ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทนำ

ในโลกกลมๆ ใบใหญ่นี้ มิเคยมีสิ่งใดจีรังยั่งยืนอยู่ยงคงกระพันได้ตลอดกาล เช่น เงิน สังขาร การงาน เวลา หรือแม้กระทั่งชีวิตคู่ของมนุษย์เรา ถึงแม้จะไม่มีสิ่งไหนยั่งยืนเลยจริงๆ ในชีวิตนี้ แต่มีอยู่สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า มันอยู่ยั่งยืนเหลือเกินนั่นคือการสอนลูกๆ นักเรียนที่ฉันรัก การได้ทำความฝันตามที่พ่อแม่ของฉันได้หวังเอาไว้ก่อนที่ท่านทั้งสองจะลาลับจากโลกใบนี้ไป เพื่อไปอยู่อีกโลกใบใหม่ที่น่าอยู่กว่า อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งเดียวที่คุ้มค่าและสุดแสนจะยั่งยืนที่สุดในชีวิตนี้ของฉัน

หวัดดีนะทุกๆ คน ฉันชื่อมินตรา สุฑาวัฒน์ อายุยี่สิบเก้าปีแล้ว ตอนนี้ฉันมีอาชีพเป็นครูสอนประถมศึกษาที่โรงเรียนในตัวเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉันเป็นที่รักของเด็กๆ มากๆเลย อันนี้แค่คิดไปเองนะ ฮ่า ฮ่า ที่จริงก็แค่มโนไปเองนั่นแหละ แต่มีสิ่งนึกที่ฉันไม่มโนไปเองเด้อ นั่นก็คือฉันมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วและมีลูกสาวหนึ่งคนวัยห้าขวบกำลังดื้อน่ารักเลยล่ะ

"Morning kiss ครับที่รัก" นั่นไง ฉันยังแนะนำตัวไม่ถึงไหนเลย สามีคนดีของฉันก็เดินมาหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ๆ เต็มปอดสองข้างของเขา เขาทำแบบนี้ทุกวันในทุกๆ เช้า

เราสองคนแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันมาจะสี่ปีแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นที่เราคบหาดูใจกันมาตั้งแต่ฉันเข้ามหา'ลัยปีหนึ่ง จนถึงตอนนี้ ก็ปาเข้ามาปีที่สิบแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน แต่ความรักและความหวานไม่เคยจางลงเลยแม้แต่นิดเดียว เราสองคนคอยหมั่นเติมความหวานให้กันอยู่ตลอดถ้ามีโอกาส

"ม่าม้ามินขา...น้องน้ำมนต์อยากกินไข่ดาวที่ม่าม้ามินทำแล้วค่าาา~" เสียงหวานเจื้อยแจ้วดังมาจากข้างหลังของฉันกับสามี ทำจนฉันกับสามีแอบหลุดขำกันเลยทีเดียว ลูกม่าม้ากับปะป๊าน่ารักน่าเอ็นดูที่สุด

"ใกล้จะเสร็จแล้วจ่ะตัวเล็ก รอแป๊บนึงนะคะคนเก่ง" ฉันพูดพร้อมกับล้างมือที่ซิงก์ล้างจาน ก่อนจะหยิบไข่ไก่ฟองโตออกมาจากตู้เย็นแล้วทำไข่ดาวให้คนตัวเล็ก

"ที่รัก...เลิกกอดมินได้แล้วค่ะ มินจะทำกับข้าวให้น้ำมนต์ ที่รักไปนั่งรอกับลูกนะ อีกห้านาทีมินก็จะทำกับข้าวเสร็จแล้ว เดี๋ยวมินถือออกไปทีหลังค่ะ" ฉันบอกสามีของฉันเสียงหวาน ก่อนที่เขาจะหอมแก้มฉันอีกฟอดใหญ่แล้วเดินไปแต่โดยดี

น้องน้ำมนต์ หรือ เด็กหญิงมนต์นภา สุฑาวัฒน์ เป็นลูกสาวคนแรกและคนเดียวในตอนนี้ อ้อ!! ฉันลืมบอกไปเลยว่าสามีฉันชื่ออะไร เป็นใคร มาจากไหน ฉันขอแนะนำอย่างเป็นทางการตรงนี้เลยก็แล้วกันนะคะ

พี่นน หรือ นนนนน(นน-นะ-นน) สุฑาวัฒน์ อายุสามสิบสองปี ปัจจุบันทำงานรับราชการเป็นนายร้อยตำรวจสายสอบสวนอยู่ที่สน.หนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุทธยา พี่นนเป็นคนสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาไพเราะ รักลูกรักเมีย รักครอบครัว รักเพื่อนพ้อง เป็นคนดีมากๆ คนนึงที่ฉันเคยรู้จักมา

"วันนี้ที่รักไปส่งลูกไปโรงเรียนได้มั้ย เพราะพี่ต้องรีบไปทำคดีเมื่อวานให้เสร็จ" พี่นนพูดพร้อมกับวางช้อนในมือลงในจานข้าวเบาๆ พร้อมกับดื่มน้ำเยอะๆ ตามลงไป

"ยังหาตัวคนทำไมเจออีกหรอที่รัก" ฉันถามขึ้น

"ใช่ครับ ไม่มีเบาะแสของคนทำเลย แต่อย่าพูดเรื่องนี้เลยดีกว่า ลูกเราสองคนยังเด็กอยู่ พี่ไม่อยากให้ลูกมารับรู้เรื่องไม่ดีพวกนี้เท่าไหร่" พี่นนพูดขึ้นพร้อมกับใช้มือลูบศีรษะทุยของลูกสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู โถ..นี่แหละนะพ่อคนคลั่งรัก

"โอเคค่ะ เดี๋ยวมินจะไปส่งน้ำมนต์เอง ที่รักไม่ต้องเป็นห่วงนะ" ฉันรับปากกับพี่นนไป

"ครับผม งั้นพี่ไปทำงานแล้วนะ วันนี้คนเก่งของปะป๊าจะไปโรงเรียนกับม่าม้านะคะ ไหน..ปะป๊าขอหอมแก้มตุ้ยๆ ของคนเก่งทีได้รึเปล่าน๊าาา..." พี่นนทำท่าครุ่นคิด แล้วก็ไม่ผิดคาด เด็กน้อยแสนไร้เดียงสาก็เอียงแก้มมาให้คนเป็นพ่อหอมแก้มฟอดใหญ่

"วันนี้ไปโรงเรียนเป็นเด็กดีของคุณครูนะคะ ห้ามดื้อ ห้ามซนน๊า ไม่งั้นปะป๊าจะไม่กอดหนูหนึ่งวันเลย" พี่นนทำท่าขู่เด็กน้อยที่กำลังยืนมองตาปริบๆ

"โอเคค่าา~ วันนี้น้ำมนต์จาไม่ดื้อ จาไม่ซน จาเป็นเด็กดีของคุณครูค่าา~ ปะป๊าจะต้องนอนกอดหนูนะค๊าา~" ฉันได้แต่มองเด็กน้อยสองคนคุยกัน พี่นนก็ขู่ลูกแบบนี้ทุกวัน แต่ก็ไม่เคยทำได้สักครั้ง แพ้ลูกอ้อนลูกสาวตัวเล็กอยู่ตลอด เฮ้อ...

"ค่ะ พ่อไปทำงานแล้วนะคะ ตอนเย็นเดี๋ยวพอไปรับนะ" พี่นอนพูดพร้อมกับมองหน้าฉันแล้วเดินออกไป

ฉันก็เก็บจานชาม ทำความสะอาดโต๊ะกินข้าว แล้วไปส่งคนตัวเล็กไปโรงเรียน อ้อ!! ฉันลืมบอกไปว่า ฉันกับลูกสาวไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกันนะคะ แต่อยู่กันคนละโรงเรียนเลย ห่างกันประมาณสิบกว่ากิโลเมตรได้

 

| ที่โรงเรียน (มินตรา) เวลา 15:30 น. |

"วันนี้เราพอแค่นี้กันก่อนนะคะ ไว้อาทิตย์หน้าครูจะมาขึ้นบทใหม่นะ วันนี้ทำการบ้านหน้าที่ยี่สิบแปด แบบฝึกหัดที่หนึ่งจุดหนึ่งนะคะ มีสามข้อ ทำมาหมดเลยนะนักเรียน พรุ่งนี้ใครส่งก่อนครูมีขนมมาแจกนะคะ" พอพูดถึงเรื่องขนมเท่านั้นแหละ ลูกๆ นักเรียนทุกคนคือตาลุกวาว แววตาเป็นประกายประดุจไข่มุขทองคำกันเลยทีเดียวเชียว ตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้านกันอย่างขมักเขม้น

พอได้เห็นเด็กๆ ตั้งใจทำงานขนาดนี้ก็รู้สึกสบายใจหน่อย ทำให้รู้สึกว่าที่สอนมาทั้งวันไม่ได้สูญเปล่าสิ้น ถึงแม่ว่าเด็กๆจะทำไปเพราะอยากกินขนมก็เถอะ แต่ยังไงซะมันก็ยังดีกว่าเด็กๆ ไม่ทำอะไรเลย

ฉันกำลังจะเก็บของกลับบ้านเพื่อพักผ่อน แต่ก็มีครูผู้หญิงคนหนึ่ง เดินมาทักทายฉันพอดี ทำให้ระหว่างทางเดินต้องหยุดคุยกันก่อน

"สวัสดีค่ะพี่มิน วันนี้กลับเร็วจังเลยนะคะ จะไปรับน้ำมนต์หรอคะ" ปิ่นมุกหรือครูปิ่นมุกเข้าทักทายแบบเป็นกันเอง

"อ้อ ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีวันนี้สามีพี่ไปรับน้ำมนต์แล้ว ส่วนพี่ก็จะกลับบ้านไปทำกับข้าวให้สามีกับลูกทานน่ะค่ะ ปิ่นจะไปบ้านพี่รึเปล่า พี่จะได้ซื้อกับข้าวไปเพิ่ม เพราะที่บ้านไม่ค่อยมีอาหารเยอะเท่าไหร่" มินตราพูดยิ้มอ่อนๆ ชวนด้วยความเต็มใจ

"ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ พอดีปิ่นกินอิ่มแล้วอ่ะค่ะ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกันนะคะ มีของดีข้างกายพี่มินขนาดนี้ พี่มินต้องหมั่นรักษาเอาไว้นะคะ เดี๋ยวสักวันมันจะหายไป" ปิ่นมุกพูดพร้อมกับยิ้มร้ายเบาๆ

"น้องปิ่นหมายความว่ายังไงคะ พี่ไม่เข้าใจ" มินตราขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่ปิ่นมุกต้องการจะสื่อออกมาให้รับรู้

"อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ช่างมันเถอะ วันนี้พี่มินทานกับข้าวที่เหลือให้อร่อยนะคะ ปิ่นกินอิ่มแล้วอร่อยมาก! ปิ่นขอตัวก่อนนะคะ" ปิ่นมุกเดินผ่านฉันไปแบบ งง ฉันได้แต่คิดในใจ 'อิหยังวะ?'

"สงสัยท่าจะบ้าแฮะ ดูละครเยอะไปก็ไม่ดีนะมุก" ฉันพูดเบาๆ เพราะไม่กล้าที่จะพูดให้ปิ่นมุกได้ยินเท่าไหร่ จากนั้นฉันก็รีบขับรถกลับบ้าน

"หึ! โง่เง่าเต่าตุ่นที่สุด!" ปิ่นมุกพูดพร้อมกับมองรถยนต์มินิคูเปอร์สีฟ้าที่ค่อยๆ เคลื่อนที่ออกไปช้าๆ

 

 

 

********************************

สวัสดีค่าาา ไรท์ทึพึ่งมาตอนแรก ฝากนิยายของไรท์ทึไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะค้าบบบ ขอขอบพระคุณทุกการติดตามและกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น