ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
เด็กหญิงคนนั้น

“ทำไมมาเดินเท้าเปล่าแบบนี้ล่ะหนู” มือหนาของชายร่างสูงจับข้อมือเล็กเอาไว้ คนถูกจับหยุดนิ่งกับที่ สองเท้าไม่เคลื่อนไหวไปบนถนน ส่วนใบหน้ายังก้มมองปลายเท้าตัวเอง

ทิวเขาย่อตัวนั่งลงบนส้นเท้า เงยมองเด็กหญิงผมสั้นเสมอติ่งหู เนื้อตัวมอมแมมด้วยคราบดินโคลน เมื่อเข้าใกล้ก็มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ซึ่งชายหนุ่มเองก็คาดเดาไม่ได้ว่านั่นเป็นกลิ่นของอะไรกันแน่

สองมือของชายหนุ่มจับมือของเด็กน้อยมั่น รวบทั้งสองข้างมาไว้ในมือเดียว จากนั้นก็ใช้มือที่ว่างลูบแก้มซึ่งมีคราบดิน จับช่อผมไปทัดใบหู แต่มันก็ร่วงหล่นลงมาอีกเหมือนเคย

ความเหนียวของช่อผมไม่น่าจะร่วงลงมาได้ง่าย ๆ แต่เพราะคนตัวเล็กเอาแต่ก้มหน้าไว้ตลอด ผมช่อนั้นจึงหล่นลงไปตามแรงโน้มถ่วง

“เงยหน้าหน่อย ทำไมมอมแมมแบบนี้ แล้วบ้านอยู่ไหนครับ” ชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกง ตั้งใจจะเช็ดหน้าให้ แต่แดดกลางถนนร้อนไปหน่อย เขาจึงดึงรั้งคนที่ยืนก้มหน้าไปที่ใต้ต้นไม้ข้างทาง

เห็นว่าไม่พูดก็ไม่รู้ว่าเป็นใบ้หรือเปล่า ทิวเขาพยุงให้เด็กหญิงนั่งบนพื้นหญ้า เขาวิ่งกลับไปที่รถแล้วหยิบน้ำดื่มติดมือมาสองขวด “ดื่มน้ำหน่อย คงเดินมาไกลแล้วใช่ไหม เท้าเป็นแผลเลย”

เด็กหญิงที่ก้มหน้าสบตาของทิวเขา มองนิ่งโดยไม่กะพริบนานหลายวินาที ก่อนจะมองขวดน้ำในมือหนา “ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก น้ำสะอาด ดื่มแล้วจะชื่นใจ”

เด็กหญิงสบตาทิวเขาอีกครั้ง แววตาของเธอว่างเปล่า ไม่มีความดีใจหรือเสียใจเลยสักนิด มองจากสายตาคงมีอายุไม่เกินสิบขวบ แล้วทำไมถึงมาเดินอยู่ริมถนนแบบนี้ได้

เสื้อผ้าที่เด็กหญิงสวมใส่เป็นเสื้อยืดธรรมดา พอจะมองออกว่าเคยเป็นสีฟ้า แม้ว่าคราบความสกปรกจะเปลี่ยนให้มันเป็นสีเขียวขุ่น บางจุดก็เป็นสีดำคล้ำไม่น่ามอง กางเกงขาสั้นที่สวมใส่ก็ไม่ต่างกัน หากมันไม่ใช่สีดำ สภาพก็คงไม่ต่างจากเสื้อที่เจ้าตัวสวมใส่

“ดื่มเถอะ” ทิวเขาเปิดขวดน้ำแล้วเอาไปยื่นตรงหน้า ดวงตาที่มองจ้องทิวเขาไร้ความรู้สึก ละสายตาแล้วก้มไปมองปากขวด แต่ก็ยังไม่ยอมที่จะดื่มน้ำนั้นอยู่ดี “เอ่อ... เดี๋ยวฉันลองดื่มให้ดูละกัน ไม่อันตรายหรอก”

ดวงตาของเด็กหญิงมองคนที่ดื่มน้ำ ดวงตาที่ไร้ความรู้สึกค่อย ๆ กลอกมองไปโดยรอบ สองมือที่วางข้างตัวพยุงน้ำหนักแล้วเตรียมจะลุกหนี ทว่าทิวเขาก็คว้าตัวไว้ได้ก่อน

“จะไปไหน ฉันไม่ทำอะไรจริง ๆ” คราวนี้เด็กหญิงไม่สบตากับทิวเขาแล้ว เธอก้มหน้าและมีอาการสั่นเกร็ง มือที่ชายหนุ่มจับไว้แผ่แรงสั่นสะท้านออกมาชัดเจน

“ฉันไม่ทำอะไรจริง ๆ ไม่ทำร้ายเธอหรอก อย่าดิ้น ฉันไม่ทำร้ายจริง ๆ” ทิวเขาพยายามรั้งตัวเด็กหญิง ยิ่งเห็นอาการกลัวแบบสุดชีวิต เขาก็ยิ่งปล่อยให้เดินร่อนเร่แบบนี้ไม่ได้ ต้องหาสักหน่วยงานมาช่วยดูแลเสียก่อน

“ทำอะไรน่ะทิวเขา” ยี่หวาจอดรถต่อท้ายรถของทิวเขา มองไปที่ชายถนนใต้ต้นสะเดาริมข้างทาง ก็เห็นทิวเขากำลังยื้อยุดกับเด็กคนหนึ่ง

“เด็กหลงทางน่ะครับ ดูจะกลัว ๆ” ชายหนุ่มตอบไปอย่างสุภาพ ทั้งที่ยี่หวามีอายุเท่ากับเขา เป็นเพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกัน แต่ในเวลานี้เธอคือภรรยาคนล่าสุดของบิดาตนเอง

“ให้ช่วยไหม” ยี่หวาถามพลางลงจากรถ เธอเข้ามาใกล้แล้วจับแขนของเด็กหญิงเบา ๆ ทว่าแรงสัมผัสนั้นกลับทำให้คนดิ้นหนีหยุดชะงัก

“ดูเหมือนจะไม่กลัวคุณนะครับ” หญิงสาวสบตาคนพูด ไม่ชอบใจเท่าไรที่ทิวเขาพูดห่างเหินแบบนี้ “หนู ฉันไม่ทำร้ายเธอจริง ๆ ฉันแค่อยากให้เธอดื่มน้ำ ลองดื่มสิ เธอจะได้หายเหนื่อย”

“มา ฉันป้อนเองว้าย!” แขนเล็กของเด็กหญิงปัดขวดน้ำออกจากมือ ก่อนที่เด็กหญิงผมสั้นจะทิ้งตัวลงกับพื้น หมอบใบหน้าลงต่ำในลักษณะกึ่งนอนกึ่งนั่ง ใช้ปากของเธอกินน้ำที่ไหลออกมาจากปากขวด ซึ่งมันไหลนองเป็นแอ่งเล็ก ๆ ที่พื้นหญ้า

ชายหญิงที่หมายจะช่วยป้อนน้ำพากันชะงักนิ่ง กว่าจะรู้ตัวน้ำในขวดก็ไหลจนหมด น้ำที่เป็นแอ่งเล็ก ๆ ก็ซึมลงไปใต้พื้นดินเพราะความร้อน ทว่าเด็กหญิงยังใช้ลิ้นเลียใบหญ้าและดินที่ชื้นแฉะนั้น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น