ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่1 วันแรกก็ลุกนั่ง

ชื่อตอน : ตอนที่1 วันแรกก็ลุกนั่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2562 05:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1 วันแรกก็ลุกนั่ง
แบบอักษร

1

พอลงจากรถตู้ได้ เสื้อนักศึกษาของผมก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ หมดหล่อเลยใส่ชุดนักศึกษาครั้งแรกแท้ๆ ถึงสักทีนั่งในรถมาหลายชั่วโมงโครตอึดอัดผมบิด ขี้เกียจเลยครับ วันนี้อากาศร้อนเหมือนเคยครับนี้ขนาดในรถตู้มีแอร์นะแต่อย่างว่าถ้าแอร์จะเบาขนาดนี้เปิดประหน้าต่างแทนเถอะครับพี่!!นี่แหละครับไทยแลนด์ไม่ใช่สวิตเซอร์แลนด์นี่เนอะ ที่ร้อนก็เพราะแหล่งความเจริญมันเยอะมลพิษก็เลยเยอะตามและรถก็ติดอีกด้วยครับตามสไตล์เมืองหลวง 

ผมมายืนอยู่หน้ามหาวิทยลัยแห่งหนึ่ง ป้ายมหาลัยเด่นเป็นสง่าเลย 

นี้หรอมหาวิทยาลัยพี่ผมใช้ความพยายามมากมายเพื่อให้ได้เข้าศึกษาหน่ะ 

?? 

พอเดินเข้ามาบริเวณมหาวิทยาลัยก็ต้องไปรวมแกงค์ก่อนครับตามจุดที่เรานัดกันไว้ ผมเป็นคนแรกที่ถึงก่อนครับบริเวณนี้เลยไม่มีคนที่ผมรู้จักเลย ผมก็เลยไม่สนใครละครับ นั่งมันกลางถนนนี่แหละเมื่อยก็เมื่อย อ่อลืมบอกไป ผมกับเพื่อนบ้านของพวกเราอยู่ในจังหวัดเดียวกันครับแต่อยู่คนละอำเภอที่จริงมาพร้อมกันก็ได้ แต่พวกมันชอบตื่นสายกันซึ้งผมขี้เกียจรอแล้วเป็นไงสุดท้ายผมก็ต้องรอที่มหาวิทยาลัยยอยู่ดี ห้วยยยยย 

!! 

มาก็สายกันพวกเพื่อนนิสัยเสีย 

!! 

รอได้ประมาณ 30นาที ผมก็ได้ยินเสียงผู้ชายบริเวณนั้นร้อง 

 

อื้อ 

 

บ้าง 

 

อู้ว 

 

บ้างตกใจบ้างผมก็เลยเงยหน้าขึ้นไปมองครับ โอโห เจอจะจะเจอจังจังผมติดอ่างเลย เพื่อนตุ่นครับ เพื่อนชายใจหญิงของผมเอง เดินตูดบิดเป็น 

The 

Face 

Thailand 

มาเลย ลูกทีมใครเอาไปเก็บด้วยครับ ท่าเดินมันมั่นมากเกลียด..มันชื่อ 

 

ตุลภีย์ 

 

ชื่อเล่น 

 

ตุ่น 

 

ครับ ออกสาว ตุ้งติ้งที่สุดในกลุ่มได้มั้งครับ ผมก็ไม่ได้แอนตี้นะครับ ก็ในแกงค์เราก็เป็นเพศทางเลือกกันทั้งนั้นนี่หน่า 

 

โอ๊ย 

! 

อิธันนั่งข้างถนนอย่างกับขอทาน ทำตัวให้ดูแพงๆหน่อยสิ 

 

โดนขุ่นแม่ประจำกลุ่มบ่นตามระเบียบครับ 

 

เออๆกูผิดไปแล้วววว..แล้วไอ้ภูมิ กับ ไอ้ภัทรพวกมันยังไม่มากันอีกหรอ 

?” 

ผมลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่ก้นไปมา ก็ถามหาเพื่อนอีกสองคนที่วันนี้ยังไม่เห็นหน้าพวกมันเลย 

 

โอ๊ยยย! เดินมาก่อนกูอีก อ้อยผู้กันอยู่แหงเลย 

 

ผมว่าที่ตุ่นมันอารมณ์เสียคงเพราะสองคนนั้นไม่ชวนมันไปอ้อยด้วยมากกว่าครับ อิอิ 

อ่า... มาแล้วครับสมาชิกอีกสองคนที่เหลือ เดินตีคู่กันมาเชิ่ดหน้าชูคอกันแรงมาก จนผมกลัวหัวพวกมันหลุดจริงๆ คนฝั่งซ้ายมือของผมมันชื่อ 

 

ภาคภูมิ 

 

ผมเรียกมันกันว่า 

 

ภูมิ 

 

ครับ บทจะแมนก็แมนบทจะแต๋วก็มากกว่าอิตุ่นมันเสียอีก งอแงเป็นที่หนึ่งเลย ร้ายเงียบด้วย ส่วนฝั่งขวามันชื่อ 

 

รัตติภัทร 

 

ชื่อเล่น 

 

ภัทร 

 

ครับ คล้ายๆไอ้ภูมิมันตรงที่ว่าเวลาอารมณ์ร้อนพวกมันจะดูน่ากลัวทั้งคู่  มันเป็นคนที่ดูปกป้องเพื่อนได้ ดูอบอุ่นด้วยเวลาอยู่ใกล้แต่แค่เพี้ยนและกวนตีนกว่าชาวบ้านนิดหน่อย ฮ่าๆๆ 

เอิ่ม พูดมาซะตั้งยาว ผมชื่อ 

 

ธนวรรธ สุขเกษม 

 

ครับชื่อเล่น 

 

ธันวา 

 

เพื่อนเรียก 

 

ธัน 

 

หรือบางครั้งก็ 

 

วา 

 

แล้วแต่อารมณ์พวกมันครับ และแล้วสมาชิกของพวกเราก็มากันจนครบ ซึ่งเกินเวลาที่เรานัดกันไว้ไป 

10 

นาที เพราะตอนนี้มัน 

07:10 

นาที แล้วครับ ซึ่งทางคณะวิศวกรรมศาสตร์นัดเด็กปี 

1 

อย่างพวกเราให้มารวมกันในหอประชุม ราชพฤกษ์ ในเวลา 

07:20 

ซึ่งผมก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยครับอีก10 นาที จะทันไหมวะเนี่ยยยย 

 

นี่ เห็นไหมว่าพวกมึงมาช้าทำกูกับธันเสียเวลาอ่ะ 

 

ตุ่นมันบ่นให้ภูมิกับภัทรสำนึกครับ 

 

เหอะ เห็นหรอกนะว่ามึงอ่ะเดินตามรุ่นพี่ปี 

2 

ต้อยๆไม่สนใจพวกกูเลย 

 

คราวนี้เป็นตุ่นเงียบเป็นเป่าสากเลยครับ คงจะจริงตามที่ไอ้ภูมิว่าแหงๆ 

 

ไปหาไรกินเถอะ อย่าเถียงกันเลย หิวจนจะกินควายได้ทั้งตัวละเนี่ย 

 

ผมพูดอย่างไม่จริงจังขัดพวกมันครับเดี๋ยวจะกัดกันยาวกว่านี้ แล้วเราก็เข้าได้แค่เซเว่นกันเพราะไม่อีกกี่นาทีพวกผมต้องไปรวมตัวแล้ว ในมือพวกเรามีแต่ขนมปังครับ อิ่มสุดแล้วในเวลาแบบนี้ 

07:20 

ตอนนี้พวกผมนั่งกันอยู่ในหอประชุมราชพฤกษ์ครับ ที่นั่งผมนั่งอยู่ด้านซ้าย ไล่จากผมไปก็เป็น อิตุ่น ไอ้ภัทร แล้วก็ไอ้ภูมิ แต่คนด้านซ้ายผมนี่ทำท่าทางแปลกๆครับ เธอเป็นผู้หญิงครับน่ารักเลยแหละ แต่เธอหันมามองผมเป็นระยะๆขยับตัวยุกยิกกระสับกระส่ายเหมือนถูกไฟรนก้นยังงั้นแหละจนผมทนไม่ไหวเลยโพล่งปากพูดออกไป 

 

เธอ เป็นอะไรหรือเปล่า 

?” 

“...” 

เธอเงียบครับ อยู่ๆก็นั่งหลังตรงหันมามองหน้าผมช้าๆ ด้วยดวงตาสีเหลืองอำพัน แล้วพูดออกมาว่า 

 

เธอต้องกลับไปช่วยพวกเรา!!! 

 

 

เฮ้ย!!!! 

 

ผมตกใจสุดขีดเพราะเสียงของเธอที่เปล่งออกมามันคือเสียงของผู้ชาย แล้วสีตาของเธอก็เป็นสีเหลืองที่คงไม่ใช่สีคอนแทคเลนส์หรือบิ๊กอายที่ผู้หญิงคนปกติทั่วไปเขาใส่กันหรอกครับ 

ถ้าใส่จริงๆก็บ้าแล้ว! 

 

เป็นอะไรคะน้อง มีอะไรหรือเปล่า 

?” 

รุ่นพี่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหอประชุมใกล้ผมที่สุดเดินมาถามผม 

 

เอ่อออ ไม่มีอะไรหรอกครับ 

 

 

ค่ะ งั้นช่วยสำรวมหน่อยนะคะน้อง ยังอยู่ในพิธีอยู่นะ 

 

พี่เขาดุผมแบบไม่จริงจังนักก่อนเดินกลับไปประจำที่พี่เขายังยิ้มให้ผมอีกต่างหาก พอผมหันกลับไปมองเพื่อนผู้หญิงด้านซ้ายมือผม เธอก็หันหน้าไปทางเวทีตามปกติครับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

 

??? 

 

เป็นไรอ่ะมึง 

? 

หลับแล้วฝันร้ายหรอ? 

 

เสียงเพื่อนตุ่นถามผมครับ 

 

เปล่าๆไม่มีอะไร ออกไปเดี๋ยวค่อยคุยกัน 

 

พอจบพิธีผู้หญิงข้างๆผมก็ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวออกนอกหอประชุมแห่งนี้ 

 

เธอ เดี๋ยวก่อน.... 

 

ผมจับข้อมือเธอไว้ เพื่อจะถามว่าเธอพูดว่าอะไรในตอนนั้น ผมจำได้แค่ 

 

เธอต้องกลับ... 

 

อะไรสักอย่าง แต่เธอกลับสะบัดมือผมออก แล้วเดินออกไปจากห้องประชุมทันที 

“หายไปอย่างไว!!” ผมตามออกมาแล้วปรากฏว่าเธอหายไปแล้วครับ 

“เป็นไรว่ะมึง รีบวิ่งออกมาเพื่อ? แล้วนี้จะรีบไปไหน?” คำถามมากมายออกมาจากคำปากไอ้ภัทรครับพวกมันรีบเดิมตามผมมาเลยครับนึกว่าเกิดเรื่องอะไรเสียอีก ส่วนภูมิกับตุ่นมันยืนหอบอยู่ข้างลิ้นแลบออกมาเป็นหมาเลย 

เฮ้อออ ช่างแม่งไว้เจออีกทีค่อยถามละกัน 

“เปล่าหน่ะพวกมึง กูหิวเลยรีบเดินออกมา แฮะๆ” 

พวกมันก็โวยวายใส่ผมยกใหญ่ ประมาณว่าแค่นี้?? 

“เที่ยงพอดีเลย งั้นไปกินข้าวกันพวกมึง วันแรกกูอยากเห็นหน้าตาโรงอาหารด้วย” ภูมิมันดูนาฬิกาในข้อมือแล้วก็ชวนพวกผมไปกินข้าวครับ 

 

เดี๋ยวก่อน อิภูมิ มึงหยุดเลย เรื่องหิวกูก็หิว เรื่องอยากเห็นหน้าตาโรงอาหารใหม่กูก็อยาก แต่มันอยู่ตรงไหน มึงรู้แล้วหรอ? 

 

เอ่อ เรื่องที่อิตุ่นพูดก็มีเหตุผลครับ พวกผมยังไม่รู้ว่าโรงอาหารอยู่ไหนเลย ตอนเช้าก็เข้าเซเว่น ตอนเข้าหอประชุมก็เดินตามๆเขามา ผมคิดแล้วก็อดหนักใจไม่ได้ 

 

พวกมึงไม่รู้จริงดิ??? 

 

ภูมิหันมาถามพวกผมด้วยสีหน้างงๆ ให้แนวเหยียดหยามนิดๆ เหมือนแบบ กรุงเทพเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยพวกมึงไม่รู้เหรอ 

 

โอ๊ย!! ถ้ารู้ก็รีบๆพาไป กูหิว 

 

เอาแล้วครับ อิตุ่นเริ่มเหวี่ยงแล้ว โมโหหิวนะเนี้ยมึง แต่สิ่งที่ภูมิทำมันทำให้พวกผมตกใจ!! 

 

เชี่ยยยย!!! 

 

มันชี้ไปข้างหน้าครับ ข้างหน้าแบบตรงหน้า จะๆ ชัดๆ เจนๆ เลยครับ ป้ายเขียน ‘โรงอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์’ตัวใหญ่ๆ ไม่มัว ไม่มีตัวอะไรมาบังหึ่ยยยย ทำไมมองกันไม่เห็นนะ 

หลังจากโชว์โง่กันหน้าโรงอาหารแล้ว พวกผมก็มุ่งกันไปที่จุดเป้าหมายอย่างเร็วไวเลยครับ โห โรงอาหารที่นี้ใหญ่มากครับ มีของให้เลือกเยอะแยะมากมาย ผู้คนก็หลากหลาย ดูจากหน้าก็ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนๆในรุ่นผมซะเยอะ อาจเพราะเพิ่งจะเลิกประชุมกันก็เลยมานั่งกินข้าวกัน อีกทั้งตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงพอดี คนเลยก็ยิ่งเยอะเข้าไปกันใหญ่เลยครับทีนี้ 

ผมยืนเหวอมองรอบๆให้ทั่วๆครับกว้างดี ร้านก็เยอะ.. 

 

อิวา โรงอาหาร ไม่ได้อยู่ในตำนานนาร์เนีย อึ้งอะไรขนาดนั้นล่ะลูก 

 

เสียงอิตุ่นดังเขามาแซะผมครับ แหม่ คนมันตกใจนิดๆหน่อยๆเอง 

 

กูจะชื่นชมทัศนียภาพหน่อยไม่ได้ไง 

?? 

วุ้ย ทำเป็นโมโห อารมณ์เสีย เอ้า อารมณ์เสีย อารมณ์เสีย อารมณ์ โอ๊ย!! 

 

เอาอีกแล้วครับ ไอ้ภูมิเพื่อนตัวดีอีกแล้ว ร้องเพลงนิด ร้องเพลงหน่อยจำเป็นต้องทำร้ายร่างกายกันไหม ตอบ! ผมเป็นคนอารมณ์ดีครับ อย่าถือสากันเลย 

 

มึงจะแดกอะไรกัน ให้กูรอนานกว่านี้กูจะโมโห อารมณ์เสียแล้วนะ เอ้า อารมณ์ โอ้ย!! 

 

ครั้งนี้เป็นเสียงภัทรครับที่พูดขึ้น และเป็นผมเองครับที่ตบหัวมัน ได้ตบหัวคนสักที ดีใจ อิอิ 

 

มุขกู อย่าเอาไปเล่น พร่ำเพื่อ 

 

มีการหวงมุขด้วยครับผม 

 

โอ้ยยยยย หยุดเล่นมุขได้แล้วไหมละพวกมึงกูหิว วุ้ย โมโห อารมณ์.. เดี๋ยวๆๆ หยุดเลย อิภัทร มึงจะง้างมือทำไม? 

 

อิตุ่นท่าจะระแวงครับ เพราะไอ้ภัทรง้างมือทำท่าเหมือนจะตบหัวมัน 

 

มึงไม่เล่นมุขนี้บ้างอ่อภูมิ 

 

ผมหันไปถามภูมิครับ เห็นเล่นมุขส่งต่อกันไปมาแล้วมันสนุกดี 

 

มุขเด็กๆ กูไม่เล่นหรอก 

 

จึก จึกเลยครับ เจ็บเลย ผมนี่แอบหน้าชาเหมือนกัน 

 

หึ่ยย!! โมโห อารมณ์เสียอ่ะโอ้ย!! 

 

ผมรีบตบหัวไอภูมิมันเลยครับ ได้โอกาสแล้ว 

 

ไหนบอกไม่เล่นไงไอ้นี้ 

 

ผมทำเสียงคาดคั้นมันไป 

 

วุ้ย ไปๆ ไปแดกข้าว แยกย้ายๆ เออ แล้วมาเจอกันที่โต๊ะตัวนี้นะมึง เอ้า! แยก 

 

เป็นเสียงจากภูมิครับ ที่เป็นการบอกให้ทุกคนไปทำหน้าที่ของตัวเอง 

 

แยกย้าย แยกย้าย แยกย้าย ส่ายสะโพก แยกย้าย 

 

เสียงภัทรดังขึ้นในทำนองเพลงลูกทุ้ง แต่เดี๋ยว 

 

แยกย้าย โพ่ง!! โยกย้ายเว้ย!!! 

 

ผมในฐานะคนนำเล่นมุขเพลงลูกทุ่ง จะไม่ยอมให้เนื้อร้องผิดเป็นอันขาดครับ 

 

เอ้า! 

? 

หรอ โทษทีๆ ปรกติฟังแต่ 

Beethoven” 

ดูมันตอบผม 

 

โอ้ย! 

? 

จะเกทับกูก็เอาให้ใหม่กว่านี้หน่อยไม่ได้ไงว่ะ ไปๆ ไปซื้อข้าวหิว เดี๋ยวกู อารมณ์ เดี๋ยวๆๆ หยุด ไม่ต้องตี กูไปล่ะ 

 

ตอนแรกผมก็กะจะเล่นมุขเดิมอีกละครับ แต่ดูสายตาเพื่อนแต่ละคนละ ผมเลิกเล่นดีกว่า -3- 

สรุปของที่พวกผมได้มา ผมกินข้าวหมูแดงครับ อิตุ่นกินสุกี้แห้ง มันบอกว่าเพราะมันดูสสวยมันเลยกิน ภัทรกินข้าวขาหมูครับ ส่วนภูมิกินข้าวผัดแฮม 

หลังจากที่กินข้าวเสร็จผมขอตัวแยกออกไปซื้อน้ำที่อยู่ไม่ใกล้ 

นั้นมัน!!!!!! 

ผมเห็นผู้หญิงตาเหลืองคนนั้นเดินผ่านผมไปขณะที่รอคิวซื้อน้ำ 

แน่หละ ผมก็วิ่งตามออกมาสิครับ ก็มันรบกวนใจผมมาก 

ผมจับไหล่ให้เธอหันมาแล้วถามออกไป 

 

ที่เธอพูดในหอประชุมหมายความว่ายังไง? 

 

แต่เธอกลับมองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก แล้วพูดในสิ่งที่ผมยังตกใจ!! 

 

ช่วยด้วยค่ะ!! คนคนนี้จะขโมยของของฉัน! 

 

หืมมมมมม!!!!!! 

ผมก็เหวอซิครับ เพื่อนที่วิ่งตามผมออกมาก็เหวอตามๆกัน ทั้งโรงอาหารมองมาที่ผมและผู้หญิงคนนั้น 

โอ้ะไม่นะ เห็นนักศึกษาหลายคนวิ่งเข้ามาจับผม 

ไม่ได้ต้องหนี เออ.. แต่กูหนีทำไม??? ไม่ได้ทำไรผิด -.- 

ผ่านช่วงชุลมุนมาได้ก็ยากพอสมควรครับ ตอนนี้กลุ่มเรากระจายตัวกันหนีครับ จริงๆใช้คำว่ากระเจิงจะเหมาะกว่านะผมว่า ตอนนี้ผมก็อยู่ที่ตึกไหนก็ไม่รู้ครับ โดนเพื่อนในรุ่นวิ่งไล่จะมาจับตัวเอาซะผมหนีแทบไม่ทันแหน่ะ นี่ขนาดรุ่นผมมีแค่ไม่กี่คนนะครับ จะว่าไป ตึกนี้มันวังเวงพิกล ผมพยายามหาทางลงไปชั้นล่างครับ เพราะเสียงคนที่ตามผมมาเริ่มหายไปแล้ว 

ตึก ตึก ตึก.. 

เอาแล้วไงครับ พ่อครับ แม่ครับ ช่วยลูกด้วย.. ผมได้แต่กู่ร้องอยู่ในใจ ผมทำใจดีสู้เสือพยายามหันหลังไปมองว่าเสียงอะไรที่ตามหลังผมมา.. 

 

แว้กกกก!! อิตุ่น! ตกใจหมดเดินมาเงียบๆ ไมเนี่ยย?” 

 

ก็มึงเดินเร็วอ่ะกูเหนื่อย เลยเดินตามมาเงียบๆ 

 

มันพูดเสียงหอบๆ 

เดินจนเมื่อยเราก็ไปเจอทางลงครับ พระเจ้าทรงเมตตาคนหล่อจริงๆ.. 

พอลงมาถึงข้างล่าง ตุ่นก็โทรหาภัทร ส่วนผมโทรหาเพื่อนภูมิ ได้ความว่าพวกมันก็อยู่ด้วยกันแล้วครับที่จุดนัดเดิมของพวกเรา 

ช็อค... 

พอเรามารวมตัวกันใหม่กำลังจะเดินไปหน้ามหาวิทยาลัย ก็เจอเข้ากับพี่ผู้ชายกลุ่มนึงครับ มีกันอยู่ 

6 

คน แต่ที่พวกเราช็อคคือพวกพี่เขาใส่เสื้อช็อปหน่ะสิครับ 

แม่เจ้าาาาหล่อทุกคนเลย แต่เอ๊ะสวยอยู่คนนึง(?) 

 

น้องสี่คนที่ยืนตรงนั้นหน่ะ เดินมาหาพวกพี่หน่อย เร็วๆด้วย 

 

หน็อยย ทำมาสั่ง!เป็นใครว่ะ? ผมนี่ลุกขึ้นยืนอย่างโมโห แล้วเดินไปหาอย่างเร่งรีบแล้วพูดออกไปอย่างเกรี้ยวกราด 

 

คร้าบบบ มาแล้วคร้าบบบบ 

 

อยากให้เข้าใจ ณ จุดนี้ด้วยครับ... 

 

พวกน้องใช่ไหม! ที่มีข่าวว่าขโมยของคนในรุ่นเดียวกัน!! 

 

อิตุ่นสะดุ้งโหยงเลยครับ ก็รุ่นพี่เล่นตะหวาดใส่ซะเสียงดังขนาดนี้ 

 

คะ...คะ...ครับ พวกผม... ครับ 

 

ตุ่นมันตอบแบบหัวหดเลยครับ หา มันแมน?สงสัยมันเจอคนที่เอามันอยู่ มันถึงได้แมนอย่างนั้น น้อยครั้งที่มันจะแมนแบบนี้ เดี๋ยวนะ 

? 

เอามันอยู่ 

55555555555 

 

จริงๆคือเราไม่ได้ขโมยนะครับพี่ 

 

ผมตอบเสียงอ่อย 

 

ถ้าน้องไม่ได้ขโมยแล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นเขาจะพูดแบบนั้นได้ยังไง! 

 

พวกผมได้แต่ปลงตก ปลงตกคือทำอะไรไม่ได้ครับมาวันแรกจะมาแรงใส่พี่เขาก็ยังไงอยู่ 

 

ลุกนั่ง 

50 

ที ปฏิบัติ!! 

 

 

ห้ะ !!! 

 

หือ..ครูฝึกรด.เก่าบ่หนิ 

?? 

เสียงพวกเราสี่คนร้องดังลั่นกับคำสั่งที่เอาแต่ใจของรุ่นพี่ 

 

ลุกนั่ง 

100 

ที ปฏิบัติ!!! 

 

ด้วยความที่เรียดรด.กันมาจึงรู้ว่าขืนยืนเอ๋อต่อไปจำนวนคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องจำใจกอดคอลุกนั่งกันไป 

100 

ที 

. 

. 

. 

พวกผมนอนกางแขนขากลางถนนอย่างไม่กลัวรถมาเหยียบเลยครับ เหนื่อยมากจริงๆ 

 

คราวหลัง อย่าไปทำอีก เข้าใจไหม งั้นกลับบ้านได้ 

 

ถึงจะไม่ตะคอกแต่ผมว่าเสียงพี่เขาก็ดูมีอำนาจมหาศาลเลยหละครับ 

 

ครับ... 

 

หลังจากพี่ๆเขาเดินไปผมก็ได้เสียงภูมิมันบ่นขึ้นมาทั้งทีมันยังนอนหมดแรงอยู่ 

“โหดสัส รัสเซียไนจีเรียอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ลิเบีย ซีเรีย ตูนิเซีย ลัตเวีย โบลิเวีย มาเซโดเนีย โซมาเลีย มองโกเลีย ซาอุดีอาระเบีย จอร์เจีย ออสเตรเลีย โครเอเชีย บัลแกเรีย โรมาเนีย ลิทัวเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย ออสเตรีย เอสโตเนีย แอลเบเนีย แซมเบีย แทนซาเนีย แอลจีเรีย เอธิโอเปีย โคลัม...เฮ้อเหนื่อยว่ะ” พวกผมนี้ก็บ้าเนอะ นั่งฟังไอ้ภูมิพล่ามบ้าบออะไรของมันก็ไม่รู้จนจบโดยที่ไม่ห้ามอะไรเลย สงสัยด้วยความที่หมดแรงด้วยมั้งครับ 

“เหนื่อยก็พักบ้างเถอะเพื่อนภูมิ อะไรที่มันตึงไปก็ใช่ว่าจะดี หย่อนไปก็ไม่ดีนักแลเราควรมีความพอดีในตัวเองเดินทางสายกลางนะครับ” ภัทรอยู่ๆมันก็บรรลุอะไรของมันขึ้นมาครับ คือพวกมึงเหนื่อยจนเป็นบ้ากันผมพูดถูกแมะ??? 

“โพ่งง!! กูว่าสมองพวกมึงอ่ะ ไม่พอดี ไปเช็คบ้างนะ... มึงว่ามะ อิตุ่น?” ผมหันไปอีกข้างเพื่อไปถามมันครับ 

หือ?? มันนอนยิ้มอยู่ครับ!!! 

อิตุ่นมึงก็เอากับเขาด้วยเรอะ? 

“มึง....กูว่ากูเป็นไข้อะ” 

“ไหนเป็นไงบ้าง?ไปหาหมอเปล่า???” พวกผมรีบเด้งตัวมาดูอาการมันเลยครับ 

“ไข้ที่ชน คนที่ใช่ สำหรับพี่คนนั้นอ่ะ แอร้ยยยย” 

เฮ้อออออ มันคงหมายถึงพี่ที่ดุมันครับ นี่มึงชอบเถื่อนๆหรอกูเพิ่งรู้?? 

 

โป้กกก 

 

พวกเราเข้กหัวมันกันโดยมิได้นัดหมาย แล้วพวกมันก็ล้มต้วไปนอนอีกครั้ง 

“โอ้ยพวกมึง ถ้ากูสมองกลับแล้วลืมสวยนี้ลำบากนะบอกเลย แต่ไม่เป็นไรวันนี้เจ๊ให้อภัยเจอเนื้อคู่ ครุคริ” 

สรุปนะบ้าทุกคนอ่ะ แม่ง 

!! 

ในขณะที่พวกมันนอนอยู่ผมก็สไลด์ล๊อคหน้าจอโทรศัพท์เพื่อเปิดแอพๆนึงครับ 

ผมใช้แอพพลิเคชั่นเรียกรถแท็กซี่ที่ชื่อว่า 

grabtaxi 

ไปชลบุรีเลยครับ 

( 

ไม่ได้รับค่าโฆษณาใดๆทั้งสิ้น ฮ่าๆๆ) 

จากปกติที่นั่งรถตู้กันไปชลบุรี 

อ่อทำไมไปชลบุรีนะหรอครับ.. บ้านผมและเพื่อนๆอยู่ที่นั้นกันครับรอได้ไม่นานพี่คนขับเขาเข้ามารับพวกผมในมหาลัยครับ เดินออกไปไม่ไหวจริงๆ ลุกขึ้นมานั่งข้างทางก็ลำบากแล้ว พวกเราจึงตกลงกันว่าคืนนี้ค้างบ้านผมครับ ชุดก็แค่รีบเอาไปซัก 

ท่านั้นเอง 

ไม่แห้งก็นั่งเป่า... อะล้อเล่งงง ปั่นหมาดสิ่ครับสมัยนี้เขามีเครื่องซักผ้านะแม่คุ๊ณณณณณณณณณ 

 

นี้เหรอวันแรก..ก็เป็นการเริ่มต้นที่ไม่แย่เท่าไหร่หรอกมั้ง????’ 

ความคิดเห็น