ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ

บทนำ

 

          ณ ไร่ผกางาม

          งานเลี้ยงปีใหม่ของไร่ผกางามจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี คนงานนับร้อยชีวิตมารวมตัว ณ ลานอเนกประสงค์ มีเวทีขนาดย่อมเอาไว้ร้องรำทำเพลง อาหารคาวหวานและเครื่องดื่มมีบริการกันจนอิ่มหนำสำราญ

หลังจากจับฉลากแจกของขวัญประจำปีเสร็จ พ่อเลี้ยงผยอง ก็ปล่อยให้ทุกคนสนุกสนานได้ตามอัธยาศัย อยากเต้นก็เต้น อยากร้องก็ร้อง อยากกินก็กิน อยากจีบกันก็เชิญ มองไปทางไหนจึงมีแต่ความครื้นเครง เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

            คุณนายผกามาศ มาเป็นประธานเปิดงานช่วงหัวค่ำ ก่อนจะกลับบ้านใหญ่ตอนช่วงกลางดึก เช่นเดียวกับ ผกากรอ งและ วิรุตน์ ซึ่งตามผู้เป็นประมุขกลับบ้าน ส่วนพ่อเลี้ยงผยองกับนารีรัตน์ภรรยาของเขา อยู่ร่วมสนุกกับคนงานจนเกือบสว่าง

            “พี่รุตน์อุ้มน้องขึ้นไปส่งบนห้องหน่อยสิ น้องเมาเดินไม่ไหว”

            น้ำเสียงอ้อแอ้ของสาวน้อยที่เดินเซไปเซมากระแทกเขาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ผยองมีสีหน้ายุ่งยากใจอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มกรอกตาบนด้วยความเหนื่อยใจ มารยาของผกากรองช่างเยอะเสียจริง

            “สงสัยดื่มไปเยอะ เลยเมาขนาดนี้ อุ้มน้องไปส่งที่ห้องเถอะ ก่อนจะล้มหัวฟาดอยู่แถวนี้”

วิรุตน์ยังยืนนิ่ง คล้ายไม่ได้ยินหรือไม่สนใจคำขอของผู้เป็นน้องสาว คุณนายผกามาศออกโรงช่วยอีกแรง

ช่วงนี้ท่านสังเกตเห็นว่าวิรุตน์ทำตัวห่างเหินไม่ไยดีผกากรองเหมือนแต่ก่อน ซึ่งท่านเองก็ไม่เข้าใจพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปกะทันหันนี้ของบุตรชายคนโตเช่นกัน เมื่อก่อนสองคนนี้ตัวติดกันเป็นปาท่องโก้ ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ห่วงหวงกันจนเป็นที่เลื่องลือ แต่เดี๋ยวนี้วิรุตน์มักจะเลี่ยงการเข้าใกล้ผกากรองอย่างเห็นได้ชัด อาจเบื่อหน่ายความเอาแต่ใจของผู้เป็นน้องแล้วกระมัง

วิรุตน์กรอกตา พ่นลมหายใจออกมาหนักๆ คุณนายผกามาศไม่เคยตามทันมารยาของลูกสาวเอาเสียเลย เห็นซื่อๆ ใสๆ แบบนี้แหละร้ายกาจที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เป็นมารดาสั่ง เขาหรือจะกล้าขัด ถึงแม้อยากจะถอยห่างเพียงใด ก็ทำได้เพียงจำใจช้อนอุ้มร่างระหงของแม่จอมจุ้นขึ้นแนบอก

“รักพี่รุตน์จังเลย”

หญิงสาวซุกซบอกอุ่น พึมพำคลอเคลียอย่างแสนรัก

“ยัยเด็กคนนี้มันขี้อ้อนจริงๆ ฝากน้องด้วยนะตารุตน์ แม่คงไม่ได้ตามไปดูแล ง่วงเหลือเกิน”

คุณนายผกามาศยิ้มละมุน เอ็นดูในความขี้ประจบของบุตรสาว เด็กน้อยของท่านคงอยากให้พี่ชายหันกลับมารักตนเหมือนเช่นเมื่อก่อน งานนี้ท่านเลยต้องดันให้เต็มที่

“ครับ”

หลังจากบุตรชายรับคำ แล้วอุ้มน้องเดินขึ้นบ้านไป คุณนายก็ฉีกยิ้มกว้าง เบาใจขึ้นมาอีกนิด วิรุตน์เป็นคนจริงจังในทุกเรื่อง ทว่าไม่เคยแสดงออกทางสีหน้า

นับตั้งแต่เลี้ยงดูกันมาสามสิบกว่าปี ทำให้ท่านรู้ว่าท่านเลี้ยงดูคนไม่ผิด บุตรชายคนโตของท่านเป็นคนดีจนน่าใจหาย ช่วยเหลือทุกคนอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ถึงแม้ไม่เคยพูดหรือแสดงออกให้รู้มากมาย แต่การกระทำนั้นชัดเจน นี่แหละคือสิ่งที่ท่านภูมิใจในตัวบุตรชายคนโต

            “อย่าเพิ่งปายสิ”

ทันทีที่วิรุตน์วางหญิงสาวลงบนเตียงหนานุ่ม วงแขนอ่อนปวกเปียกก็คว้าหมับเข้าที่คอไม่ยอมปล่อย แถมยังออกแรงโน้มหน้าเขาเข้าใกล้ จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดกันและกัน

“เมาแล้วก็นอนซะ”

วิรุตน์ถอนหายใจหนักๆ ดุด้วยสีหน้านิ่งๆ พยายามไม่สนใจสายตาแพรวพราวของคนแกล้งเมา...ใช่! หล่อนแกล้งเมา เขารู้...

“เช็ดตัวให้น้องก่อน เหม็นเหล้า”

“ลุกไปอาบน้ำก็สิ้นเรื่อง”

“ลุกม่ายไหว”

หญิงสาวทำเสียงยานลากยาว ยิ้มกรุ่นในหน้าขณะมองคนหล่อที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก

“ไม่ต้องมาแกล้ง พี่ไม่หลงกลเธอหรอก”

วิรุตน์พยายามแกะมือออกแต่ไม่สำเร็จ

“โอ๊ย...ร้อน...”

ผกากรองแกล้งไขสือ วิรุตน์รู้ทันเธอเสมอ จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้ว่าเธอแสร้งเมา แต่ใช่ว่าคนอย่างผกากรองจะยอมจำนนง่ายๆ

“ร้อนจังเลย...”

ด้วยเหตุนี้สาวน้อยจึงฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วปลดมือข้างหนึ่งออกจากลำคอชายหนุ่ม ลงมากระชากเสื้อของตนสุดแรง จนกระดุมเสื้อเม็ดเล็กขาดกระเด็น เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นบราเซียตัวจิ๋วออกมา ส่วนอีกมืออีกข้างยังล็อคต้นคอของวิรุตน์แน่น

“ยัยน้อง ปล่อยพี่”

วิรุตน์ตะลึงจนตาเบิกกว้าง เผลอจ้องมองหน้าอกอวบอิ่มอยู่เป็นนาน กลืนน้ำลายลงคอไปสองสามอึก ก่อนจะได้สติรีบแกะแขนผกากรองออก แต่แม่ตัวแสบดันไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยเหรอ ก็ด้ายยยย”

“เฮ้ย...”

แทนที่จะปล่อยมือตามคำบอก ผกากรองกลับตวัดขารัดรอบเอวร่างหนาเอาไว้ซะงั้น วิรุตน์ถึงอุทานอย่างตระหนก เหงื่อแตกซิก ไม่พอใจอย่างมากในการกระทำของหญิงสาว

“ปล่อยพี่!

คราวนี้วิรุตน์เอาจริง กระชากแขนและขาผกากรองออกจากตัวสุดแรงอย่างไม่เกรงว่าคนตัวเล็กจะเจ็บ ใบหน้าหล่อทมึงตึงโกรธขึง พร้อมตวาดลั่นอย่างหัวเสีย

“โอ๊ย! ใจร้าย”

ใบหน้าสวยเหยเก เจ็บจนต้องยอมปล่อย แรงอันน้อยนิดของเธอ อย่างไรเสียก็สู้แรงของคนตัวโตเท่าช้างเช่นวิรุตน์ไม่ได้

“อย่าได้ทำแบบนี้อีกเชียว”

คาดโทษเสียงเหี้ยม ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

“อีพี่รุตน์บ้า! เฮงซวย ห่วยแตก!!

 

 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น