#วาโยอี้เผิง

เมียจ้าง ๒๓ :: สองรัก [ ๑๐๐ % ]

ชื่อตอน : เมียจ้าง ๒๓ :: สองรัก [ ๑๐๐ % ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.7k

ความคิดเห็น : 95

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2559 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียจ้าง ๒๓ :: สองรัก [ ๑๐๐ % ]
แบบอักษร

เมียจ้าง

 

... ๒ ...

 

 

สองรัก

 

 

 

“ถ้าไม่รักก็กลับไปสงบสติอารมณ์ซะ เพราะผมไม่ใช่ของคุณ ไม่ใช่ของคุณอีกต่อไปแล้ว”

            “อย่ามาปากดีให้มาก เพราะจะวันนี้หรือวันไหน หัวใจนายก็เป็นของฉัน”

            “คุณอี้เผิง อื้อ!

            จูบปลิดลมหายใจประทับลงมาโดยไม่ให้คนช่างต่อปากต่อคำได้ทันตั้งตัว วาโยตาลีตาเหลือกดันกายอี้เผิงให้ออกห่าง หากแต่แผงอกกำยำกลับไม่ไหวติงเหมือนภูผากว้างที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางพิภพ ลิ้นร้อนถูกลิดรอนอย่างรุนแรง ทั้งเอาแต่ใจ ดิบเถื่อน และโหยหา คล้ายคนตายอดตายอยากมาช้านาน แม้มือขาวจะผลักไสเจ้าของกล้ามท้องลอนสวยไปให้ไกล แต่สุดท้ายก็เป็นฝ่ายถูกต้อนจนจนมุม ทำได้แค่จำต้องยอมเผยอปากแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายได้สูบเลือดสูบวิญญาณตามอำเภอใจ รอเวลาจนคนบนร่างตายใจแปรเปลี่ยนสัมผัสร้อนแรงกลายเป็นผ่อนปรน แล้วจึงอาศัยจังหวะนั้นผลักร่างของอี้เผิงออกไปสุดแรง

            พยศสู้เสียจนมาเฟียหนุ่มเซล้มก้นจ้ำเบ้า วาโยยกมือขึ้นปาดริมฝีปากบวมเจ่อพลางถูไถมันไปมาเพราะไม่อยากให้จุมพิตร้อนติดตราตรึง ไม่รอให้อี้เผิงตั้งสติได้ก็รีบลุกขึ้นและออกวิ่งไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ทว่าโชคชะตาช่างไม่เข้าข้าง เพราะมาไกลจากจุดเกิดเหตุได้ไม่เท่าไร ก้อนหินก้อนเล็กที่คมปริบราวใบมีดก็บาดฝ่าเท้าเรียวเสียจนเลือดชุ่ม

            จากวิ่งเร็วเป็นลมกรดเพื่อหนีสัตว์ร้าย เหยื่อผู้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดก็ต้องชะลอฝีเท้าให้ช้าลง เสียงครางหวีดดังขึ้นในลำคอเบาๆ เพราะความเจ็บปวดที่แล่นปลาบ จากแค่หน่วงหนักตรงฝ่าเท้าก็ชาวาบมาจนถึงปลีน่อง และเพราะความโชคร้ายที่มาเยือนไม่ดูเวล่ำเวลานั้นเอง ในที่สุดอี้เผิงก็สามารถวิ่งตามมาฉุดตัวของวาโยได้ทัน

            อ้อมกอดทรราชทำเอาวาโยถึงกับดิ้นเร่า ทั้งทุบตีที่ลำแขนทั้งกระทุ้งศอกเข้าที่หน้าท้องหมายจะให้หลุดจากการสวมกอดทางด้านหลัง หากแต่อี้เผิงที่ถึงแม้จะครางต่ำในลำคอเพราะความเจ็บกลับไม่ยอมให้สถานการณ์พลิกผันไปเป็นแบบเก่า มาเฟียหนุ่มอาศัยร่างกำยำสูงใหญ่โอบรัดเอวบางไว้ไม่ปล่อย กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่นานสองนาน จากยื้อยุดฉุดแย้งกันบนบกก็ได้กลิ้งตกลงไปในลำธารใส สภาพเปียกปอนดูไม่ได้เหมือนลูกหมาตกน้ำด้วยกันทั้งคู่

เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่หนักขึ้นเพราะเปียกชื้น สายน้ำในลำธารสาดกระเซ็นทั่วทุกหัวระแหงเพราะร่างสองร่างฉุดกระชากลากถูกันในนั้น คนหนึ่งใช้กำลังแรงกายหมายบังคับข่มขู่ คนหนึ่งใช้กำลังแรงกายหมายเอาชีวิตรอด หากทว่าสู้รบปรบมือในน้ำได้ไม่ถึงห้านาที ผลแห่งชัยชนะก็ตกเป็นของหัวหน้ามาเฟียเพราะก่อนหน้านั้นไม่ได้รับบาดเจ็บตรงจุดใด

อี้เผิงลากตัววาโยขึ้นมาเกลือกกลิ้งอยู่บนตีนตลิ่ง ผลีผลามถอดเสื้อผ้าที่คนตัวขาวสวมใส่ไว้พร้อมทั้งโน้มตัวลงไปเกลือกกลั้วโดยไม่รีรอ แม้จะเป็นกลางค่ำกลางคืนแต่แสงจันทร์ในฤดูหนาวนั้นช่างเป็นใจ สายตาซุกซนมีเลศนัยกวาดมองไปทั่วสะโอดสะองบาง รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดบนหน้าท้องแบนราบทำเอาอี้เผิงถึงกับใจอ่อนยวบ ฝ่ามือแกร่งลูบไล้ร่องรอยพวกนั้นเบาๆ ก่อนจะช้อนสายตามองคนที่น้ำตาคลอหน่วยด้วยนึกสงสารสุดหัวใจ

โน้มริมฝีปากสีชาดลงไปเห่กล่อมคนตัวสั่นระริกด้วยจูบละมุนละม่อม เรียงลำดับลงมาตั้งแต่หน้าผากจนถึงปลายคางมน ปลอบประโลมจนหัวใจที่แห้งเหี่ยวให้รู้สึกชื้นขึ้นมาบ้าง แล้วจึงจัดหันไปจัดการกับเสื้อผ้าซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายออกไปให้พ้นทางด้วยความรีบร้อน

“คุณอี้เผิง อย่า...อย่าทำ”

สิ้นประโยคขอร้องแข้งขาเรียวยาวก็ถูกแยกออกห่าง วาโยหอบหายใจเหนื่อยอ่อนด้วยเวลานี้สิ้นฤทธิ์พิษสง ถึงสติจะพร่าเลือนกระนั้นก็ยังพยายามยกมือขึ้นกั้นตัวของอี้เผิงไม่ให้แนบสนิทไปมากกว่านี้ ทว่าส่วนที่ดุนดันเตรียมจดจ่อเข้ามายังปากทางเข้าก็ทำเอาคนตัวขาวสะดุ้งไหว ยิ่งเป็นตอนที่ปลายเยื่อหุ้มขนาดใหญ่เริ่มเบียดแทรกเข้ามาในโพรงร้อน สติที่กระเจิดกระเจิงไปไกลก็ยิ่งทำให้วาโยทุรนทุรายราวกับจะขาดใจตายในไม่ช้า

“อึก เอามันออกไป ขยะแขยง”

            “แน่ใจแล้วใช่ไหมถึงพูดคำนั้นออกมา”

            “อื้อ!

            เจ้าของเสียงทุ้มกดกายแนบชิดกระซิบถาม ไอเย็นจากควันปากเป่ารดข้างหูดังฟู่จนขนอ่อนในกายลุกชัน ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็แทงพรวดเข้าไปทีเดียวจนสุด ของร้อนถลำเข้ามาลึกเสียยิ่งกว่าลึก รุกรานรุนแรงสร้างความรวดร้าวไปทั่วทั้งร่าง กายขาวสั่นระริกตอบสนองสัมผัสของผู้ชายตัวโตกว่าด้วยความคุ้นชิน ลืมตัวไปเลยว่าสถานะระหว่างตนกับอีกฝ่ายในตอนนี้เป็นเพียงไพร่สามัญกับเจ้านายผู้สูงศักดิ์เพียงเท่านั้น

            ขณะสอดใส่ความโอหังให้จมดิ่ง ฝ่ามือเย็นเยียบก็ยกขึ้นบดคลึงทรวงอกเม็ดเต่งจนของเหลวสีขาวข้นฉีดพ่นออกจากปลายถัน น้ำนมของวาโยไหลออกมาราวกับคุณแม่เพิ่งผ่านการคลอดลูกน้อย ไม่ว่าจะมองมุมใดก็ช่างน่าละอายที่มีของแบบนี้ทั้งที่ร่างกายเป็นชายแท้ หากแต่คนต้นเหตุอย่างอี้เผิงกลับโน้มใบหน้าหล่อเหลาครั่นคร้ามไปด้วยไรหนวดเขียวลงมาดูดกลืนมันอย่างไม่นึกรังเกียจ ราวกับว่าเป็นอาหารคาวหวานรสโอชะที่ส่งตรงมาจากภัตตาคารหรู

            “อืม จืด”

            “อ๊า อื้อ”

            เสียงต่ำครางฮือในลำคอยามเนินนมโดนดูดสลับไปมาราวกับถูกแกล้งสัพยอก ทรวดทรงองค์เอวของวาโยแอ่นสะท้านรับสัมผัสเปียกแฉะสุดหวามไหว ยิ่งตอนอี้เผิงใช้เกลียวลิ้นดูดดุนจนรู้สึกได้ว่ามีน้ำนมกลั่นไหลในโพรงปาก เสียงหวีดร้องเพราะความเสียดเสียวก็ยิ่งดังขึ้นทวีคูณ ทั้งที่เกลียดในสิ่งที่คนคนนี้ทำไว้กับตัวเองนัก แต่วาโยกลับไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงบังคับตัวเองไม่ได้

            เพียงแค่สายตาคู่นั้นมองมาราวกับจะกลืนกิน หัวใจที่เต้นอย่างอ่อนล้าก็รู้สึกฟูฟ่อง ยิ่งโดนปรนเปรอไม่เว้นว่าง ร่างกายที่ทรยศหัวใจไม่ได้ก็ยิ่งสนองกลับอย่างมิอาจต่อต้าน  

            “หึ ได้ข่าวว่ามาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็อยากมีลูกอีกใช่มั้ย ได้! ฉันจะแตกในจนกว่านายจะท้องอีกรอบ”

            “ไม่! ผมจะไม่มีวันท้องกับคุณอีกเด็ดขาด อ๊ะ!

            เสียงค้านของวาโยลอยวับหายไปในอากาศ เมื่ออี้เผิงเริ่มลงทัณฑ์คนช่างพยศด้วยการถอดถอนส่วนกึ่งกลางใหญ่โตออกจนเกือบสุดก่อนจะเบียดเสียดพรวดเข้าไปใหม่ทีเดียวจนมิดลำ ตะกรุมตะกรามตอกฝังตัวตนราวกับคนตะกละไม่เคยชิมรสกามา พอได้ลิ้มลองก็เพียรพร่ำย้ำกระชั้นถี่ สอบเอวแกร่งเข้าออกระรัว ควงหมุนสร้างความปั่นป่วนจนคนตัวบางต้องสูดปากสูดคอทั้งน้ำตาเล็ด

            “อ๊า อ๊า อึก อ๊ะ พอที”

            “ไม่หรอก แค่นี้มันยังไม่พอ”

            พูดพลางปลดปล่อยให้น้ำรักฉีดเร้นเต็มร่องกามารมณ์ หากแต่คนที่ร้างลาเรื่องนี้ไปนานกลับไม่ยอมถอดถอนส่วนใหญ่โตออกจากความคับแน่น อี้เผิงกัดกรามข่มความเสียวก่อนจะเร่งเร้าเสียดแทงไปตามร่องแยกกึ่งกลางอีกระลอก ดันเข้าดันออกระรัวโดยไม่มีเสียหรอกที่คิดผ่อนปรน

เมื่อรู้สึกว่าท่วงท่าที่เข้ามาสำรวจควานวนในร่างน้อยยังไม่ค่อยเต็มอิ่ม จอมเผด็จการจึงจัดแจงท่าใหม่ด้วยการฉุดรั้งให้วาโยพลิกตัวนอนคว่ำทั้งที่ส่วนเชื่อมต่อยังคงเชื่อมติด ฝ่ามือที่เคยเปื้อนเลือดบีบบั้นท้ายอวบอัดพลางขย้ำเสียเต็มรักจนเกิดรอยแดงปื้น ก่อนคนบ้าพลังจะเริ่มกระทุ้งกระแทกเข้าไปยังช่องทางร้อนระอุอีกครา ความคับแน่นที่สักแต่จะบีบรัดทำเอามาเฟียหนุ่มถึงกับเงยหน้าขึ้นซี้ดปากระงม มือแกร่งดึงรั้งเอวบางของคนใต้ร่างให้แนบชิดลำตัวพร้อมทั้งโจนจ้วงเข้าหาจนเกิดเสียงน่าอายดังประกอบการร่วมรัก

            “อ๊า อ๊า อ๊ะ อึก คุณอี้เผิง”

            วาโยครวญระงมอย่างคนสติหลุด ความคิดขาวโพลนไปหมดเพียงเพราะได้ยินเสียงเนื้อแก้มก้นกระทบกับเนื้อหน้าขา อี้เผิงรั้งข้อศอกสองข้างของเขาไว้ในมุมเฉียงจนน้ำหล่อลื่นกระฉอกออกจากรูร้อน สิ่งแปลกปลอมจาบจ้วงเข้ามาไม่หยุดหย่อนจนใจดวงน้อยไม่อาจต้านทานความหวานกำซ่าน รสรักหฤหรรษ์ไม่ปรุงแต่งกลิ่นใดกำลังทำให้วาโยรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น 

            เสียงน้ำกามดังเฉอะแฉะทุกครั้งที่ส่วนเชื่อมต่อครูดกระทบกัน เพราะถูกซอยถี่ไม่ปล่อยเว้นจังหวะ ช่องทางสีสดจึงขมิบตอดรัดความเป็นชายของอี้เผิงระรัว มาเฟียจอมบงการยกยิ้มมุมปากชอบใจก่อนจะโน้มหน้าลงไปกดจูบบนแผ่นหลังนวลเนียนเปลือยเปล่าอย่างแสนรัก เมื่อเห็นว่าทำให้วาโยหลั่งจนเกือบหมดตัวจึงจัดการพลิกท่วงท่าให้อีกฝ่ายหันมาเผชิญหน้าในสภาพนอนหงาย

            “อ๊ะ อื้อ พะ...พอเถอะ ถะ...ถ้าไม่รักกันแล้วทำไมต้องทำแบบนี้”

            “เงียบซะ”

            “อึก ขอร้อง ถ้าไม่รักกันแล้วทำไมไม่ปล่อยกันไป ฮึก”

            “ฉันบอกให้เงียบไง”

            ตอบกลับอย่างเห็นแก่ตัวก่อนจะโน้มหน้าลงไปจูบซับน้ำตารสปะแล่ม เกี่ยวเก็บความเค็มฝาดและบดจูบขยี้ลงบนริมฝีปากบวมเห่อ คลึงเคล้าเย้าแหย่จนคนใต้ร่างยอมเปิดปากให้เกลียวลิ้นฉ่ำเข้าไปฉกชิมความหวาน รสชาติของวาโยที่ได้ชิมจนวันแรกถึงวันนี้อย่างไรก็อย่างนั้น มันยังทำให้เขาทุรนทุรายจนแทบคลั่งได้เสมอ อี้เผิงกัดริมฝีปากล่างของวาโยเบาๆ พร้อมทั้งออกแรงเขยื้อนส่วนหนืดเคืองให้เคลื่อนไหว

            “ลม”

            “อ๊ะ อ๊ะ อ๊า”

            “ลม”

            ทุกครั้งที่เอ่ยเสียงเรียกใบหน้าคมคายจะคลอเคลียแนบสนิทชิดปรางขาว แก่นกายปูดโปนด้วยเส้นเลือดห่อหุ้มกดย้ำตอกความยาวจนสุด ส่วนปลายบวมเป่งแตะโดนจุดกระสันในร่างของคนหอบหายใจรวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่นัยน์ตาสีนิลกาฬจับจ้องคนตัวขาวที่นอนตัวสั่นระริกอย่างไม่ละสายตา มองดูคนอวดเก่งครวญครางและหวีดร้องทั้งน้ำตาหูน้ำตาจนหนำใจ แล้วจึงเหนี่ยวนำให้อีกฝ่ายหลงกลจนกายขาวกระตุกถี่ติดต่อกันหลายต่อหลายรอบ

            ทว่าคนใจร้ายกลับยังไม่หยุดเพียรพร่ำมอบความทรมานแสนหวานฉ่ำ อี้เผิงบังคับให้ท่อนแขนของวาโยโอบรอบลำคอแกร่งของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะโลมละเลียดเก็บเกี่ยวทุกหยาดหยดอย่างละโมบ กระทำการย่ำยีจนย่อยยับแล้วกลับมาเหยียบย่ำใหม่ เวียนวนจวนถึงอีกฟากของสวรรค์จึงรีบเร่งซอยเอวถี่ยิบจนในที่สุดก็แตกคาร่องแยกซ้ำสอง อัดฉีดน้ำรักเข้าไปในโพรงอุ่นจนคราบคาวขุ่นพูนทะลักไหลเยิ้มออกมาจากช่องทางร่วมเพศ เมื่อได้ปลดปล่อยทุกความโหยหาอาดูร มาเฟียหนุ่มจึงชะลอจังหวะรักให้หลั่งรินชิดติดกับโพรงผนังร้อน ฝากฝังทุกหยาดหยดให้กำซ่านไปบนเนื้อตัวของวาโย มลทินตราบาปที่เพียรฝากไว้ ไม่มีวันเสียหรอกที่เขาจะยอมให้วาโยลบมันไปง่ายๆ เพียงเพราะมีผู้ชายคนใหม่ก้าวเข้ามา

            “อึก”

            อี้เผิงชักแก่นกายใหญ่โตออกจากโพรงอุ่นร้อนเชื่องช้า เมื่อส่วนเชื่อมต่อหลุดรอดออกจากกันจึงยกมือขึ้นลูบไล้ไปตามร่องแยกกึ่งกลางของคนตัวขาว สัมผัสน้ำรักที่เพิ่งถูกรีดเร้นออกจากกายไปหมาดๆ พลางปัดป่ายมันไปทั่วแก้มก้นนิ่ม พอได้ยินเสียงครางฮือระงมก็อดไม่ได้จะรูดรั้งส่วนกึ่งกลางของตัวเองให้ลุกชันเพื่อพร้อมสอดใส่กลับไปใหม่อีกครั้ง

            “อ๊ะ ไม่ไหว”

            นัยน์ตาฉายแววดิบเถื่อนมองดูคนที่นอนละเมอคว่ำหน้าหอบหายใจรวยรินใกล้หมดสภาพด้วยความหลงใหล เพราะไม่รู้สึกว่าต้องเร่งรีบอะไรจึงยอมทำตัวใจดีด้วยการปล่อยให้วาโยได้พักหายใจหายคอชั่วครู่

ฝ่ามือชื้นเหงื่อยกขึ้นเกลี่ยไรผมสีอ่อน ปัดป่ายตั้งแต่ส่วนบนลงมาแล้วลากไล้ปลายนิ้วเรียวไปตามสัดส่วนลำตัว ช่วงเอวคอดกิ่วและสะโพกผายออกข้างคือสิ่งที่อี้เผิงนึกรัก พอได้สัมผัสเข้าก็อดไม่ได้จะนวดคลึงเบาๆ พอเป็นกระษัย เมื่อฟอนเฟ้นจนอิ่มหนำแล้วจึงจับคนสิ้นฤทธิ์ถ่างขาอ้ากว้างก่อนจะจัดการชำแรกแท่งร้อนเข้าไปใหม่

เสียงครางอู้อี้ยังคงดังขึ้นประท้วงพอให้ได้ยิน แต่อี้เผิงก็ไม่หยุดความพยายามที่จะชันเรียวขาของวาโยให้ขึ้นพาดบนต้นขา ท่านอนซ้อนตัวจากทางด้านหลังทำให้มือไม้ซึ่งไม่เคยอยู่สุขลูบไล้ไปตามผิวนวลนุ่มเป็นระวิง วนแวะบีบคลึงตุ่มไตเม็ดเล็กให้น้ำนมไหลออกอีกระลอก ก่อนจะยึดช่วงเอวบางไว้มั่นแล้วเริ่มกระทุ้งกระแทกของร้อนเข้าไปสุดแรง เพราะห่างหายจากเรื่องอย่างว่าไปนานจึงไม่มีทางเสียหรอกที่คืนนี้อี้เผิงจะยอมปล่อยให้วาโยเป็นอิสระจากอ้อมกอดของเขาง่ายๆ ความกระสันใคร่ที่ยังไม่มอดดับดีส่งผลให้กายกำยำเร่งเสียดสีจนคนรองรับอารมณ์กามถึงกับช้ำใน เมื่อต้านทานความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว เลือดสีแดงสดจำนวนมากจึงไหลนองเป็นทางยาวออกมาจากรูทวารหนัก 

พร้อมๆ กันกับที่หนังตาอันหนักอึ้งของวาโยได้ปิดสนิทลง   

 

 

 

 

 

            โรงพยาบาลกลางประจำจังหวัด

“ไอ้คนเลว ถ้าคุณวาโยเป็นอะไรไป มึงได้เข้าไปชดใช้กรรมในคุกแน่”

            “กูไล่มึงออก”

            “อะไรนะ?”

            “ฟังไม่ผิดหรอก กูไล่มึงออก ออกไปจากโรงพยาบาลของกู”

            “เวรเอ๊ย!

            อี้เผิงจ้องเขม็งนทีที่พุ่งพรวดเข้ามาคว้าคอเสื้อพร้อมทั้งง้างมือเตรียมจะปล่อยหมัดใส่เขา มาเฟียหนุ่มบีบข้อมือคุณหมอที่เขาจำได้ดีว่าเป็นคนเดียวกันกับที่วาโยพยายามยั่วยุให้หึง ยังไม่ทันได้ลงมือลงไม้อะไรไปมากกว่านั้น เสียงท้วงทักของคุณหมอแผนก ER ก็เรียกให้ทั้งคู่หันไปมองยังประตูห้องผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นตาเดียว

            “คุณคนไหนเป็นญาติของคุณวาโย นฤบดินทร์ครับ”

            “ผมครับ”

            อี้เผิงดันตัวนทีให้ถอยห่างออกไปก่อนจะก้าวขึ้นไปประจันหน้ากับคุณหมอที่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วน่าจะมีอายุวัยไล่เลี่ยกัน มาเฟียหนุ่มยืนกรานเรื่องความเป็นเจ้าของคนไข้ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรในห้องฉุกเฉิน ทว่ายังไม่ทันที่คุณหมอซึ่งรับเคสของวาโยไว้จะได้ทันอธิบายอะไร นทีก็ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างคู่กับอี้เผิงพร้อมยืดอกบอกสถานะอย่างไม่คิดยอมแพ้

            “ผมก็เป็นญาติของคุณวาโยเหมือนกันครับ แล้วที่สำคัญผมเองก็เป็นหมอด้วย สรุปว่าตอนนี้อาการของคุณวาโยเป็นยังไงบ้างครับ”

            “สะเออะจริง”

            “เอาล่ะครับ ถ้าพวกคุณทั้งคู่ยังประพฤติตัวให้อยู่ในความสงบไม่ได้ เห็นทีว่าผมคงต้องแจ้งคำวินิจฉัยอาการของคนไข้กับญาติท่านอื่น”

            คำขู่แสนแยบยลใช้ได้ผลในสถานการณ์แบบนี้ เพราะคู่อริที่ไม่คิดว่าจะลงรอยกัน เวลานี้กลับยอมสงบปากสงบคำและยืนเกร็งคอแข็งรอฟังผลตรวจของวาโยด้วยความสำรวม

            “ผลเอ็กซเรย์รายงานว่า มีสิ่งผิดปกติอยู่ในช่องท้องของคนไข้ ถ้าตามความเห็นของหมอ หมอคิดว่ารูปร่างของมันเหมือนไข่ที่อยู่ในรังไข่ของผู้หญิง”

            “...”

            “ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่หมอคิดว่ามันแปลกมากที่มีสิ่งแบบนี้อยู่ในร่างกายผู้ชาย ส่วนเลือดที่ไหลออกมาจากทวารหนักเพราะมี เอ่อ...เพศสัมพันธ์ หมอคิดว่าน่าจะมีส่วนมาจากกล้ามเนื้อบริเวณนั้นของคนไข้ฉีกขาด ต้องใช้เวลาพักรักษาตัวสักประมาณสองสามวัน ส่วนนอกนั้นก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง”

            “แล้วแบบนี้หลังจากเพิ่งผ่านการมีเพศสัมพันธ์ มีโอกาสที่คนไข้จะท้องหรือเปล่า”

            “ไม่ครับ  ไม่มี แต่ถ้าได้รับการฝังอสุจิเข้าไปในท้องซึ่งมีไข่ฝังอยู่โดยตรง หมอว่าก็มีสิทธิ์เป็นไปได้”

            อี้เผิงพยักหน้ารับคำตอบซึ่งเขาเองก็รู้ดีอยู่แล้ว ก่อนจะเดินผ่านคุณหมอเข้าไปในห้องฉุกเฉินโดยไม่เอ่ยปกขออนุญาต สภาพของวาโยที่ได้เห็นทำเอาคนตีสีหน้าขรึมมาตลอดถึงกับถอดสี ยังไม่ทันที่สมองจะสั่งการอะไร สองเท้าก็ย่างสามขุมเข้าไปทรุดตัวนั่งข้างๆ เพราะเป็นโรงพยาบาลในต่างจังหวัด ห้องห้องหนึ่งจึงมีเตียงคนไข้หลายเตียงเหมือนกับห้องเตียงรวมในกรุงเทพฯ โชคดีตรงที่ถึงจะทุรกันดารเพียงใดแต่ก็ยังมีผ้าม่านสีเขียวคอยกั้นความเป็นส่วนตัวไว้ให้

มือข้างหนึ่งของอี้เผิงยกขึ้นกอบกุมมือขาวของวาโยไว้เบาๆ ออกแรงบีบคลึงเนิ่นนานหมายให้อีกฝ่ายรู้ตัว แต่ก็ใช่ว่าทุกเรื่องจะได้ดั่งใจต้องการเสมอไป เพราะวาโยในตอนนี้ยังคงนอนนิ่งไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับ

            “สมใจมึงแล้วใช่มั้ย ที่ทำให้คุณวาโยต้องเป็นแบบนี้”

            “...”

            “มึงมีเมียใหม่แล้วไม่ใช่เหรอวะ ถ้าอย่างนั้นมึงจะกลับมายุ่งกับคุณวาโยอีกทำไม ปล่อยให้กูรักษาใจเขาเถอะ เขาเจ็บเพราะมึงมามากแล้ว”

            “กูยังไม่อนุญาตให้พูด อย่ามาสะเหล่อออกความคิดเห็น”

            “เหอะ! แล้วทำไมกูต้องฟังมึงด้วยล่ะ ในเมื่อมึงไล่กูออกแล้วนี่ ต่อไปนี้มึงก็ไม่มีสิทธิ์จะมาชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ใส่กูอีกแล้ว เฮ้ยๆ นั่นจะทำอะไรวะ! เอามือสกปรกของมึงออกไปจากหน้าคุณวาโยนะโว้ย”

            “ญาติคนไข้เตียงหนึ่งคะ กรุณาเบาเสียงด้วยนะคะ พวกคุณกำลังรบกวนคนไข้ท่านอื่นอยู่”

            เสียงเอ็ดดุของนางพยาบาลทำให้นทียอมสงบสติอารมณ์ลง ถึงจะไม่ชอบใจที่มือของอี้เผิงยังไม่หยุดคลอเคลียบนใบหน้าของวาโย แต่เพราะความเป็นคนนอกเลยทำอะไรไปมากกว่ายืนดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ไม่ได้

            ผิดกับคนที่เป็นต้นสายปลายเหตุของเรื่องทั้งหมด เพราะอี้เผิงไม่สนใจแม้แต่จะฟังเสียงของนทีหรือนางพยาบาลคนนั้นเลยด้วยซ้ำ สายตาทอแสงประกายอ่อนจดจ้องดวงหน้าซีดเซียวที่ยังหลบอยู่ในภวังค์ไม่วางตา ก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้และพร่ำกระซิบข้างหูด้วยคำพูดเห็นแก่ตัว

            “ไม่ว่านายจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อนายฟื้นขึ้นมาฉันจะทำให้นายท้องลูกของฉันอีกรอบ”

            “...”

            “แล้วพอเวลานั้นมาถึง ฉันจะหายไปจากชีวิตของนาย...ตลอดกาล”

            หน้าที่ที่คอยตามติดแผดเผาคำว่าอิสรภาพให้ไกลห่างอี้เผิงออกไป แต่ในเมื่อถึงอย่างไรก็จำต้องถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ชายสองรักอยู่แล้ว อี้เผิงก็อยากให้สัตย์ปฏิญาณกับร่างแน่นิ่งที่นอนไร้ซึ่งสติอยู่ตรงหน้าว่า ทั้งชีวิตและวิญญาณของผู้ชายใจทรามคนนี้

            รักหนึ่งมีเพื่อวาโย 

ส่วนอีกรักหนึ่งมีเพื่อลูกที่ก่อเกิดจากเขาและอีกฝ่ายเพียงเท่านั้น  

 

 

 ...๑๐๐%... 

#วาโยอี้เผิง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว