ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 14

      เนทัสนั่งดูข่าวที่ตอนนี้มีแต่รายงานเกี่ยวกับเรื่องฆาตกรรมโหดเมื่อตอนเช้า  เขาเคี้ยวขนมปังที่ผู้เป็นย่าทำให้ตุ้ย ๆ เต็มปาก  ฟังข่าวไปมาเขาชักเริ่มจะง่วงซะแล้ว  กินขนมปังเสร็จพักงีบสักหน่อยดีกว่า  เก็บแรงไว้ตอนกลางคืนยังดีกว่า  หลังกลืนขนมปังคำสุดท้ายลงคอ  เนทัสก็ปิดคอมทันที  วันนี้เนทัสยังเป็นอิสระอีกวันก่อนที่พ่อกับแม่จะกลับบ้านปู่กับย่า  ไม่ว่ายังไงคืนนี้ก็ต้องออกไปให้ได้  เขาลุกจากเก้าอี้ยืดเส้นยืดสาย  เสียงกรุ๊งกริ๊งจากกระดิ่งที่ปลอกคอเจ้าเหมียวดังขึ้น  เขาหันไปมองเห็นเจ้าลอนน่านั่งจ้องเขาอยู่บนเตียง 

      “ว่าไงคุณนายต้องการอะไรเหรอ”  เนทัสถามพลางยืดเส้นยืดสายไปเรื่อย ๆ 

      เจ้าลอนน่าที่เห็นเขาทำมันก็ทำบ้าง  มันเอาเท้าคู่หน้ายกขึ้นลงเหนือหัวมัน  ทำเอาเนทัสหัวเราะออกมา 

      “หัดยืดเส้นยืดสายมั่งหรือไง”  เขาเดินเข้าไปลูบหัวกลมดิกก่อนจะผงะ  เพราะจู่ ๆ ลอนน่าก็ทำหูตั้ง  มันกระโดดไปที่ขอบหน้าต่างมองลงไปข้างล่าง 

      “มีอะไรเหรอ”  เขาเดินตามไปดู  ก่อนจะถึงบางอ้อว่าอะไร  “คุณร็อคแซน” 

      พอเขาพูดชื่อร็อคแซนออกมา  ลอนน่าก็ร้องออกมาด้วยพลางเอามือตะกุยหน้าต่างเพื่อจะออกไป  ทันทีที่เนทัสเปิดหน้าต่างเจ้าเหมียวก็กระโจนออกไปข้างนอกทันที  มันค่อย ๆ ลัดเลาะไปตามขอบก่อนจะวิ่งไปหาร็อคแซน 

      “ลอนน่าแกหายไปไหนมา”  ร็อคแซนอุ้มลอนน่าขึ้นมา  แต่มันก็กระโดดออกจากอ้อมแขนเขา  ก่อนตรงมาที่หน้าต่างห้องนอนเนทัส  “ลอนน่า!” 

      “เฮ้...แล้วแกจะขึ้นมาอีกทำไมเนี่ย” 

      “เนทัส” 

      เนทัสมองไปยังต้นเสียงที่เรียกเขา 

      “เดี๋ยวผมจะลงไป  เจอกันตรงประตูหน้าบ้านนะครับ” 

      เขาออกจากห้องโดยมีลอนน่าตามไปด้วย  เขาหยุดเดินมันก็หยุดเดิน  ลอนน่าหันกลับมาคลอเคลียที่ขาเขาเมื่อมันเห็นว่าเขาไม่ยอมเดิน 

      “แกทำฉันเดือดร้อนจนได้”  ว่าจบก็เดินลงบันไดไปที่ประตูหน้าบาน  เขาเปิดประตูเห็นร็อคแซนยืนกอดอกอยู่  แค่นี้ก็ทำเอาพูดไม่ออกแล้ว 

      “สวัสดีครับ” 

      ไม่ทันที่ร็อคแซนจะพูดอะไร  ลอนน่าเดินออกมานั่งข้าง ๆ ร็อคแซน 

      “ลอนน่าแกทำชาวบ้านเขาเดือดร้อนนะ”  ร็อคแซนก้มไปอุ้มมันขึ้นมา 

      ลอนน่าครางอย่างพอใจเมื่อร็อคแซนเกาคอมัน 

      “มันไม่ชอบร้องหรือครับ” 

      “ใช่  มันจะร้องเฉพาะเวลาที่มันจะร้องเท่านั้น  เอาใจยากหน่อยแต่มันไม่ค่อยซนล่ะนะ” 

      เนทัสยิ้มนิด ๆ ก่อนจะใช้สมองของเขาพยายามคิดว่าจะทำอะไรต่อเพื่อคลายความตึงเครียดนี้ 

      “บ้านดูเงียบจัง  ไม่มีใครอยู่เหรอ” 

      “ปู่กับย่าอยู่น่ะครับ  ส่วนพ่อกับแม่พวกเขาออกไปเที่ยวกันตั้งแต่เมื่อวานแล้ว  คุณอยากจะเข้ามาพักก่อนไหมครับ 

      “ไม่ล่ะฉันว่าจะกลับบ้านเลย  คืนนี้ฉันต้องออกไปทำงานอีก  อยากกลับไปนอนพักน่ะ”  ร็อคแซนเงียบก่อนจะพูดต่อ  “ไว้...ฉันจะมาหาแล้วกัน  ลอนน่าดูเหมือนจะชอบใจนายไม่น้อย  เดี๋ยวมันคงได้แอบหนีมานอนที่บ้านนายอีก” 

      ใบไม้ใบหนึ่งร่วงลอยหล่นมาบนผมของเนทัส  เหมือนเจ้าตัวยังไม่รู้ตัว  ร็อคแซนที่เห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปหยิบมันออก  ทั้งคู่สบตากัน  แวบหนึ่งในหัวร็อคแซนไม่เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมถึงได้ทำแบบนั้นออกไป   

      “ขอบคุณครับ”  เนทัสเอื้อมมือไปลูบหัวลอนน่าที่กลับมาจ้องเขา  “แล้วเจอกันใหม่นะคนสวย” 

      “เนทัสมีแขกหรือหลานรัก”  ผู้เป็นย่าทักขึ้น 

      “ครับ  คุณร็อคแซนมาตามเจ้าเหมียวหลงทางกลับน่ะครับ” 

      เนทัสหลีกทางให้ผู้เป็นย่า 

      “สวัสดีค่ะ  โอ๊ะ...นั่นคือเจ้าเหมียวที่ตามหาหรือคะ” 

      “ใช่ครับมันชื่อลอนน่าน่ะ” 

      “แหมเป็นแมวลายเสือที่ขนสวยมากเลยนะ  คุณคงดูแลมันอย่างดีเลย  จริงสิถ้าไม่รังเกียจเข้ามาด้านในก่อนไหม  ข้างนอกอากาศเริ่มร้อนแล้วด้วย” 

      ร็อคแซนส่ายหน้าเบา ๆ “ขอบคุณครับคุณนายแต่คืนนี้ผมต้องไปทำงานแต่ค่ำ  เลยอยากกลับไปนอนพักน่ะครับ  ไว้ผมจะพาลอนน่ามาหานะครับ  มันหนีออกมาอยู่บ้านคุณแบบนี้  ครั้งต่อไปต้องมาอีกแน่” 

      ผู้เป็นย่าหัวเราะ  “ได้สิคะ  บ้านของดิฉันยินดีต้อนรับคุณกับเจ้าเหมียวน้อยอยู่แล้ว  ฝากคำทักทายไปหาคุณสุภาพบุรุษไอซ์น็อคด้วยนะคะ” 

      ร็อคแซนก้มหน้าก่อนจะขอตัวกลับบ้าน 

      “ว่าง ๆ หลานก็ไปเยี่ยมเขาบ้างสิ” 

      “ทำไมล่ะ”  เนทัสหันมองผู้เป็นย่า 

      “ย่ากับปู่คิดกันอยู่ว่าจะซื้อของฝากไปให้กับคุณสุภาพบุรุษไอซ์น็อคหน่อย  แม่เราทำเรื่องเสียมารยาทไว้ขนาดนั้น” 

      “ไว้รอบหน้าคุณร็อคแซนมาค่อยให้เขาตอนนั้นก็ได้นี่ครับ” 

      “อย่าลืมแล้วกัน” 

  

      ณ คฤหาสน์ของไอซ์น็อค  ตัวเจ้าของคฤหาสน์กำลังง่วนอยู่กับการดูอะไรบางอย่างในอินเทอร์เน็ต  พร้อมกับลูกชายบุญธรรมของเขาอีกคน  ประตูคฤหาสน์เปิดอ้า  ร็อคแซนเดินเข้ามาด้านในก่อนปิดประตูตามเดิม 

      “ไหนว่าจะนอนพัก  ทำไมออกไปเดินอยู่ข้างนอกล่ะ” 

      ร็อคแซนกำลังจะตอบคำถาม  เจ้าตัวปัญหาก็กระโจนลงมาจากอ้อมแขนเขา  มันตรงปรี่ไปหาไอซ์น็อค 

      “ว่าไงลอนน่าคนสวยนี่แกแอบออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกมาล่ะสิ  ไม่ไหว ๆ ร็อคแซนเขาต้องนอนพักผ่อนนะ  อย่าซนให้มันมากนักสิ” 

      “เห...ลอนน่าหนีออกจากบ้านงั้นเหรอ  หายากนะเนี่ย”  วัยรุ่นสาวที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาตัวใหญ่ทักขึ้นพลางกระดิกนิ้วเรียกลอนน่า 

      “มันไปเที่ยวไหนมาล่ะ”  วัยรุ่นชายที่นั่งอยู่หน้าจอคอมกับไอซ์น็อคมองร็อคแซน 

      “บ้านปู่กับย่าของเนทัสน่ะ” 

      “เน...ทัส...ใช่เจ้าหนุ่มที่คุณพ่อไปซื้อภาพวาดที่งานประมูลหรือเปล่าคะ” 

      “คนนั้นแหละ” 

      “ไม่ได้ไปพังบ้านเขาใช่ไหมเนี่ย” 

      “เสียมารยาทคอนแสตนถึงลอนน่าจะเป็นแมวเหมียวที่ซน  แต่มันก็รู้สถานะของมันดีนะ”  วัยรุ่นสาวสวนกลับทันที 

      “โธ่แม่คุณ  เกิดมันไปทำข้าวของบ้านเขาพังขึ้นมา  เดี๋ยวก็ได้เป็นเรื่อง” 

      ร็อคแซนเดินไปที่ไม้แขวนเสื้อนอก  เขาถอดมันออกก่อนจะแขวน 

      “เนทัสบอกว่ามันไม่ทำอะไรนอกจากนั่งจ้องเขา  และนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง”  ร็อคแซนหาวออกมาวอดใหญ่  “ผมขอตัวขึ้นไปนอนก่อนแล้วกัน  มายาฝากดูลอนน่าด้วยนะ” 

      “เจ้าค่ะ”  วัยรุ่นสาวที่นอนบนโซฟาลุกเด้งขึ้นนั่ง 

      ร็อคแซนเดินขึ้นบันไดเกือบจะถึงชั้นสองไอซ์น็อคก็พูดขึ้น 

      “เจ้าหนุ่มเนทัส  คงมีอาถรรพ์บางอย่างติดตัวแน่เลย” 

      ร็อคแซนหันไปมอง 

      “อาถรรพ์หรือครับ  อย่าพูดเล่นนะพ่อ”  คอนแสตนวัยรุ่นชายที่นั่งอยู่หน้าจอคอมมองผู้เป็นพ่อ 

      “เจ้าเมโทรดูเหมือนจะสนใจตัวเนทัสไม่น้อย  ขนาดมีการติดต่อกับแบบส่วนตัวด้วยนะ  พ่อเองก็ชอบใจภาพวาดเขาเหมือนกัน  แม้แต่เจ้าลอนน่าก็ยังไปโผล่ที่บ้านเขาอีก  แต่บรรดาพวกพ่อเขาดูจะสนใจลูกนะร็อคแซน” 

      “ผมเหนื่อย  ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ” 

      ร็อคแซนไม่ฟังไอซ์น็อคพูดต่อ  เขาเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องพร้อมปิดประตูดังปัง 

      “พ่อทำพี่ร็อคแซนโกรธหรือเปล่าคะ”  มายามองไอซ์น็อค 

      “จะเอาอะไรมาโกรธในเมื่อที่พ่อพูดมันเป็นความจริง  ถ้าจะโกรธคงโกรธตัวเองมากกว่า  ร็อคแซนไม่เคยสนเรื่องพวกนี้เลยสักนิด  เขาแถบจะปล่อยให้มันกลายเป็นด้านชาไปแล้ว  ดันมาเจอเจ้าหนุ่มวัยรุ่นที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาตีสนิท  คงทำเอาหวั่นไหวบ้างล่ะ” 

  

      เนทัสรู้สึกถึงใจที่สงบนิ่งของตนเมื่อยามค่ำคืนมาถึง  วันนี้พ่อกับแม่ของเขาก็ยังไม่กลับบ้าน  แต่จะสนทำไม  ตอนนี้เขาสนเพียงแค่ว่าจะเจอเป้าหมายที่ไหน  และจะฆ่าให้ตายยังไงแค่นั้น 

      “โครตเบื่อเลยเว้ย”  เสียสบถของใครบางคนก็ดังขึ้น 

      เนทัสแอบมองหลังกำแพง  คนที่สบถออกเมื่อกี้คือคนเดียวกับที่คิดจะลวมลามร็อคแซนเมื่อตอนที่ทั้งคู่กำลังจะเดินกลับไปที่บ้านปู่กับย่าเนทัส  เจ้างั่งนั่นกำลังยืนดูดบุหรี่อยู่หน้าร้านขนมหวานร้านหนึ่ง 

      “เอาแต่ใจแบบนี้ใครอยากจะได้เป็นเมียวะ  อยากตายชะมัด” 

      ถึงจะไม่รู้ว่าไปทะเลาะกับใครเนทัสไม่สน  เดี๋ยวเขาจะจัดให้กับคำขอ  จะจัดให้ได้ตายแบบสบายสุด ๆ ไปเลยล่ะ  เขากำลังจะออกไปหาเจ้าผู้ชายที่ชื่อคิสต์  แต่แล้วฝั่งตรงข้ามก็เกิดการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น  เพราะมีมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งขับปาดหน้ามอเตอร์ไซด์อีกคัน  เขายืนจ้องฝั่งตรงข้าม  ขณะเดียวกันคิสต์ก็มองมาที่เขา 

      “เฮ้ยไอหนู  ฉันจำแกได้  แกมันไอ้คนที่มองฉันเมื่อตอนนั้นนี่หว่า  เจ้าหนุ่มหน้าสวยนั่นไม่ได้มาด้วยเหรอ  ฉันยังไม่ได้ทำความรู้จักกับมันเลย” 

      เนทัสหันขวับทันทีที่คิสต์เอ่ยถึงร็อคแซน  เนทัสจ้องเขม็งไปที่คิสต์ 

      “มองแบบนั้นหมายความว่าไง” 

      เนทัสรู้ดีว่าไม่จำเป็นต้องตอบคนพรรค์นั้น  แค่เดินออกมาจากตรงที่เขาอยู่ก็ล่อให้คิสต์มาติดกับได้แล้ว 

      “ไอ้เด็กเปรตฉันพูดกับแกอยู่นะเว้ย”  ไม่ด่าเปล่าคิสต์รีบพุ่งตัวตามเนทัสไปที่ซอกตึก 

      เนทัสพยายามเดินแวบหายไปในเงามืดเพื่อล่อให้คิสต์ตามไปยังจุดปลายทางที่ต้องการ  มันเป็นสวนรกร้างที่ไม่มีใครเข้ามาทำความสะอาด  แม้แต่สัตว์สักตัวยังไม่มีเลย 

      “มันหายไปไหนวะ”  ขณะที่คิสต์กำลังอารมณ์ขึ้นที่หาเนทัสไม่เจอ   

      เนทัสค่อย ๆ แอบย่องไปทางด้านหลังก่อนเอาก้อนหินใหญ่หนาฟาดเข้าหัวคิสต์เต็มแรง  แต่กลายเป็นว่าเขากะจังหวะพลาด  แทนที่จะโดนเข้าที่หัวกลับดันโดนถาก ๆ ซะได้  ถึงจะอย่างนั้นมันก็แรงพอที่จะทำให้คิสต์ล้มลงไปนอนพลางร้องโอดครวญ  เนทัสกำลังจะทุบซ้ำไปอีกรอบ  ก็ไม่ทันการเสียแล้ว 

      ร่างกายที่ใหญ่และบึกบึนกว่าของคิสต์  ขาใหญ่หนาเตะขัดเข้าที่ขาของเนทัสจนลงไปนอนอยู่ที่พื้นด้วยอีกคน 

      “แกกล้านักนะ  ได้ฉันจะให้แกได้เจอกับของจริงเอง”  คิสต์หยิบหินก้อนที่ใหญ่กว่าไว้ในมือ  เขาลุกขึ้นเดินไปหาเนทัสที่พยายามจะลุกทรงตัว 

      คิสต์ที่เดินเข้าไปหาเนทัสทีละก้าว  เพราะเสียงย้ำเท้าที่เหยียบกิ่งไม้ตลอดเวลาของคิสต์ทำให้ไม่ได้ยินเสียงของเงาปริศนาที่เดินตามอยู่ด้านหลัง  ส่วนเนทัสที่ได้แต่ถอยหลังหนีเพราะยังเจ็บระบมที่ล้มเต็มแรง  เขาเอื้อมมือคว้าหินก้อนเละก้อนน้อยรอบตัวปาไปที่คิสต์ 

      “จะฆ่าคนอื่นก็ยังทำไม่ได้แล้วคิดจะซ่า  ไปซ่าต่อในนรกแล้วกัน” 

      เนทัสมองคิสต์ไม่วางตา  ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นเงาปริศนาด้านหลังคิสต์  เขาก็ผงะทันที 

      “มองอะไร”  คิสต์ที่เห็นเนทัสนิ่งไปหันไปมองด้านหลังบ้าง  และเสียงดังฟึ่บก็ดังขึ้น 

      ทุกอย่างหยุดนิ่งเพียงชั่วครู่ น้ำสีแดงเข้มก็ไหลออกมาจากตัวคิสต์  เจ้าตัวทิ้งหินในมือก่อนจะเอาไปจับที่คอตัวเอง  เขาดิ้นทุรนทุรายลงไปนอนกองที่พื้นหญ้าและแน่นิ่งไป 

      เนทัสมองภาพตรงหน้า  กลัวจนตัวสั่น  นี่สิที่เรียกว่าของจริง...ฆาตกร...เนทัสนึกถึงข่าวและศพเมื่อเช้าขึ้นมาจับใจ  เงาปริศนามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา  ยิ่งทำเอาเขาไม่เชื่อในสายตาตัวเองและขนที่คอก็ลุกชัน 

      “คุณ...ร็อคแซน” 

กลับหน้าเรื่อง
สถานที่ เหตุการณ์และบุคคล เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นมาเท่านั้นไม่มีความเกี่ยวกับกับเหตุการณ์ สถานที่รวมถึงบุคคลแต่อย่างใด
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น