แล้วพบกันในรูปแบบ e-book เร็วๆ นี้นะคะ สำหรับหน้าเว็บยังคงอ่านได้ตามปกติ ขอบคุณค่ะ ^^

บังเอิญรัก [22] ความสุขของความรัก -๑๐๐%- [ THE END ]

ชื่อตอน : บังเอิญรัก [22] ความสุขของความรัก -๑๐๐%- [ THE END ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2559 18:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บังเอิญรัก [22] ความสุขของความรัก -๑๐๐%- [ THE END ]
แบบอักษร

 

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/4866/518300765-member.jpg

 

บังเอิญรัก [22]ความสุขของความรัก

 

 

แดนไท

แสงเทียนกลับบ้านเลทไปสองชั่วโมง สรุปพวกเรายังไม่ได้กลับอ่างทอง ผมจึงโทรไปบอกให้ไอ้ไม้อยู่ดูแลน้องโดมต่ออีกสักคืน ช่วงเช้าผมจะรีบออกจากกรุงเทพฯ พอกลับมาถึงบ้านก็สำนึกผิดครับ ไปยืนทอดไข่ดาวให้ผมกิน มีพวกป้าๆ ช่วยหุงข้าว

ปกติอาหารแต่ละมื้อของบ้านหลังนี้จะมีเยอะจนกินแทบไม่หมดเลยครับ จะว่าเพราะผมก็ได้อาหารมื้อต่อๆ ไปของแสงเทียนจึงเปลี่ยน เจ้าตัวก็ยอมครับ บ้านหลังตั้งใหญ่อยู่กันแค่ไม่กี่คน คงเหงาน่าดู...

“คุณแดน ไปกินข้าวกันเถอะครับ”

“อืม”

สีหน้าไม่โอเคเลยครับ คงกลัวถูกโกรธ ผมไม่ได้อะไรหรอกครับ มันเป็นเรื่องปกติของเขา ผมจะเข้ามาเปลี่ยนทุกอย่างคงไม่ได้

“โกรธเทียนเหรอ เทียนขอโทษ” ไม่ทันได้กินข้าวคำแรกเลยครับ คนผิดก็รีบขอโทษซะงั้น อีกเดี๋ยวคงร้องไห้ใส่ผม

“เทียน ฉันไม่ได้โกรธ”

“แต่คุณแดนทำหน้าดุ เทียนไม่ชอบหน้าดุๆ ไม่ชอบเวลาที่คุณแดนโกรธ”

“เทียนไม่ชอบหน้าดุๆ หรือหน้าตอนโกรธของฉัน แล้วทำไมเทียนถึงชอบทำให้รู้สึกอยากแสดงอารมณ์พวกนั้นล่ะ”

แสงเทียนแบนปากใส่ผมซะงั้น ผมไม่ได้ตั้งใจให้เขาร้องไห้ แค่อยากสอนเท่านั้น

“ฮือๆ นิสัยไม่ดี ถ้าไม่ชอบก็อย่าอนุญาตสิครับ”

“เทียน ฉันไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง อะไรที่เทียนเคยเป็นหรือทำมาตลอด ไม่จำเป็นต้องฝืนเพราะฉันหรอกนะ”

ผมเอื้อมมือข้างหนึ่งไปกุมมือเทียนเอาไว้ นั่งร้องไห้อยู่ดีๆ กลับยิ้มออกมา เดาอารมณ์ของเขายากจริงๆ เลยครับ

“เทียนไม่ได้ฝืน แค่อยากปรับตัว อะไรที่เทียนทำไม่ดีหรือเกินไป เทียนแค่อยากให้คุณแดนคอยเตือน”

ผมไม่รู้ว่าเทียนกำลังคิดอะไร บางครั้งเขาก็ทำตัวเหมือนเด็ก แต่บางครั้งกลับทำให้ผมทึ่ง เทียนโตมาคนละแบบกับผม ใครๆ ก็พากันดูแล แต่ผมต้องดิ้นรนเองทุกอย่าง ถ้าจู่ๆ จะสอนเขาแบบบังคับ มันก็คงไม่ได้หรอกครับ

“อยากให้สอนเหมือนน้องโดมงั้นเหรอ”

“เทียนไม่ใช่ลูกคุณแดนนะครับ”

“อ่อ! ลืมไปว่าเทียนเป็นเมีย สอนเหมือนลูกไม่ได้ แต่ต้องสอนแบบผัวเมียกันแทน”

“คนเจ้าเล่ห์!” แสงเทียนกระชากมือกลับ นั่งเขินกินข้าวต่อไปเรื่อยๆ

ผมไม่อยากให้ความรู้สึกไม่ดี มาบั่นทอนความรักของพวกเราหรอกครับ ไม่รู้ด้วยว่าทำไมถึงรักเด็กคนนี้มาก ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกับผม แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับความรักของพวกเราหรอกครับ

หลังจากกินข้าวเสร็จก็เป็นเหมือนทุกวัน ผมจะให้เทียนดื่มนมอุ่นอีกหนึ่งแก้วก่อนนอน เขาเป็นคนกินข้าวน้อยมากถึงมากที่สุด ขนาดว่าตักข้าวใส่จานน้อยแล้วนะครับยังกินเกือบไม่หมดถ้าไม่บังคับหรือหิวจริงๆ ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมตัวเล็กนิดเดียว

กลับขึ้นมาบนห้องก็อาบน้ำพร้อมกัน เตรียมเข้านอนพร้อมกัน แรกๆ เทียนจะเขินมาก แต่พอนานไปเขาคงชินมั้งครับ

“คุณแดน พรุ่งนี้ออกจากบ้านแต่เช้าใช่มั้ยครับ”

“อืม”

“ขอโทษนะครับ เพราะเทียนแท้ๆ”

“คิดมากน่า นอนเถอะ” ผมรั้งเอวเทียนเข้ามาสวมกอดหลวมๆ ซุกหน้าเข้าหากันแล้วนอนหลับไปพร้อมๆ กัน นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีความสุข นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้กอดใครแล้วรู้สึกอบอุ่นแบบนี้

 

รุ่งเช้า

เทียนคงตื่นเต้นไปละมั้ง ตื่นตั้งแต่ตีห้า แล้วก็ปลุกผม...ทั้งๆ ที่ผมยังง่วงอยู่เลย สรุปก่อนออกจากบ้านพวกป้าๆ ก็ตื่นมาส่งพร้อมกับหยาดน้ำตา คุณหนูตัวน้อยกำลังจะเดินออกจากอ้อมอกแล้วนี่ครับ

“ฝากดูแลด้วยนะคะ ถ้าดื้อก็ตีได้เลยค่ะ” ป้านิ่มท่านสั่งเอาไว้ครับ รวมถึงคนอื่นๆ ก็ด้วย ทุกคนรักเทียนมากและคงกลัวว่าเทียนจะลำบาก

พอขับรถออกจากบ้าน ตอนเจ็ดโมงกว่าๆ เทียนก็โทรไปบอกอาของเขา คุยกันอยู่นานหลายนาที แล้วสุดท้ายไอ้ดื้อข้างๆ ผมก็นั่งร้องไห้

ผมปล่อยให้ร้องจนพอใจ นานจนเทียนหยุดร้องและกลับมาเป็นปกติ นั่งยิ้ม ชวนผมคุย กลัวว่าผมจะหลับละมั้ง จนรถแล่นเข้ามาในตัวเมืองอ่างทอง

“อยากซื้ออะไรก่อนเข้าบ้านไหม”

“ไม่ครับ”

ผมยิ้มให้เทียน แล้วขับรถต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงปากทางเข้าบ้าน รู้สึกเหมือนเทียนจะตื่นเต้นนะครับ ตอนนี้ผมพาหัวใจกลับมาด้วยและสัญญาว่าจะไม่ให้ห่างจากตัวอีกแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นสำหรับพวกเราสองคน ผมจะดูแลเด็กชายแสงเทียนตลอดไป

 

“พี่เทียน! สวัสดีครับ”

น้องโดมวิ่งออกมารับเทียนก่อนเลยครับ น้ำเสียงดีใจเชียว ขนาดว่าผมเป็นพ่อเขายังไม่สนใจเลย ปกติวันนี้ต้องไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอ

“ทำไมวันนี้ถึงไม่ยอมไปโรงเรียนละครับ” ผมเดินเข้าไปถาม น้องโดมทำหน้าไม่ถูกเชียว

“กลัวไม่เจอแม่ละมั้ง”

“คุณไม้!” ไอ้ไม้เดินยิ้มตามน้องโดมออกมาด้วย แถมยังแกล้งแหย่เทียนแต่เช้า

“พ่อแดนอย่าดุน้องโดมนะครับ” มีอ้อนผมด้วยครับ เดินเข้ามากอดขาทันที

“โกรธดีกว่า นิสัยไม่ดี”

“พ่อแดน!” แบนปากอยากร้องไห้เชียวครับ เห็นแล้วก็นึกสงสาร จริงๆ ไม่ได้โกรธหรอกครับ แถมนิสัยนี้แพร่เชื้อเร็วมาก เทียนชอบทำบ่อยๆ เวลาผมโกรธ

“ล้อเล่น เข้าบ้านกันเถอะ”

“ครับ”

น้องโดมกับเทียนขึ้นไปบนบ้านเอากระเป๋าไปเก็บ ส่วนผมก็มานั่งคุยกับไอ้ไม้แทน

“เมียมึงล่ะ”

“ทำกับข้าวอยู่ครับ ตื่นตั้งแต่เช้าเชียว” ผมพยักหน้ารับรู้ เดินมานั่งตรงเก้าอี้ไม้หินอ่อนที่ประจำของพวกเราทุกคน ปกตินั่งกินกันแค่สามคน แต่วันนี้สมาชิกเพิ่มมาเพียบเลยครับ

“พี่ไม้ มาช่วยวินยกกับข้าวหน่อยสิครับ” เสียงตะโกนดังมาแต่ไกลเลย

“ครับ”

ผมถึงกับอึ้ง ไอ้ไม้เจอเสน่ห์เด็กเข้าไปหรือยังไงกัน ทำไมวันนี้มาแปลก มันมองหน้าผมแล้วยิ้มรีบวิ่งไปในครัวทันที ผมเองก็มองตามสายตาแปลกใจมากทีเดียว

ไอ้ไม้เปลี่ยนไป เหมือนอย่างที่ผมเปลี่ยนละมั้ง?

 

“กินเยอะๆ นะครับ วินทำสุดฝีมือเลย”

บรรดามนุษย์เมียเขาคุยกันครับ หลังจากนั่งทำความรู้จักกันครู่ใหญ่ๆ พวกเราก็เริ่มกินข้าวกัน เทียนกับวินดูเข้ากันมาก รวมถึงน้องโดมด้วย

“ขอบคุณครับ” มารยาทเมียคุณหนูของผมคือดีงามสินะ

“พี่ไม้ก็กินผักเยอะๆ สิครับ” พอตักอาหารใส่จานให้เทียนเสร็จก็หันไปดูแลไอ้ไม้ต่อ บ้านปลูกผัก ขายผักก็จริง แต่มันดันไม่ชอบกินผักสักเท่าไหร่

“พี่ไม่ชอบ”

“พวกเราตกลงกันแล้วนะครับ”

“ถูกขู่ล่ะสิไม่ว่า”

“พี่ไม้”

“ครับ”

ผมกับเทียนนั่งมองหน้ากันแล้วยิ้มขำกับท่าทางของไอ้ไม้ จริงๆ ก็กลัวเมีย แต่เห็นมันนั่งกินผักได้ผมก็ดีใจครับ

พวกเรานั่งกินข้าวด้วยกันจนอิ่ม ไอ้ไม้ก็ขึ้นไปเก็บของเพราะต้องกลับสุพรรณบุรีแล้ว จริงๆ อยากให้นอนอีกสักคืน แต่ทางโน้นโทรมาตามให้กลับไปทำงานแล้วครับ

“ขับรถดีๆ ล่ะ”

“ไว้เจอกันใหม่นะครับพี่เทียน”

“ครับ”

บรืน

โบกมือลาและแยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนน้องโดมก็เดินกลับไปนั่งดูการ์ตูนต่อ ลากเทียนไปด้วยครับ วันนี้สำหรับผมคงเรียกว่าความสุขได้แล้วสินะ

ผมไม่แน่ใจว่าวันอื่นๆ จะเป็นยังไง แต่ดีใจมากที่วันนี้ได้ความสุขกลับคืนมา

“เทียน”

“ครับ”

ผมเดินเข้าไปหาเทียนกับน้องโดมที่ห้องนั่งเล่น อยากคุยให้มั่นใจ ไม่อยากปล่อยให้มันค้างคาอีกต่อไปแล้ว

“น้องโดม”

“ครับ”

ทั้งคู่เลิกสนใจหน้าจอทีวี แล้วขยับตัวมานั่งตรงหน้าผม

“มาหาพ่อแดนหน่อยสิ” น้องโดมทำหน้าแปลกใจแล้วขยับตัวลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผม ผมจึงอุ้มลูกมานั่งบนตัก “เทียน

“ครับ”

“ฉันไม่ใช่ผู้ชายที่ดีพร้อม เป็นเพียงพ่อค้าขายผักและเป็นพ่อหม้ายลูกติดอีกหนึ่งคน” เพราะตรงหน้าสว่างมาก จึงทำให้ผมมองสีหน้าของเทียนออก เขากำลังยิ้มทั้งๆ ที่ดวงตาเอ่อคลอ “เทียนรับได้ไหม?”

“ถามอะไรแบบนี้ครับ”

“ฉันอยากมั่นใจว่าในอนาคตเทียนจะไม่ทิ้งพวกเราสองคน” น้องโดมคงเข้าใจเพราะผมเคยพูดกับลุกไปแล้ว แม้ว่าแววตาจะสงสัยอยู่บ้างก็ตาม

“พี่เทียน”

“ขอเทียนพูดก่อนตอบคำถามได้ไหมครับ”

“อืม”

“น้องโดมครับ” เทียนขยับเข้ามาหาพวกเราสองคน เอื้อมมือทั้งสองข้างมากุมมือน้องโดมเอาไว้

“ครับ”

“พี่เทียนเป็นผู้ชายและพี่เทียนก็รักพ่อแดนของน้องโดมด้วย” น้องดื้อสารภาพตรงๆ ต่อหน้าผมแล้วก็ลูก ผมไม่รู้ว่าน้องโดมทำหน้ายังไง แต่เทียนกำลังร้องไห้ “ไม่ได้จะแย่ง แต่อยากอยู่ด้วยกันตลอดไป”

หมับ!

ไม่มีคำตอบออกจากปากของน้องโดมนอกจากอ้อมกอดที่เจ้าตัวรีบโผล่เข้าไปหาเทียน น้องโดมร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นใหญ่ กอดกับเทียนแน่นมากๆ ช่างเป็นภาพที่ทำให้หัวใจของผมมีความสุขเหลือเกิน

ฮือ ๆ

“เทียนจะไม่ทิ้งคุณแดนและน้องโดมนะครับ” เทียนกอดตอบน้องโดม พลางยื่นแขนทั้งสองข้างมาหาผม คงไม่ต้องอธิบายอะไรนอกจากโผล่เข้ากอดพวกเขาสองคนละมั้ง

“ขอบคุณนะครับ”

“เทียนวิ่งตามความรักมาตลอด จนได้เจอกับคุณแดน เทียนคิดเสมอว่าคุณเป็นพรหมลิขิตและสุดท้ายคุณก็กลายเป็นรักแท้”

“เด็กบื้อ

เทียนกับน้องโดมดูรักกันมากจนผมหายห่วง ผมเชื่อว่าโตขึ้นลูกจะเข้าใจความรักในแบบที่ผมเลือก ต่อให้เขาขาดแม่ แต่ผมก็สัญญาว่าจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ดีที่สุด จนลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ขาดอะไรไปอย่างแน่นอน

“เย็นนี้ทำหมูกะทะกินกันนะ เดี๋ยวจะโทรชวนไอ้จ้อนกับน้องจีด้วย”

“ครับ”

ผมขยี้หัวเทียนกับน้องโดมไปพร้อมกัน ขยับตัวลุกขึ้นและปล่อยให้ทั้งคู่นั่งดูการ์ตูนกันต่อ ส่วนตัวเองก็หยิบโทรศัพท์โทรเรียกไอ้จ้อนและสั่งให้มันแวะซื้อของสดเข้ามาด้วย ส่วนผักเดี๋ยวค่อยไปเก็บในสวนแทน

สั่งการไอ้จ้อนเสร็จ ผมก็เดินกลับขึ้นบ้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้าสวน จะไปเดินดูสักหน่อย ทิ้งห่างไปหลายวัน

“จะไปไหนเหรอครับ” เทียนเดินทำหน้าง่วงๆ ออกจากห้องนั่งเล่นมาหาผมที่ยืนใส่รองเท้าบูทอยู่หน้าบ้าน

“เข้าสวนน่ะ”

“ไปด้วยสิครับ”

“แดดมันร้อน” ผมหันไปมองหน้าเทียน แต่เจ้าตัวเหมือนไม่ยอม อยากดื้อไปให้ได้เลยทีเดียว

“น้องโดมก็อยากไปครับ ไอช่วยกันเก็บผักมาทำหมูกะทะ” เดี๋ยวนี้หัดมีพักพวก

“แต่มันร้อนนะครับ”

” เทียนยิ้มให้ผมแล้วขยับขาเดินเข้ามาใกล้ๆ ยื่นหน้ามาหาพร้อมกับคำพูดกระซิบ “อยากเป็นเมียเกษตรกรต้องอดทนไม่ใช่เหรอครับ”

“หึ! แล้วอย่ามาบ่นละกัน”

“น้องโดม พวกเราไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันดีกว่าครับ”

“เย้ๆ”

เพราะความดื้อของทั้งคู่ ผมเลยต้องยอมพามาเข้าสวน แดดมันร้อนก็จริงแต่ไม่มากเหมือนช่วงเที่ยง ตอนนี้ก็บ่ายแก่ๆ ไปแล้ว มีหมวกคนละใบคงช่วยได้

เทียนกับน้องโดมไปช่วยกันเก็บผักตามจุดที่ผมแนะนำไป ส่วนตัวเองก็มายืนรดน้ำผักกับตรวจดูไปเรื่อยๆ แอบมองลูกกับเมียเป็นระยะ หัวเราะกันลั่นแปลงผักเลยทีเดียว

ผมคิดว่าเทียนจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่คงเชื่อคำพูดเขาไม่ได้นอกจากมองเองละมั้ง เทียนปรับตัวเข้ากับพวกเราได้ง่ายมากๆ และทำมันได้ดีจนผมทึ้ง

ถ้าเทียนไม่เลือกเส้นทางนี้ ชีวิตของเขาคงสวยงามและสุขสบาย อยู่กับผมอาจลำบากแต่ถ้าเขาตัดสินใจแบบนั้นแล้ว ผมก็ไม่มีทางปล่อยให้ลำบากหรอกครับ

“คุณแดน เทียนกับน้องโดมเก็บผักได้เยอะแล้วครับ น่าจะพอทำหมูกะทะแล้วมั้ง” เทียนโบกมือให้ผมตะโกนออกมาด้วย นิสัยเปลี่ยนไปเยอะเลยครับ

“จ้า”

ผมเองก็ด้วย

 

ตกเย็น

หลังจากเข้าไปทำงานในสวนผักเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็กลับเข้าบ้านมาอาบน้ำ เทียนกับน้องโดมแต่งตัวเสร็จก่อนผมเลยบอกให้ลงไปช่วยไอ้จ้อน ได้ยินเสียงมันดังมาแต่ไกลเลยครับ

ผมรีบอาบน้ำและแต่งตัวตามลงไป บรรยากาศยามเย็นกับปาร์ตี้เล็กๆ มองแล้วหัวใจก็พองโต

“เดี๋ยวพี่ช่วย”

“หืม!” เทียนอุทานออกมา ดูแปลกใจกับคำพูดของผมมากๆ ผมพูดผิดงั้นเหรอ “พี่!” มีเน้นย้ำด้วยครับ

“แปลกเหรอ อยากเรียกหวานๆ บ้างนะครับน้องเทียน”

“ชิส์! เทียนเขินจนตัวลอยแล้วเนี่ย” เทียนบอกผมยิ้มๆ แล้วรีบเดินหนีออกไปไม่ยอมให้ช่วยเลยครับ

ผมเองก็หัวเราะลั่น รีบเดินตามมานั่งรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ไอ้จ้อนทำหน้าที่เดิมคือบริการพวกเด็กๆ ครั้งก่อนผมกับเทียนนั่งห่างกันมาก แต่ครั้งนี้พวกเรานั่งตัวติดกันเลยทีเดียว

“ตั้งแต่ไปรับกลับมารอบนี้ ลูกพี่ทำตัวติดพี่เทียนเหมือนตังเมเลยนะครับ”

“พูดมากน่า รีบๆ ย่างเข้าสิ”

“ครับๆ” ไอ้จ้อนมันแซวพลางหัวเราะไปด้วย ผมรู้ว่ามันมองออก แต่ก็ยังแซวให้เทียนนั่งเขินอยู่นั่นแหละ

เสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆ วันนี้พวกเราทุกคนดูมีความสุขมากและหนึ่งในนั้นที่สุขจนล้นใจคงเป็นผมละมั้ง

“แกะกุ้งให้เทียนหน่อยสิครับ”

“อยากกินก็แกะเองสิครับ”

“คุณแดน”

“ถ้าอ้อนดีๆ จะแกะให้ครับ” เทียนทำหน้ามุ่ยใส่ผมทันที แล้วนั่งพยายามแกะกุ้งเองต่อ อันที่จริงจะพูดอ้อนผมก็ได้ แต่กลับไม่ทำเพราะเขิน “วันนี้จะได้กินไหม”

“พี่แดน ช่วยแกะกุ้งให้น้องเทียนกินหน่อยสิครับ” ผมอึ้งเลยครับ จากที่นั่งก้มหน้าเงียบๆ กลับเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม แววตาเป็นประกายเชียว วิ้งๆ จนน่าจับมาจูบปากเล่น

วิ้ว ๆ

“คู่ข้าวใหม่ปลามันเขาสวีทกันอีกแล้ว” ไอ้จ้อนตะโกนออกมา ทำลายบรรยากาศซึ้งๆ ของผมหมดเลยครับ แถมเทียนยังเขินจนหลบสายตาผมอีก

“เดี๋ยวเถอะมึง”

“ฮ่าๆ”

“พ่อแดนครับ ช่วยแกะกุ้งให้น้องโดมกินหน่อยสิครับ”

“น้องโดม” เทียนเขินจนตัวบิดเป็นเลขแปดแล้วครับ น้องโดมก็เล่นใหญ่ กล้าแซวเทียนเขาด้วย

แกล้งแหย่กันไปมา จนเวลาล่วงเลยเกือบสองทุ่มแล้ว น้องจีก็ง่วงนอนตามประสาเด็กไอ้จ้อนจึงพากลับบ้าน ส่วนน้องโดมรายนี้ก็เช่นกันผมจึงบอกให้ขึ้นไปแปรงฟันเข้านอนเลย

"แล้วพี่เทียนละครับ" และนี่คือคำถาม หลังจากคำพูดของผม

“เอ่อ

“พี่เทียนนอนกับพ่อแดน”

“คุณแดน”

“อ่อครับ ฝันดีนะครับพี่เทียน”

“ฝันดีครับ”

น้องโดมช่างเป็นเด็กที่เข้าใจอะไรง่ายเหลือเกินครับ เดินขยี้ตากลับขึ้นไปบนบ้าน ผมกับเทียนเลยช่วยกันกลับของต่อจากที่ไอ้จ้อนมันช่วยเก็บไว้

เก็บด้านนอกเสร็จ ก็ไปล้างทำความสะอาดในครัวต่อ คนข้างๆ ทำหน้าที่ได้ดีไม่มีบ่นสักคำ มีเผลอทำจานตกด้วยครับ แต่ผมเปลี่ยนมาใช้แบบพลาสติกหมดแล้วเลยไม่มีปัญญาเรื่องแตกแน่นอน

“ง่วงหรือยัง”

“ยังครับ”

“งั้นไปดูดาวกัน”

“เอ๋” ผมไม่รอให้เทียนได้พูดอะไรต่อ รีบลากข้อมือเขาออกจากครัวทันที แล้วพามาดูดาวที่หน้าบ้านต่อ ก็บริเวณเดียวกับที่พวกเรากินหมูกะทะก่อนหน้านี้นั่นแหละครับ

“มีความสุขไหม?” ผมรั้งเทียนเขามากอดเอาไว้จากด้านหลังของเขา กอดหลวมๆ ไม่ให้เขารู้สึกอึดอัดจนเกินไป

“สุขจนล้นเลยครับ”

“ฉันดีใจนะที่เทียนมีความสุข”

“ไม่แทนตัวเองว่าพี่แล้วเหรอครับ” เทียนเอียงคอเงยหน้าขึ้นมามองผม แววตาทอประกายเชียวและมันก็ทำให้ผมอดใจไม่ไหวจนต้องจูบเขา

จูบที่อ่อนหวานและเนิ่นนาน

“ขี้โกง”

“หวานจัง ขอชิมอีกสักรอบได้ไหม”

“ไม่ได้ครับ วันละจูบก็พอแล้ว”

“แสดงว่าจูบได้ทุกวัน”

“ไม่ใช่สักหน่อย”

ชีวิตผมไม่เคยต้องการอะไรที่มากกว่านี้ หลังจากผิดหวังกับรักที่เคยคิดว่าจะมั่นคง ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปจนแสงเทียนก้าวเข้ามา

แสงเทียนเปรียบเสมือนแสงสว่างดวงใหม่กลางใจของผม เขาส่องแสงและนำทางผมไปในทุกๆ ทิศทางที่ตัวเองกำลังเดิน พร้อมกับรอยยิ้มแสนสุข

“ทำไมถึงเลือกเทียน”

“หืม!” ภวังค์ความคิดมากมายหายไปเมื่อเทียนตั้งคำถามอีกครั้ง “คิดยังไงถึงถาม”

“แค่อยากรู้นะครับ คุณแดนน่าจะเจอใครที่ดีกว่าเทียน”

“ไม่มีใครดีหรือไม่ดีไปกว่ากันหรอกนะ มีแต่ใจเราที่รู้ดี

“เลี่ยนขึ้นหรือเปล่าครับ” เทียนขยับตัวเล็กน้อย พลางหันกลับมาเผชิญหน้ากับผม สองแขนยื่นขึ้นมาโอบรอบคอผมเอาไว้ด้วย “หลงรักเทียนตั้งแต่ตอนไหนครับ”

“ใครจะบอก”

“ขี้โกง”

“อยู่ด้วยกันไปนานๆ เดี๋ยวก็รู้เองครับ”

“รู้แล้วครับว่ารักมาก แถมยังขี้หึงมากๆ ด้วย” เทียนยื่นปลายนิ้วมาบีบจมูกผมแล้วส่ายไปมา คนอย่างแดนไททับอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอ

ผมเชื่อแล้วว่าแสงเทียนเข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง

“นั่นแค่ระดับล่างๆ”

“ยังมีหึงกว่านี้อีกเหรอครับ”

“อย่าริอาจลองเชียวล่ะ ขอบอกว่าฟ้าเหลือง”

“บ้า!

ฮ่า ๆ

ความรักและความสุขของผม คือคนตรงหน้ารวมไปถึงน้องโดมและสถานที่แห่งนี้

วันหนึ่งที่เราเดินแล้วเกิดสะดุดขาตัวเอง อย่าลืมหันมองรอบๆ ข้างด้วยนะครับ เพราะนั้นอาจจะทำให้เราได้เจอกับพรหมลิขิตที่เปรียบดั่งรักแท้ในตอนนี้ยังไงละครับ

 

 

 

 

…THE END…

ขอบคุณที่ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งนะคะ

 

 

 

 

ความคิดเห็น