ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คนหลายใจ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2559 16:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนหลายใจ 100%
แบบอักษร

7

[ ASSAKORN ]

 

 

 

 

            หลังจากวันนั้นที่ผมคืนเกียร์ให้พี่ทศไป ก็ผ่านมา 3 อาทิตย์แล้วครับ แล้วงานเฟรชชี่เดย์ก็เริ่มขึ้นพรุ่งนี้ด้วย ผมก็เลยไม่ได้สนใจอะไร เพราะผมไม่ได้ลงกิจกรรมอะไรใดๆทั้งสิ้นเลยในวันงานเฟรชชี่เดย์

            เห้ย! ไอ้ศร ทำไมมายืนหงอยอยู่ตรงนี้คนเดียววะ?” พี่ภพเดินเข้ามาทักผมก่อนจะมายืนอยู่ข้างๆ

            เอ่อผมก็แค่มาดู…” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบพี่เขาไป สายตาของผมก็ค้างอยู่กับที่ 12 นาฬิกา หรือก็คือตรงหน้าผมนั่นเอง คือ พี่ทศเขากำลังเดินจับมือกับพี่ก้า ผมมองพี่เขาสองคนนั้นไปก่อนจะสะบัดภาพตรงหน้าทิ้งแล้วหันไปคุยกับพี่ภพ ผมรู้สึกเหนื่อยๆหน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่สบายใจได้ผมพูดแล้วยิ้มให้กับพี่ภพ

            โอเคๆ เหนื่อยก็พักผ่อนเยอะๆหล่ะ อ่ะ พี่ซื้อน้ำเปล่าเย็นๆมาให้ พี่ไปก่อนนะ พี่ภพพูดแล้วตีบ่าผมก่อนจะเดินกลับเข้าไปในตึก

            ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาบ่าย 3 พอดี ผมก็ไม่มีแพลนว่าจะทำอะไรอยู่แล้ว ก็เดินออกจากตึกสินกำแล้วเดินไปที่สนามบาสซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตึกสินกำสักเท่าไหร่

            ถ้าคิดว่าผมจะมาเล่นบาสละก็คิดผิดครับ ผมแค่จะมานั่งดูพวกเขาเล่นบาสกันก็เท่านั้นเอง เห็นว่าตอนนี้คณะสินกำต้องเจอกับคณะวิศวะฯก็เลยอดไม่ไหวที่จะไม่มาดู พอผมเดินเข้ามาก็เห็นพี่เชอรี่กับพี่เนยนั่งกรี๊ดกร๊าดพวกคนที่เล่นบาสอยู่ในสนาม ผมยืนมองไปอย่างนั้นสักพักพี่เชอรี่ก็หันมาทางผมก่อนจะตะโกนเรียกผมออกมาดังลั่นสนาม

            น้องศรน้องศร! ทางนี้ค่ะ ทางนี้!”

            ผมได้แค่ยิ้มแหยๆให้กับพี่เชอรี่ก็แค่นั้นแล้วเดินไปหาพี่เขา ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงแล้วหยิบขวดน้ำที่พี่ภพให้ขึ้นมาดื่ม

            ไปไงมาไงหรอจ้ะน้องศร พี่เนยทักผม

            พอดีเบื่อๆหน่ะครับ เลยจะมาดูบาสคลายเครียด

            “งั้นก็พอดีเลยเราไปกินบิงซูหน้ามหาลัยกันไหม พี่ร้อนอ่ะ อยากกินอะไรเย็นๆ พี่เชอรี่พูดขึ้นก่อนที่พี่เนยจะเสริม ผมก็เลยต้องตามพวกพี่สองคนไปด้วย อย่าว่าตามเลยครับ พี่เขาลากผมไปต่างหาก

            พอผมออกมาจากสนามบาส เราก็เดินไปคุยกันไป เพราะหลังจากวันที่คืนเกียร์ ผมก็ไม่โผล่หัวไปที่คณะวิศวะฯอีกเลย ทำให้พวกพี่เชอรี่เขาเป็นห่วง ก็ได้แค่โทรมาถามข่าวคราวของผมก็แค่นี้

            เราเดินกันมาจนถึงหน้ามหาลัย แล้วตรงไปที่ร้านบิงซูฝั่งตรงข้าม ผมก็เดินขึ้นสะพานลอยไปถึงแม้ว่ารถจะน้อยแต่ผมก็ต้องเซฟตัวเองไว้ก่อน เพราะผมขี้เกียจให้พ่อกับแม่มาเป็นห่วง ทั้งๆที่ผมบอกว่าดูแลตัวเองได้ก่อนจะย้ายออกมาอยู่หอ

            เอาหล่ะ ถึงแล้ว จะกินไรสั่งเลย เดี๋ยววันนี้เจ้เลี้ยงเองพี่เชอรี่พูดทำให้พี่เนยหยิบเมนูมาหลายอย่างก่อนจะสั่งไปแบบไม่ถนอมน้ำจิตน้ำใจของพี่เชอรี่เลยแม้แต่นิดเดียว

            “อีเนย ที่กูบอกเลี้ยงอ่ะ หมายถึงน้องศร ไม่ใช่มึงเว้ย!” พี่เชอรี่พูดขึ้นแล้วหันไปตบหัวพี่เนย ผมก็ได้แค่แอบหัวเราะอยู่นิดๆ

            กูจ่ายเองก็ได้เว้ย!” พี่เนยพูดแค่นี้ก่อนจะหันไปสั่งต่อ

            ผมสั่งแค่ลาเต้กับเค้กบราวนี่แล้วก็แพนเค้ก เพราะผมเกรงใจพี่เชอรี่เขาซะด้วยเลยไม่อยากสั่งเยอะ ส่วนพี่เชอรี่เขาก็สั่งบิงซูในแบบของเขามานั่นแหละครับ ก็เจ้าตัวบอกว่าอยากกินบิงซู ก็ให้เขากินไป แต่ผมคงไม่กินด้วย เพราะผมไม่กะจิตกะใจจะกินของที่ผมเคยกินกับพี่ทศ

            เวลาผ่านไปไม่ถึง 10 นาที ทุกอย่างก็ตั้งอยู่ตรงหน้าพวกเรา 3 คน ต่างคนต่างสนใจของกินที่ตัวเองสั่งมา ผมก็สนใจสิ่งที่ผมสั่งมาเหมือนกัน

            ผ่านไปเกือบชั่วโมงทุกอย่างบนโต๊ะก็เกลี้ยงหมด จริงๆแล้วผมกินหมดก่อนพวกพี่เขานานละ แต่ก็รอพี่เนยที่สั่งมาเยอะแยะแล้วก็กินนานด้วย แถมยังกินหมดอีก ถ้าไม่บอกว่าเป็นคนผมคงนึกว่าเป็นอะไรอย่างอื่นไปแล้วด้วยซ้ำ แล้วพี่เชอรี่ก็จัดการเช็คบิลให้ผมกับพี่เขาแค่ 2 คน ส่วนพี่เนยก็จ่ายเงินเอง

            ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงทางขึ้นสะพานลอย พวกพี่เชอรี่ก็ขอตัวกลับก่อน ส่วนพี่เนยก็ตามติดพี่เชอรี่ไปทุกที่ ถ้าไม่ติดที่ว่าพี่เนยเป็นกะเทยนะ ผมคิดว่าพวกพี่ 2 คนเขาเป็นแฟนกันซะอีก

            ผมเดินขึ้นสะพานลอยมาพร้อมกับยิ้มเรื่องที่ผมคิดเมื่อสักครู่นี้ แล้วเดินไปยังอีกฝั่งนึง แต่ด้วยความที่ผมไม่ได้มองทางเลยทำให้ผม

            ตุ้บ!

            ขอโทษนะครับ น้องเป็นอะไรมากหรือป่าวครับ?” ผมถามน้องเขาทันที เพราะผมเป็นคนเดินชนน้องเขา แถมน้องเขาก็ยังตัวเตี้ยกว่าผมอีกด้วยซ้ำ ก็ไม่แปลกที่ผมจะไม่เห็น

            ไม่เป็นอะไรครับขอบคุณนะครับพี่…”

            พี่ชื่อศรครับ ผมยิ้มให้กับน้องเขาแล้วพยุงน้องเขาขึ้นมา

            อ่าขอบคุณครับ ผมชื่อ ก็อต เรียนอยู่โรงเรียนสาธิตฯ ข้างๆกับมหาลัยของพี่หน่ะครับ น้องเขาพูดบอกผม ถ้าพูดถึงโรงเรียนข้างๆมหาลัย ผมเองก็จบ ม.6 ที่นั่นด้วยเหมือนกัน เนื่องจากโรงเรียนมันอยู่ใกล้กับมหาลัย ผมเลยเอ็นเข้ามหาลัยที่ใกล้กับโรงเรียนซะเลย เพราะผมจะได้คุ้นเคยเหมือนกับว่ามาโรงเรียนเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย

            อ่าครับ น้องก็อต ไว้เจอกันนะครับ ผมพูดบอกน้องเขาไปก่อนจะยกมือขึ้นแล้วโบกเล็กน้อย ผมเดินผ่านน้องเขามาแล้วเดินลงบันได ก่อนจะเดินกลับหอของผม เพราะไม่มีอะไรทำแล้วอ่ะครับ ส่วนเพื่อนของผมอย่าง รามกับธาม ก็หนีผมไปเที่ยวกันสองคนตามนิสัยของพวกเขา

            ผมเดินกลับมาจนถึงหอพักของผม ผมก็ไขกุญแจเข้าห้องไปก่อนจะทิ้งตัวนอนทั้งชุดนักศึกษา ทำไงได้หล่ะผมขี้เกียจลุกขึ้นแล้วอ่ะดิ อยากนอนแบบนี้ไปเรื่อยๆเลยด้วยซ้ำ

 

            วันต่อมา

           

            ในที่สุดก็มาถึงแล้วสินะ งานเฟรชชี่เดย์ ผมเดินเข้าไปในงานก่อนจะเห็นใครหลายคนนั่งอยู่ตรงที่นั่งกันจนหมดทุกคน ผมก็มองไปรอบๆก็เห็นเจ้าเดิมครับ พี่เชอรี่ พี่เนย แล้วก็พี่ทศ

            พี่เชอรี่เขากวักมือเรียกผม ผมที่ขัดขืนไม่ได้ก็ต้องจำใจเดินเข้าไปนั่งข้างพี่เชอรี่ ส่วนพี่ทศก็เหลือบมามองผมนิดหน่อย

            ขอโทษนะค่ะพี่ทศ คือหนูขอนั่งใกล้กับเพื่อนได้ไหมค่ะ?” จู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง น่าจะรุ่นน้องพี่เขามั้ง มาขอที่จากพี่ทศ พี่ทศก็ลุกขึ้นให้เขานั่งแล้วเดินลัดพี่เชอรี่มานั่งข้างผม แย่ละสิ! ผมยิ่งเก็บความรู้สึกได้ไม่ค่อยเก่งอยู่ด้วย

            พี่เชอรี่ครับ ผมขอนั่งกับพี่เนยได้ไหมครับ?” ผมตัดสินใจใช้วิธีนี้ เพราะขืนออกไปจากตรงนี้พี่เชอรี่ก็จะรัวคำถามใส่อีก

            นั่งนี่แหละศร ไปนั่งใกล้อีเนยเดี๋ยวมันแต๊ะอั๋งเรา พี่ยิ่งหวงเราอยู่ พี่เชอรี่พูดขึ้นทำให้พี่เนยหันหันมาเถียงกับพี่เชอรี่

            ถ้ากูจะทำกูทำไปตั้งนานแล้วละย่ะ ไม่รอมาจนถึงป่านนี้หรอก

            “แต่ถ้าน้องมันมานั่งมึงก็จะทำไม่ใช่หรือไง?”

          “ผมยอมโดนพี่เนยแต๊ะอั๋ง ดีกว่ามานั่งข้างคนหลายใจครับผมพูดบอกพี่เชอรี่ไป

 

 

ตอนที่ 7 เอาไปสั้นๆ! จบค่ะ!

 

            สำหรับคนที่ค้างเมื่อวานนี้เจ้ขอบอกว่า 555 เจ้ไม่มาเคลียร์เส้นมาม่าหรอกจ้ะ ปล่อยไว้อย่างนั้นนั่นแหละ เจ้ไม่แคร์ อารมณ์ดีเดี๋ยวเจ้ตักกินเอง แต่เดะเจ้แถมอีกตอน ไปละ บรั๊ยส์!

ความคิดเห็น