโทรศัพท์ให้รูมเซอร์วิสเอาอาหารขึ้นมาบริการให้เจ้าชาย

“คาเรนมานี่หน่อย” เจ้าชายที่โผล่หัวออกจากห้องน้ำ เขาเดินไปและคุยกับรูมเซอร์วิสไปด้วย

“ครับ สองที่ อ๊ะ!!” จู่ๆเขาโดนกระชากคอเข้าไปใกล้ ริมฝีปากกระทบกัน

จุ๊บ!!  คนที่จูบยิ้มแย้มแล้วปิดประตูห้องน้ำไป ส่วนคนที่ถูกจูบยืนตะลึงค้างเติ่งไม่ไปไหน

(คุณครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า) เสียงจากรูมเซอร์วิสทำให้เขาสะดุ้ง

“เปล่าครับ ตามที่ผมบอกไปแค่นั้นแหละ ห้อง563 นะครัย สวัสดีครับ” เขารีบวางสายแล้วเอาโทรศัพท์ไปวางไว้ที่เดิม จะบ้าตายเขาดันเผลอตัวเปิดช่องว่างให้เจ้าชายจนได้

“คุณมันแย่จริงๆเจ้าชาย-///-” คาเรนจับหน้าอกตัวเองที่กระเพื่อมรุนแรง 

 

พวกเขาเดินเที่ยวรอบเมืองถ่ายรูป ชมวิว นั่งชิลๆ ตอนบ่ายโมงเพื่อนจะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ในพระราชวัง 

“สวัสดีค่ะ เจอกันอีกแล้วนะคะ^^” พนักงานสาวเสิร์ฟที่อยู่ร้านคอฟฟี่เมื่อวาน ออกมาต้อยรับอย่างยิ้มแย้ม

“คุณคนเมื่อวาน มาทำอะไรที่นี่?” คาเรนพูดด้วยความสงสัย

“แนะนำตัวนะคะ ฉันชื่อว่าเฟรนเดรีย ทำงานหลายอาชีพค่ะ วันนี้จะมาเป็นไกด์พาชมพระราชวัง ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ ทั้งคู่จะได้กลายเป็นเจ้าชายจนกว่างานเลี้ยงจะเลิกค่ะ” คาเรนรู้สึกตกใจ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องทำอะไรแบบนี้ หญิงสาวนามว่า     เฟรนเดรียพาพวกเขาเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวของพระราชวังและรออยู่ด้านนอก เพราะเป็นห้องแต่งตัวสำหรับผู้ชาย ผู้หญิงเข้าไปไม่ได้

“คิคิ ตลกดีเนอะฉันเป็นเจ้าชายแต่ต้องมารับบทเป็นเจ้าชายอีกที” เจ้าชายเฟรดริคพูดอย่างอารมณ์ดี

“ก็พวกเขาไม่รู้นี่ครับว่าคุณเป็นเจ้าชายจริงๆ” คราวนี้คาเรนไม่พลาดการพูดที่เป็นแบบสามัญชนปกติสติของเขาอยู่ครบเต็มร้อย

“นั่นสิ นายก็เป็นเจ้าชายแล้วเหมือนกันตอนนี้ฐานะเราเท่าเทียมกันแล้วนะ:)” เจ้าชายกล่าว คาเรนรู้สึกเขินที่อยู่ๆก็ได้รับบทเป็นเจ้าชายอยู่ตำแหน่งที่ทัดเทียมกับเจ้าชายตัวจริง

“เสร็จหรือยังคะ” เสียงเฟรนเดรียตะโกนเข้ามา พวกเขาทั้งคู่เดินออกไปหาเธอที่รออยู่ด้านนอก

“หล่อกันทั้งคู่เลยนะคะ ฉันเองก็เปลี่ยนชุดให้เข้ากับพวกคุณแล้วเหมือนกัน” ชุดเจ้าหญิงสีฟ้าฟูฟ่องเข้ากับเธอมากๆเหมือนเป็นเจ้าหญิงจริงๆ

“เชิญชมได้เลยค่ะ” เธอเปิดประตูเผยให้เห็นห้องโถงที่กว้างใหญ่ ประดับไปด้วยผลงานงานศิลป์ทั่วทั้งห้อง ทั้งภาพวาดของนักเขียนชื่อดัง ฝีพระหัตถ์ของคนในราชวงศ์ รวมถึงปติมากรรมต่างๆที่หาดูได้ยาก

“พวกเราสามาถดูทั้งหมดนี่ได้ใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ ถ้าจะแตะโปรดสวมถุงมือและระวัง อย่าขโมยนะคะ^^” เธอยื่นถุงมือสีขาวให้คาเรน เขาเดินไล่ดูจากฝั่งซ้ายไปเรื่อยๆ เจ้าชายยืนมองเขาชมผลงานโดยที่ไม่ตามไป แววตาที่ชื่นชมกับผลงาน รอบยิ้มเล็กน้อยที่ไม่ค่อยมีให้เห็นทำให้เจ้าชายไม่อยากไปขวางการชมผลงานของเขา

“เขาดูดีนะคะพี่ แต่ปิดบังความชอบของตัวเองยังไงไม่รู้” เฟรนเดรียกล่าวกับคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง 

“ใช่ เพราะงั้นพี่เลยอยากให้เขายอมเปิดใจให้พี่บ้าง” เจ้าชายเฟรดริคกล่าว ใช่แล้ว ที่จริงที่คู่เป็นพี่น้องกันและเมืองเมืองนี้ก็คือบ้านเกิดของเขาพระราชวังแห่งนี้ก็เป็นที่อยู่ของเขา เมื่อวานที่ชายปั่นจักรยานหยุดไปก็เพราะว่าตกใจเมื่อได้เห็นพระพักต์ของเจ้าชาย ชายหนุ่มสองคนที่วาดภาพศิลป์ที่สวนก็เช่นเดียวกันพวกเขารู้ว่าเจ้าชายเป็นใคร

“ท้าทายดีนะคะ คืนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ท่านจะเข้ามาร่วมรับประทานอาหารด้วย ความจะไม่แตกเหรอ” เจ้าหญิงเฟรเดรียถาม พวกเขาสามารถเรียกพระบิดาและพระมารดาของตนด้วยคำพูดแบบชนชั้นธรรมดาได้เพราะท่านทั้งสองต้องการให้ครอบสนิทสนมกันมากขึ้นบวกกับความไม่เรื่องมากของพระราชวัง แต่ในงานพระราชพิธีต้องให้เกียรติท่านทั้งสอง

“พี่พูดกับท่านทั้งสองแล้ว ขอให้ปิดเรื่องนี้ไว้ก่อนพี่อยากให้เขาเปิดใจรับรักพี่ก่อนแล้วค่อยเฉลย”

“เจ้าเล่ห์นะคะ ถ้าเขาไม่พอใจขึ้นมาคนที่จะแย่ก็คือตัวพี่เอง”

“ไม่หรอกน่า พี่เชื่อว่าคาเรนจะยอมเข้าใจ รอให้เขารักพี่ก่อน:)” เจ้าชายมองหน้าเจ้าหญิงผู้เป็นน้องสาวของตน

อีกด้านหนึ่งที่คาเรนยืนอยู่ เขาเห็นเจ้าชายกำลังคุยกับเฟรนเดรียอย่างสนุกสนาน มองหน้ากันแล้วยิ้มแย้ม เขารู้สึกจี๊ดๆอยู่ในอกและพยายามไม่มองพวกเขาสองคน แต่สายตามันอดที่จะมองไม่ได้ อย่ามองสิ!! แบบนี้มันก็ดีเเล้วไม่ใช่หรือไงถ้าพวกเขาจะรักกันเราเองก็ไม่ต้องกลัวเรื่องความเหมาะสมของพวกเราสองคน คาเรนคิดในใจถึงกับเหม่อลอยเผลอทำกระจกที่ครอบเครื่องประดับสมัยก่อนตกลงมาแตก

เพล้ง!! เสียงกระจกแตกทำให้ทั้งคู่และทหารที่ยืนอยู่ด้านหน้าวิ่งกรู่เข้าไปหา

“เป็นอะไรไหมคาเรน” เจ้าชายถาม

“ผะผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ” เขาก้มหน้ารับผิดแต่เพียงผู้เดียว และคิดว่าทหารคงลากตัวเขาออกไป

“คุณพี่ทหารคะ เดี๋ยวฉันจะรับผิดชอบเองนะคะกรุณาเงียบเรื่องนี้ไว้เป็นความลับได้ไหม” เจ้าหญิงพยายามเกลี้ยกล่มให้ทหารไม่เอาผิดกับคาเรน

“อะเอ่อ ได้ครับ กะกระผมจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและจะนำแก้วครอบใบใหม่มาปิดไว้เหมือนเดิม” นายทหารพูดอย่างตะกุกตะกัก เพราะทั้งเจ้าหญิงและเจ้าชายอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า 

“ขอบคุณมากค่ะ^^” เจ้าหญิงเฟรนเดรียกล่าว จากนั้นพวกทหารก็มีเก็บเศษแก้วจนเสร็จเรียบร้อยและตรวจดูว่าไม่มีร่องรอยหรือเศษแก้วตกอยู่

“ขอบคุณมากนะครับคุณเฟรนเดรีย_ _” 

“ไม่เป็นไรค่ะ ค่าเสียหายคงสักแสนสองแสนหรือไม่ก็โดนไล่ออกจากการเป็นไกด์เท่านั้นเอง” ยิ่งเจ้าหญิงพูดคาเรนยิ่งรู้สึกผิดไปมากกว่าเดิม เจ้าชายเฟรดริคที่ยืนอยู่ด้านหลังใช้สายตาตำหนิเธอเล็กน้อย 

“เดี๋ยวผมจะชดใช้ให้ครับ อย่าให้พวกเขาไล่คุณออกเลย” คาเรนบอกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

“ฉันล้อเล่นน่ะค่ะ ทหารพวกนี้ฉันสนิทกับพวกเขาดี ตั้งแต่เป็นไกด์ครั้งแรกฉันก็เผลอทำแตกบ่อยๆเหมือนกันค่ะ” เธอพูดปลอบใจไม่ให้คาเรนคิดมาก

“ฉันว่ามันน่าจะถึงเวลาทานอาหารกับพระราชาและราชินีแล้วล่ะ” เจ้าชายกล่าว

“นะนั่นสิคะ ฉะฉันลืมดูเวลาไปเลย มารยาทที่ดีพวกเราควรไปก่อนเวลาที่พระราชาและพระราชนินีจะเสด็จ” เจ้าหญิงเฟรนเดรียก็ตื่นตระหนกไปด้วย เธอเดินนำหน้าทั้งคู่และพาไปยังห้องเสวยที่มีโต๊ะยาวเรียงรายจนสุดห้อง แม่บ้านกำลังยืนรอต้อนรับเรียงแถวเป็นหน้ากระดาน

“ยินดีต้อนรับเพคะ” เสียงสาวใช้พูดพร้อมกับถอนสายบัว คาเรนเองก็ไม่รู้สึกว่าตื่นเต้นหรือแปลกใจอะไรเพราะในเมื่อที่บ้านเกิดของเขาเองก็คล้ายกัน คาเรนและเจ้าชายเดินไปนั่งฝั่งขวาโดยเจ้าชายนั่งคนแรกของโต๊ะคาเรนคนที่สองถัดมา เจ้าหญิงเฟรนเดรียเดินไปนั่งตรงข้ามกับคาเรนในเก้าอี้ลำดับที่สองเหลือที่ว่างลำดับแรกให้กับพระราชินี พวกเขานั่งแบ่งตามชนชั้นของพระราชวัง ไม่นานพระราชาและพระราชินีก็เดินเข้ามาในห้องโถง

“โอ้!พวกเจ้ามากันแล้ว แขกของเรา” พระราชากล่าวอย่ายิ้มแย้ม ทั้งสามคนลุกขึ้นทำความเคารพต่อพระราชาและพระราชนินี

“ทูลฝ่าบาท ยินดีอย่างที่ที่ได้พบท่าน” เจ้าชายเฟรดริคกล่าว พระราชาและราชินียิ้มให้พวกเขา

“เราตางหากล่ะที่ยินดี เชิญนั่ง” พระราชากล่าวด้วยคำพูดที่คล้ายคลึงกับเจ้าชายเฟรดริคและนั่งลงหัวโต๊ะ ส่วนราชินีนั่งด้านข้างฝั่งเดียวกับเจ้าหญิงเฟรนเดรียที่เหลือที่ลำดับแรกไว้ให้

“พวกเจ้ามาได้กี่วันแล้ว ได้เที่ยวเล่นอาณาจักรเราบ้างหรือยัง” พระราชาถาม

“กระหม่อมมาถึงเมื่อวานพะยะค่ะ ได้เที่ยวบ้างแล้วพรุ่งนี้กระหม่อมกับคนระ..เอ่อ หมายถึงเพื่อนชายของกระหม่อมจะเดินทางไปอีกเมืองเพื่อชมปติมากรรมของที่นั่นพะยะค่ะ” เจ้าชายเผลอจะเรียกคาเรนว่าคนรัก คาเรนเตะขาไว้ก่อน

“แล้วดจ้าล่ะเฟรนเดรีย เป็นไกด์นำเที่ยวพระราชวังได้ดีใช่ไหม เราหวังว่าเธอจะไม่ทำอะไรตกแตกนะ” พระราชินีหันไปถามเจ้าหญิงเฟรนเดรีย ทำให้คาเรนสะดุ้งไปด้วยเขาก้มหน้าลงกับพื้นไม่กล้าสบตากับใคร

“ค่ะ เอ้ย! พะพะเพคะราชินี ทุกอย่างเรียบร้อยดีเพคะไม่มีอะไรแตกเลย แม้ แต่ ชิ้น เดียว” เจ้าหญิงพูดอย่างตะกุกตะกัก เพื่อไม่ให้โดนจับได้ แต่ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งเปิดเผยความจริงมากขึ้นเท่านั้น

“เอาน่ะราชินี เฟรนเดรียก็เซ่อซ่าทำแตกประจำ ท่านดุไปก็ไม่ได้ทำให้เธอระมัดระวังขึ้นหรอก” พระราชากล่าวกับเราชินี

“เพคะพระราชา” พระราชินีตอบ

“เรามาทานมื้อค่ำให้สนุกสนานกันดีกว่านะ ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่ที่บ้านไม่ต้องพิธีรีตรองอะไรมากมาย เราเบื่อที่จะกินแบบมีพิธีแล้ว พวกเจ้าทำให้เราได้หรือไม่”

“พะยะค่ะ/เพคะ” พวกเขาทั้งสามคนพูดตอบกลับพร้อมกัน สาวใช้ยกอาหารมาเสิร์ฟให้เรื่อยๆ ทุกคนคุยกันอย่างสนุกสนานเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน มีเพียงแต่คาเรนที่ค่อยๆบรรจงกินตามมารยาท

“เจ้าไม่สนุกหรือ คาเรน” พระราชาสังเกตเห็นว่าคาเรนไม่ค่อยร่าเริงเลย

“เปล่าพะยะค่ะ กระหม่อมติดนิสัยจากบ้านมา เห็นพระองค์พูดคุยสนุกสนานกระหม่อมเลยขอฟังเงียบๆ” คาเรนกล่าวและยิ้มให้กับพระราชา

“อย่างนั้นเหรอ เราว่ามันจะสนุกกว่านี้นะถ้าเจ้าร่วมวงสนทนาด้วย” พระราชาบอกและเขาก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้

“พะยะค่ะฝ่าบาท” คาเรนพยายามทานอาหารไปและตอบคำถามของพระราชาเพื่อร่วมสนุกภายในโต๊ะอาหารจนเลยเวลา ทั้งเจ้าชาย เจ้าหญิงและคาเรนทูลลาพระราชานะราชินีก่อนจะเดินออกไปยังหน้าพระราชวังเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

“พรุ่งนี้ฉันจะเช่ารถไปรับพวกคุณนะคะ บ้านฉันไปทางนี้ขอตัวก่อนนะคะ” พวกเขาเดินออกมากจาพระราชวังแล้วหยุดอยู่ตรงแยกเพื่อคุยกัน เจ้าหญิงชี้ไปฝั่งซ้าย

“บ้านของคุณไม่ได้ไปทางนั้น พระราชวังไม่ใช่หรือพะยะค่ะที่เป็นบ้านของเจ้าหญิง” คาเรนพูดเขารู้ตัวว่าเฟรนเดรียที่เป็นไกด์คือเจ้าหญิง และเขาก็ไม่อยากให้เจ้าหญิงเดินอ้อมไปทางที่อันตรายจึงหยุดเธอไว้

“ผะผิดแล้วค่ะ บ้านฉันเป็นบ้านเช่าเล็กๆอยู่ฝั่งนี้” เธอพยายามจะกลบเกลื่อน

“ไม่ผิดหรอกพะยะค่ะ เจ้าชายเองก็ควรกลับไปส่งเจ้าหญิงที่พระราชวังนะพะยะค่ะ บ้านของพระองค์ไม่ใช่หรือ กระหม่อมจะขอตัวกลับไปที่โรงแรมคนเดียว” คาเรนกล่าว ทั้งคู่ถึงกับสะดุ้ง

“รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เจ้าชายถาม

“รู้ตั้งแต่แรกแล้วพะยะค่ะ ตอนที่กระหม่อมทำกระจกแตกสร้อยที่มีสัญลักษณ์ของอาณาจักรมันโผล่ออกมาให้กระหม่อมเห็น แบบเดียวกันกับของเจ้าชาย ตอนแรกก็คิดว่าท่านทั้งสองเป็นคนรักกัน แต่ถ้าสังเกตดีๆพวกท่านมีลักษณะที่คล้ายกัน และพอพระราชาและพระราชินีเสด็จกระหม่อมยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าพระองค์คือลูกที่เกิดจากพระองค์ทั้งสอง ทั้งคำพูดท่าทางเหมือนกันทุกประการ” คำพูดที่คาเรนกล่าวนั้นถูกทุกอย่าง

“เราขอโทษคาเรน แผนนี้เราเป็นคนคิดขึ้นมาเองอย่าว่าให้พี่ชายเลย” เจ้าหญิงกล่าวปกป้องพี่ชายตน

“เราเองก็มีส่วนผิดที่ปิดบังเจ้า คาเรน” ทั้งเจ้าหญิงและเจ้าชายขอโทษคาเรน

“หามิได้พะยะค่ะ พระองค์ไม่จำเป็นต้องขอโทษกระหม่อม กลับไปพักที่พระราชวังเถอะพะยะค่ะ กระหม่อมขอตัวกลับไปที่โรงแรมก่อน”

“เดี๋ยวสิคาเรน! เราจะไปด้วยเรามาที่นี่เพื่อเที่ยวกับเจ้านะ”

“เจอกันพรุ่งนี้พะยะค่ะ” คาเรนยกแว่นกระชับขึ้นเล็กน้อย แล้วเร่งฝีเท้าเดินจากไปเจ้าชายไม่ได้ตามไปเพราะเป็นห่วงเจ้าหญิงจะให้ยืนอยู่คนเดียวก็ไม่ได้

**********************************************************************************************

เข้มข้นๆ ตอนหน้ากลับไปหาคู่หลักที่อาณาจักรเวิร์สหน่อยดีกว่านะคะ เดี๋ยวคู่หลักจะน้อยใจ-.-

ความคิดเห็น